ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 481 ตาสุนัขดูแคลนผู้อื่น
ตอนที่ 481 ตาสุนัขดูแคลนผู้อื่น
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่เม้มปากยิ้มกล่าวว่า “พวกเราต้องเรียนหนังสือ วันนี้ก็ไม่ใช่ว่ามาเล่นกับน้าเถียนแล้วหรือ”
“เช่นนั้นพวกเจ้าคิดถึงน้าบ้างหรือไม่”
“คิดถึงสิขอรับ”
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่กลัวเถียนฮวนจะบีบแก้มพวกเขาก็รีบแสดงท่าทีว่าคิดถึงนาง
เถียนฮวนชอบเจ้าหนูน้อยทั้งสี่มากจริงๆ จ้องไม่หยุดแทบจะอุ้มกลับไปเลี้ยงที่บ้าน
นางหันไปมองเถียนจิ้นอานน้องชายนางด้านหลังกล่าวว่า “น้องพี่ รีบมาดูเร็ว เจ้าหนูน้อยทั้งสี่น่ารักและงดงามมากใช่ไหม ตอนนี้เจ้าหายป่วยแล้วก็รีบแต่งภรรยา พี่สาวเชื่อว่าเจ้าจะให้กำเนิดบุตรที่น่ารักงดงามเช่นเดียวกับเจ้าหนูน้อยทั้งสี่”
เถียนจิ้นอานเดินมา แววตาที่ดูไร้เดียงสาตอนนี้กระจ่างใส เขายิ้มบางพลางกล่าวว่า “พี่ฮวน พี่ชอบเด็กขนาดนี้ก็รีบแต่งเเล้วก็มีลูกสักสองสามคน วันหน้าตระกูลเถียนมีข้าแล้ว”
เพราะเขาป่วยทำให้พี่สาวไม่ได้แต่งงานออกเรือนเหมือนบุตรสาวตระกูลอื่น เขารู้สึกเสียใจมาก ดังนั้นวันหน้าเขาจะต้องรับภาระตระกูลเถียน ให้พี่สาวได้แต่งงานอย่างสบายใจ
เถียนฮวนได้ฟังเถียนจิ้นอานก็หัวเราะดังลั่น ยิ้มกล่าวว่า “ข้าให้เจ้าแต่งน้องสะใภ้ เจ้าว่าอะไรข้านะ”
เถียนจิ้นอานยิ้มกล่าวว่า “พี่ฮวนโตกว่าข้า ที่ควรแต่งก็ควรเป็นพี่ฮวนออกเรือนก่อนถึงจะถูก”
เถียนจิ้นอานเพิ่งกล่าวจบ ก็มีเสียงรับคำด้านหลังดังขึ้น “ผู้ใดออกเรือน”
ทุกคนหันไปมองพบว่าคนที่มาถึงเป็นจ้าวหลิงเฟิง เขาจูงมือจ้าวอวี้หลัวบุตรสาวเดินเข้ามา
พอจ้าวอวี้หลัวเห็นเอ้อร์เป่าก็ดิ้นรนจากมือบิดา วิ่งมาหาเอ้อร์เป่าทันที
“เอ้อร์เป่า เจ้ามาแล้ว พวกเรามาด้วยกัน”
ใบหน้าจ้าวหลิงเฟิงราวกับมีแสงสีดำพาดผ่าน มองบุตรสาวตนเอง เขายังบอกว่าระยะนี้บุตรสาวรู้ความมาก รู้จักรักบิดา ที่แท้เขาก็ยังอยู่หลังเอ้อร์เป่า
คนตระกูลเซี่ยกับคนตระกูลเถียนเห็นปฏิกิริยาสองพ่อลูกตระกูลจ้าวก็อดหัวเราะไม่ได้ เถียนฮวนหัวเราะดังที่สุด ล้วนเป็นเสียงหัวเราะแบบรู้สึกสาแก่ใจยิ่งนัก
จ้าวหลิงเฟิงรีบแก้ลำ “ที่เมื่อครู่บอกว่าจะออกเรือนก็คือเจ้าสินะ”
เพราะสมองเถียนจิ้นอาน เถียนฮวนจึงต้องออกหน้าจัดการกิจการการค้าตระกูลเถียนแทนบิดาผู้แก่ชรา เดิมตระกูลเถียนก็เตรียมตัวไว้แล้วว่า หากเถียนจิ้นอานไม่หาย เถียนฮวนก็จะแต่งบุตรเขยเข้าตระกูล
ตอนนี้เถียนจิ้นอานหายแล้ว เถียนฮวนย่อมออกเรือนได้แล้ว
เพราะสมองเถียนจิ้นอาน จึงทำให้เถียนฮวนเสียเวลาไปหลายปี ตอนนี้นางยี่สิบแล้ว และยังเป็นวิชายุทธ์ แค่พูดจาไม่เข้าหูก็ลงมือลงไม้ ย่อมไม่มีผู้ใดกล้าแต่งกับนางเช่นนี้
คนตระกูลเถียนและเถียนฮวนเองก็เข้าใจเรื่องนี้ดี ดังนั้นเห็นชัดว่าคำพูดจ้าวหลิงเฟิงกล่าวทั้งที่รู้อยู่
เถียนฮวนหันหน้าไปจ้องมองจ้าวหลิงเฟิงอย่างโมโห “วาจาเจ้านี้หมายความว่าอย่างไร ว่าข้าแต่งไม่ออก?”
จ้าวหลิงเฟิงรีบแสดงท่าทีจริงใจยิ่ง “ที่ไหนกัน เป็นสตรีล้วนแต่งออก”
แม้ว่าวาจาสุภาพแต่ความนัยในวาจา ทุกคนก็พอจับใจความได้ แต่งออกได้ แต่ก็ย่อมแต่งได้กับพวกพ่อหม้ายหรือชายอัปลักษณ์อายุมาก
เซี่ยอวิ๋นจิ่นด้านหลังกับลู่เจียวรีบสบตากันทันที
จ้าวหลิงเฟิงไม่ได้หมายถึงตนเองหรือ เขาภรรยาตายไป เป็นพ่อหม้ายพอดี
แต่เถียนฮวนไม่ทันได้คิดมาก นางรู้สึกเพียงแค่วาจาจ้าวหลิงเฟิงนี้ลบหลู่นางก็โมโหตวาดใส่จ้าวหลิงเฟิง
“อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ความนัยในวาจาเจ้า เจ้าคอยดู ข้าเถียนฮวนต้องได้แต่งกับตระกูลที่คู่ควรกัน และยังหน้าตาดีด้วย”
นางกล่าวจบก็โมโหฮึดฮัดจะจากไป แต่ยังหันไปดึงลู่เจียวเดินเข้าไปเรือนด้านในด้วย
เฝิงจือกับหร่วนจู๋รีบตามเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ไป
เถียนฮวนเดินไปก็ด่าจ้าวหลิงเฟิงไป “ตาสุนัขดูแคลนผู้อื่น ข้าต้องได้แต่งกับคนมีความสามารถ ถึงตอนนั้นจะให้เจ้าหมอนั่นได้เห็นว่า ตนเองนั้นตาบอดหรือไม่”
“ก็แค่คุณชายบุตรชายอนุในเมืองหลวงไหม มาทำตัวเหนือผู้อื่น น่ารังเกียจเสียจริง”
“ข้ายอมไม่ได้ ตั้งแต่พรุ่งนี้ไปจะต้องออกไปดูตัวหาชายหนุ่มมีความสามารถหน้าตาดีที่เหมาะสมกับข้าให้ได้”
ลู่เจียวไม่รู้ว่าควรกล่าวอันใดดี ความจริงนางรู้ว่าที่จ้าวหลิงเฟิงกล่าวออกมานั้นเป็นความจริงอยู่บ้าง ในยุคสมัยนี้อายุยี่สิบก็ถือว่าอายุเกินแล้ว จะหาผู้ชายที่อายุยี่สิบและมีเงื่อนไขที่ดีและยังไม่หมั้นหมายนั่นไม่ง่าย เถียนฮวนยังมีเงื่อนไขที่เป็นปัญหาสองประการ คือเป็นวิทยายุทธ์และมักเปิดเผยออกหน้าออกตาอยู่นอกบ้าน
ผู้ชายทั่วไปยอมรับไม่ได้ แม้แต่เซี่ยอวิ๋นจิ่นที่ค่อนข้างเป็นคนเปิดกว้างก็ยังไม่ค่อยยินดีที่นางจะต้องออกไปโลดแล่นนอกบ้าน นับประสาอันใดกับผู้ชายอื่น
แต่ลู่เจียวฉลาดพอที่จะไม่พูดออกไป ตอนนี้เถียนฮวนกำลังโมโห หากนางพูด เกรงว่าคงได้แต่ทำให้นางยิ่งคลั่ง
แม้ว่าลู่เจียวไม่พูด แต่เถียนฮวนพอโมโหเสร็จ ก็หันไปมองลู่เจียวกล่าวว่า “เจียวเจียว เจ้าว่าข้าจะหาคนดีแต่งไม่ได้จริงหรือ”
ความจริงนางล้วนเข้าใจทุกอย่างดี เพียงแต่โมโหเท่านั้น
ลู่เจียวมองนาง คิดถึงว่านางเสียสละเพื่อตระกูลเถียนก็ยิ้มกล่าวว่า “ข้าเชื่อว่าย่อมต้องหาคนเช่นนี้ได้อย่างแน่นอน เจ้าดีขนาดนี้ ย่อมต้องมีคนอยากแต่ง อยากรักเจ้า”
ความจริงนางอยากบอกว่าแต่งกับผู้ใดไม่ใช่ว่าตนเองเป็นคนใช้ชีวิตหรือ
เถียนฮวนยิ้ม “ใช่ จะต้องมีคนผู้นี้ แม้ไม่มี ข้าอยู่ตระกูลเถียนก็มีชีวิตที่มีความสุข ข้าทำเพื่อตระกูลเถียนมามากมายเพียงนี้ แม้ชั่วชีวิตนี้ข้าไม่ออกเรือน น้องชายข้าก็ย่อมเลี้ยงดูข้า”
“แน่นอน”
ทั้งสองคนเดินไปคุยไปจนถึงเรือนด้านหลัง ตลอดทางมาเถียนฮวนเริ่มหยอกเย้าเจ้าหนูน้อยทั้งสี่
ลู่เจียวมองออก นางชอบเด็กมาก หากได้แต่งงานมีลูกสักสองสามคนก็ไม่เลว
เพียงแต่ไม่รู้ว่าคู่วาสนาของนางสุดท้ายจะใช่จ้าวหลิงเฟิงหรือไม่
เถียนฮวนกับลู่เจียวเดินมาถึงเรือนด้านหลัง มีคนไม่น้อยเข้ามาทักทายต้อนรับพวกนาง
พวกนางสองคนอยู่ท่ามกลางผู้ชายเป็นของแปลก แต่ในสายตาผู้หญิงมีแต่ความเลื่อมใสพวกนาง โดยเฉพาะลู่เจียว เรียกได้ว่าเป็นแบบอย่างในใจพวกนาง หน้าตาดี มีความสามารถ ยังแต่งงานได้สามีดี ที่สำคัญที่สุดก็คือมีบุตรชายน่ารักรู้ความถึงสี่คน
ลู่เหนียงจื่อช่างน่าอิจฉาเสียจริง
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่มาถึงก็ถูกบรรดาเหนียงจื่อดึงตัวไปพูดคุยเล่น
พวกลูกทั้งสี่มีมารยาทและรู้ความ บรรดาผู้ใหญ่ต่างชอบหยอกพวกเขาเล่นมาก ในบรรดาคนเหล่านี้ยังมีหลายตระกูลคิดจับจองให้บุตรสาวตน
คนไม่น้อยหยอกแฝดสี่ “ข้ายกเป่าเป้ยบ้านเราให้เจ้าดีไหม เป่าเป้ยบ้านเราชื่อก็มีคำว่าเป่านะ พวกเจ้าว่า สวรรค์ส่งคู่หมายมาให้พวกเจ้าแล้วเห็นไหม”
จ้าวอวี้หลัวร้อนใจยื่นมือไปดึงเอ้อร์เป่าไว้ กล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า “เอ้อร์เป่าเป็นของข้า ข้าเป็นคู่หมายเขา”
ทุกคนในที่นั้นพากันตกตะลึง จากนั้นก็มีคนถามลู่เจียว “ลู่เหนียงจื่อ จริงหรือเท็จกัน นี่คือลูกสะใภ้รองเจ้าหรือ”
เอ้อร์เป่าไม่รอให้ลู่เจียวกล่าวอันใดก็เสียงดังขึ้นว่า “นางไม่ใช่ นางกล่าวเหลวไหล นางไม่ใช่คู่หมายข้า”
จ้าวอวี้หลัวไม่พอใจ กอดแขนเขาว่า “จะไม่ใช่ได้อย่างไร เจ้ากอดก็กอดแล้ว ลูบก็ลูบแล้ว ข้าจะไม่ใช่คู่หมายเจ้าได้อย่างไร”
ทุกคนในที่นั้นต่างตะลึงงันมองสาวน้อยประกาศสิทธิ์ตนเอง
เอ้อร์เป่าโมโหหน้าดำคร่ำเครียด ยู่ปากถลึงตาใส่จ้าวอวี้หลัว
จ้าวอวี้หลัวรีบเสียงอ่อนเอาใจเขา “เอาละๆ ไม่โกรธนะ วันหน้าข้าไม่พูดแล้วๆ”
ฮึ อย่างไรในใจทุกคนล้วนรู้กันแล้ว ไม่พูดก็รู้
พวกเจ้าจะแต่งบุตรสาว ไปหาต้าเป่า ซานเป่า ซื่อเป่า อย่ามาหาเอ้อร์เป่าข้า