ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 507 พวกเจ้าอย่าได้ก่อเรื่องเด็ดขาด
ตอนที่ 507 พวกเจ้าอย่าได้ก่อเรื่องเด็ดขาด
บุตรสาวบรรดาคนเหล่านั้นถึงกับเห็นด้วย
ทุกคนควรรู้วันหน้าเซี่ยเจี่ยหยวนจะได้เป็นขุนนาง อนุภรรยาของนนางสถานะไม่ด้อยไปกว่าภรรยาพ่อค้า
คืนนี้นายอำเภอหูจัดงานเลี้ยงจวี่เหรินอำเภอชิงเหอทุกคน นอกจากนายอำเภอกับรองนายอำเภอชิงเหอ เซี่ยนเว่ยกับจู่ปู้ ยังมีพ่อค้าในอำเภอชิงเหอไม่น้อย
ในนี้มีคนไม่น้อยกล่าวอ้อมค้อมว่าอยากมอบบุตรสาวพวกเขาให้เป็นอนุเซี่ยซิ่วไฉ
ตอนนั้นเซี่ยอวิ๋นจิ่นปฏิเสธในทันทีว่าตนเองจะไม่รับอนุไปชั่วชีวิต ที่ตนจะได้ไปเมืองหลวงร่วมสอบหุ้ยซื่อได้ก็เป็นเพราะความช่วยเหลือของภรรยาตน หากไม่มีภรรยาช่วยเหลือรักษาขาเขาให้หาย ตอนนี้เขาก็ยังนอนอัมพาตอยู่บนเตียง
ดังนั้นชีวิตที่เหลือนี้ของเขาจะไม่รับอนุเข้าตระกูลเซี่ยมาสร้างความวุ่นวายให้ภรรยาตน
เดิมนายอำเภอหูก็ยังคิดจะมอบหูอิ้งเยว่บุตรสาวตนให้เป็นอนุตระกูลเซี่ย พอได้ยินเซี่ยอวิ๋นจิ่นกล่าวเช่นนี้ก็รีบสลัดความคิดนี้ทิ้งทันที
เขารู้ว่าปณิธานของเซี่ยอวิ๋นจิ่นผู้นี้เข้มแข็งเด็ดเดี่ยวมาก ชายหนุ่มกล่าวเช่นนี้ก็เพราะคิดเช่นนี้
เขาอย่าได้ทำเรื่องเปลืองแรงและเป็นที่รังเกียจเสียดีกว่า
นับประสาอันใดกับการที่บุตรชายสอบจวี่เหรินได้ราบรื่นครั้งนี้ก็เพราะความช่วยเหลือของเซี่ยอวิ๋นจิ่น เขาควรรู้ว่าจะทำเช่นไร อย่าได้สร้างความลำบากใจให้อีกฝ่าย
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกล่าวเช่นนี้ บรรดาพ่อค้าในที่นั้นต่างรู้ดีแก่ใจ ไม่กล้าคิดรบกวนเซี่ยอวิ๋นจิ่นอีก
แม้ว่าในใจนึกเสียดาย แต่ก็ไม่กล้าพูดอันใดมาก พร้อมกันนั้นพอพวกเขาคิดถึงภรรยาเซี่ยเจี่ยหยวนก็ รู้สึกว่าไม่แต่งเข้าบ้านตระกูลเซี่ยก็ดี
นายหญิงตระกูลเซี่ยผู้นั้นไม่ใช่หญิงธรรมดา นางเก่งกาจไม่เบา
พวกเขาส่งบุตรสาวเข้าบ้านตระกูลเซี่ยก็คงราวกับส่งแพะเข้าปากเสือ ก่อนหน้านี้พวกเขาคิดผิดไปแล้ว
พ่อค้าพวกนี้หันไปสนใจหลิวจื่อเหยียน เจิ้งจื้อซิ่งและเจียงหยวนเซิงแทน
โดยเฉพาะหลิวจื่อเหยียนกับเจียงหยวนเซิง ที่ได้รับความสนใจที่สุดก็คือหลิวจื่อเหยียนที่อายุแค่สิบเจ็ด และเจียงหยวนเซิงที่ภรรยาตาย บุตรสาวพวกเขาแต่งเข้าไปก็เป็นภรรยาจวี่เหริน
โดยเฉพาะหลิวจื่อเหยียน ไม่เพียงแต่อายุน้อย แต่ยังหน้าตาดี สาวน้อยในอำเภอชิงเหอไม่น้อยล้วนชื่นชอบเขา
ในที่นั้นไม่ค่อยมีคนรู้ว่าหลิวจื่อเหยียนก็คือบุตรชายโส่วฝู่ คนเขาจะแต่งก็ต้องแต่งกับตระกูลที่สมน้ำสมเนื้อกัน จะมาแต่งบุตรสาวพ่อค้าอำเภอชิงเหอได้อย่างไร
นายอำเภอหูแม้แต่คิดก็ไม่กล้าคิด เขาหันไปสนใจเจียงหยวนเซิงแทน
แม้ว่าเจียงหยวนเซิงอายุสามสิบแล้ว หน้าตาก็ธรรมดามาก แต่เขาตอนนี้เป็นจวี่เหรินแล้ว หูอิ้งเยว่บุตรสาวเขาเป็นแค่บุตรีอนุภรรยาเขา สถานที่เช่นอำเภอชิงเหอแต่งกับคนสถานะใดที่ดีกว่านี้ได้อีก
เจียงหยวนเซิงก็นับว่าไม่เลวแล้ว คืนนี้นายอำเภอหูจึงให้การต้อนรับเจียงหยวนเซิงดีเป็นพิเศษ
เจียงหยวนเซิงคิดแล้วก็พอเข้าใจความคิดดังดีดลูกคิดสมหวังของนายอำเภอหู เขาคิดแล้วก็พอรับมือได้
แม้ว่าการสอบเซียงซื่อครั้งนี้เขาสอบจวี่เหรินได้ แต่การไปสอบเมืองหลวงครั้งนี้ไม่แน่ว่าจะสอบจิ้นซื่อได้ ดังนั้นจากนี้ย่อมต้องการความช่วยเหลือจากตระกูลหู แต่งกับหูอิ้งเยว่ถือเป็นเรื่องดีสำหรับเขา
แม้ทั้งสองคนไม่ได้กล่าวกันกระจ่าง แต่กลับแสดงท่าทีราวกับรู้ใจกัน
เจ้ามีน้ำใจ ข้าตอบรับ ดื่มกันเบิกบาน
เซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่สนใจเรื่องเหล่านี้ เขากินเลี้ยงเสร็จก็กลับบ้านไปกอดภรรยา ไปเฝ้าภรรยาคนงามและลูกน้อยเป็นเรื่องดีกว่าสิ่งใดทั้งนั้น
ยามนี้หมู่บ้านตระกูลเซี่ยกับหมู่บ้านซิ่งฮวาก็ครึกครื้นอย่างยิ่ง ก่อนหน้านี้เซี่ยอวิ๋นจิ่นส่งคนไปแจ้งข่าวที่หมู่บ้านตระกูลเซี่ยกับพ่อตาแม่ยายที่หมู่บ้านซิ่งฮวาแล้วว่าเขาสอบได้
คนหมู่บ้านตระกูลเซี่ยกับหมู่บ้านซิ่งฮวาต่างตื่นเต้นแทบแตก แต่ละคนวิ่งไปบอกข่าวกัน โดยเฉพาะชาวหมู่บ้านตระกูลเซี่ยที่ดีใจแทบคลั่ง
พากันวิ่งออกไปคุยกับคนนอกบ้านเรื่องนี้กันเสียงดังขรมไปทั่ว
“รู้ไหม การสอบเซียงซื่อครั้งนี้อวิ๋นจิ่นสอบได้ตำแหน่งเจี่ยหยวน”
“ตอนนี้เขาเป็นจวี่เหรินแล้ว วันหน้าก็จะเข้าเมืองหลวงไปสอบหุ้ยซื่อ รอให้เขาเข้าเมืองหลวงไปสอบหุ้ยซื่อได้ก็จะได้เป็นขุนนางแล้ว”
“สวรรค์ หมู่บ้านตระกูลเซี่ยเราถึงกับมีคนได้เป็นขุนนาง นี่ช่างราวกับความฝันเสียจริง เป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงจริงๆ”
ในกลุ่มคนเริ่มมีคนเป็นห่วงว่า “พวกเจ้าว่า หากอวิ๋นจิ่นเป็นขุนนาง วันหน้าจะสนใจพวกเราไหม”
ใช่ มีคนพอได้เป็นขุนนางก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาแล้งน้ำใจ เช่นนั้นวันหน้าอวิ๋นจิ่นเป็นขุนนาง จะไม่สนใจคนบ้านนาเช่นพวกเขาไหม
แต่วาจานี้กล่าวจบก็มีคนปฏิเสธทันควันว่า “ย่อมไม่ พวกเรามีความลำบากไปขอให้เขาช่วย เขาย่อมต้องช่วย เพราะแต่ไรมาเขาก็ดีกับหมู่บ้านตระกูลเซี่ยเรามาตลอด ยังมีภรรยาอวิ๋นจิ่น นางเองก็เป็นคนดี เจ้าลืมแล้วหรือ ตอนบ้านพวกเรายังยากจนก็สอนพวกเราขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพร ยังสอนพวกเราปลูกจินอิ๋นฮวา ยังสอนพวกเราเลี้ยงปลิง ปลิงก็ใกล้จะขายได้แล้ว”
พอคนผู้นี้กล่าวเช่นนี้ ทุกคนก็ต่างพากันดีใจ ใช่ อวิ๋นจิ่นกับภรรยาอวิ๋นจิ่นไม่ใช่คนแล้งน้ำใจ วันหน้าหากพวกเขาเจอเรื่องยุ่งยากหรือป่วยหนัก อวิ๋นจิ่นกับภรรยาเขาต้องช่วยพวกเขาอย่างแน่นอน
พอคิดเช่นนี้ ชาวหมู่บ้านตระกูลเซี่ยก็ไม่มีผู้ใดไม่เบิกบานใจ
ณ ตระกูลเซี่ย พอเซี่ยเหล่าเกินกับพวกเซี่ยต้าเฉียงได้รับข่าวก็ดีใจกันอย่างมาก แต่ละคนมีสีหน้าตื่นเต้นเปล่งประกาย
เซี่ยต้าเฉียงดีใจแทบคลั่ง เขาหัวเราะดังลั่นว่า “วันหน้าน้องชายข้าก็คือขุนนางแล้ว ข้าจะดูสิว่าใครหน้าไหนจะกล้ารังแกข้า วันหน้าข้าไปตำบลชีหลี่กับอำเภอชิงเหอ คนพวกนั้นคงต้องประจบข้าแล้ว”
เซี่ยเหล่าเกินได้ฟังเซี่ยต้าเฉียงก็มีสีหน้าแปรเปลี่ยน ไม่ได้การแล้ว เขาคิดถึงคำเตือนเซี่ยอวิ๋นจิ่นขึ้นมาได้ก็รีบมองเซี่ยต้าเฉียงกล่าวว่า “น้องชายเจ้าสอบเป็นขุนนางได้ เจ้าก็สงบเสงี่ยมหน่อย อย่าได้สร้างความวุ่นวายให้เขา”
เซี่ยเหล่าเกินกล่าวเตือนเซี่ยต้าเฉียงจบ ก็หันไปมองเซี่ยอวิ๋นหวากับตู้เสี่ยวเม่ย กล่าวว่า “พวกเจ้าก็ด้วย อย่าได้หาเรื่องให้พี่ชายเจ้า หากหาเรื่องให้เขา ข้าก็จะขับไล่พวกเจ้าออกจากตระกูล”
เซี่ยต้าเฉียงกับเซี่ยอวิ๋นหวามองบิดาตนอย่างสงสัย ท่านพ่อพวกเขารู้ความเช่นนี้ ถึงกับรู้ว่าไม่ควรก่อเรื่องให้เซี่ยอวิ๋นจิ่นวุ่นวายใจ
“ท่านพ่อ ท่านเป็นอะไรไปหรือ น้องสามสอบเป็นขุนนางใหญ่ได้ พวกเราก็พลอยมีหน้ามีตาไปด้วย ไม่ใช่เรื่องปกติหรือ อะไรคืออย่าสร้างความวุ่นวายให้เขา”
เซี่ยเหล่าเกินแค่นเสียงฮึเยียบเย็นหันหลังเดินเข้าห้องไปทันที ความจริงในใจเขาขมขื่นมาก เซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่ใช่ลูกหลานตระกูลเซี่ย เขาจะทำเช่นไรได้ ตอนนี้เขายังยอมรับบิดาเช่นเขา ให้เขาพลอยมีหน้ามีตาไปด้วย ทุกปียังมีเงินทองให้เขา เพราะเงินพวกนี้ทำให้เขามีชีวิตสุขสบาย หากพวกเขาก่อเรื่องให้เขาเดือดร้อนจริงๆ เขาก็จะบอกชาติกำเนิดตนเองออกไป ไม่ยอมรับบิดาเช่นเขา อย่าว่าแต่เงินกตัญญูวันหน้าที่จะหายวับไป แม้แต่สถานะนี้ก็คงหายวับไปด้วย
เซี่ยเหล่าเกินรู้ดีแก่ใจว่า คนอื่นๆ ในหมู่บ้านล้วนดูแคลนพวกเขา แต่เพราะเซี่ยอวิ๋นจิ่น ผู้อื่นจึงไม่กล้ากล่าวอันใด
เซี่ยต้าเฉียงกับเซี่ยอวิ๋นหวาด้านหลังมองตามไปด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ
ณ ตระกูลเซี่ยอำเภอชิงเหอ ลู่เจียวกำลังคุยกับเซี่ยอวิ๋นจิ่นเรื่องครอบครัวที่หมู่บ้านตระกูลเซี่ย
“พวกเราจะเดินทางไปเมืองหลวงแล้ว จากนี้ไปหากเจ้าสอบจิ้นซื่อได้ ก็มีความเป็นไปได้มากว่าจะต้องอยู่เมืองหลวง ห่างจากอำเภอชิงเหอไกลมาก หากคนตระกูลเซี่ยทำอันใด พวกเราก็คงไม่รู้ แต่คนนอกไม่คิดเช่นนั้น ถึงตอนนั้นพวกเขาทำเรื่องชั่วร้ายอันใด ล้วนต้องมาลงบัญชีที่เจ้า ดังนั้นพวกเราจะต้องหาคนไปจับตาพวกเขาไว้ หากเซี่ยต้าเฉียงกับเซี่ยอวิ๋นหวาทำอะไรก็ให้รีบส่งจดหมายมาแจ้งพวกเราที่เมืองหลวง”