ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 505 อันดับหนึ่ง เจี่ยหยวน
ตอนที่ 505 อันดับหนึ่ง เจี่ยหยวน
วันที่สิบห้า เดือนเก้า วันประกาศผลการสอบเซียงซื่อ
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวเดิมไม่ได้สนใจเรื่องนี้ ปรากฏพอเช้ามาก็มีคนมากันมากมาย
จ้าวหลิงเฟิง หันถง เถียนจิ้นอาน และเพื่อนบ้านโดยรอบไม่น้อยต่างพากันมา
บ้านตระกูลเซี่ยเต็มไปด้วยผู้คนคึกคักขึ้นมาในชั่วพริบตา
ท่านปู่หลิวกับท่านย่าหลิวก็ไม่ได้อยู่บ้านตน แต่พากันมาที่นี่ร่วมวงครึกครื้นที่นี่ ยังบอกลู่เจียวว่า “เจียวเจียว รีบส่งคนไปดูที่ว่าการอำเภอ รายชื่อน่าจะใกล้ติดประกาศแล้ว”
ลู่เจียวรู้สึกว่าไม่จำเป็น ที่ควรมาก็ย่อมต้องมา ไม่ว่าเซี่ยอวิ๋นจิ่นจะได้ตำแหน่งเจี่ยหยวนของการสอบเซียงซื่อปีนี้หรือไม่ แต่เขาย่อมมีชื่อในประกาศอย่างแน่นอน
“ท่านย่าหลิว พวกเรารออยู่บ้านเถอะ ทันทีที่เจ้าหน้าที่จากเมืองหนิงโจวมาติดประกาศที่ที่ว่าการอำเภอ ย่อมต้องมีคนมาแจ้งข่าวทันที”
ท่านย่าหลิวคิดแล้วก็เห็นด้วย จึงยิ้มพยักหน้า
“ข้าร้อนใจไปแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แน่นอนดังตอกตะปูแล้ว ข้าจะร้อนใจไปไย”
ลู่เจียวมองไปยังท่านย่าหลิว ถามถึงเรื่องหลิวจื่อเหยียน “จื่อเหยียนสอบเป็นอย่างไรบ้าง”
“ได้ยินเขาเล่าว่าไม่นับว่าดีนัก แต่ก็ไม่เลวนัก น่าจะสอบได้”
ลู่เจียวได้ฟังก็รู้สึกว่าการสอบเซียงซื่อครั้งนี้ หลิวจื่อเหยียนน่าจะสอบได้ไม่เลว เพราะหลิวจื่อเหยียนได้ข้อมูลจากบิดาที่เป็นโส่วฝู่มา การได้เข้าใจผู้คุมสอบ ตอนตอบข้อสอบก็ย่อมตอบไปตามความชอบของผู้คุมสอบ เช่นนี้ผลคะแนนก็ย่อมไม่เลว
“ท่านย่าหลิว รอให้จื่อเหยียนสอบได้จวี่เหริน พวกท่านก็จะกลับเมืองหลวงใช่หรือไม่”
ท่านย่าหลิวพยักหน้า ในใจเกิดความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ขึ้นมา อยู่อำเภอชิงเหอมาหลายปี ตอนนี้พลันต้องมาจากไป ก็รู้สึกอาลัยขึ้นมา
นางหันไปมองลู่เจียวกล่าวว่า “เจียวเจียว พวกเจ้าก็จะเข้าเมืองหลวงใช่หรือไม่ พวกเราสองตระกูลเข้าเมืองหลวงด้วยกันนะ เช่นนี้ก็จะได้ดูแลกัน”
พอท่านย่าหลิวเอ่ย ลู่เจียวก็เห็นด้วย ยิ้มกล่าวว่า “เช่นนั้นพวกเราก็ตามท่านปู่หลิวกับท่านย่าหลิวเข้าเมืองหลวงด้วยกัน”
“ดีๆ”
ขณะทั้งสองคนกำลังคุยกัน ก็มีเสียงฝีเท้าม้าเร่งควบมาดังมาจากนอกประตู ในบ้านตระกูลเซี่ย ทุกคนได้ยินเสียงเคลื่อนไหว คิดว่าเจ้าหน้าที่จากเมืองหนิงโจวมาแจ้งข่าวมงคลแล้ว เซียวซานจึงนำคนออกไปดู ก็ พบว่าผู้ที่มาถึงกับเป็นอาจารย์ใหญ่หลูกับอาจารย์หวังสำนักศึกษาอำเภอชิงเหอ
อาจารย์ใหญ่หลูกับอาจารย์หวังสีหน้ายิ้มแย้มยินดีมาก
พวกเขายังไม่ทันก้าวเข้าบ้านตระกูลเซี่ย ก็ตะโกนเรียกขึ้นก่อนว่า “อวิ๋นจิ่น อวิ๋นจิ่น รีบเตรียมตัว เจ้าหน้าที่แจ้งข่าวจะมาถึงแล้ว รีบเตรียมซองแดงมอบให้พวกเขาด้วย”
พ่อบ้านเซียวซานรีบรับคำ “พวกเราเตรียมซองแดงไว้แล้ว”
ไม่เพียงแต่เตรียมเงินซองแดงซองละหนึ่งร้อยตำลึงเป็นรางวัลไว้แล้ว แต่ยังเตรียมเงินเหรียญทองแดงอีกสามกระบุงใหญ่ไว้ใช้เป็นเงินโปรยมงคลอีกด้วย
ในบ้าน เซี่ยอวิ๋นจิ่นได้ยินอาจารย์ใหญ่หลูกับอาจารย์หวังก็รีบออกมาต้อนรับ
“อาจารย์ใหญ่ อาจารย์หวัง”
อาจารย์ใหญ่หลูรีบเข้ามาตบไหล่เซี่ยอวิ๋นจิ่นอย่างดีใจ กล่าวเสียงดังว่า “อวิ๋นจิ่น เจ้าเป็นหน้าเป็นตาให้อำเภอชิงเหอพวกเราจริงๆ การสอบเซียงซื่อครั้งนี้ เจ้าสอบได้เจี่ยหยวนแห่งเมืองหนิงโจว”
อาจารย์ใหญ่หลูกล่าวจบ เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวก็ฟังด้วยท่าทีสงบนิ่ง
รอบด้านมีเสียงแสดงความยินดีดังกระหึ่ม “ยินดีกับอวิ๋นจิ่นด้วย ไม่สิ ควรกล่าวว่ายินดีกับเซี่ยเจี่ยหยวนด้วย”
“วันหน้าก็เป็นเซี่ยจ้วงหยวน”
“วันหน้าเจียวเจียวก็จะได้เป็นฮูหยินขุนนางแล้ว”
“เจียวเจียว หากเจ้าได้เป็นฮูหยินขุนนาง จะไม่สนใจพวกเราหรือไม่ ไม่รักษาให้พวกเราหรือไม่”
ลู่เจียวยิ้มมองพวกเขา “กล่าวอันใดกัน ไม่ว่าวันหน้าข้าจะเป็นใคร ข้าก็จะรักษาให้ทุกคน”
คนโดยรอบพากันหัวเราะขึ้นทันที
อาจารย์ใหญ่หลูกับอาจารย์หวังแสดงความยินดีกับเซี่ยอวิ๋นจิ่นเสร็จ ก็หันไปเห็นท่านปู่หลิวกับท่านย่าหลิว ก็ดีใจกล่าวต่อว่า “ท่านปู่หลิวกับท่านย่าหลิว พวกท่านก็อยู่ที่นี่ด้วย ข้าก็ขอแสดงความยินดีกับพวกท่านด้วย การสอบเซียงซื่อครั้งนี้ จื่อเหยียนสอบได้ที่สิบสาม ไม่เลวๆ”
ยามที่คนโดยรอบต่างวิ่งไปกล่าวแสดงความยินดีกับท่านปู่หลิวและท่านย่าหลิว
แม้ว่าหลิวจื่อเหยียนสอบได้แค่ที่สิบสาม แต่เพื่อนบ้านต่างรู้ว่าเพราะสุขภาพเขาไม่ดี หากเขาสุขภาพดี พยายามสองสามปี ไม่แน่ยังอาจช่วงชิงตำแหน่งเจี่ยหยวนกับเซี่ยซิ่วไฉ
หลายปีมานี้ เขาสุขภาพไม่ดี สุดท้ายยังสอบได้ที่สิบสามของเมืองหนิงโจว ชายหนุ่มผู้นี้ร้ายกาจไม่เลวแล้ว
ท่านปู่หลิวกับท่านย่าหลิวดีใจจนยิ้มไม่หุบ กล่าวเสียงดังว่า “อีกสักครู่ พวกเราเลี้ยงข้าวทุกคน ถึงตอนนั้นทุกคนจะต้องมานะ”
ท่านปู่หลิวกับท่านย่าหลิวตั้งแต่หลิวจื่อเหยียนหายดี ก็ไปมาหาสู่กับเพื่อนบ้าน พวกเขาใจกว้างและชอบรับรองแขก ดังนั้นเพื่อนบ้านโดยรอบต่างชื่นชอบพวกเขา
ท่านย่าหลิวเอ่ยปาก เพื่อนบ้านต่างรับคำเสียงดัง “ตกลง ต้องไปแน่”
ท่านปู่หลิวกับท่านย่าหลิวหันไปมองลู่เจียว “เจียวเจียว พวกเรากลับไปเตรียมเงินรางวัลก่อน อีกสักครู่เจ้าหน้าที่เมืองหนิงโจวมาก็ต้องมาแจ้งข่าวมงคล พวกเราต้องไปเตรียมเงินมงคลก่อน”
“ได้ ท่านปู่ท่านย่ากลับไปเถอะ”
สองผู้เฒ่าเดินไปอย่างดีอกดีใจ
ท่านปู่หลิวกับท่านย่าหลิวเพิ่งไป เจ้าหน้าที่เมืองหนิงโจวก็พากันมาแจ้งข่าวมงคล
เจ้าหน้าที่เมืองหนิงโจวนำข่าวมงคลมาถึงอำเภอชิงเหอ ก็ต้องไปปิดประกาศที่ที่ว่าการอำเภอก่อน จากนั้นค่อยมาแจ้งข่าวบ้านซิ่วไฉ
เช้ามาอาจารย์ใหญ่หลูกับอาจารย์หวังก็ไปรอประกาศที่ว่าการอำเภอ พวกเขาเห็นแล้วก็ดีใจรีบมาบอกข่าวเซี่ยอวิ๋นจิ่น
“ข่าวมงคลๆ เซี่ยอวิ๋นจิ่น ซิ่วไฉหมู่บ้านตระกูลเซี่ย อำเภอชิงเหอ สอบได้ตำแหน่งเจี่ยหยวนในการสอบเซียงซื่อครั้งนี้”
“เซี่ยอวิ๋นจิ่น เซี่ยซิ่วไฉสอบได้ตำแหน่งเจี่ยหยวนในการสอบเซียงซื่อครั้งนี้”
เจ้าหน้าที่สองคนตะโกนดังมาตลอดทางจนถึงหน้าประตูบ้านตระกูลเซี่ย
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวรีบออกมาต้อนรับ เจ้าหน้าที่ลงจากหลังม้าก็รีบปรี่เข้ามาแจ้งข่าวมงคล
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวได้รับข่าวมงคล ในใจก็ดีใจจนพูดไม่ออก ทั้งสองคนสั่งพ่อบ้านเซียวซานพร้อมกัน “พาเจ้าหน้าที่ไปดื่มน้ำชา”
เจ้าหน้าที่ทั้งสองรีบปฏิเสธ “ไม่ต้องแล้ว พวกเรายังต้องไปแจ้งข่าวที่บ้านอื่นอีก เพราะเซี่ยเจี่ยหยวนเป็นอันดับหนึ่ง ดังนั้นพวกเราจึงมาแจ้งตระกูลเซี่ยก่อน”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นรีบกล่าวขอบคุณน้ำเสียงอ่อนโยน “ขอบคุณพี่ชายมาก”
พ่อบ้านเซียวรีบส่งซองแดงให้ เป็นตั๋วแลกเงินคนละหนึ่งร้อยตำลึง
เจ้าหน้าที่กะด้วยมือดู หากไม่เหนือความคาดหมายก็น่าเป็นตั๋วแลกเงิน
ในเมื่อให้ตั๋วแลกเงิน อย่างน้อยก็ต้องห้าสิบถึงหนึ่งร้อยตำลึง
ทั้งสองคนดีใจกันจนเดินสะดุด วันนี้ที่พวกเขาได้มาแจ้งข่าวมงคลนี้ต้องเล่นเส้นสายจึงได้มาได้
คิดไม่ถึงว่าจะได้เงินมงคลก้อนโตเพียงนี้ ดีใจจริง
ทั้งสองคนรีบกล่าวว่า “เช่นนั้นพวกเราขอตัวก่อน”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นส่งพวกเขาออกไป พร้อมกับถามว่า “อำเภอชิงเหอเราสอบติดกี่คน”
“ทั้งหมดหกคน”
การสอบเซียงซื่อที่เมืองหนิงโจวครั้งนี้สอบกันสามร้อยยี่สิบคน อำเภอชิงเหอสอบได้หกคน หกคนแม้ไม่มาก แต่เจี่ยหยวนเมืองหนิงโจวปีนี้มาจากอำเภอชิงเหอ ดังนั้นอำเภอชิงเหอนับว่ามีหน้ามีตาแล้ว
“คุณชายหูซ่าน เจิ้งจื้อซิ่ง ตู้อี้กับเจียงหยวนเซิงสอบติดไหม”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นถามอย่างห่วงใย เจ้าหน้าที่คิดอยู่ครู่หนึ่งก็รีบตอบทันทีว่า “คุณชายเจิ้งจื้อซิ่งสอบได้อันดับเจ็ดสิบหก คุณชายเจียงหยวนเซิงได้อันดับหนึ่งร้อยหกสิบแปด ส่วนคุณชายหูซ่านได้อันดับสามร้อยยี่สิบ สุดท้ายคนสุดท้ายที่เจ้าว่าชื่อตู้อี้ สอบไม่ติด”