ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 475 ราวกับเทพยดาช่วยเหลือ
ตอนที่ 475 ราวกับเทพยดาช่วยเหลือ
ลู่กุ้ยคิดจริงจังอยู่ครู่หนึ่งก็กล่าวว่า “พี่เจียว ข้าก็อยากแต่ง เพียงแต่รู้สึกว่า…..”
ลู่กุ้ยยังกล่าวไม่ทันจบ สวีโต้วก็รับคำอย่างตื่นเต้นยินดี “ยินยอมก็ดี ยินยอมก็ดี เรื่องนี้ก็ตกลงกันเช่นนี้แล้ว”
นางกล่าวจบก็มองลู่เจียวอย่างตื้นตันใจ “นี่ช่างเป็นเรื่องมงคลเสียจริง”
ลู่เจียวจะทำอย่างไรได้ ได้แต่เผยรอยยิ้ม แต่ไรมานางไม่เคยพบเห็นแม่ยายกระตือรือร้นเช่นนี้ อย่างไรก็ควรจะเก็บงำเอาไว้บ้าง
แต่ลู่เจียวมองออกว่า ลู่กุ้ยไม่ได้รังเกียจจิ่นซิ่ว ถึงกับยังรู้สึกรักและทะนุถนอมนาง
กล่าวตามตรง แต่งงานย่อมอยากแต่งกับชายที่ทะนุถนอมตนเอง ไม่อยากแต่งกับชายที่เลื่อมใสตนเอง
แต่งกับชายที่ทะนุถนอมตนเอง ฝ่ายชายย่อมมีสัญชาตญาณรักเจ้า แต่งกับผู้ชายที่เลื่อมใสเจ้า เขาก็จะยกย่องเคารพเจ้า เห็นเจ้าเป็นภรรยาเอก รอไว้สถานะความเป็นอยู่ดี เขาก็จะไปหาหญิงสาวที่เขาต้องการรักและทะนุถนอม
ลู่เจียวไม่รู้ว่าวันหน้าลู่กุ้ยจะกลายเป็นคนเช่นซูต้าไห่หรือไม่ แต่ตอนนี้เขาแต่งหญิงที่รักและทะนุถนอมนาง นับว่าดีมาก
“เช่นนั้นก็ตกลงกันเช่นนี้ เจ้ากลับไปหมู่บ้านซิ่งฮวา ไปบอกกับท่านแม่ ให้ท่านแม่มาอำเภอหารือเรื่องนี้กับพี่สวี มาตกลงเรื่องแต่งงานของเจ้าทั้งสองคนไว้ก่อน รอให้จิ่นซิ่วอายุสิบหก พวกเจ้าทั้งสองคนค่อยแต่งงานกัน เจ้าคิดว่าเรื่องนี้เป็นอย่างไรบ้าง”
สุดท้ายลู่กุ้ยก็เห็นด้วย “ทำตามพี่เจียวว่าก็แล้วกัน”
ลู่เจียวมองลู่กุ้ยกล่าวอย่างคร่งขรึม “วันนี้เจ้ายินยอมพร้อมใจจะแต่งกับจิ่นซิ่วด้วยตนเอง ในเมื่อ ยินยอมพร้อมใจจะแต่งกับนางด้วยตนเองนาง วันหน้าอย่าได้เป็นชายไร้คุณธรรมคิดรับอนุ หากให้ข้ารู้ว่าเจ้ากล้ารับอนุ ข้าจะให้คนหักขาสุนัขของเจ้าทิ้ง จำไว้ ปฏิบัติต่อจิ่นซิ่วให้ดี”
ลู่กุ้ยมองลู่เจียวอย่างรู้สึกเขิน กระซิบกระซาบว่า “พี่เจียว ข้ารู้แล้ว ข้าไม่มีทางรับอนุเลียนแบบผู้อื่นเป็นแน่”
“จำคำเจ้าไว้ให้ดี”
ลู่เจียวหันไปมองสวีโต้ว “แม้ว่าข้าไม่กล้ารับรองวันหน้า แต่วันหน้าหากลู่กุ้ยไปถึงขั้นนั้นจริง ข้ากับท่านแม่ข้าจะยืนข้างจิ่นซิ่ว ดังนั้นพี่สวีอย่าได้เป็นห่วง”
สวีโต้วขอบตาแดง เหตุใดนางยืนกรานให้บุตรสาวแต่งกับลู่กุ้ย ก็เพราะนางได้ยินเหนียงจื่อเคยบอกว่า นางไม่ชอบผู้ชายรับอนุ ในเมื่อนางไม่ชอบผู้ชายรับอนุ ก็ย่อมไม่ชอบให้น้องชายตนเองรับอนุ
จิ่นซิ่วแต่งกับลู่กุ้ย ประการแรกจะได้รับการสนับสนุนจากพี่สาวสามี ลู่กุ้ยเชื่อฟังลู่เจียวเพียงนี้ จิ่นซิ่วก็มีหลักประกันเพิ่มมาหนึ่ง วันหน้าคงไม่เดินไปสู่ความเลวร้ายเช่นนาง
ลู่เจียวไม่รู้ความคิดสวีโต้ว นางกล่าวกับสวีโต้วจบก็พลันคิดถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมา “หากจิ่นซิ่วแต่งกับน้องชายข้าจริง เช่นนั้นข้าก็ไม่อาจเรียกท่านว่าพี่แล้ว วันหน้าก็เรียกว่าท่านน้า?”
ลู่เจียวกล่าวจบ ทั้งสองคนก็อึ้งไปทันที จากนั้นก็หัวเราะดังขึ้นพร้อมกัน
ลู่เจียวพาลู่กุ้ยกลับถึงตระกูลเซี่ย ก็รีบสั่งการหลินต้าให้ส่งลู่กุ้ยกลับหมู่บ้านซิ่งฮวา
ตอนเที่ยง เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ในตระกูลเซี่ยก็รู้เรื่องลู่กุ้ยต้องตาต้องใจสวีจิ่นซิ่วบุตรสาวสวีโต้ว
ก่อนหน้านี้เซี่ยอวิ๋นจิ่นก็เดาได้แล้ว ดังนั้นสีหน้าจึงปกติ แต่เจ้าหนูน้อยทั้งสี่กลับตกใจอย่างมาก
“ท่านแม่ พี่จิ่นซิ่วจะมาเป็นน้าสะใภ้พวกเราหรือ”
“เช่นนั้น พวกเราก็เรียกนางว่าพี่ หรือว่าน้าสะใภ้กัน”
“นางยังไม่ได้แต่งกับน้าเล็กเรา ตอนนี้ไม่อาจเรียกน้าสะใภ้ ควรเรียกท่านน้า”
ซื่อเป่ายิ้มตาหยีมองลู่เจียว “ท่านแม่ น้าเล็กจะแต่งงานแล้วหรือ”
ลู่เจียวองเจ้าหนูน้อยทั้งสี่อย่างนึกขำ “ไม่ได้เร็วขนาดนั้น ปีหน้าจึงจะแต่ง”
ลู่เจียวกล่าวจบหันไปมองเฝิงจือข้าง ๆ อยากดูสีหน้าเฝิงจือว่าจะไม่พอใจหรือไม่ ปรากฏเห็นสีหน้าเฝิงจือนิ่งเรียบ ดูท่านางไม่ได้คิดอันใดกับลู่กุ้ยแม้แต่น้อย ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็แล้วไป
เถียนซื่อมาเร็วมาก ค่ำวันนี้ก็มาถึง นอกจากเถียนซื่อ ลู่ต้าเหนียนก็ตามเถียนซื่อมาด้วย
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวออกไปรับลู่ต้าเหนียนและเถียนซื่อเข้ามาในบ้านตระกูลเซี่ยด้วยตนเอง
ทั้งชีวิตของลู่ต้าเหนียนไม่เคยออกจากตำบลชีหลี่ ดังนั้นมาถึงที่นี่ก็รู้สึกตื่นเต้น แต่เถียนซื่อกลับดูสงบนิ่งกว่ามาก แต่แม้เป็นเช่นนี้ก็ยังแปลกใจกับบุตรสาว นางถึงกับซื้อสถานที่ใหญ่เช่นนี้ ใหญ่กว่าบ้านนางอีก ดูท่าข่าวลือเป็นจริง บุตรสาวหาเงินได้ไม่น้อยจริงๆ
เถียนซื่อได้แต่ทอดถอนใจอีกครั้ง บุตรสาวตนเองไม่ธรรมดา ทันทีที่เปิดปัญญาชาญฉลาด ก็เก่งกาจราวกับมีเทพยดาคอยช่วยเหลือ
เถียนซื่อคิดพลางยื่นมือไปกุมมือลู่เจียว “เจียวเจียว ดูท่าชีวิตเจ้าไม่เลว ครั้งนี้แม่ได้เห็นแล้วก็วางใจแล้ว”
ลู่เจียวยิ้มกล่าวกับเถียนซื่อว่า “ท่านแม่มาแล้วก็อยู่พักหลายวันหน่อย”
“ได้ มาครั้งนี้จะจัดการเรื่องลู่กุ้ยกับหญิงสาวผู้นั้นให้เรียบร้อยก่อน แม่จึงจะวางใจ”
ลู่เจียวพยักหน้า “วันนี้เย็นแล้ว พรุ่งนี้เช้าข้าพาท่านพ่อกับท่านแม่ไปพบพี่สวีหารือเรื่องแต่งงาน”
เถียนซื่อพยักหน้า จากนั้นก็หันหน้าไปหาเซี่ยอวิ๋นจิ่นกล่าวว่า “ลูกเขยไม่ต้องมาอยู่เป็นเพื่อนพวกเรา ตอนนี้เรื่องสำคัญที่สุดของเจ้าก็คือทบทวนตำรา เรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องก็อย่าได้รบกวนถึงเจ้า”
“ขอบคุณท่านแม่ ข้าจะจดจำไว้ ท่านแม่วางใจได้”
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่เห็นเถียนซื่อกับลู่ต้าเหนียนก็ดีใจมาก ดึงมือทั้งสองคนมากุมไว้อย่างกระตือรือร้น
“ท่านยาย ท่านตา พวกท่านมาแล้วก็อย่าได้รีบร้อนกลับ พวกเราพาพวกท่านไปเที่ยวตลาด ที่ตลาดคึกคักมาก ของกินของเล่นมีหมดทุกอย่าง”
“ได้สิ ท่านตาท่านยายก็รอพวกเจ้าพาพวกเราไปเดินตลาด”
“ขอรับ”
ทุกคนคุยกันเบิกบานใจ ลู่เจียวสั่งการเฝิงจือไปบอกฮวาเสิ่นที่ห้องครัวว่าวันนี้ให้เตรียมอาหารหลายอย่าง
เถียนซื่อได้ยินก็รีบหันไปบอกลู่เจียวว่า “อย่าได้ทำเยอะอย่างนั้น กินไม่หมด สิ้นเปลือง แม่กับพ่อเจ้าก็คนกันเอง ไม่ต้องเกรงใจเช่นนั้น”
ลู่เจียวรีบยิ้มกล่าวว่า “ไม่สิ้นเปลืองเท่าไร พวกเรากินไม่หมด คนรับใช้ในบ้านก็กินได้ ไม่สิ้นเปลือง”
เฝิงจือรีบยิ้มรับคำว่า “พวกบ่าวรู้สึกอยากกินแล้ว รอเหนียงจื่อทำกับข้าวมากอีกหน่อย พวกเราก็จะได้กินให้หายอยาก”
เถียนซื่ออดมองเฝิงจือไม่ได้ นางรู้ว่าคนที่บุตรชายต้องตาต้องใจคนแรกก็คือหญิงสาวที่ชื่อเฝิงจือ
แต่เถียนซื่อมองแล้วก็ทอดถอนใจ หญิงสาวผู้นี้ไม่เพียงแต่หน้าตางดงาม ยังรู้จักพูดจา วาจากิริยาท่าทางก็มีมารยาทอย่างยิ่ง แต่คนเช่นนี้ไม่เหมาะกับบุตรชายของนางจริงๆ บุตรชายนางเป็นแค่ชายบ้านนาคนหนึ่ง
“เช่นนั้นก็เพิ่มกับข้าวให้ทุกคน”
ลู่เจียวยิ้มมองเฝิงจือ “ได้ยินคำพูดท่านแม่ข้าแล้วหรือยัง เพิ่มกับข้าวให้ทุกคนอีกสองอย่าง”
“เจ้าค่ะ เหนียงจื่อ”
เฝิงจือรีบออกไปจัดการเรื่องนี้ด้วยความดีใจ
ลู่เจียวเดินไปดึงเถียนซื่อมาคุย ทั้งสองคนคุยเรื่องลู่กุ้ยกับจิ่นซิ่ว
เซี่ยอวิ๋นจิ่นด้านหลังเป็นเพื่อนคุยอยู่กับลู่ต้าเหนียน เรื่องที่คุยส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องจิปาถะในครอบครัว สอนการทำเต้าหู้ให้พี่ใหญ่กับสะใภ้ใหญ่ไปแล้ว วันหน้าพวกเขาออกจากบ้าน ก็มีทั้งคู่ทำหน้าที่ต่อ ที่บ้านนอกจากเต้าหู้ ตอนนี้ยังปลูกสมุนไพร สรุปชีวิตที่บ้านตอนนี้ดีขึ้นเรื่อยๆ หลายวันนี้ยังเตรียมจะสร้างบ้านด้วยอิฐชิงจวน แต่หาอิฐชิงจวนไม่ได้
พอลู่ต้าเหนียนกล่าว เซี่ยอวิ๋นจิ่นก็แสดงท่าทีจะช่วยพวกเขาสร้างบ้านอิฐชิงจวน
เถียนซื่อได้ยินคำเซี่ยอวิ๋นจิ่นก็รีบหันหน้าไปขอบคุณเขา “ขอบคุณลูกเขยแล้ว”