ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 488 ลอบสังหาร
ตอนที่ 488 ลอบสังหาร
ลู่เจียวคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ร้องขึ้นว่า “แสงจันทร์อ่อนโยนค่อยๆ สาดส่องเข้ามาบนเตียง……”
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่เหนื่อยมาทั้งวัน ยังมาฟังเพลงกล่อมนอนอีก สุดท้ายก็ผล็อยหลับไป แต่แม้ว่าจะหลับไปก็ยังคงขมวดคิ้ว
ลู่เจียวไม่ได้นอนทั้งคืน วันรุ่งขึ้นฟ้าไม่ทันสาง นางก็พาหร่วนจู๋ หลี่หนานเทียนและโจวเส้ากงไปจากอำเภอชิงเหอเงียบๆ ทุกคนตรงไปยังป่าไม่หวนคืนที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอำเภอชิงเหอ
ป่าไม่หวนคืนมีหมอกหนา มองไปก็เห็นเป็นหมอกปกคลุมหนาจนไม่เห็นสภาพด้านใน
แม้ว่ามองไม่เห็นสภาพด้านใน แต่ลู่เจียวแค่มองก็รู้ว่าสถานที่เช่นนี้อันตรายอย่างมาก ไม่พูดถึงสัตว์ป่าในนั้น แค่ดอกไม้และหญ้าพิษก็อันตรายมากแล้ว หากไม่ทันระวังคงได้เอาชีวิตไปทิ้ง
ทว่ามีแต่สถานที่เช่นนี้ที่จะหาสมุนไพรหญ้าหลิงซีมาถอนพิษกุหลาบหินได้
“มา พวกเจ้ากินยาป้องกันพิษกันคนละเม็ดก่อน ใช้หน้ากากนี้ปิดปากและจมูกเอาไว้ และก็สวมถุงมือด้วย”
ลู่เจียวหยิบยากินและยาป้องกันพิษออกมา พร้อมกับหน้ากากอนามัยและถุงมือให้ทุกคน
คนในที่นั้นต่างไม่คิดระแวงสงสัยอันใดกับหน้ากากอนามัยและถุงมือ เหนียงจื่อตนเป็นหมอ มีของปิดหน้าก็ไม่แปลก
ลู่เจียวเองก็กินยาป้องกันพิษไปเม็ดหนึ่ง พร้อมสวมหน้ากากอนามัยและถุงมือก่อนจะเดินนำเข้าป่าไม่หวนคืน
โจวเส้ากงด้านหลังแย้งขึ้นก่อนว่า “เหนียงจื่อ ให้พวกเราเดินนำ เหนียงจื่ออยู่ตรงกลาง ปิดท้ายด้วย หร่วนจู๋”
หลี่หนานเทียนกับหร่วนจู๋รับคำพร้อมกัน “เจ้าค่ะ/ขอรับ”
ลู่เจียวเองก็มิได้ค้าน โจวเส้ากงกับหลี่หนานเทียนเดินนำ ลู่เจียวเดินตามพวกเขา ปิดท้ายด้วยหร่วนจู๋
ทุกคนเดินเข้าไปในป่าไม่หวนคืน
ป่าไม่หวนคืนเป็นสถานที่แห่งความตายสมคำเอ่ยอ้าง ทุกคนเพิ่งเดินเข้าไป ลู่เจียวก็รู้สึกได้ว่าหมอกนี้มีพิษ
แม้แน่ใจว่ายาป้องกันพิษที่นางให้ทุกคนกินเข้าไปก่อนหน้านี้ป้องกันหมอกพิษนี้ได้ แต่ลู่เจียวก็ยังคงเป็นห่วงโจวเส้ากงกับหลี่หนานเทียน ดังนั้นนางเสนอให้นางเดินนำหน้า เช่นนี้ก็จะหลบดอกไม้พิษกับหญ้าพิษได้
โจวเส้ากงกับหลี่หนานเทียนคิดถึงวิชาการแพทย์ของลู่เจียว ดังนั้นจึงเห็นด้วย สุดท้ายทุกคนก็เดินตามหลังลู่เจียวเข้าสู่ป่าไม่หวนคืน
ในป่าปกคลุมไปด้วยหมอกควัน ยิ่งเดินลึกเข้าไป หมอกควันก็ยิ่งเบาบางลง เดินถึงสุดท้าย ทุกคนก็พอเห็นเค้าโครงของป่าเป็นภาพเลือนลาง
ด้านในป่าไม่หวนคืนมีหมอกพิษน้อยมาก แต่ก็มิได้หมายความว่าอันตรายในนี้จะน้อยลง ในนี้อันตรายยิ่งกว่า มองเห็นหญ้าพิษและดอกไม้พิษได้อยู่ทั่วไป และยังแอบเห็นบรรดาสัตว์พิษต่างๆ เช่นงูพิษตะขาบ แมงป่อง แมงมุมพิษ รวมถึงได้ยินเสียงคำรามกึกก้องของสัตว์ป่าดังแว่วมา
ทุกคนล้วนรู้ว่าที่นี่อันตรายอย่างมาก ดังนั้นจึงระมัดระวังอย่างที่สุด
ลู่เจียวควักเอากระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากในแขนเสื้อ เมื่อวานนี้นางได้วาดรูปกุหลาบหินและหญ้า หลิงซีเอาไว้บนกระดาษ
“นี่ก็คือหญ้าหลิงซีที่พวกเราตามหา ข้างๆ มันก็จะมีกุหลาบหินเติบโตอยู่ ก็คือดอกไม้เช่นนี้ หากพวกเจ้าเห็นสองสิ่งนี้ก็ให้เรียกข้ามาดูว่าใช่หรือไม่”
“ขอรับ/เจ้าค่ะ”
หมอกในป่าเบาบางลง ในระยะห่างกันสองสามก้าวก็พอมองเห็นอีกฝ่าย ดังนั้นทุกคนจึงแยกกันค้นหา
ทุกคนหากุหลาบหินกับหญ้าหลิงซีไม่เจอ แต่กลับเห็นโครงกระดูกคนตายไม่น้อยกองอยู่อย่างคาดไม่ถึง นี่แสดงให้เห็นชัดเจนว่ามีคนบุกเข้ามาในป่าก่อนหน้านี้แล้ว เพียงแต่สุดท้ายคนเหล่านี้ถูกอันตรายในผืนป่ากลืนกินชีวิต
เรื่องนี้ทำให้พวกลู่เจียวยิ่งต้องระวังมากขึ้น
ยามนี้เป็นยามเย็น แสงที่สาดจากด้านบนลงมาเริ่มรำไร เดิมป่าที่มืดก็เริ่มแลดูลึกลับยิ่งขึ้น
ลู่เจียวเงยหน้ามองท้องฟ้า ถอนหายใจกล่าวว่า “ดูท่าคืนนี้จะหาหญ้าหลิงซีให้เจอคงเป็นไปไม่ได้ ยามนี้ฟ้ามืดแล้ว อีกสักครู่พวกเราก็คงต้องพักผ่อนแล้ว”
ในป่าเช่นนี้ไม่มีทางเดินทางยามค่ำคืนได้ แม้ว่าพวกนางใช้ไฟฉายที่นำออกมาจากห้วงอากาศ ส่องนำทางได้ แต่แสงไฟก็จะล่อบรรดาสัตว์ป่ามุ่งมาทางพวกนาง ดังนั้นพวกนางไม่อาจใช้ไฟฉายในป่าได้ ได้แต่รอให้พรุ่งนี้ฟ้าสางแล้วค่อยหาต่อ
ลู่เจียวกล่าวจบ โจวเส้ากงรีบกล่าวว่า “พวกเราหาอะไรกินกันก่อน อีกสักครู่พอฟ้ามืด แม้แต่จะกินก็คงไม่มีทางคลำหาเจอแล้ว”
“ตกลง” ทุกคนรีบมารวมตัวกัน เตรียมจะกินอาหารกันสักเล็กน้อย ยามนี้เอง หร่วนจู๋พลันเงยหน้าขึ้นตั้งใจฟัง จากนั้นก็นางกระซิบลู่เจียวว่า “เหนียงจื่อ มีคนมา”
พอหร่วนจู๋บอก ลู่เจียวก็คิดถึงองครักษ์ลับที่ซ่อนตัวอยู่ในที่ลับ ตอนนี้เป็นโอกาสอันดีที่จะลอบสังหารนาง
รอให้ฟ้ามืดอีกหน่อย ในป่ามองอันใดไม่เห็นก็ไม่มีทางสังหารผู้ใดได้ พรุ่งนี้ฟ้าสางมีแสงสว่างแล้วจะลอบสังหารนางก็ยากมากขึ้นอีก ดังนั้นโอกาสอันดีที่สุดก็คือตอนนี้
ลู่เจียวครุ่นคิดเเล้วก็หันไปสั่งการพวกโจวเส้ากงว่า “ข้าจะแสร้งทำเป็นไปเก็บสมุนไพรด้านหน้า พวกเจ้าจับตาดูคนผู้นั้นให้ดี วันนี้จะต้องจับตัวเขาให้ได้”
ลู่เจียวกล่าวจบก็รู้สึกกังวลว่ากลุ่มคนอารักขานางจะต้องแบ่งแยกสมาธิมาดูแลนาง จึงกล่าวออกไปว่า “พวกเจ้าไม่ต้องสนใจข้า ข้ามีวิธีปกป้องตนเอง สนใจแค่จับตัวอีกฝ่ายให้ได้ก็พอ”
โจวเส้ากงกับหลี่หนานเทียนรีบรับคำว่า “พวกเราจะต้องคุ้มกันความปลอดภัยเหนียงจื่อให้ดี”
ลู่เจียวรีบกล่าวทันทีว่า “ข้าค่อนข้างความรู้สึกไวกับกลิ่นอายสังหาร ขอเพียงคนผู้นั้นปรากฏตัว ข้าย่อมรู้สึกได้ทันที จากนั้นก็ข้าก็จะหาทางหลบ ขอเพียงพวกเจ้ารับหน้าที่จับตัวคนผู้นั้นไว้ก็พอ”
แม้ว่าลู่เจียวกล่าวเช่นนี้ แต่พวกโจวเส้ากงก็ยังคงไม่ไว้วางใจ สุดท้ายทั้งสามคนตกลงให้หลี่หนานเทียน คอยปกป้องลู่เจียว หร่วนจู๋กับโจวเส้ากงรับหน้าที่จับตัวคนบงการ
ทุกคนหารือเรื่องนี้กันเรียบร้อยแล้ว ลู่เจียวก็รีบเดินไปข้างหน้าทันที ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่ต้นไม้เตี้ยสูงราวสามฉื่อต้นหนึ่ง แสร้งทำเป็นค้นพบบางสิ่งที่ใต้ต้นไม้เตี้ยต้นนั้น
ในที่ลับตา มีคนกำลังจ้องมองมาพอดี พอเห็นท่าทางของลู่เจียว คนที่แอบซ่อนอยู่ก็สะบัดมือให้คนข้างกายคนหนึ่งไปล่อลูกน้องของนางออกไป
คนผู้นั้นรีบกระโดดไปอีกทางทันที พร้อมกับยกมือซัดอาวุธลับใส่ลู่เจียวอย่างรวดเร็ว
หร่วนจู๋ชักกระบี่อ่อนที่เอวออกมาในทันที กลายร่างเป็นดาวตกพุ่งไปยังทิศทางของอาวุธลับที่ซัดมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับปัดอาวุธลับทิ้งอย่างว่องไว
นางปัดอาวุธลับทิ้งแล้ว ก็ทะยานไปทิศทางที่อาวุธลับซัดมาทันที
คนตรงข้ามพลันพบเห็นเงาร่างนาง เขาหันหลังคิดหนี หร่วนจู๋ก็เร่งวิชาตัวเบาไล่ตามไปไม่ลดละ
โจวเส้ากงด้านหลังรีบตามไปติดๆ ยามนี้ข้างกายลู่เจียวเหลือเพียงหลี่หนานเทียน หลี่หนานเทียนอยู่ในตำแหน่งที่ห่างจากนางไม่กี่ก้าว
ยามนี้เป็นโอกาสอันดีที่สุด ในที่สุดคนในที่ลับก็ลงมือแล้ว
ลู่เจียวรู้สึกได้ถึงการเคลื่อนไหวของคนผู้นั้น แต่แม้รู้อันตราย นางก็ยังหันไปตวาดใส่หลี่หนานเทียน “พวกเขามีสองคน เจ้ารีบตามไป ไม่ต้องสนใจข้า”
นางกล่าวจบก็แวบหายตัวเข้าไปในห้วงอากาศ
ยามนี้อาวุธลับซัดมาพอดี ลู่เจียวพลันหายวับไป อาวุธซัดเอาอากาศแทน
คนในที่ลับถึงกับอึ้งไปทันที หลี่หนานเทียนเองก็อึ้ง เจ้านายเขาหายไปในพริบตาได้อย่างไร หรือว่านางเป็นวิชาเคลื่อนที่บางอย่าง
แต่พอเห็นลู่เจียวไม่มีอันตราย หลี่หนานเทียนก็ไม่สนใจนางอีก สะอึกกายไล่ตามเงาร่างในที่ลับไปทันที