ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 490 เป็นห่วง หวาดกลัว ไม่เป็นสุข
ตอนที่ 490 เป็นห่วง หวาดกลัว ไม่เป็นสุข
ลู่เจียวคิดถึงถงอี้ในนิยายก็เป็นคนที่นับว่าไม่น่าเป็นห่วง คนผู้นี้คุณธรรมความประพฤติไม่เลว
“พวกเรากินอะไรกันก่อน พักผ่อนสักคืน พรุ่งนี้ค่อยออกหาหญ้าหลิงซีกัน”
ไม่มีองครักษ์ลับมาลอบสังหาร ทุกคนต่างก็โล่งอก หลี่หนานเทียนคิดถึงว่าก่อนหน้านี้ที่ลู่เจียวจู่ๆ หายตัวไปได้ ก็ปากไวถามว่า “เหนียงจื่อ ก่อนหน้านี้เหตุใดท่านอยู่ๆ หายตัวไปได้”
ลู่เจียวอึ้งไปครู่หนึ่งก็อธิบายว่า “ข้าฝึกวิชาเอาตัวรอดไว้กระบวนท่าหนึ่ง ในเวลาอันสั้นก็จะหายตัวไปได้ เพื่อเป็นการรักษาชีวิตรอด”
นางกล่าวเช่นนี้ หลี่หนานเทียนก็เชื่อ ถอนหายใจกล่าวว่า “เหนียงจื่อ กระบวนท่านี้เหนือกว่าทุกกระบวนท่าของผู้อื่นอีก”
ทุกคนพูดคุยกันไป ก็หาฟืนมาจุดไฟไป พร้อมกันเริ่มกินอาหารพร้อมกัน
เพราะกลัวแสงไฟสว่างเกินไปทำให้สัตว์ป่าตกใจ ดังนั้นจึงติดกองไฟเล็กๆ แค่เพียงกองหนึ่ง
ทุกคนกินกันไปก็คุยกันไป สุดท้ายก็คุยไปถึงเรื่องเซี่ยอวิ๋นจิ่น
“ได้ยินมือปราบจ้าวว่า คุณชายยังมีพี่ชายฝาแฝด พวกเจ้าว่าพวกเขาเหมือนกันหรือไม่”
ลู่เจียวเงียบงัน พี่น้องฝาแฝดไข่ใบเดียวกัน เช่นเอ้อร์เป่าและซานเป่าที่แทบจะเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้ว แต่ต้าเป่ากับซื่อเป่าก็ไม่เหมือนกัน เพราะพวกเขาเป็นไข่คนละใบ ไม่รู้ว่าเซี่ยอวิ๋นจิ่นกับพี่ชายฝาแฝดของเขาจะเหมือนกันหรือไม่
ลู่เจียวคิดแล้วก็นึกถึงเรื่องราวในนิยาย เหมือนว่าสุดท้าย เซี่ยอวิ๋นจิ่นได้เป็นโส่วฝู่แคว้นต้าโจว ไม่ได้เขียนถึงจวนอ๋องฉินอันใด แต่จวนอ๋องฉินกลับเข้าสู่วงเวียนแห่งการแย่งชิงบังลังก์ เลือกข้างผิด จนสุดท้ายถูกกวาดล้าง เหมือนต่อมาจะไม่มีจวนอ๋องฉิน
ดังนั้นหากเซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่กลับไปจวนอ๋องฉิน พี่ชายเขาก็คงหน้าตาไม่เหมือนกับเขา หากเหมือนกัน ย่อมมีคนในเมืองหลวงจำได้
“ข้าเดาว่าพวกเขาไม่เหมือนกัน”
ลู่เจียวกล่าวจบก็ไม่ได้กล่าวอันใดอีก ออกคำสั่งทุกคนว่า “กินเสร็จก็รีบหาที่พักผ่อน”
“ขอรับ เหนียงจื่อ”
หลายคนกินกันเสร็จก็ดับกองไฟ หาที่พักผ่อน
หร่วนจู๋พาลู่เจียวขึ้นไปพักบนต้นไม้ใหญ่ เอนตัวพิงง่ามกิ่งไม้พักผ่อน
วันรุ่งขึ้นท้องฟ้าเริ่มรำไร ในป่าก็เพิ่งเริ่มมีแสงทอง ทุกคนก็เคลื่อนไหวรวดเร็ว เร่งออกหากุหลาบหินกับหญ้าหลิงซี
ครั้งนี้ทุกคนแยกกันหา เพราะก่อนหน้านี้ลู่เจียวเผยฝีมือให้ทุกคนได้เห็นแล้ว พวกหลี่หนานเทียนจึงวางใจลงไม่น้อย เหนียงจื่อมีความสามารถปกป้องตนเองได้ นางย่อมไม่เกิดเรื่อง
นอกจากจะหากุหลาบหินและหญ้าหลิงซีแล้ว ลู่เจียวยังเก็บสมุนไพรชั้นดีในป่าทั้งหมดกลับไปอีกด้วย
แม้ว่าป่าไม่หวนคืนจะอันตราย แต่สมุนไพรมีค่ามากมาย เช่นโสมคน เห็ดหลิงจือ จอสมุนไพรหายากไม่น้อย แต่อันตรายในป่ามีมาก ลู่เจียวได้พบฝูงสิงโต นางรีบหลบเข้าห้วงอากาศทันที
รอจนฝูงสิงโตไปแล้วค่อยออกมา พวกหร่วนจู๋ไม่ได้โชคดีเช่นนาง ประสบกับการจู่โจมของสัตว์ป่าหลายครั้ง ดีที่พวกนางมีวิทยายุทธ์ ดังนั้นจึงสังหารสัตว์ป่าเหล่านั้นทิ้งและเดินหน้าค้นหาต่อไปได้
สุดท้ายหลี่หนานเทียนก็ได้พบกุหลาบหินและหญ้าหลิงซีที่หน้าผา
หร่วนจู๋รีบไปรายงาน “เหนียงจื่อ หาหญ้าหลิงซีพบแล้ว ท่านไปดูหน่อยว่าใช่หญ้าหลิงซีหรือไม่”
ลู่เจียวตื่นเต้นขึ้นมาทันที รีบตามหร่วนจู๋ตรงไปยังหน้าผา
สุดท้ายนางแน่ใจว่าที่งอกอยู่กลางหน้าผาก็คือกุหลาบหินและหญ้าหลิงซี จึงสั่งให้เก็บทั้งสองอย่างกลับมา
โจวเส้ากงรับคำจะไปเก็บสมุนไพรสองอย่างนี้ สุดท้ายกลับถูกหร่วนจู๋แย่งไปก่อน
“ท่านอาโจว ข้าไปเก็บดีกว่า”
ในบรรดาทุกคน ฝีมือหร่วนจู๋ร้ายกาจที่สุด วิชาตัวเบานางก็ดีมาก โจวเส้ากงย่อมเห็นด้วยให้หร่วนจู๋ไปเก็บสองสมุนไพรนี้
หร่วนจู๋ตัวเบาราวนกนางแอ่น ทะยานขึ้นหน้าผาก่อนจะปีนอีกสองสามทีก็ไปถึงกลางหน้าผา
นางยื่นมือออกไปเก็บสมุนไพร ไม่คิดว่าด้านหลังพลันปรากฏงูใหญ่ฉกกลางอากาศ
ลู่เจียว โจวเส้ากงกับหลี่หนานเทียนด้านล่างมีสีหน้าแปรเปลี่ยนพร้อมกัน ทั้งสามคนส่งเสียงตะโกนดังขึ้นพร้อมกันทันที “หร่วนจู๋ ระวัง”
หร่วนจู๋ได้สติก่อนหน้านี้แล้ว พลิกร่างชักกระบี่ที่เอวออกมาตวัดใส่กลางลำตัวงูใหญ่ขาดสองท่อน
งูใหญ่ถูกฟันขาดสองท่อนร่วงลงหน้าผาไป
แต่เลือดงูยังกระเด็นใส่หร่วนจู๋เปื้อนทั้งตัว หร่วนจู๋ไม่พอใจอย่างมาก ยู่ปากสบถดัง “สกปรกจริงๆ”
แต่นางก็ยังหันไปเก็บสองสมุนไพรกลับมา
ลู่เจียวยื่นมือออกไปรับสมุนไพรทั้งสองมาตรวจสอบดู สุดท้ายมั่นใจว่าสมุนไพรที่เก็บมาเป็นกุหลาบหินและหญ้าหลิงซีจริง
นางดีใจหันไปกอดหร่วนจู๋ทีหนึ่ง “ดีจริง ในที่สุดก็หาหญ้าหลิงซีเจอ พวกเรารีบกลับอำเภอชิงเหอกัน”
หร่วนจู๋ยิ้มเขิน จากนั้นพลันนึกถึงเลือดงูบนตัวขึ้นมาได้ ก็รีบผลักลู่เจียวออก “เหนียงจื่อ ข้าตัวสกปรก”
“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ไว้กลับจวน ข้าจะให้เสื้อผ้าสวยๆ เป็นรางวัลเจ้าสองสามชุด”
หร่วนจู๋ยิ้มอย่างดีใจทันที “ขอบคุณเหนียงจื่อ”
หลี่หนานเทียนกับโจวเส้ากงกล่าวอย่างตื่นเต้นว่า “เหนียงจื่อพวกเรารีบกลับอำเภอชิงเหอกันเถอะ”
“ตกลง”
ทั้งหมดรีบเดินออกจากป่าอย่างรวดเร็ว ตลอดทางยังเจอกับฝูงสิงโตและเสือต่อสู้กัน แต่ละคนพากันหลบพวกมันอย่างระมัดระวัง ใกล้เที่ยงก็ออกจากป่าไม่หวนคืนได้
ทุกคนต่างพากันโล่งอก ลู่เจียวร้อนใจกล่าวว่า “ไป พวกเรารีบกลับกัน”
โจวเส้ากงเร่งขับรถม้าพาพวกลู่เจียวกับหร่วนจู๋มุ่งตรงกลับอำเภอชิงเหอ
ณ อำเภอชิงเหอ คนในบ้านตระกูลเซี่ยทุกคนต่างเป็นห่วง เจ้าหนูน้อยทั้งสี่ไม่ยอมเรียนหนังสือ เอาแต่เฝ้าอยู่ข้างเตียงบิดา ต่อมาพวกเขาก็ยังเป็นห่วงมารดาตนเอง วิ่งไปนั่งรอมารดาที่หน้าประตู ไม่ว่าผู้ใดปลอบใจอย่างไรก็ไร้ประโยชน์
สุดท้ายทุกคนก็ได้แต่รอคอยไปกับพวกเขา
พวกลู่เจียวเร่งเดินทางทั้งคืนเพื่อกลับบ้านตระกูลเซี่ย รถม้าไม่ทันได้เข้าไปใกล้เขตบ้านตระกูลเซี่ย ก็เห็นหน้าประตูใหญ่บ้านตระกูลเซี่ยเปิดอยู่ หน้าประตูมีแสงตะเกียงสว่างอย่างมากส่องสว่างอยู่
หลี่หนานเทียนตกใจกล่าวว่า “ทำไมที่บ้านไฟสว่างเช่นนั้น คงไม่ใช่ว่าคุณชายเกิดเรื่องอันใดกระมัง”
ลู่เจียวได้ฟังก็เลิกม่านมองออกไป ในใจนางกระตุกทีหนึ่ง คงไม่ใช่ว่าที่บ้านเกิดเรื่องอันใด หรือว่าเซี่ยอวิ๋นจิ่นเกิดเหตุไม่คาดฝันอันใด
ลู่เจียวรีบร้อนเร่งโจวเส้ากง “เร็วหน่อย”
พริบตารถม้าก็มาจอดที่หน้าประตูบ้านตระกูลเซี่ย เจ้าหนูน้อยทั้งสี่ได้ยินเสียงฝีเท้าม้าก็มองไปอย่างตื่นเต้น สุดท้ายเห็นบนรถม้ามีร่างหนึ่งลงมา ก็ตะโกนร้องเรียกพร้อมกันอย่างดีใจ “ท่านแม่”
เงาร่างน้อยสี่เงาพุ่งทะยานไปทางลู่เจียวรวดเร็ว
แต่ไรมาพวกเขาไม่เคยรู้เรื่องหนึ่งได้กระจ่างเท่ายามนี้ บ้านพวกเขาขาดสิ่งใดก็ได้ ยกเว้นท่านแม่ ท่านแม่ไม่อยู่ ในใจพวกเขาก็ว้าวุ่นใจไม่เป็นสุข พวกเขากลัว ไม่เป็นสุข ลนลาน กลัวว่าท่านแม่จะไม่กลับมาแล้ว
“ท่านแม่ กลับมาแล้ว?”
“ท่านแม่ พวกเรากำลังรอท่านแม่”
“ท่านแม่หิวหรือไม่ ให้ฮวาเสิ่นทำอะไรให้ท่านแม่กินสักหน่อย”
“ท่านแม่ วันหน้าท่านออกไปอีก ก็พาข้าไปด้วยนะ”