ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 461 สะเทือนเลือนลั่น
ตอนที่ 461 สะเทือนเลือนลั่น
บนรถม้า ลู่เจียวมองหญิงใบหน้าอ่อนโยนตรงหน้า ไม่อยากให้ชีวิตนางถูกรบกวน ดังนั้นนางหันไปมองเซี่ยอวิ๋นจิ่น
“พวกเราต้องบอกนางเรื่องนี้ไหม”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นส่ายหน้า “ไม่จำเป็นต้องรบกวนชีวิตสงบสุขของนาง”
ตอนนั้นนางถูกส่งมาที่นี่ก็เพื่อให้เขาได้อยู่ตระกูลเซี่ย จะว่าไปเขาติดค้างนางด้วย ตอนนี้นางมีชีวิตที่ดีเช่นนี้ เขากลับรู้สึกว่าไม่เลว หากอยู่ตระกูลเซี่ยก็ต้องถูกกำหนดให้มีชีวิตที่ถูกทรมาน
ลู่เจียวได้ฟังเซี่ยอวิ๋นจิ่นก็โล่งอก “เช่นนั้นเจ้าจะพิสูจน์ตนเองอย่างไรว่าไม่ใช่ลูกหลานตระกูลเซี่ย”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นยิ้มมองลู่เจียว “เจียวเจียวอย่าได้ร้อนใจไป ข้าจะจัดการเรื่องพวกนี้ให้ดีเอง”
“อืม”
วันรุ่งขึ้น เซี่ยอวิ๋นจิ่นก็เชิญเซี่ยเหล่าเกินไปหมู่บ้านชีหลี่ บอกว่าจะซื้อเสื้อผ้าให้ท่านพ่อตนเองเพิ่มอีกสองชุด
เซี่ยเหล่าเกินดีใจอย่างมาก เจ้าสามนับวันยิ่งกตัญญู ดีจริงๆ
แต่พอเขาดีใจแล้วก็เริ่มคิดได้ว่าไม่อยากซื้อเสื้อผ้าเท่าไร “ให้เงินข้าก็พอ”
แววตาเซี่ยอวิ๋นจิ่นเย็นเยียบ หากไม่ใช่ว่าจะพาเขาไปพบหวังหม่านเอ๋อร์ เขาก็ขี้เกียจจะสนใจอีกฝ่าย วันๆ เอาแต่ฝันหวานว่าจะล้วงเงินจากเขาตั้งแต่เช้าจรดเย็น เพื่อเอาไปบำเรอบุตรชายคนโตของตนเอง
หากเซี่ยต้าเฉียงเป็นคนดี เซี่ยอวิ๋นจิ่นยังคิดว่าไม่เป็นไร ประเด็นก็คือพี่ชายคนโตผู้นี้ร้ายกับเขามาก
ตอนเด็กเซี่ยอวิ๋นจิ่นกับเซี่ยเอ้อร์จู้โดนเขารังแกไม่น้อย
“ท่านพ่อ อีกสองวันน้องสี่กับน้องห้าก็จะแต่งงานแล้ว ท่านพ่อเป็นบิดาก็ต้องแต่งตัวให้สมเกียรติสักหน่อย เสื้อผ้าที่ลู่เจียวซื้อให้ท่านก่อนหน้านี้ดูธรรมดาไปสักหน่อย ข้าคิดจะซื้อให้ท่านอีกสองชุด ในวันแต่งของพวกเขา ท่านพ่อไม่อยากดูมีหน้ามีตาอีกสักหน่อยหรือ”
พอเซี่ยเหล่าเกินได้ฟังก็หวั่นไหว เรื่องที่เขาชอบที่สุดก็คือให้ผู้อื่นอิจฉาเขา
“ได้ เช่นนั้นก็ไปกัน”
สองคนพ่อลูกนั่งรถม้าโจวเส้ากงไปตำบลชีหลี่ เซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่ได้พาเซี่ยเหล่าเกินไปซื้อเสื้อผ้า แต่พาเขาตรงไปหน้าร้านฆ่าหมูตระกูลหวัง
เซี่ยเหล่าเกินมีสีหน้าไม่เข้าใจ พอเห็นร้านฆ่าหมูตรงหน้าก็ยิ้มถามว่า “เจ้าสาม เจ้ามาซื้อเนื้อให้พ่อหรือ ดี ดี”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นค่อยๆ เอ่ยว่า “ท่านพ่อ ท่านดูหญิงผู้นั้นว่าเหมือนท่านแม่หรือไม่”
เซี่ยเหล่าเกินยังไม่ทันได้ตั้งสติ ก็มองตามมือเซี่ยอวิ๋นจิ่นไปที่หน้าร้านตระกูลหวัง พอมองไปก็พบว่าหญิงอายุน้อยช่วยขายเนื้ออยู่หน้าร้านตระกูลหวังเหมือนกับหร่วนซื่อไม่น้อย
เซี่ยเหล่ากินค่อยๆ หันหน้ามามองเซี่ยอวิ๋นจิ่นอย่างแทบไม่อยากจะเชื่อ “เจ้าสาม เจ้าหมายความว่าอย่างไร เจ้าอย่าได้ฟังคำพูดท่านแม่เจ้าก็คิดว่าเป็นเรื่องจริงจัง”
“เจ้าเป็นลูกหลานตระกูลเซี่ยเรา แม้ว่าเจ้าไม่เหมือนข้ากับท่านแม่เจ้า แต่เจ้าเหมือนท่านปู่เจ้า”
เซี่ยเหล่าเกินยืนยันไม่ยอมรับเรื่องนี้ บุตรชายที่เขาเลี้ยงดูเติบโตมาจะยกให้ผู้อื่นไปครองได้อย่างไร ไม่ได้ ไม่ได้
เซี่ยอวิ๋นจิ่นจ้องมองเซี่ยเหล่าเกิน กล่าวอย่างไม่รีบร้อนว่า “ท่านพ่อ ข้าสืบดูแล้ว ข้าไม่ใช่ลูกหลานตระกูลเซี่ยท่านจริงๆ แต่เป็นนาง”
เซี่ยเหล่าเกินมีสีหน้าราวกับถูกฟ้าผ่า ตกใจแทบสิ้นสติ สุดท้ายเขาส่ายหน้าปฏิเสธที่จะเชื่อความจริงเช่นนี้
“ไม่ เป็นไปไม่ได้ๆ เป็นไปได้อย่างไร บุตรชายข้าดีๆ เหตุใดจึงกลายเป็นบุตรสาวไปได้ อีกอย่าง บุตรสาวข้ามาอยู่บ้านผู้อื่นได้อย่างไร”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นมองเซี่ยเหล่าเกินเล่าว่า “เรื่องทั้งหมดน่าจะเป็นแผนการของท่านปู่ท่านย่า ในปีนั้นท่านย่าข้านำหีบไม้เข้าไปในห้องด้วย จากนั้นก็นางก็เอาทารกหญิงใส่หีบ แล้วเปลี่ยนเป็นข้าแทน”
“ตามความคิดพวกเขา พวกเขาน่าจะคิดเลี้ยงดูข้า จะรับข้าไปเลี้ยงเอง เช่นนี้ข้าก็จะไม่ต้องทุกข์ทรมานเช่นนี้ แต่คิดไม่ถึงว่าท่านแม่จะยอมให้ข้าอดตายก็ไม่ยอมยกให้ท่านปู่ท่านย่าไปเลี้ยงดู”
เซี่ยเหล่าเกินได้ฟังเซี่ยอวิ๋นจิ่นก็ส่ายหน้าสุดแรง “ไม่ เป็นไปไม่ได้ ท่านปู่ท่านย่าเจ้าอยู่ดีๆ จะทำเช่นนี้ทำไมกัน อีกอย่างหากเจ้าไม่ใช่ลูกหลานตระกูลเซี่ยข้า แล้วจะเป็นลูกหลานตระกูลใด”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นรับปากน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า “ข้าจะสืบให้ละเอียดว่าแท้จริงข้าเป็นบุตรตระกูลใด และก็จะสืบให้ได้ว่าเหตุใดท่านพ่อท่านแม่จึงทอดทิ้งข้า”
เซี่ยเหล่าเกินมองเซี่ยอวิ๋นจิ่น ในที่สุดน้ำตาก็ไหลพราก บุตรชายที่เขาเลี้ยงดูมาจนโต สุดท้ายถึงกับเป็นบุตรชายผู้อื่น เรื่องนี้คิดแล้วก็ช่างเหลวไหลสิ้นดี
แต่แม้ว่าเซี่ยเหล่าเกินคิดปฏิเสธแต่ก็แอบรู้สึกได้ว่านี่เป็นเรื่องจริง
ตระกูลเซี่ยพวกเขาไม่มีบัณฑิตเรียนหนังสือ เจ้าสามกลับฉลาดเช่นนี้ ตอนนั้นเขาเองก็แปลกใจ ตอนนี้มาคิดดูแล้วก็ไม่แปลกอันใดแล้ว
เซี่ยเหล่าเกินร่ำไห้มองเซี่ยอวิ๋นจิ่น ถามว่า “เจ้าคิดไปจากตระกูลเซี่ยเราหรือ”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นส่ายหน้า มองเซี่ยเหล่าเกินด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ข้าจะไม่ไปจากตระกูลเซี่ยในตอนนี้ ที่ข้าบอกท่านพ่อเรื่องนี้ก็เพราะอยากให้ท่านรู้ว่าข้าไม่ใช่ลูกหลานตระกูลเซี่ย ข้ากับเซี่ยต้าเฉียง เซี่ยอวิ๋นหวาและเซี่ยหลานไม่ได้เกี่ยวข้องอันใดกันแม้แต่น้อย ท่านต้องเฝ้าดูพวกเขาให้ดี อย่าให้ทำเรื่องไม่ดีเป็นอันขาด ถึงตอนนั้นหากทำให้ข้าโมโห ข้าไม่เพียงแต่จะไม่ไว้น้ำใจ แต่จะประกาศสถานะข้าให้เป็นที่รู้กันอีกด้วย”
“แน่นอนว่า หากท่านพ่อคุมพวกเซี่ยต้าเฉียง เซี่ยอวิ๋นหวาไว้ได้ ข้าก็จะยังเป็นลูกหลานตระกูลเซี่ย บางทีชีวิตนี้ก็จะเป็นบุตรชายท่านพ่อตลอดไป กตัญญูต่อท่านพ่อไม่น้อยลงกว่าเดิม ท่านพ่อยังคงเป็นท่านพ่อที่ผู้อื่นต้องอิจฉา”
เซี่ยเหล่าเกินได้ยินดังนี้จะมีอันใดไม่เข้าใจอีก
เซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่อยากให้เซี่ยต้าเฉียงกับเซี่ยอวิ๋นหวาและเซี่ยหลานแอบอ้างบารมีเขา ดังนั้นจึงได้เปิดเผยเรื่องที่เขาไม่ใช่ลูกหลานตระกูลเซี่ย
เซี่ยเหล่าเกินมองเซี่ยอวิ๋นจิ่นด้วยสีหน้าเจ็บปวด “เจ้าสามเอ๊ย แม้ว่าพวกเขาไม่ใช่พี่น้องเจ้า แต่ก็เติบโตมาด้วยกันแต่เล็ก เจ้าอย่าได้แล้งน้ำใจเช่นนี้”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นเสียดสีเซี่ยเหล่าเกินขึ้นทันที “ข้าอยากถามท่านพ่อว่าแท้จริงผู้ใดที่แล้งน้ำใจ หากข้าแล้งน้ำใจ เหตุใดข้าจึงยอมช่วยพี่รอง แต่กลับไม่ยอมช่วยเซี่ยต้าเฉียง”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกล่าวจบก็ไม่คิดจะกล่าววาจามากความกับเซี่ยเหล่าเกินต่อ มองเซี่ยเหล่าเกินพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า “ข้าขอบอกท่านพ่อว่า เรื่องนี้ไม่ใช่การหารือกับท่าน แต่ให้ท่านพ่อเลือก หนึ่ง วันหน้าท่านพ่อต้องคุมเซี่ยต้าเฉียงกับเซี่ยอวิ๋นหวาให้อยู่ สอง ให้ข้าประกาศสถานะตอนนี้ว่าข้าไม่ใช่ลูกหลานตระกูลเซี่ย”
เซี่ยเหล่าเกินย่อมไม่ต้องคิดมากอันใด เขารีบรับปากทันที “อย่านะ ข้าจะคุมพวกเขาไม่ให้ไปหาเรื่องเจ้า ข้าเข้าใจความหมายเจ้าแล้ว”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นมองเซี่ยเหล่าเกินอย่างพึงพอใจ ยิ้มกล่าวว่า “แม้ว่าข้าไม่ใช่ลูกหลานตระกูลเซี่ย แต่ก็เติบโตในตระกูลเซี่ย บุญคุณท่านพ่อ ข้ายังคงจดจำไว้ ดังนั้นท่านพ่อ พวกเราไปซื้อเสื้อผ้ากันเถอะ”
เซี่ยเหล่าเกินยืนตัวแข็งทื่อเป็นท่อนไม้ไปในบัดดล พริบตาเดียว บุตรชายก็ไม่ใช่บุตรชายแล้ว เขาจะดีใจได้อย่างไร
เซี่ยอวิ๋นจิ่นทำตามที่พูดก่อนหน้านี้ พาเซี่ยเหล่าเกินไปซื้อเสื้อผ้าอย่างดีสองชุด ยังซื้อสุราอย่างดีให้เขาอีกสองไห
แต่เซี่ยเหล่าเกินจะดีใจได้อย่างไรกัน
เซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่สนใจว่าเขาจะดีใจหรือไม่ สั่งการให้โจวเส้ากงพากลับ โจวเส้ากงทำตามคำสั่งขับรถม้ากลับตระกูลเซี่ย
ตลอดทางมา เซี่ยเหล่าเกินยังคงพล่ามไม่หยุด “เจ้าสามเอ๊ย แม้ว่าก่อนหน้านี้พี่ใหญ่กับเจ้าสี่จะไม่ดี แต่อย่างไรก็เติบโตมาพร้อมกับเจ้า วันหน้าหากเจ้ามีใช้ ก็ช่วยพวกเขาสักหน่อยเถอะนะ พวกเขาจะไม่ลืมบุญคุณเจ้าอย่างแน่นอน”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นได้แต่แค่นเสียงเยาะ “ท่านพ่อช่างคิดเสียจริง ข้าขอบอกอีกครั้ง วันหน้าเซี่ยต้าเฉียงกับเซี่ยอวิ๋นหวาไม่ใช่พี่น้องข้า ดังนั้นข้าจะไม่ช่วยพวกเขา ท่านพ่อต้องจดจำไว้ให้มั่น หากวันหน้าพวกเขากล้ามาแอบอ้างชื่อข้าไปทำอันใด ข้าก็จะประกาศสถานะข้าทันทีว่าไม่ได้เกี่ยวข้องอันใดกับตระกูลเซี่ยแม้แต่น้อย”
เซี่ยเหล่าเกินรู้สึกหนาวยะเยือกขึ้นมาทันที รีบรับปากว่า “ข้ารู้แล้ว ข้ารู้แล้ว”