ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 508 ผู้ชายที่ถูกล่อลวงไปได้ไม่เอาเสียก็ดี
ตอนที่ 508 ผู้ชายที่ถูกล่อลวงไปได้ไม่เอาเสียก็ดี
เซี่ยอวิ๋นจิ่นย่อมเข้าใจหลักการเหตุผลนี้ดี จึงรีบพยักหน้าเห็นด้วย “ได้ เรื่องนี้มอบให้เจ้าจัดการ”
ลู่เจียวพยักหน้าเล็กน้อยแล้วก็ตามพ่อบ้านเซียวซานมาคุยเรื่องนี้
“เจ้าไปเลือกคนที่สำนักนายหน้าด้วยตนเอง เอาหญิงสูงวัยที่ฉลาดและทำงานเป็น ส่งไปหมู่บ้านตระกูลเซี่ย บอกว่าพวกเราส่งมาปรนนิบัตินายผู้เฒ่า อีกอย่างเจ้าบอกกับนางผู้นั้นด้วยว่าข้ามอบเงินให้นางเพิ่มเดือนละหนึ่งตำลึง ให้นางให้ความร่วมมือกับอนุภรรยาบิดาสามีข้า คอยเฝ้าคนตระกูลเซี่ยไว้ หากมีการเคลื่อนไหวอันใด ก็ให้นางส่งจดหมายมาที่หอยาเป่าเหออำเภอชิงเหอ คนที่หอยาเป่าเหอจะส่งข่าวมาให้พวกเราเอง”
ลู่เจียวสั่งการลงไป เซียวซานรีบไปจัดการเรื่องนี้
เขาเป็นคนหมู่บ้านตระกูลเซี่ย รู้ความชั่วร้ายของเซี่ยเหล่าเกินกับพวกเซี่ยต้าเฉียงอย่างดี ดังนั้นเจ้านายตนทำเช่นนี้ถูกต้องที่สุด
วันรุ่งขึ้นก็ส่งคนไปถึงหมู่บ้านตระกูลเซี่ย คนหมู่บ้านตระกูลเซี่ยต่างวิ่งมาชมกันครึกครื้น ผู้ใหญ่บ้านเซี่ยฟู่กุ้ยกับจู๋จ่างล้วนพยักหน้าชมว่าเซี่ยอวิ๋นจิ่นช่างกตัญญู
เซี่ยเหล่าเกินปากยิ้มแย้มหุบไม่ลง แม้ว่าบุตรชายคนนี้รังเกียจบุตรชายคนโต แต่ดีกับเขาไม่เลว
เซี่ยเหล่าเกินอารมณ์ดี เอาแต่เอ่ยชมว่าดีมาก
แม่หม้ายหวังค้อนใส่เขา เห็นเขาดีใจเช่นนี้ มุมปากนางก็แค่นยิ้มเย็นเยาะ
ฝันหวานไปเถอะ เจ้าคิดว่าบุตรชายเจ้าซื้อบ่าวมารับใช้เจ้าจริงหรือ เขาเอาไว้เฝ้าคนตระกูลเซี่ยอย่าได้ก่อเรื่องเดือดร้อนให้เขาต่างหาก
แต่แม่หม้ายหวังย่อมไม่กล่าวเรื่องพวกนี้ออกมา นางยังหวังว่าสุดท้ายลู่เจียวจะคืนสัญญาขายตัวให้นาง
ณ บ้านตระกูลเซี่ยในอำเภอชิงเหอ ลู่เจียวกำลังเตรียมงานเลี้ยง
เซี่ยอวิ๋นจิ่นไปสอบเมืองหนิงโจวได้ที่หนึ่งมาในครั้งนี้ ตามหลักก็ควรจัดงานเลี้ยงเชิญทุกคนมากินข้าว
แต่เพราะพวกเขารู้จักคนในอำเภอชิงเหอมาก ดังนั้นงานเลี้ยงจัดเล็กก็ไม่ได้
ลู่เจียวคิดคำนวณดูแล้วก็กล่าวกับเซี่ยอวิ๋นจิ่นว่า “คนที่ว่าการอำเภอก็ต้องเชิญ อาจารย์ใหญ่กับบรรดาอาจารย์ในสำนักศึกษาก็ต้องเชิญ สหายร่วมชั้นเรียนเจ้าก็ต้องเชิญ แล้วยังต้องเชิญบรรดาพ่อค้าที่มีกิจการการค้ากับพวกเราอีกด้วย รวมบรรดาเพื่อนบ้านอีก ทั้งหมดเชิญมาพร้อมกัน อย่างน้อยก็ต้องยี่สิบโต๊ะ”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เช่นนั้นก็จัดเลี้ยงยี่สิบโต๊ะ”
“ได้ เจ้าไปเขียนเทียบเชิญ”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นพยักหน้าไปเขียนเทียบเชิญ ลู่เจียวเริ่มจัดการเรื่องอาหารพรุ่งนี้ และยังต้องเตรียมของขวัญเล็กน้อยให้บรรดาแขกฝ่ายหญิงที่มาทุกคนอีกด้วย ก็คือน้ำปรุงขาวใสที่โรงเวชสำอางผลิตใหม่ล่าสุด น้ำปรุงนี้เป็นรอบการผลิตแรกของโรงเวชสำอาง ถือว่ามีราคามาก ตอนนี้นำมามอบเป็นของขวัญเรียกได้ว่าได้หน้าอย่างที่สุด
ลู่เจียวกำลังจัดการเรื่องงานเลี้ยง เจ้าหนูน้อยทั้งสี่ก็วิ่งปรี่เข้ามากล่าวกับนางว่า “ท่านแม่ พรุ่งนี้พวกเราจะเชิญพวกเพื่อนๆ มาเป็นแขกที่บ้านได้หรือไม่”
ลู่เจียวได้ฟังก็อึ้งไปครู่หนึ่ง นางลืมพวกลูกทั้งสี่ไปเลย
“ได้สิ เช่นนั้นแม่จะจัดโต๊ะที่เรือนด้านหลังให้พวกเจ้าสองโต๊ะ ดีไหม”
“ขอบคุณท่านแม่”
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่เบิกบานใจมาก รีบหันหน้าเข้าหากันหารือว่าจะเชิญผู้ใดบ้าง
ตอนนี้ที่บ้านหยุดเรียนแล้ว ครอบครัวพวกเขาใกล้จะไปเมืองหลวงแล้ว ดังนั้นการเรียนของเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ก็หยุดลง ท่านอาจารย์ซือกับอาจารย์พานก็ได้ลาออกแล้ว
พวกลูกทั้งสี่คิดถึงว่าตนเองจะต้องไปเมืองหลวงขึ้นมา ก็รู้สึกอาลัยอาวรณ์เพื่อนเล่นที่เล่นกันมาหนึ่งปีนี้อย่างมาก จึงวางแผนเชิญพวกเขามาเป็นแขกที่บ้าน
ลู่เจียวย่อมเห็นด้วยและยังให้พวกเขาไปเชิญเพื่อนของตนเองกันเอง
วันรุ่งขึ้น งานเลี้ยงใหญ่ตระกูลเซี่ยครั้งนี้จัดเลี้ยงได้ต่างกับตอนแรกที่มาอำเภอชิงเหอ ตอนนั้นหลายคนไม่รู้จักเซี่ยอวิ๋นจิ่น จึงไม่ได้ให้ความสนใจครอบครัวพวกเขาสักเท่าไร
แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว เซี่ยอวิ๋นจิ่นได้เป็นเจี่ยหยวนเมืองหนิงโจวแล้ว เป็นถึงว่าที่จิ้นซื่อ วันหน้าก็เป็นขุนนาง เอาใจไว้ได้ก็ต้องเอาใจไว้สักหน่อย
ดังนั้นเดิมงานเลี้ยงยี่สิบโต๊ะถึงกับไม่พอ คนที่มาหลังสุดนั่งกันถึงตัวที่สามสิบ ทั้งบ้านตระกูลเซี่ยครึกครื้นกันเต็มที่
แขกชายให้เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับพ่อบ้านเซียวซานต้อนรับ แขกหญิงให้ลู่เจียวกับยายเฒ่าชิวและเฝิงจือต้อนรับ
ยายเฒ่าชิวเป็นหัวหน้าสาวใช้ประจำตัวคุณหนูซิ่งอันโหว เห็นงานใหญ่แต่ละแบบมามากมาย ย่อมไม่หวั่นเกรงงานเลี้ยงเช่นนี้
นางนำเฝิงจือและหลิ่วอันต้อนรับแขกได้อย่างดี มีเพียงแค่จำนวนคนรับใช้ที่ไม่พอใช้งานอย่างเห็นได้ชัด หลิ่วอันกับเฝิงจือไปต้อนรับแขกที่เรือนด้านหน้า ไม่มีเวลาว่างพักแม้สักหนึ่งเค่อ
สุดท้ายยายเฒ่าชิวก็ยกน้ำชาต้อนรับแขกด้วยตนเอง
ลู่เจียวเห็นทุกอย่าง ในใจก็รู้ดีกว่าคนในบ้านนางไม่พอใช้ ดูท่าต้องซื้อคนมาช่วยอีกสักหน่อย
“เจียวเจียว สาวใช้ในบ้านพวกเจ้าน้อยเกินไป เจ้าต้องซื้อมาเพิ่มอีกหน่อย” หลี่อวี้เหยาหาเวลามาบอกลู่เจียว
วันนี้แขกหญิงที่มาค่อนข้างมาก ดังนั้นลู่เจียวต้อนรับได้ไม่ครบทุกคน หลี่อวี้เหยากับเถียนฮวนย่อมต้องออกมาช่วยนางต้อนรับแขกด้วย ทำให้ลู่เจียวผ่อนคลายลงได้มาก
ลู่เจียวได้ฟังหลี่อวี้เหยาก็พยักหน้าเห็นด้วย “ก่อนหน้านี้ข้าไม่ทันได้ใส่ใจเรื่องเหล่านี้ ไว้ค่อยซื้อสาวใช้มาเพิ่มอีกสองสามคน”
ลู่เจียวเพิ่งกล่าวจบ ข้างกายก็มีคนเขยิบข้ามาใกล้ เอ่ยว่า “ต้องซื้ออีกสองสามคน วันหน้าเซี่ยเจี่ยหยวนก็เป็นเซี่ยจ้วงหยวนแล้ว วันหน้าจวนใต้เท้าเซี่ยย่อมไม่อาจขาดคนรับใช้ แต่การซื้อสาวใช้ก็มีเคล็ดลับ เจี่ยหยวนเหนียงจื่อควรระมัดระวังใส่ใจสักหน่อย”
คนผู้นี้กล่าวจบก็จงใจมองไปทางเฝิงจือ
คำพูดนั้นแฝงนัยโดยไม่ต้องเอ่ยว่า การซื้อสาวใช้อย่าได้ซื้อคนที่สะดุดตาเกินไปมา ปล่อยให้นางมาล่อลวงผู้ชายตนเอง นี่ไม่ใช่การหาเรื่องใส่ตัวหรอกหรือ
ลู่เจียวไม่คิดเช่นนั้น ผู้ชายที่ถูกล่อลวงไปได้ไม่เอาเสียก็ดี
มีเพียงนางที่ไม่คิดเช่นนี้ เพราะสตรีหลายคนในที่นั้นต่างเห็นด้วย เจ้ากล่าวคำ ข้ากล่าวคำ ก็เริ่มบทสนทนานี้กันขึ้นมา
“เฝิงเหนียงจื่อ วาจานี้กล่าวได้ถูกต้องมาก สาวใช้ในบ้านไม่ควรหาที่สะดุดตาเกินไป สะดุดตาเกินไปจะทำให้เจ้าบ้านชายยากระงับจิตใจได้ง่าย”
“บ้านเราไม่มีสาวใช้สะดุดตา ท่านพี่ข้าก็ยังไปหาเอาจากข้างนอก ต้องตาต้องใจรับมาเป็นอนุสองคน ผู้ชายขอเพียงคิด แม้ที่บ้านไม่มี ก็ออกไปหาเอาจากข้างนอกได้”
“วาจานี้กล่าวได้ถูกต้อง ผู้ชายไม่มีดีสักคน”
“ใช่ กินในหม้อ คิดถึงในชาม ละโมบไม่รู้จักพอ แต่งอนุมาสองคนยังไม่รู้จักพอ แทบจะแต่งสตรีงามใต้หล้าทั้งหมดเข้าบ้านจึงจะพอใจกระมัง”
“ชะตาหญิงเช่นพวกเราก็ลำบากเยี่ยงนี้ ไม่เพียงแต่ต้องกตัญญูบิดามารดาสามี อบรมสั่งสอนบุตร ยังต้องเลี้ยงดูอนุที่ผู้ชายของเราแต่งมา ไม่รู้ว่าคิดอันใด”
งานเลี้ยงดีๆ ถึงกับกลายเป็นงานวิจารณ์ผู้ชาย
ลู่เจียวกลับไม่คิดเช่นนี้ ท่านย่าหลิวไม่พอใจลุกขึ้นยืนมองทุกคน ดุขึ้นว่า “คุยอะไรกัน วันนี้เป็นเลี้ยงฉลองให้เซี่ยเจี่ยหยวน พวกเจ้าพูดเรื่องพวกนี้ทำไมกัน อีกอย่าง สตรีแต่งงานติดตามสามี อบรมบุตร ก็เป็นหน้าที่ที่พึงกระทำ หรือว่าอยู่บ้านเป็นหญิงแก่ไม่ได้ออกเรือนจึงจะเบิกบ้านใจกัน”
วาจานี้ทำเอาคนในงานเลี้ยงเป็นเบื้อใบ้กันไปทันที ในบรรดาพวกนางไม่ใช่เถียนฮวนที่จะอยู่บ้านไม่ออกเรือนไหม เพราะที่บ้านพวกนางไม่มีทางยอมให้พวกนางไม่ออกเรือนแน่
หลี่อวี้เหยารีบเอ่ยแก้สถานการณ์ว่า “เอาละ ข้าเล่าเรื่องน่ายินดีให้ทุกคนฟังดีกว่า วันนี้ทุกคนมาเป็นแขกตระกูลเซี่ย เจียวเจียวได้เตรียมของขวัญเล็กน้อยไว้ให้ทุกคนแล้ว ทุกคนลองเดาว่าของขวัญเล็กน้อยนี้คือสิ่งใด”