ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 462 พวกเรามาแลกเปลี่ยนกัน
ตอนที่ 462 พวกเรามาแลกเปลี่ยนกัน
วันที่ยี่สิบหก เดือนสิบสอง ตระกูลเซี่ยคนหนึ่งแต่งออก คนหนึ่งแต่งเข้า เซี่ยอวิ๋นหวาแต่งตู้เสี่ยวเม่ยเป็นภรรยา เซี่ยหลานแต่งให้กับตระกูลเซี่ยในตำบล
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวก็เพิ่งเห็นน้องเขยในวันนั้น
พอได้เห็น ทั้งสองคนต่างไม่รู้ควรกล่าวอันใดดี น้องเขยแซ่เซี่ยหน้าตาดีมากจริงๆ งามกระจ่างอ่อนโยน ไม่เพียงแต่ใบหน้าขาวใสกระจ่างเป็นพิเศษ แม้แต่ร่างกายก็ยังอ้อนแอ้นอรชร สองมือยื่นออกมาก็เรียวละเอียดไม่แพ้หญิงสาว
แต่เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวแค่มองก็รู้ว่าน้องเขยแซ่เซี่ยผู้นี้ไม่ถูกต้อง ผู้ชายกิริยาท่าทางการพูดการจากลับเหมือนสตรี โดยเฉพาะลู่เจียว นางยังมองออกว่าคนผู้นี้ถึงกับผัดแป้ง
แน่นอนว่ามองแล้วสวยมาก แต่แววตาที่น้องเขยแซ่เซี่ยมองเซี่ยอวิ๋นจิ่นร้อนแรงเช่นนั้น ทำเอาลู่เจียวไม่พอใจอย่างมาก คนผู้นี้น่าจะเป็นพวกตัดแขนเสื้อ[1]กระมัง หรือว่าตัดด้านล่างอันนั้นไปแล้ว
ลู่เจียวไม่รู้ว่าควรกล่าวอันใดดี น้องสาวสามีตนเองตาดีจริง เลือกไปเลือกมาดันมาเลือกเอาพวกตัดแขนเสื้อเสียได้ ยังดีอกดีใจอีก เหตุใดไม่คิดดูว่าหากน้องเขยแซ่เซี่ยปกติและมีเงินทองเพียงนี้ จะมาแต่งกับนางที่เป็นดังสาวน้อยบ้านนอกหรือ
แต่ตระกูลเซี่ยก็ช่างวางแผน ไม่กล้าแต่งหญิงสาวในตำบล มาเจาะจงเลือกหญิงในหมู่บ้านที่ครอบครัวมีอนาคต
ลู่เจียวแค่นหัวเราะ มองไปยังเซี่ยอวิ๋นจิ่น “เอาละ พวกเรากินของพวกเราไป ไม่สนใจเรื่องของพวกเขา”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นรับคำแล้วทั้งสองคนก็พาเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ไปหาที่นั่ง
เซี่ยเหล่าเกินมองครอบครัวเซี่ยอวิ๋นจิ่นหกคนไกลๆ ก็ไม่มีอารมณ์จะทักทายพวกเขา เดินไปทักทายแขกแทน
จนถึงตอนนี้เซี่ยเหล่าเกินก็ยังไม่อาจยอมรับเรื่องเช่นนั้นได้ เซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่ใช่บุตรชายของเขา เขาถึงกับไม่ใช่บุตรชายของเขา
เซี่ยเหล่าเกินยิ่งคิดก็ยิ่งเศร้าสลด เซี่ยต้าเฉียงเห็นเซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวหาที่นั่งตามใจตนเองก็โมโห กล่าวว่า “น้องสามหมายความว่าอย่างไร เหตุใดไม่ยอมช่วยต้อนรับแขก ไปหาที่นั่งราวกับเป็นแขกรอกินเลี้ยง”
เซี่ยเหล่าเกินหันไปมองเซี่ยต้าเฉียง เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าบุตรชายตนเองราวกับเศษสวะ แต่เล็กก็รังแกน้องชายตนเอง ตอนนี้ทำเอาน้องชายพอเห็นเขาก็ราวกับเห็นศัตรู เขาทุ่มเทหาทางช่วยเขารั้งใจเซี่ยอวิ๋นจิ่นไว้ ส่วนเขาเองเล่า ไม่รู้จักเอาใจเจ้าสามเลยแม้แต่น้อย
ดูเจ้ารองสิ เป็นงานเพียงใด เข้ากับน้องสามเขาได้ดีมาก
เจ้าสามยังช่วยสร้างบ้านให้เขา นี่แสดงให้เห็นชัดเจนอันใดหรือ ก็เห็นชัดว่าเจ้าสามเป็นคนรู้คุณและตอบแทนคุณ หากพวกเราดีกับเขาให้มาก เขารุ่งเรืองก็ย่อมต้องช่วยประคองพวกเรา ปรากฏว่า พวกเราล้วนไม่ดีกับเขา
เซี่ยเหล่าเกินยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห ถลึงตาใส่เซี่ยต้าเฉียงตวาดอย่างเดือดดาลว่า “เจ้าเป็นพี่ใหญ่ ดูแลแขกเหรื่อไม่เป็นหรือ น้องสามเจ้าแยกบ้านไปแล้ว วันหน้าเขาก็เป็นแขกบ้านเรา เจ้าให้ความเคารพเขาหน่อย”
เซี่ยเหล่าเกินกล่าวจบก็เอ่ยเตือนดุดันว่า “วันหน้าเจ้าเกรงใจเขาหน่อย หากให้ข้ารู้ว่าเจ้ารังแกเขาอีก อย่าหาว่าข้าไม่รับเจ้าเป็นบุตรชาย”
เซี่ยต้าเฉียงมีสีหน้าประหลาดใจ ท่านพ่อเป็นอันใดไปหรือ อยู่ดีๆ มาโมโหเขาเรื่องอะไร ควรโมโหเจ้าสามมากกว่าไหม
แต่เซี่ยต้าเฉียงไม่กล้ามีเรื่องกับเซี่ยเหล่าเกิน ท่านพ่อเขาแม้แต่ท่านแม่ก็หย่าแล้ว หากเขาทำท่านพ่อโมโห ไม่แน่อาจถูกขับไล่ไสส่งก็เป็นได้
เซี่ยต้าเฉียงกล่าวอย่างไม่พอใจว่า “รู้แล้ว วันหน้าข้าไม่รังแกเขาก็แล้วกัน”
เซี่ยเหล่าเกินไม่พูดต่อ หันไปทักทายชาวหมู่บ้านตระกูลเซี่ยอย่างไร้เรี่ยวแรง
วันนี้เซี่ยอวิ๋นหวากับเซี่ยหลานแต่งงาน ชาวหมู่บ้านตระกูลเซี่ยมากันหมด แต่ละครอบครัวล้วนยอมควักเงิน
เซี่ยเหล่าเกินกับเซี่ยต้าเฉียงต่างรู้ดีว่าที่ทุกคนมาก็เพราะหน้าตาของเซี่ยอวิ๋นจิ่น ไม่เช่นนั้นย่อมไม่มีทางที่จะมีคนมากันมากมายเช่นนี้ แม้แต่ลูกสะใภ้ฮูหยินผู้เฒ่าสามก็มา
เซี่ยเหล่าเกินมองภาพตรงหน้าแล้วก็ปวดใจยากระงับ
คนในที่นั้นไม่น้อยเห็นสีหน้าเซี่ยเหล่าเกิน มีคนเดาว่าเป็นเพราะบุตรสาวออกเรือน ดังนั้นจึงอารมณ์ไม่ดี
ทุกคนในที่นั้น มีเพียงเซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวที่รู้ว่าเหตุใดสีหน้าเซี่ยเหล่าเกินจึงย่ำแย่เช่นนั้น ก็เพราะรู้ว่าเซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่ใช่บุตรชายเขา
แต่เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวแสร้งทำไม่รู้ไม่ชี้ ทักทายคนรอบข้างทีละคน
“ภรรยาอวิ๋นจิ่น พรุ่งนี้ขอให้เจ้าช่วยตรวจให้ข้าหน่อยได้หรือไม่ ข้าคลอดซานยาแล้วถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีวี่แววอีกเลย”
กลับมาครั้งนี้ หลินชุนเยี่ยนภรรยาหู่จื่อข้างบ้านตั้งครรภ์แล้ว คนในหมู่บ้านรู้ว่าที่หลินชุนเยี่ยนตั้งครรภ์ได้ล้วนเป็นเพราะลู่เจียวรักษาให้นาง
ดังนั้นบรรดาสะใภ้ในหมู่บ้านที่คิดจะตั้งครรภ์กันก็ล้วนพากันมาห้อมล้อมลู่เจียว ขอให้นางตรวจให้
ไม่เพียงแต่สะใภ้สาว แม้แต่คนที่มีอายุอยู่สักหน่อยก็มาขอให้ลู่เจียวช่วยตรวจร่างกายให้
“ภรรยาอวิ๋นจิ่น ระยะนี้ข้าชอบปวดหัว เจ้าช่วยตรวจให้ข้าหน่อยได้หรือไม่”
“ไหล่ข้าก็ปวดมาก”
บรรยากาศมงคลดีๆ ถูกทุกคนทำเอากลายเป็นภาพสถานรักษาพยาบาล
แต่ก็ไม่มีคนสนใจ เซี่ยเหล่าเกินเริ่มอารมณ์ไม่ดี
เซี่ยต้าเฉียงเห็นว่าไม่ใช่เรื่องของตนก็วางเฉยไม่แยแส นับประสาอันใดกับก่อนหน้านี้เขาถูกเซี่ยเหล่าเกินคาดโทษไว้ จึงไม่กล้ามีเรื่องในยามนี้
ยามนี้เซี่ยอวิ๋นหวาไปรับภรรยาที่ตระกูลตู้ เซี่ยหลานก็นั่งอยู่ในห้องรอเกี้ยวเจ้าสาวมารับ ย่อมออกมาในยามนี้ไม่ได้
แต่ลู่เจียวก็ไม่อยากทำลายบรรยากาศงานแต่งของเซี่ยอวิ๋นหวากับเซี่ยหลาน กล่าวกับทุกคนว่า “วันนี้เป็นวันแต่งงานของน้องสี่กับน้องห้า หากทุกคนอยากให้ข้ารักษาให้ พรุ่งนี้ไปบ้านข้าก็แล้วกัน”
ทุกคนจึงได้นึกได้ว่าวันนี้เป็นวันมงคล แต่ละคนได้แต่ยิ้มเขิน “จริงสิ พวกเรานี่เลอะเลือนกันจริงๆ สมควรโดนตีๆ”
“ทุกคนรีบนั่งลงเตรียมกินเลี้ยงได้แล้ว”
ทุกคนพากันสลายตัว เซี่ยอวิ๋นจิ่นข้างลู่เจียวมองลู่เจียวอย่างรู้สึกผิด “เจียวเจียว ทำเจ้าเหนื่อยแล้ว”
ลู่เจียวยิ้มกล่าวว่า “เดิมข้าก็เป็นหมอ รักษาผู้ป่วยก็เป็นหน้าที่ข้า เหนื่อยอันใดกัน”
นางกล่าวจบก็พบว่าเจ้าหนูน้อยทั้งสี่หายไป รีบถามว่า “เจ้าหนูน้อยทั้งสี่เล่า”
“ผู้ใดจะรู้ว่าแล่นไปเที่ยวเล่นที่ไหนแล้ว กลับมาครั้งนี้เล่นกันสุดเหวี่ยง รอไว้กลับไปอำเภอ ต้องควบคุมเสียหน่อย”
“วางใจได้ เพิ่งกลับมา เห็นอันใดก็แปลกใหม่ รอให้ผ่านไป ก็จะไม่คึกคักเช่นนี้แล้ว”
เซี่ยเหล่าเกินด้านหน้ากล่าวเปิดงานแล้ว อาหารก็ทยอยขึ้นโต๊ะ
ตระกูลเซี่ยจัดอาหารคาวหกอย่าง ในนั้นมีเนื้อสามจาน นับว่าไม่เลว
เซี่ยเหล่าเกินรักหน้าตา แม้ว่าเซี่ยอวิ๋นหวากับเซี่ยหลานไม่เป็นที่รักของเขา แต่อย่างไรก็เป็นบุตรชายบุตรสาวเขา แต่งงานก็ย่อมต้องมีหน้ามีตาพอสมควร
เริ่มแรกเฉินหลิ่วไม่เห็นด้วยที่จะจัดอาหารเช่นนี้ สุดท้ายเซี่ยเหล่าเกินเพิ่มเงินให้นางยี่สิบตำลึง นางจึงได้เห็นด้วย
ในงานเลี้ยง ทุกคนเห็นอาหารขึ้นโต๊ะก็เริ่มกินกัน แม้คนในหมู่บ้านมีชีวิตที่ดีขึ้นไม่น้อย แต่อาหารที่มีเนื้อสัตว์ก็ใช่ว่าจะได้กินกันทุกวัน ดังนั้นพออาหารขึ้นโต๊ะ ก็ไม่มีคนพูดจากันอีก ทุกคนเอาแต่ก้มหน้าก้มตากิน
ที่โต๊ะหลัก น้องเขยแซ่เซี่ยเงยหน้ามองโต๊ะที่สองอยู่เป็นระยะ เขารู้ว่าพี่สามของเซี่ยหลานหน้าตาหล่อเหลามาก แต่คิดไม่ถึงว่าจะรูปงามเพียงนี้ ราวกับคนในภาพวาด
น้องเขยแซ่เซี่ยแอบลอบมองหลายที แม้แต่อาหารก็ไม่กิน ลู่เจียวที่อยู่ข้างเซี่ยอวิ๋นจิ่นรู้สึกได้ถึงสายตาที่มองมา ก็หันหน้าไปมองทันทีด้วยแววตาเย็นเยียบ
น้องเขยแซ่เซี่ยตกใจสะดุ้งรีบก้มหน้ากินอาหารทันที
งานเลี้ยงกินกันจนอิ่มหนำ ไม่นานก็กินกันเสร็จ น้องเขยแซ่เซี่ยลุกขึ้นพาเซี่ยหลานนั่งรถม้ากลับตำบลชีหลี่
ทุกคนด้านหลัง ชื่นชมก็ชื่นชมกันไป อิจฉาก็อิจฉากันไป พูดจาประดามี
“เซี่ยหลานวาสนาดีจริง ได้แต่งกับสามีที่ดูโดดเด่นเช่นนี้ นับว่านางได้สมดังใจหวังแล้ว”
“ใช่ วาสนาดีจริง นางวาสนาดีกว่าแม่ของนางมาก”
ในนั้นมีคนกระซิบกระซาบว่า “พวกเจ้าไม่รู้สึกแปลกๆ หรือ ผู้ชายหน้าตาสวยขนาดนั้น ฐานะทางบ้านก็ดี ทำไมมาแต่งกับเซี่ยหลาน”
กล่าวตามตรง เซี่ยหลานไม่เพียงแต่หน้าตาแสนธรรมดา แม้แต่นิสัยก็ไม่เป็นที่รักอย่างยิ่ง
ทุกคนไม่เข้าใจจริงๆ ว่าตระกูลเซี่ยเห็นอันใดในตัวนางจึงได้แต่งนางเข้าตระกูลไป
ในกลุ่มคนพลันมีเสียงกระซิบหนึ่งดังขึ้น “นางคงไม่ได้ใช้วิชามารอันใดกระมัง”
มีคนไม่เข้าใจถามขึ้น “วิชามารอันใด”
ในกลุ่มมีคนส่งเสียงดังโดดขึ้นทันที “เหมือนกับท่านแม่นางอย่างไรเล่า”
พอวาจานี้กล่าวออกมา ทำเอาทุกคนรู้ทันที เรื่องของเซี่ยเหล่าเกินก่อนหน้านี้ทำเอาคนทั้งหมู่บ้านรู้ว่า หร่วนซื่อได้แต่งกับเซี่ยเหล่าเกินก็เพราะเอาเรือนร่างสาวเข้าล่อลวงเซี่ยเหล่าเกิน ไม่เช่นนั้นเซี่ยเหล่าเกินไม่มีทางแต่งกับนาง
ดังนั้นยามนี้ทุกคนพอได้ฟังวาจานี้ล้วนเชื่อ
“พวกเจ้าอย่าว่าไป เป็นไปได้จริง”
ลู่เจียวที่อยู่ไม่ห่างนักได้ยินคำพูดชาวบ้านในหมู่บ้านก็อดนึกขำชะตาชีวิตเซี่ยหลานที่รันทดยิ่งกว่ามารดานางไม่ได้ ตระกูลเซี่ยก็คือกองไฟ นางไม่มีทางมีชีวิตที่ดี
ตระกูลเซี่ยแต่งนาง ประการแรก เพื่อใช้นางปกปิด ประการที่สอง เพราะตระกูลนางมีพี่ชายเป็นซิ่วไฉ หากวันหน้าพบว่าความสัมพันธ์เซี่ยหลานกับพี่ชายไม่ดี แค่คิดก็คงรู้ว่าตระกูลเซี่ยจะปฏิบัติกับนางเยี่ยงไร
แต่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอันใดกับลู่เจียว นางขี้เกียจจะกล่าวมากความ
ลานด้านนอกตระกูลเซี่ย มีคนตะโกนดังขึ้น “เจ้าสาวมาแล้ว”
ตู้เสี่ยวเม่ยถูกเซี่ยอวิ๋นหวาพาเข้ามาในลานบ้านกราบไหว้ฟ้าดินแล้วก็ส่งเข้าห้องหอ
ในลานบ้าน บรรดาสะใภ้และเหล่าไท่ไท่แต่ละตระกูลพากันวิ่งไปห้องหอรอชมความครื้นเครง
มีคนหนึ่งมาดึงลู่เจียว ลู่เจียวไม่สนใจแม้แต่น้อย โบกมือกล่าวว่า “ไม่ไปดีกว่า นั่นเป็นน้องชายสามีข้า หากข้าไปก่อกวนห้องหอ น้องชายสามีข้าคงไม่พอใจ วันหน้าอยู่ร่วมกันยาก”
วาจานางนี้ผู้อื่นเข้าใจดี จึงไม่ฝืนใจลากนางไป
ลู่เจียวเดินไปยังที่ไม่มีผู้คน นางเพิ่งเดินไปถึง ที่แท้ห้องพักเซี่ยเอ้อร์จู้อยู่ที่มุมนี้ นางเห็นแม่หม้ายหวังขอบตาแดงเดินออกจากมุมลับตา
ทั้งสองคนพอเจอหน้ากันก็ต่างนิ่งเงียบไปพักหนึ่ง จากนั้นก็แม่หม้ายหวังก็ยิ้มให้เอ่ยขึ้นว่า “ท่านไม่ไปดูภรรยาน้องสี่หรือ”
ลู่เจียวส่ายหน้า “ข้าไม่สนใจ”
นางกล่าวจบก็จะก้าวไปในที่ลับตา แม่หม้ายหวังเองก็ไม่อยากรบกวน นางกำลังจะก้าวเดินไป ลู่เจียวพลันเรียกนางไว้
“หวังต้าฮวา พวกเรามาทำข้อแลกเปลี่ยนกันหน่อยดีไหม”
แม่หม้ายหวังชื่อเดิมว่าหวังต้าฮวา เพราะแต่งมาหมู่บ้านตระกูลเซี่ยหลายปี ผู้อื่นล้วนเรียกแม่หม้ายหวัง
ลู่เจียวเรียกชื่อนางได้เพราะเหตุจากสัญญาขายตัวฉบับนั้น
หวังต้าฮวาได้ฟังลู่เจียวเรียกก็อึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะได้สติว่าลู่เจียวเรียกนาง นางหันหน้าไปมอง “แลกเปลี่ยนอันใด”
ลู่เจียวก้าวไปถึงข้างกายแม่หม้ายหวัง หรี่เสียงให้เบาลงกล่าวว่า “เจ้าช่วยข้าเฝ้าดูคนตระกูลเซี่ยไว้ ไม่ให้พวกเขาทำอันใดที่ไม่เป็นผลดีต่อชื่อเสียงเซี่ยอวิ๋นจิ่น หากเจ้าช่วยข้าเฝ้าไว้ได้ รอไว้ท่านพ่อตาย ข้าจะคืนสัญญาขายตัวให้เจ้า พร้อมกับเงินอีกร้อยตำลึงให้เจ้าไว้ดูแลตนเองยามชรา!”
ลู่เจียวไม่เชื่อคำรับรองเซี่ยเหล่าเกิน นางรู้ว่าเซี่ยอวิ๋นจิ่นใกล้จะสอบจวี่เหรินแล้ว พอเขาเข้าเมืองหลวงไปสอบเตี่ยนซื่อ ถึงตอนนั้นเสือสิงห์กระทิงแรดตระกูลเซี่ยเหล่านี้ไม่รู้จะก่อความวุ่นวายอันใด ดังนั้นนางต้องหาคนมาช่วยนางคอยจับจ้องตระกูลเซี่ยเอาไว้
[1] สำนวนจีนหมายถึงชายรักชาย