ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 513 ฝันไปเถอะ
ตอนที่ 513 ฝันไปเถอะ
พี่รองลู่เพิ่งไปรับตัวเจ้าสาวเป็นเพื่อนน้องชายกลับมา ไม่เข้าใจว่าภรรยาตนเองเป็นอะไร
“เจ้าอยู่ดีๆ ว่าน้องเจียวทำไมกัน นางทำอะไรเจ้า”
สะใภ้รองลู่โมโหเล่าเรื่องลู่เจียวมอบตั๋วแลกเงินให้พี่สะใภ้ใหญ่ให้ฟัง ก่อนจะโมโหเดือดดาลว่า “นางให้ท่านแม่สอนพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ใหญ่ทำเต้าหู้ ยังร่วมมือกับน้องสามเปิดร้านอาหาร ก่อนหน้านี้ก็ยังมอบบ้านหลังหนึ่งให้กับน้องสาม วันนี้นางยังนำของขวัญมาให้อีกไม่น้อย แล้วดูพวกเรา นอกจากให้เจ้าทำงานดูแลในสามโรงผลิต ก็ไม่ได้ให้ความช่วยเหลืออันใดอีกสักนิด นี่มันเรื่องอันใดกัน”
“ข้าก็ไม่ได้ล่วงเกินนาง เมื่อก่อนข้ากับพี่สะใภ้ใหญ่ก็ทำกับนางเหมือนกัน เหตุใดนางจงใจเอาเรื่องแต่ข้าเช่นนี้”
สะใภ้รองลู่พูดจนสุดท้ายก็โมโหจนร้องไห้ออกมาอย่างอัดอั้นน่าสงสาร
พี่รองลู่ได้ฟังสะใภ้รองลู่ อารมณ์ก็เริ่มไม่ดีอย่างมาก
เขาทำงานเป็นพ่อบ้านรองในสามโรงผลิต ทุกวันเหนื่อยสายตัวแทบขาด เดือนหนึ่งได้สิบตำลึง ปีหนึ่งก็แค่ร้อยยี่สิบตำลึง รวมกับภรรยาทำงานได้ปีหนึ่งก็ไม่ได้มีเงินเข้าถึงสองร้อยตำลึง
เทียบกับพี่ใหญ่และน้องสามตอนนี้ ด้อยกว่าอย่างมากจริงๆ
อย่างไรในใจพี่รองลู่ก็ทนรับไม่ไหว
แต่พอคิดถึงว่าวันนี้เป็นวันแต่งงานของลู่กุ้ย เขาจึงฝืนทำใจขึ้นมาใหม่ กล่าวว่า “เอาละ น้องเจียวสนิทกับน้องสามมากกว่าคนอื่น นางมอบเงินให้พี่ใหญ่ก็เพื่อให้พวกเขาดูแลท่านแม่ก็เท่านั้น ตอนนั้นพวกเราก็คงจะไม่ได้อยู่หมู่บ้านซิ่งฮวาแล้ว”
พี่รองลู่กล่าวจบก็ลุกขึ้นออกไปต้อนรับแขก งานแต่งน้องชายเขา เขาเป็นพี่ชายไม่ช่วยต้อนรับแขกจะได้อย่างไร
สะใภ้รองลู่ด้านหลังพลันเอ่ยขึ้นว่า “ข้าตัดสินใจจะให้เถาจื่อเป็นลูกสะใภ้น้องเจียว เช่นนี้วันหน้าเงินในมือน้องเจียวก็จะเป็นของบุตรสาวข้า บุตรสาวข้าย่อมต้องกตัญญูต่อพวกเรา”
สะใภ้รองลู่กล่าวจบ ก็อารมณ์ดีขึ้นมาได้หน่อยหนึ่ง น้องเจียวไม่ให้แล้วจะอย่างไร วันหน้าเงินทองของนางก็ต้องเหลือไว้ให้บุตรชาย บุตรสาวนางย่อมต้องนำมากตัญญูต่อพวกนางเป็นแน่
พี่รองลู่พอได้ฟังสะใภ้รองลู่ก็รีบหันมาตวาดนางทันที “เจ้าพูดจาเหลวไหลอันใดกัน น้องเจียวไม่มีทางเห็นด้วยกับเรื่องนี้”
พี่รองลู่ทำงานในสามโรงผลิตที่ชิงเหอ มักได้ยินพ่อบ้านเฉิงพูดถึงการทำงานของลู่เจียว เขารู้ดีว่าน้องสาวตนเองผู้นี้ไม่ใช่คนที่กล่อมง่าย
เขากลัวภรรยาจะก่อเรื่องให้น้องสาวโมโหแล้วจะพลอยทำให้งานตนเองหายวับไปด้วย
พี่รองลู่อยู่อำเภอชิงเหอมาครึ่งปีว่า รู้ว่าน้องสาวคนนี้ไม่ได้ผูกพันกับเขาสักเท่าไร แต่ดีกับลู่กุ้ยมาก
บ้านตระกูลลู่มีแค่คนสองคนที่ทำให้นางชอบได้ ท่านแม่กับลู่กุ้ย คนอื่นๆ นางไม่ได้คิดจะสนใจสักเท่าไร
ในห้อง สะใภ้รองลู่กลับหัวเราะดังขึ้น “เช่นนั้นเจ้าก็ผิดแล้ว น้องเจียวชอบเถาจื่อเรามาก บอกว่าเห็นเถาจื่อเราเป็นดังบุตรสาว”
พี่รองลู่สีหน้าแปรเปลี่ยนทันที สะใภ้รองลู่โง่เง่า แต่เขาไม่ได้โง่ เห็นชัดว่าน้องสาวคาดเดาความคิดพี่สะใภ้ได้แล้ว ความหมายในวาจานี้ก็คือเห็นเถาจื่อเป็นดังบุตรสาว มิใช่สะใภ้
“เรื่องนี้เจ้าอย่าได้เอ่ยอีก ได้ยินไหม” พี่รองลู่โมโหตวาดใส่สะใภ้รองลู่ สะใภ้รองลู่นิ่งอึ้งไปทันที “ทำไมกัน”
พี่รองลู่มองสะใภ้รองลู่ รู้สึกว่าภรรยาตนเองช่างโง่เง่าและโง่งมโดยแท้
“วันหน้าอย่าได้เอ่ยถึงเรื่องนี้อีก”
เขากล่าวจบก็หันหลังออกไป สะใภ้รองลู่ได้สติคืนมา ก็โมโหร้องไห้ด่าทอว่า “ข้าทำเพื่อผู้ใดกัน หรือว่าไม่ใช่เพื่อบ้านตระกูลลู่ หากเถาจื่อแต่งงานไปได้ดี จึงจะช่วยเหลือพี่น้องคนอื่นๆ ได้”
แต่ไม่มีผู้ใดสนใจนาง ยามนี้บ้านตระกูลลู่มีคนมากมายแห่กันไปที่ห้องหอ ทุกคนอยากดูเจ้าสาว
ลู่กุ้ยอยู่อำเภอชิงเหอมาหนึ่งปี ตอนนี้ไม่ได้มีท่าทางเงอะงะงกเงิ่นเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ตอนนี้ดูแล้วเป็นคนท่าทางเปิดเผยผึ่งผายอย่างมาก
ผู้อื่นคิดดูเจ้าสาว เขาก็เปิดผ้าคลุมหน้าให้ผู้อื่นได้เห็นกันอย่างเปิดเผย
วันนี้จิ่นซิ่วบรรจงแต่งหน้าเป็นพิเศษ เดิมนางก็หน้าตากระจ่างใส ผิวพรรณขาวสะอาดสะอ้าน ยามนี้แต่งตัวขึ้นมาก็งดงามกระจ่างตาอย่างมาก
ไม่เพียงแต่คนโดยรอบ แม้แต่ตัวลู่กุ้ยเองก็ตะลึงงันเช่นกัน ตั้งสติไม่ได้อยู่เป็นนาน
นี่คือจิ่นซิ่ว? งามมาก
ลู่กุ้ยแอบเขิน สตรีในห้องไม่ว่าสาวน้อยสาวใหญ่หรือสาวแก่พากันส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นพร้อมกัน
“โอย ภรรยาลู่กุ้ยงามแท้”
“ใช่ เจ้าดูทั้งขาวทั้งใส ดูแล้วอายุน้อยมาก”
“ลู่กุ้ยกำไรแล้ว”
ลู่กุ้ยกับจิ่นซิ่วถูกทุกคนล้อจนหน้าแดงก่ำ
ลู่เจียวพายายเฒ่าชิวเดินเข้าประตูมา ยายเฒ่าชิวถือขนมห้าสีมงคลถุงใหญ่เข้ามา ลู่เจียวยิ้มกล่าวกับคนในห้องว่า “น้องสะใภ้ข้าอายุยังน้อย เขินอายได้ง่าย ทุกคนอย่าหยอกล้อนาง มา มา กินขนมมงคล กินขนมมงคล”
ยายเฒ่าชิวรีบแจกขนมมงคลในมือให้ทุกคนคนละกำมือ พลางหัวเราะกล่าวกับทุกคนว่า “ทุกท่านโปรดเมตตาด้วย”
ทุกคนยิ้มรับขนมมงคลแล้วก็เดินออกไป
สุดท้ายในห้องเหลือแต่ลู่กุ้ยกับจิ่นซิ่ว ลู่เจียวและยายเฒ่าชิว
ลู่เจียวมองไปยังลู่กุ้ย “เจ้าออกไปต้อนรับข้างนอก ข้าอยู่เป็นเพื่อนจิ่นซิ่ว”
ลู่กุ้ยรีบยิ้มทันที “ได้ เช่นนั้นก็รบกวนพี่เจียวแล้ว”
เขากล่าวจบก็มองจิ่นซิ่วอีกครั้งก่อนจะหันหลังเดินออกไป
ในห้องลู่เจียวมองไปยังยายเฒ่าชิวกล่าวว่า “ยายเฒ่าชิว เจ้าไปห้องครัวยกหมี่มาให้จิ่นซิ่วกินสักหน่อย”
เดิมจิ่นซิ่วกำลังรู้สึกเคร่งเครียด พอเห็นลู่เจียวก็คลายความกังวลลง ร่าเริงขึ้นไม่น้อย
“พี่เจียว ไม่ต้องลำบาก”
ลู่เจียวยิ้มมองนางกล่าวว่า “ไม่ลำบาก”
ยายเฒ่าชิวเดินออกไป ลู่เจียวหันกลับมายกเก้าอี้มานั่งข้างเตียง ยื่นมือไปกุมมือจิ่นซิ่วกล่าวว่า “ไม่ต้องเครียด ทุกคนล้วนดีมาก”
“อืม เดิมข้าก็เครียดอยู่ แต่พอเห็นพี่เจียวก็หายแล้ว”
“ข้าเป็นเพื่อนคุยเจ้าเอง”
“ขอบคุณพี่เจียว”
ค่ำคืนนี้ ครอบครัวลู่เจียวพักอยู่บ้านตระกูลลู่ บ้านตระกูลลู่สร้างบ้านอิฐชิงจวนครั้งนี้ยังสร้างห้องสามห้องให้ครอบครัวพวกเขาโดยเฉพาะ ห้องใหญ่ห้องหนึ่งให้ผู้ใหญ่อยู่ กับห้องเล็กสองห้องให้แฝดสี่อยู่ ในห้องมีข้าวของครบ
ลู่เจียวกับเซี่ยอวิ๋นจิ่นอาบน้ำแปรงฟันแล้วก็คิดจะเข้านอน ก่อนนอนเซี่ยอวิ๋นจิ่นถามลู่เจียวว่า “เจียวเจียว ทำไมข้ารู้สึกว่าสายตาพี่สะใภ้รองเจ้ามองพวกเราเหมือนไม่ค่อยเป็นมิตรนัก พวกเราไปทำอันใดนางหรือ”
เดิมลู่เจียวไม่อยากให้เซี่ยอวิ๋นจิ่นรู้เรื่องพวกนี้ ผู้ใดจะรู้ว่าพี่สะใภ้รองโง่เง่าไม่รู้เกิดลมคลั่งเสียสติอันใดขึ้นมา จึงได้ทำแสดงสีหน้าออกมาอย่างไม่เก็บงำเช่นนั้น
เดิมเซี่ยอวิ๋นจิ่นก็เป็นคนละเอียด ย่อมมองออก
ลู่เจียวเองก็ไม่คิดปิดบังเขา เล่าเรื่องพี่สะใภ้รองลู่หมายปองแฝดสี่ให้บุตรสาวตน
“ไม่รู้ว่าพี่รองไปว่านาง จึงทำให้นางโมโหหรือไม่ ดูท่าพวกเราวันหน้าควรห่างไกลจากคนผู้นี้หน่อยดีกว่า”
หากพี่รองจัดการภรรยาตนเองไม่ได้ ก็ให้นางไสหัวไป นี่เอาใจพวกเขาจนคิดว่าตนเองเป็นใครกัน
ลู่เจียวกล่าวจบก็หาวหวอดคิดจะนอน
เซี่ยอวิ๋นจิ่นยื่นมากอดนางลูบหลังกล่อมนางนอน “อืม ครอบครัวพี่รองเจ้านี่ไม่ควรชิดใกล้ หวังสูงไปแล้ว”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นรู้สึกเพียงแค่น่าขัน ถึงกับคิดหมายบุตรชายเขา ฝันไปเถอะ
อนาคตบุตรชายเขาจะต้องแต่งกับหญิงที่ชอบเท่านั้น
เซี่ยอวิ๋นจิ่นครุ่นคิดพลันก้มหน้ามองลู่เจียว ก็เหมือนที่เขาชอบเจียวเจียว ในชีวิตหนึ่งของผู้ชายควรต้องได้พบกับหญิงที่รักสักคน ชีวิตจึงจะสมบูรณ์พร้อม!