ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 476 รถม้าชนคน
ตอนที่ 476 รถม้าชนคน
เซี่ยอวิ๋นจิ่นยิ้มกล่าวว่า “ท่านแม่ ไม่ต้องเกรงใจข้า ล้วนคนกันเอง”
เถียนซื่อมองเซี่ยอวิ๋นจิ่น ยิ่งมองก็ยิ่งพึงพอใจ นางมองออกว่าลูกเขยเห็นพวกนางเป็นคนกันเองจริงๆ แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเขารักบุตรสาวนางมาก คิดจะใช้ชีวิตร่วมกับบุตรสาวนาง
เถียนซื่ออารมณ์ดีอย่างไม่อาจบรรยาย ตอนนี้เรื่องที่ติดอยู่ในใจของนางสมหวังแล้ว บุตรชายและสะใภ้ต่างมีชีวิตที่ดี ตอนนี้บุตรสาวกับลูกเขยก็ดี ลู่กุ้ยก็กำลังจะหมั้นหมายแล้ว ความปรารถนาของนางก็บรรลุหมดแล้ว
วันรุ่งขึ้นหลังจากกินอาหารเช้า ลู่เจียวก็พาเถียนซื่อไปร้านน้ำมันพบกับสวีโต้ว สองตระกูลก็บรรลุข้อตกลงเรื่องการหมั้น ความจริงสองตระกูลก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับรายละเอียดเรื่องการหมั้นครั้งนี้สักเท่าไร ล้วนเป็นชาวหมู่บ้าน ไม่ได้มีธรรมเนียมมากมายนัก สวีโต้วไม่ถือสามากความ ทำให้เถียนซื่อรู้สึกซาบซึ้งมาก
นางกล่าวกับลู่กุ้ยในตอนนั้นทันทีว่า “ลู่กุ้ยเอ๊ย วันหน้าเจ้าใช้ชีวิตในอำเภอ แม่กับท่านพ่อเจ้าก็ไม่ได้มาอยู่กับเจ้า พวกเจ้าสองสามีภรรยาก็มีหลายเรื่องที่ยังไม่เข้าใจ ดังนั้นวันหน้าก็ให้แม่ยายเจ้ามาอยู่กับเจ้า จะได้คอยช่วยเหลือพวกเจ้าอีกแรง”
วาจาเถียนซื่อทำเอาสวีโต้วกับสวีจิ่นซิ่วรู้สึกซาบซึ้งใจขึ้นมาในทันที สวีโต้วยื่นมือไปกุมมือเถียนซื่อไว้ กล่าวอย่างซาบซึ้งใจว่า “ขอบคุณพี่มาก ขอบคุณ”
นางดีใจแทนบุตรสาวที่มีแม่สามีกับพี่สามีที่เข้าใจบุตรสาวนางเช่นนี้ เป็นดังวาสนาที่ร่วงหล่นใส่นางจริงๆ นางดีใจมาก
“เรื่องนี้ก็จัดการตามนี้ ส่วนข้าก็ขอกลับบ้านไปสร้างบ้านอิฐชิงจวนก่อน รอไว้บ้านเสร็จก็จะให้พวกเขาหมั้นหมาย รอให้จิ่นซิ่วโตอีกหน่อยค่อยแต่ง”
สวีโต้วไม่ได้คัดค้าน “แล้วแต่พี่จัดการได้เลย”
เรื่องนี้จึงตัดสินใจกันเช่นนี้
เถียนซื่อจัดการเรื่องนี้เสร็จก็รีบร้อนจะกลับบ้านไปสร้างบ้านอิฐชิงจวน แม้ว่าลู่กุ้ยไม่ได้พักที่บ้านนี้ วันหน้าล้วนเป็นของบุตรชายคนโต แต่บุตรชายคนเล็กหมั้นหมายแต่งงานก็ต้องจัดงานที่บ้าน
ตอนบ่ายวันนั้นเถียนซื่อก็จะกลับ เจ้าหนูน้อยทั้งสี่กอดพวกเขาไว้อย่างอาลัย
“ท่านยาย ท่านบอกว่าจะอยู่บ้านข้าหลายวันไม่ใช่หรือ เหตุใดจะกลับแล้วเล่า พวกเราไม่ให้ท่านยายไป”
“ท่านยาย ท่านยายไม่ได้บอกว่าจะไปเดินตลาดหรือ พวกเรายังไม่ได้พาพวกท่านไปเดินตลาดเลย ใช่แล้ว พวกเรามีเงิน เลี้ยงขนมและซื้อของให้พวกท่านได้ด้วย”
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่ฉลองปีใหม่ได้เงินมาไม่น้อย ก่อนหน้านี้พวกเขาสี่คนก็หารือกันแล้วว่าจะเอาเงินมาซื้อของและเลี้ยงเถียนซื่อกับลู่ต้าเหนียน ปรากฏยังไม่ได้ทำ เถียนซื่อก็จะกลับแล้ว
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่ไม่ยอม กอดพวกเขาไว้แน่น ดึงดันไม่ให้พวกเขากลับ
เถียนซื่อเห็นเจ้าหนูน้อยทั้งสี่เช่นนี้ก็ตัดใจกลับไม่ได้ แต่ตอนนี้เรื่องของบุตรชายเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เรื่องแต่งงานของลู่กุ้ยเสร็จแล้ว นางก็ไม่มีเรื่องกลุ้มใจ วันหน้าคิดมาพักบ้านบุตรสาวกับเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ก็ทำได้แล้ว
เถียนซื่อยองตัวลงนั่งปลอบใจเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ “เดิมยายก็คิดจะอยู่หลายวันหน่อย แต่น้าเล็กเจ้าจะแต่งงาน ยายต้องกลับไปจัดการรื้อบ้านเก่าสร้างบ้านใหม่ ตอนน้าเล็กแต่งงาน พวกเจ้าก็จะได้มีที่ทางอยู่ ครั้งนี้ยายจะสร้างหลายๆ ห้อง วันหน้าพวกเจ้ากลับมาก็มีที่พักแล้ว”
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่เม้มปากแน่น สุดท้ายก็ยอมปล่อยเถียนซื่อไป แต่ก็ยังกล่าวกับเถียนซื่อจริงจังว่า “ท่านยาย รอให้น้าเล็กหมั้นหมายแต่งงานแล้วค่อยมาอีก พวกเราพาท่านยายไปเดินตลาด ซื้อของกินให้ท่านยาย”
“พวกเราเก็บเงินรอท่านยายมา ถึงตอนนั้นจะซื้อของให้พวกท่าน”
เถียนซื่อหอมแก้มเจ้าหนูน้อยทั้งสี่อย่างดีใจ แทบจะตัดใจลุกขึ้นยืนไม่ได้
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวส่งเถียนซื่อกับลู่ต้าเหนียนขึ้นรถม้า บนรถมีของที่ลู่เจียวให้คนเตรียมไว้มากมาย
เถียนซื่อเห็นแล้วก็ไม่พอใจทันที ตำหนิลู่เจียวว่า “ครั้งหน้าอย่าได้ซื้อของมากมายเช่นนี้อีก เจ้าเก็บเงินไว้เลี้ยงดูเด็กๆ ตอนนี้ข้ากับท่านพ่อเจ้าไม่ขาดแคลนเงินทอง พี่ชายเจ้ากับพี่สะใภ้ดีกับพวกเรามาก”
ลู่ต้าเหนียนข้างๆ ก็พยักหน้า “แม่เจ้าพูดถูก”
ตอนนี้ลู่ต้าเหนียนกลายเป็นชายเกรงภรรยาแล้ว ภรรยาว่าอย่างไรก็ถูกต้อง นางอบรมสั่งสอนลูกได้ไม่เลว โดยเฉพาะบุตรสาว เมื่อก่อนเขามักรู้สึกว่าภรรยาเขาเอาใจบุตรสาวมากเกินไป ปรากฏตอนนี้ บุตรสาวไม่เพียงแต่มีอนาคต ยังกตัญญูต่อพวกเขา
ดังนั้นเขาจึงรู้สึกว่าโชคดีที่แต่งภรรยาดี วันหน้าภรรยาว่าอย่างไรก็อย่างนั้น เขาเชื่อฟังภรรยาทั้งหมด
หลับจากเถียนซื่อกลับไป ตระกูลเซี่ยก็เข้าสู่สภาวะปกติ เซี่ยอวิ๋นจิ่นไปอ่านตำราที่สำนักศึกษา เจ้าหนูน้อยทั้งสี่เรียนหนังสือ นอกจากเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ พวกจ้าวอวี้หลัวกับหันตงเซิ่งก็มาเรียนที่ตระกูลเซี่ย เด็กๆ มีคนมาเล่นด้วย ที่บ้านก็ครึกครื้นมาก
ตอนนี้ตระกูลเซี่ยได้เซียวซานมาเป็นพ่อบ้านตระกูลเซี่ยอย่างเป็นทางการแล้ว เขามีความสามารถอย่างมาก พอเข้ารับตำแหน่งก็จัดการเรื่องทุกอย่างทั้งในและนอกบ้านได้เรียบร้อยดี ไม่ต้องให้ลู่เจียวมาคอยเป็นห่วงแม้แต่น้อย
ลู่กุ้ยเริ่มมองหาที่ทำร้านอาหารในอำเภอชิงเหอแล้ว นี่เป็นเรื่องที่ลู่เจียวจัดการให้เขา ด้วยความสามารถเขา ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะการจัดการร้านอาหาร
ลู่เจียวอยู่บ้านไม่มีอันใดทำก็จะคิดค้นสินค้าแปลกใหม่ให้กับร้านค้าสินค้าแปลก จากนั้นก็ไปหอยาเป่าเหอรักษาผู้ป่วย
วันนี้นางนั่งรักษาอยู่ที่หอยาเป่าเหอได้ครึ่งค่อนวัน พอสายแล้วก็ลุกขึ้นเตรียมกลับบ้าน
ไม่คาดคิดว่า นอกประตูหอยาเป่าเหอ หลินตงประคองหญิงชราร่างผอมผมขาวเข้ามาอย่างรีบร้อน พอเข้ามาก็บอกลู่เจียวว่า “เหนียงจื่อรีบตรวจดูอาการให้เหล่าไท่ไท่ผู้นี้ด้วย นางเป็นอันใดไหม”
ลู่เจียวตกใจมองพวกเซี่ยอวิ๋นจิ่นที่ตามหลินตงเข้ามา ถามขึ้นว่า “เกิดอันใดขึ้น”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นรีบกล่าวทันทีว่า “ตอนรถม้าพวกเราออกจากสำนักศึกษาก็ชนเข้ากับคนผู้นี้”
เขากล่าวจบก็เดินมาถึงข้างกายลู่เจียว กระซิบว่า “ท่านนี้ก็คือมารดาหม้ายของหลี่เหวินปิน เซี่ยเหล่าไท่ไท่”
ลู่เจียวเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ นางมองเซี่ยเหล่าไท่ไท่ที่หลินตงประคองอยู่
นาทีแรกที่นางได้เห็นเซี่ยเหล่าไท่ไท่ สิ่งที่นางคิดก็คือนางบังเอิญถูกรถม้าเซี่ยอวิ๋นจิ่นชนหรือว่าจงใจให้ชน นางรู้ไหมว่าหลี่เหวินปินบุตรชายนางถูกถอดจากตำแหน่งซิ่วไฉ ส่งไปใช้แรงงานที่ชายแดนทางตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นเพราะเรื่องที่ทำร้ายเซี่ยอวิ๋นจิ่น
จากความเข้าใจของนาง หญิงหม้ายเลี้ยงลูกล้วนต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อบุตรชายตน ตอนนี้บุตรชายเป็นเช่นนี้ ผู้เป็นมารดาจะไม่โกรธแค้นกล่าวโทษผู้อื่นหรือ
ลู่เจียวมองเซี่ยเหล่าไท่ไท่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย “เหล่าไท่ไท่รีบมาทางนี้ ข้าจะตรวจให้ท่านว่าได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่”
ความจริงตามหลักการแล้ว เซี่ยเหล่าไท่ไท่ไม่น่าจะแก่ชราเพียงนี้ ก็ไม่รู้ว่าเพราะเรื่องของหลี่เหวินปิน สร้างความกระทบกระเทือนจิตใจให้นางหรือว่าทำงานหนักมานาน ทำให้หญิงผู้นี้ดูชราภาพอย่างมาก ราวกับหญิงแก่ชราไร้ซึ่งเรี่ยวแรง
ไม่เพียงแต่สภาพภายนอกแก่ชรา แม้แต่ร่างกายนางก็ยังสั่นเทาไม่หยุด
สภาพของนางทำให้คนเห็นแล้วก็อดสงสารไม่ได้ คนไม่น้อยในหอยาเป่าเหอกำลังมองนาง
ลู่เจียวมองเซี่ยเหล่าไท่ไท่ นางกลับมองไม่เหมือนกับที่ผู้อื่นมองเซี่ยเหล่าไท่ไท่ด้วยความเห็นใจ แต่นางอยากดูว่าเซี่ยเหล่าไท่ไท่มีท่าทีโกรธแค้นเซี่ยอวิ๋นจิ่นหรือไม่
แต่ดูท่าแล้วไม่มี เหล่าไท่ไท่ไม่มีทีท่าโกรธแค้น เห็นนางเดินเข้ามาด้วยท่าทางน่าสงสาร ลู่เจียวก็ยื่นมือออกไปตรวจ
มือผอมแห้งไม่มีเนื้อหนังราวกับอุ้งตีนไก่