ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 456 มองอย่างไรก็แปลก
ตอนที่ 456 มองอย่างไรก็แปลก
เซี่ยหลานรีบกล่าวต่อ ทว่าครั้งนี้นางไม่ได้เอ่ยกับเซี่ยอวิ๋นจิ่น แต่เอ่ยกับลู่เจียวแทน
ในเมื่อพี่สามบอกว่าพี่สะใภ้สามดูแลเรื่องในบ้านทั้งหมด นางก็ย่อมต้องเอ่ยกับพี่สะใภ้สาม
“พี่สะใภ้สาม วันที่ยี่สิบหกเดือนสิบสองก็เป็นวันมงคลของข้า พี่สะใภ้สามคิดจะมอบสินออกเรือนอันใดให้ข้าหรือ”
พี่สะใภ้สามมีเงินเพียงนี้ หากให้เครื่องประดับทองคำแก่นางสักสองชิ้น เช่นนั้นนางไปบ้านสามีย่อมมีหน้ามีตา
ลู่เจียวค้อนใส่เซี่ยหลานทันที หน้าใหญ่เพียงใดกันหรือนี่ ถึงกับต้องมอบสินออกเรือนให้นางด้วย
ลู่เจียวหันไปถามเฉินหลิ่วว่า “พี่สะใภ้ใหญ่มอบสินออกเรือนอันใดให้แก่น้องห้าหรือ”
เฉินหลิ่วไม่อยากให้เซี่ยหลานอาศัยตระกูลเซี่ยขูดเอาเงินจากเซี่ยอวิ๋นจิ่น ให้เขาเก็บเอาไว้กตัญญูบิดาดีกว่า เช่นนั้นเงินทองก็ยังเป็นของพวกนาง ดังนั้นเฉินหลิ่วก็รีบกล่าวว่า “ผ้าสองพับ”
ลู่เจียวได้ฟังก็รีบยิ้มกล่าวว่า “ได้ เช่นนั้นข้าให้ผ้าสี่พับก็แล้วกัน”
เซี่ยหลานแทบกระอักโลหิต สีหน้าย่ำแย่อย่างยิ่ง
แต่พอคิดถึงผ้าก็มีผ้าที่แตกต่าง ยังมีผ้าแพรต่วนชั้นดีซึ่งแพงมาก นางได้ยินว่าว่าที่สามีนางบอกว่าแพรต่วนชั้นดีพับหนึ่งตั้งสิบกว่าตำลึง หากพี่สะใภ้สามให้ผ้าแพรต่วนชั้นดี นางนำกลับไปบ้านสามีก็ย่อมมีหน้ามีตาเช่นกัน
เซี่ยหลานอดยิ้มกล่าวไม่ได้ว่า “ผ้าที่พี่สะใภ้สามมอบให้ย่อมต้องเป็นผ้าแพรชั้นดีอย่างแน่นอน”
ลู่เจียวดับความหวังนางทันที “เจ้าคิดมากไปแล้ว ผ้าแพรชั้นดีให้เจ้าไปก็สิ้นเปลือง ให้ผ้าฝ้ายกับเจ้าก็พอแล้ว”
ในที่สุดครั้งนี้เซี่ยหลานก็โมโหจนร้องไห้ หันหน้าไปร้องกับเซี่ยอวิ๋นจิ่น “พี่สาม พี่รีบมาดูเร็ว พี่สะใภ้สามรังแกผู้อื่นหรือไม่”
ตอนนี้ที่เซี่ยอวิ๋นจิ่นใส่ใจที่สุดก็คือเขาใช่ลูกหลานตระกูลเซี่ยหรือไม่ เขาต้องสืบจากปากเซี่ยเหล่าเกินจึงจะได้
ดังนั้นจึงขี้เกียจจะสนใจเซี่ยหลาน ได้ยินเซี่ยหลานกล่าวเช่นนี้ก็กล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “พี่สะใภ้ใหญ่เป็นผู้ใหญ่กว่าให้สองพับ พี่สะใภ้สามให้สี่พับก็นับว่าไม่เลวแล้ว เจ้ายังจะรังเกียจอันใดอีก”
กล่าวจบเขาก็ไม่มองเซี่ยหลานอีก หันไปดื่มสุรากับเซี่ยเหล่าเกินต่ออีกจอก “ท่านพ่อ ข้าคารวะท่านอีกจอก ข้าดื่มน้อยหน่อย ส่วนท่านพ่อหมดจอก”
เซี่ยเหล่าเกินเห็นบุตรชายคารวะสุราเขา ก็รู้สึกสบายอกสบายใจ ย่อมไม่ปฏิเสธสุราที่มีผู้นำมาคารวะ
“ได้ เจ้าก็แล้วแต่ ส่วนพ่อหมดจอก”
ดื่มหมดจอกแล้วก็ส่งเสียงชมไม่ขาดว่า “เป็นสุราดีจริง ไม่เหมือนกับสุราอื่น”
เซี่ยเอ้อร์จู้รีบกล่าวว่า “ท่านพ่อเคยดื่มสุราเมื่อใดกัน”
ไม่เคยดื่มสุรา รู้ได้อย่างไรว่าต่างจากสุราอื่น
เซี่ยเหล่าเกินโมโหถลึงตาจ้องเซี่ยเอ้อร์จู้ “หุบปาก เช้าจรดเย็นทำตัวราวกับท่อนไม้”
เซี่ยเอ้อร์จู้ไม่กล้าส่งเสียงสักคำ เซี่ยอวิ๋นจิ่นขมวดคิ้วมองเซี่ยเหล่าเกิน “พี่รอง คารวะสุราท่านพ่อสิ”
เซี่ยเอ้อร์จู้รีบลุกขึ้นมายกจอกสุราคารวะเซี่ยเหล่าเกินหนึ่งจอก
เซี่ยเหล่าเกินรู้สึกครึ้มอกครึ้มใจ ยกสุราดื่มพรวดเดียวหมดจอก
บนโต๊ะอาหาร เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับเซี่ยเหล่าเกินและเซี่ยต้าเฉียงดื่มกันจนสำราญใจ เดิมเซี่ยต้าเฉียงไม่ดื่ม เพราะเมื่อก่อนไม่มีเงินดื่ม ครั้งนี้ถือโอกาสดื่มให้หนำใจสักครั้ง
ดังนั้นบนโต๊ะอาหาร สามคน เจ้าชน ข้าตอบ ดื่มกันจนอย่าได้เอ่ยว่าสำราญใจเพียงใด ก็เริ่มพูดจากันมากขึ้น
คนอื่นก้มหน้ากินข้าว บางคนก็กินข้าวไปโมโหไป
อย่าได้เอ่ยว่าเซี่ยอวิ๋นหวากับเซี่ยหลานสองพี่น้องโมโหเพียงใด แม้แต่อาหารบนโต๊ะก็ไม่รู้รสแล้ว
พวกเขาเดิมคิดว่าพวกเขาแต่งงาน อย่างไรเซี่ยอวิ๋นจิ่นก็ต้องให้เงินสักหน่อย คิดไม่ถึงว่าตอนนี้เขาถึงกับไม่หย่อนเงินมาให้แม้แต่น้อย
ทำให้เซี่ยอวิ๋นหวาและเซี่ยหลานโมโหอย่างมาก
เซี่ยอวิ๋นหวาได้แต่ก้มหน้าก้มตาฮึดฮัด เซี่ยหลานเงยหน้ามองไปยังลู่เจียวอย่างอารมณ์ไม่ดี กล่าวว่า “พี่สะใภ้สาม พี่รู้ไหมว่าข้าแต่งกับผู้ใด”
ลู่เจียวไม่รู้และไม่สนใจ
เซี่ยหลานแต่งกับคนเช่นไรเกี่ยวอันใดกับนาง
เซี่ยหลานเห็นลู่เจียวมองนาง นางรีบกล่าวอย่างได้ใจว่า “ข้าแต่งกับคนที่มีเงินที่สุดในหมู่บ้าน ครอบครัวเขาไม่เพียงแต่มีเงิน ว่าที่สามีข้ายังรูปงามไม่แพ้พี่สามสักนิด”
นางกล่าวจบก็แค่นเสียงฮึเยียบเย็นว่า “ดังนั้นข้าไม่ขาดเหลือของของพวกท่านแม้แต่น้อย พวกท่านไม่ยอมให้ข้า ข้าก็ไม่สนใจ วันหน้าข้ามีทั้งเครื่องประดับเงินทองและผ้าแพรต่วนชั้นดี”
วาจาเซี่ยหลานทำลู่เจียวคาดไม่ถึงอยู่บ้าง นางหันไปมองเฉินหลิ่ว เห็นเฉินหลิ่วหันหน้าหนีไม่กล้ามองนางอย่างรู้สึกกินปูนร้อนท้อง
ลู่เจียวแค่มองก็รู้งานแต่งงานนี้น่าแปลก แต่นางก็ขี้เกียจจะสนใจ
ลู่เจียวไม่ได้กล่าวอันใด พี่สะใภ้รองที่นั่งข้างนางเอ่ยขึ้นว่า “เซี่ยหลานกล่าวได้ถูกต้อง นางได้แต่งกับคนที่ร่ำรวยที่สุดในหมู่บ้าน และน้องเขยก็รูปงามมาก งามราวกับหญิงสาว”
พี่สะใภ้รองกล่าวจบ เซี่ยหลานก็ยืดอกภาคภูมิใจ
ลู่เจียวเลิกคิ้วมองเซี่ยหลานตรงหน้า เพราะว่าระยะนี้ต้องทำงาน หน้าตาเดิมที่ไม่โดดเด่นอยู่แล้ว ก็ยิ่งดำและน่าเกลียด นางเช่นนี้จะแต่งงานออกเรือนที่ดีได้หรือ
เรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำ
แต่ลู่เจียวไม่พูดมากความ กล่าวแสดงความยินดีว่า “เช่นนั้นก็ยินดีกับเจ้าด้วย”
นางกล่าวจบก็ไม่มองเซี่ยหลาน หันไปมองเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ เจ้าหนูน้อยทั้งสี่ที่กำลังกินข้าวกันหน้าม่อย แสดงให้เห็นว่าไม่ชอบอาหารตระกูลเซี่ย อาหารตระกูลเซี่ยมีแต่เนื้อและน้ำมันเยิ้ม เด็กๆ ไม่ชอบกิน
ลู่เจียวเลือกผักวางใส่ชามพวกเขา “กินสิ กินมากอีกหน่อย”
พอนางกล่าว เจ้าหนูน้อยทั้งสี่ก็ฉลาดคาดเดาความหมายมารดาได้ว่า ไว้กลับไปจะทำของอร่อยให้พวกเขากิน ดังนั้นพวกเขาก็กินกันง่ายๆ ไปกันก่อน
“ขอรับ ท่านแม่”
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่เคลื่อนไหวรวดเร็ว
ผู้ชายบนโต๊ะอาหารตรงหน้า เซี่ยเหล่าเกินดื่มเมาแล้ว เซี่ยต้าเฉียงก็เมา เซี่ยอวิ๋นจิ่นเองก็เหมือนว่าไม่ค่อยดีนัก
แต่แม้ว่าดูแล้วไม่ค่อยดี ทว่าเขายังคงโงนเงนยืนขึ้นประคองเซี่ยเหล่าเกิน “ท่านพ่อ ข้าส่งท่านกลับไปพักที่ห้อง”
แม่หม้ายหวังยืนคอยปรนนิบัติอยู่ข้างๆ มาตลอดก็รีบยื่นมือเข้ามาคิดจะประคองเซี่ยเหล่าเกิน “ข้าเอง ข้าเอง”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นพลันเงยหน้าส่งสายตาดุแม่หม้ายหวัง แม่หม้ายหวังรีบหดมือกลับอย่างรู้ความ เซี่ยอวิ๋นจิ่นเข้าประคองเซี่ยเหล่าเกิน
เซี่ยเอ้อร์จู้เห็นเซี่ยอวิ๋นจิ่นประคองเซี่ยเหล่าเกิน ก็ยืนขึ้นจะช่วยเขา เซี่ยอวิ๋นจิ่นยกมือห้ามเขาไว้
“พี่รอง ข้าเอง ข้ามีเรื่องคุยกับท่านพ่อสักหน่อย พี่รองไม่ต้องตามพวกเรามา”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกล่าวจบ ก็ยื่นมือไปประคองเซี่ยเหล่าเกินเดินไปที่ห้องด้วยท่าทางเมามาย
“ท่านพ่อ พวกเรามาคุยความในใจกัน”
พวกเซี่ยต้าเฉียงด้านหลังเห็นแล้วก็แอบครุ่นคิด น้องสามกับท่านพ่อไปคุยความในใจ ไม่แน่อาจคุยจนรู้สึกสนิทชิดใกล้กับพวกเขามากขึ้น ดังนั้นพวกเขาอย่าได้ไปรบกวนจะดีกว่า
ทั้งโต๊ะต่างไม่มีผู้ใดขยับ
ลู่เจียวมองภาพนี้แล้วก็รู้สึกว่าเรื่องนี้มีอันใดแปลกอยู่สักอย่าง
คนเช่นเซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่ค่อยยอมใกล้ชิดผู้อื่น แม้เป็นเซี่ยเหล่าเกิน เขาก็ไม่ค่อยชอบใกล้ชิดกับเขามากเกินไป ตอนนี้พ่อลูกสองคนถึงกับประคองกันเดินกลับห้อง
เรื่องนี้ย่อมต้องมีเงื่อนงำอันใดสักอย่าง
แต่ลู่เจียวยังคิดไม่ออก