ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 459 นางอยู่ที่ใด
ตอนที่ 459 นางอยู่ที่ใด
แม้ว่าเซี่ยอวิ๋นจิ่นสงสัยว่าตนเองไม่ใช่ลูกหลานตระกูลเซี่ย แต่เขาก็มิได้คิดตัดสัมพันธ์กับตระกูลเซี่ยในตอนนี้ และไม่เคยคิดจะรีบไปหาบิดามารดาแท้ๆ ของตนเอง ไม่ว่าบิดามารดาแท้ๆ ของเขาเป็นผู้ใด แต่ในปีนั้นเบื้องหลังเรื่องนี้ต้องมีความนัยซ่อนเร้น หากไม่สืบให้ละเอียดว่าเกิดอันใดขึ้นในปีนั้น เขาจะไม่ยอมกลับไปอยู่กับบิดามารดาแท้ๆ เป็นแน่
ไม่ว่าบิดามารดาเขาไม่ต้องการเขาด้วยสาเหตุใด เช่นนั้นเขาจะยังต้องกลับไปหรือไม่
เซี่ยอวิ๋นจิ่นคิดไตร่ตรองแล้วก็มองเซี่ยเอ้อร์จู้กล่าวว่า “ข้ายังไม่คิดไปจากตระกูลเซี่ยในตอนนี้ แต่ข้าต้องสืบให้กระจ่างก่อนว่าตนเองไม่ใช่ลูกหลานตระกูลเซี่ย หากข้าไม่ใช่ลูกหลานตระกูลเซี่ยก็ไม่จำเป็นต้องอดทนกับบรรดาพี่น้องพวกนั้น และไม่จำเป็นต้องฟังคำท่านพ่อที่ว่ากระดูกหักเส้นเอ็นตัดไม่ขาดเหลวไหลพวกนั้น”
เซี่ยเอ้อร์จู้ได้ฟังเซี่ยอวิ๋นจิ่นก็พยักหน้าเคร่งเครียด
เขารู้ว่าน้องสามรังเกียจพี่ใหญ่กับน้องสี่ พวกเขาเองก็ช่างน่ารังเกียจจริง เห็นอยู่ว่าตอนนั้นขับไล่น้องสามออกจากบ้าน ตอนนี้เพราะน้องสามได้ดีแล้ว ก็หน้าไม่อายมาเกาะเขา หากเป็นเขา เขาน่าจะรังเกียจญาติเช่นนี้มาก
เซี่ยเอ้อร์จู้เงียบงันไปครู่หนึ่งก็กล่าวว่า “น้องสาม เจ้าไปสืบเถอะ พี่รองสนับสนุนเจ้า”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นยื่นมือไปคว้ามือเซี่ยเอ้อร์จู้ กล่าวขอบคุณเซี่ยเอ้อร์จู้อย่างให้ความเคารพยิ่งว่า “ขอบคุณพี่รอง”
เซี่ยเอ้อร์จู้หัวเราะขึ้นมา “เจ้าเกรงใจอันใดกับข้า”
เขากล่าวจบก็พยายามคิดถึงเรื่องในปีนั้น พอคิดแล้วก็คิดถึงเรื่องหนึ่งที่พอจะเป็นประโยชน์ได้
“น้องสาม เจ้าว่าเด็กผู้หญิงในปีนั้นที่ท่านแม่คลอด จะถูกส่งไปที่ตำบลไหม”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นได้ฟังเซี่ยเอ้อร์จู้ก็รีบถามว่า “พี่รองคิดอันใดได้ใช่หรือไม่”
เซี่ยเอ้อร์จู้คิดอยู่ครู่หนึ่งก็รีบกล่าวว่า “เจ้าควรรู้ว่าท่านปู่พวกเราสุขภาพไม่ดี เขาไม่ค่อยออกจากบ้าน ทุกครั้งที่ออกจากบ้าน ท่านย่าก็ไม่วางใจจะติดตามเขาไปด้วยให้ได้”
“ในความทรงจำข้า ท่านปู่เคยไปที่ตำบลสามครั้ง หนึ่งในนั้นไปหาอาจารย์เฉิน เชิญอาจารย์เฉินมาบอกท่านพ่อให้เจ้าไปเรียนหนังสือ อีกอย่าง มีครั้งหนึ่งยังไปมอบเงินค่าเรียนให้อาจารย์เฉิน ยังมีอีกครั้งข้าไม่รู้ว่าเขาไปตำบลทำไม ตอนนั้นสุขภาพเขาทรุดลงมากแล้ว”
เซี่ยเอ้อร์จู้ผู้นี้เดิมเป็นคนซื่อที่ไร้ไหวพริบ แต่ครั้งนี้กลับฉลาดมาก
เขาครุ่นคิดแล้วก็กล่าวว่า “เจ้าคิดดู ชีวิตท่านปู่ไม่เคยทำเรื่องผิดต่อฟ้าดิน เรื่องที่ทำเพียงเรื่องเดียวก็คือนำบุตรสาวท่านแม่ไป ตอนสภาพร่างกายเขาไม่ไหวแล้ว ย่อมต้องเป็นห่วงเด็กหญิงผู้นั้น คิดไปดูว่านางมีชีวิตที่ดีหรือไม่”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นได้ฟังเซี่ยเอ้อร์จู้ก็รู้สึกว่าคำพูดเขามีเหตุผล เขามองเซี่ยเอ้อร์จู้อย่างแปลกใจ
“พี่รอง ทุกครั้งที่ท่านปู่ไปตำบล ทำไมพี่จึงรู้”
“เพราะทุกครั้งที่ท่านปู่ไป ก็จะนำของกินกลับมาแอบยัดใส่มือข้าให้ไปแบ่งกับเจ้ากิน ดังนั้นข้าจึงจำได้ ครั้งที่สองเขาไปกับท่านย่า ข้าแอบตามไป ถูกท่านปู่ท่านย่าพบเข้า พวกเขาก็มิได้ตำหนิข้า พาข้าไปบ้านอาจารย์เฉิน ครั้งนั้นทำให้ข้ารู้ว่าอาจารย์เฉินมาหาท่านพ่อถึงที่บ้านเพื่อพูดเรื่องเจ้ามีพรสวรรค์ในการเรียนหนังสือมาก เป็นเพราะท่านปู่ออกหน้าไปเชิญอาจารย์เฉิน เพียงแต่ท่านปู่ไม่ให้ข้าบอกเจ้าเรื่องนี้”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นได้ฟังเซี่ยเอ้อร์จู้ก็หันไปมองลู่เจียวด้วยสัญชาตญาณทันที นางกล่าวเหมือนกำลังคิดอันใดอยู่ว่า
“เด็กที่ถูกท่านย่านำไป เป็นไปได้มากว่าจะอยู่ที่ตำบลชีหลี่ และยังต้องเป็นครอบครัวที่ไม่เลวอีกด้วย”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นก็เห็นด้วยกับลู่เจียว ค่อยๆ กล่าวว่า “รอโจวเส้ากงค้นหาละแวกหมู่บ้านตระกูลเซี่ยให้แน่ใจก่อนว่าไม่มีค่อยให้เขาไปค้นหาที่ตำบล”
“อืม”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกล่าวจบมองไปยังเซี่ยเอ้อร์จู้กล่าวว่า “พี่รอง เรื่องนี้ พี่รู้ ข้ารู้ อย่าได้บอกผู้อื่น ได้ไหม”
“ตกลง”
“ข้าไปส่งพี่รอง”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นลุกขึ้นไปส่งเซี่ยเอ้อร์จู้ ตลอดทางก็พูดจาปลอบใจเซี่ยเอ้อร์จู้มากมาย จนเซี่ยเอ้อร์จู้สงบใจลงได้ เขาจึงกลับไปที่ห้องตนเอง
ในห้อง ลู่เจียวอาบน้ำแปรงฟันนอนแล้ว
เซี่ยอวิ๋นจิ่นรีบหันหลังออกไปอาบน้ำแปรงฟัน อาบน้ำแปรงฟันเสร็จก็ขึ้นเตียงพักผ่อน
แต่เพราะเรื่องที่รู้ในคืนนี้ ทำให้เขานอนไม่หลับ ยื่นมือไปกุมมือลู่เจียวกล่าวว่า “เจียวเจียว เจ้าว่าข้าไม่ใช่คนตระกูลเซี่ยจริงหรือ หากข้าไม่ใช่คนตระกูลเซี่ย ทำไมท่านพ่อท่านแม่ไม่ต้องการข้า อีกอย่าง หากข้าไม่ใช่คนตระกูลเซี่ย เหตุใดหน้าตาจึงเหมือนท่านปู่เล่า”
ลู่เจียวคิดไม่ออกจริงๆ ว่ามีความนัยอันใดซ่อนอยู่ หันหน้าไปมองเขาปลอบใจว่า “อย่าใจร้อน ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ข้าเชื่อว่าสักวันความจริงต้องเปิดเผยออกมา ตอนนี้เจ้าก็รู้แล้วว่าตนเองไม่ใช่คนตระกูลเซี่ยแล้วไม่ใช่หรือ แต่หากเจ้าหาบุตรสาวท่านแม่เจอจริงจะทำเช่นไร บอกท่านพ่อเรื่องนี้แล้วก็ไปจากตระกูลเซี่ยหรือ”
ลู่เจียวพยายามนึกถึงเรื่องราวเดิมในนิยาย เหมือนว่าตั้งแต่ต้นจนจบ เซี่ยอวิ๋นจิ่นเป็นคนหมู่บ้านตระกูลเซี่ย ไม่ได้มีสถานะอื่น
เซี่ยอวิ๋นจิ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็กล่าวว่า “หากหาบุตรสาวท่านแม่เจอจริง ข้าจะบอกเรื่องนี้กับท่านพ่อ ให้วันหน้าเขาควบคุมพวกเซี่ยต้าเฉียงให้ดี อย่าได้พอข้าสอบเคอจวี่ได้ พวกเขาก็คิดจะอ้างชื่อข้าทำเรื่องไม่ดี”
“หากท่านพ่อควบคุมพวกเขาได้ ข้าก็น่าจะไม่ไปจากตระกูลเซี่ยชั่วคราว เขายังคงเป็นท่านพ่อข้า หากให้ข้ารู้พวกเซี่ยต้าเฉียงอาศัยชื่อข้าไปทำเรื่องไม่ดี ข้าก็จะรีบสลัดตัวออกจากตระกูลเซี่ย”
ลู่เจียวพอได้ฟังก็เข้าใจความหมายของเซี่ยอวิ๋นจิ่น เขาไม่คิดจะไปจากตระกูลเซี่ย เพียงแต่ต้องการใช้เรื่องนี้มาสยบเซี่ยเหล่าเกินไม่ให้พี่น้องตระกูลเซี่ยมาหาเรื่องเขาโดยไม่จำเป็น
หากเซี่ยอวิ๋นจิ่นบอกเรื่องนี้กับเซี่ยเหล่าเกิน เซี่ยเหล่าเกินต้องควบคุมบุตรชายคนโตและคนที่สี่เพื่อดำรงเกียรติยศตนเองต่อไป เซี่ยอวิ๋นจิ่นก็จะลดเรื่องปวดหัวลงไปได้มาก
ลู่เจียวครุ่นคิดแล้วก็ถอนหายใจเบาๆ หากไม่เหนือความคาดหมาย ชาติกำเนิดเซี่ยอวิ๋นจิ่นน่าจะมีความลับอันใดซ่อนอยู่ ไม่เช่นนั้นไม่มีทางที่ในนิยายจะไม่เขียนสถานะของเขา
เซี่ยอวิ๋นจิ่นได้ยินเสียงลู่เจียวถอนหายใจ ก็อดมองนางอย่างห่วงใยไม่ได้ “เป็นอันใดหรือ”
“สงสารเจ้า”
นางกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ทำเอาเซี่ยอวิ๋นจิ่นหวั่นไหวขึ้นมาในบัดดล เขาหันหน้าไปมองลู่เจียวแววตาลึกซึ้ง กล่าวว่า “เรื่องในอดีตก็ผ่านไปแล้ว อนาคตข้ามีเจียวเจียวเป็นเพื่อนก็ไม่รู้สึกปวดใจอีกแล้ว”
วาจาเขาทำเอาลู่เจียวใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที นางรีบหลับตาส่งเสียงอู้อี้ว่า “ง่วงแล้ว รีบนอน”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นเห็นท่าทางของนาง ก็อดหัวเราะไม่ได้ เสียงหัวเราะทุ่มต่ำราวกับเสียงเซลโล่ไพเราะทุ้มนุ่ม ทำเอาอารมณ์สุขใจอย่างไม่อาจระงับ
ลู่เจียวรีบส่งสายตาจ้องใส่เขาทันที
เซี่ยอวิ๋นจิ่นหัวเราะมีความสุขยิ่งขึ้น เขารู้ว่าแม้ภายนอกลู่เจียวจะเย็นชา แต่ความจริงในใจเขินอายง่ายมาก ดังนั้นจึงไม่หยอกเย้านางอีก เกรงว่าจะทำนางโมโห
ทั้งสองคนกุมมือหลับไปพร้อมกัน
วันรุ่งขึ้น เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวเพิ่งตื่นนอน คนในหมู่บ้านไม่น้อยก็พากันมาเชิญพวกเขาไปกินข้าวที่บ้าน
“อวิ๋นจิ่น ภรรยาอวิ๋นจิ่น วันนี้ตอนเที่ยงไปกินข้าวบ้านข้ากัน”
“ไปกินข้าวบ้านข้าดีกว่า”
“บ้านข้าๆ วันนี้ไปบ้านข้าก่อน”