ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 514 เข้าเมืองหลวง
ตอนที่ 514 เข้าเมืองหลวง
เช้าวันรุ่งขึ้น ครอบครัวเซี่ยอวิ๋นจิ่นก็จะกลับแล้ว
ครอบครัวตระกูลลู่ต่างออกมาส่งพวกเขา แม้แต่สะใภ้ใหม่เช่นจิ่นซิ่วก็ออกมาส่งลู่เจียว
ลู่เจียวกุมมือนาง ยิ้มกล่าวว่า “จิ่นซิ่ว อย่าได้เป็นห่วง พวกท่านแม่ข้าอยู่ด้วยง่ายมาก จะดูแลเจ้าอย่างดี”
จิ่นซิ่วกล่าวอย่างเขินอายว่า “ข้ารู้แล้ว พี่เจียวอย่าได้เป็นห่วงข้า พี่เจียวกลับไปครั้งนี้ก็จะไปเมืองหลวงเลยหรือ”
ลู่เจียวพยักหน้า “ใช่แล้ว กลับไปก็เตรียมตัวเข้าเมืองหลวง ตอนนี้เดือนเก้า รอพวกเราถึงเมืองหลวงก็หนาวแล้ว เมืองหลวงอยู่ตอนเหนือ ค่อนข้างหนาว ดังนั้นต้องเตรียมเสื้อผ้าของทั้งครอบครัวแล้วค่อยไปเมืองหลวง”
เถียนซื่อยื่นมือไปดึงมือลู่เจียวมากุมไว้อย่างอาลัยอาวรณ์ “เจียวเจียวถึงเมืองหลวงแล้วอย่าลืมเขียนจดหมายมาหาแม่นะ”
คิดถึงว่าวันหน้าบุตรสาวจะไปไกลห่างจากพวกนาง เถียนซื่อก็อาลัยอาวรณ์ รู้สึกเป็นห่วงนาง
ก่อนหน้านี้รู้สึกว่าอำเภอชิงเหอก็ไกลแล้ว ตอนนี้มาคิดอีกที ความจริงอำเภอชิงเหอก็อยู่แค่ตรงหน้า เมืองหลวงจึงเรียกได้ว่าไกลโพ้นแท้จริง หากบุตรสาวปวดหัวตัวร้อน นางจะไปเยี่ยมก็ยังไม่ได้
“เจียวเจียว เจ้าต้องดูแลตัวเองให้ดี”
ลู่เจียวรู้ว่าเถียนซื่อตัดใจไม่ลง ก็ยิ้มมองนางกล่าวว่า “ท่านแม่วางใจ เมืองหลวงแม้ว่าไกล แต่ความจริงก็พอได้อยู่ รอให้พวกเราลงหลักปักฐานแล้ว ก็จะส่งคนมารับท่านแม่ ให้ท่านแม่ได้ไปเที่ยวเมืองหลวง”
เถียนซื่อยิ้มรับคำ “ดี ถึงตอนนั้นข้าก็จะได้อาศัยวาสนาบุตรสาวข้าไปเปิดหูเปิดตาชมทิวทัศน์เมืองหลวงสักหน่อย”
ลู่เจียวยิ้มพยักหน้า จากนั้นก็นางหันไปมองไปทางพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ใหญ่ “พี่ใหญ่ พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านพ่อกับท่านแม่ก็ฝากพวกท่านแล้ว”
พี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ใหญ่รีบตบหน้าอกแสดงท่าทีว่า “น้องเจียววางใจ พวกเราต้องไม่ทำให้ท่านพ่อกับท่านแม่ต้องทุกข์ใจแม้แต่น้อย”
เมื่อวานพี่ใหญ่ก็รู้ว่าน้องสาวให้ภรรยาเขาไว้ห้าร้อยตำลึงแล้ว
แม้ว่าน้องสาวบอกแล้วว่าอย่าให้ท่านแม่รู้ แต่พี่ใหญ่ก็ยังแอบบอกเรื่องนี้กับท่านแม่
หากไม่บอก วันหน้าท่านแม่รู้เข้าคงได้ตีเขาตาย
พอเถียนซื่อรู้ก็ให้พี่ใหญ่เงียบไว้ นั่นเป็นเงินจากใจบุตรสาวนาง อย่าได้ทำให้นางต้องเสียน้ำใจ
ลู่เจียวพยักหน้าพอใจ มองไปยังลู่กุ้ยพร้อมกับกำชับว่า “ดีกับจิ่นซิ่วหน่อย หากให้ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ดีกับนาง ดูว่าข้ากลับมาจะจัดการเจ้าเยี่ยงไร”
ลู่กุ้ยยิ้มกว้างรับรองว่า “พี่เจียววางใจ ข้ารับรองว่าจะดีกับจิ่นซิ่วมากๆ”
ลู่เจียวกล่าวจบ เดิมก็ไม่คิดกล่าวอันใดต่อ แต่ก็รู้สึกว่าไม่ได้กล่าวอันใดกับลู่อันเหมือนไม่ค่อยไว้หน้าเขานัก จึงหันไปมองลู่อัน
“พี่รอง พี่ทำงานที่สามโรงผลิตให้ดี ตอนนี่พี่ยังไม่อาจทำงานคนเดียวได้ รอไว้พี่ทำงานคนเดียวได้ก่อน ก็จะแบ่งหุ้นส่วนสามโรงผลิตให้พี่ พ่อบ้านเฉิงมีหุ้นส่วนในสามโรงผลิต นอกจากเงินเดือนแล้ว ยังมีส่วนแบ่งกำไรจากหุ้นส่วน”
พอลู่อันได้ฟังก็ดีใจมาก พยักหน้ารับรอง “ข้ารู้แล้ว น้องเจียววางใจ ข้าต้องพยายามทำงานให้ดี”
ลู่เจียวพยักหน้า มองไปยังข้างลู่อันทีหนึ่ง วันนี้พี่สะใภ้รองไม่ปรากฏตัว
ลู่เจียวขี้เกียจจะสนใจนาง หันหลังอุ้มเจ้าหนูน้อยขึ้นรถม้าไปกับเซี่ยอวิ๋นจิ่น
ลู่อันเห็นสายตาลู่เจียวก็มองออกว่านางไม่ค่อยพึงใจ ในใจเขาพลันรู้สึกว่าไม่ได้การแล้ว
ความจริงตอนเช้าวันนี้ภรรยาเขาไม่ยอมตื่น เขากล่อมนางแล้ว ปรากฏว่าไร้ประโยชน์
ลู่อันโมโหยากบรรยาย
นอกจากเขาโมโหแล้ว เถียนซื่อเองก็โมโหมาก
เพียงแต่นางไม่อยากแสดงอาการโมโหต่อหน้าบุตรเขย ดังนั้นจึงอดกลั้นไว้ รอจนรถม้าตระกูลเซี่ยไปแล้ว เถียนซื่อจึงได้หันไปใส่ลู่อันด้วยสีหน้าไม่ดีนัก
“ภรรยาเจ้าหมายความเยี่ยงไร นางคิดจะทำอันใด ชีวิตสุขสบายเกินพอแล้วหรืออย่างไร ตอนนี้เจ้ารีบส่งนางกลับบ้านนางไปสำนึกตนเดี๋ยวนี้ หากสำนึกไม่ได้ก็อย่าได้ก้าวเข้าประตูบ้านตระกูลลู่ข้าอีก”
แม้ว่าลู่อันรังเกียจความโง่เขลาภรรยาตน แต่ก็ไม่เคยคิดจะส่งนางกลับบ้านนาง
“ท่านแม่ ไม่ค่อยดีกระมัง”
เถียนซื่อกล่าวเยียบเย็นว่า “หากเจ้าไม่ส่งนางกลับไปก็ได้ วันหน้าครอบครัวเจ้าก็อย่าได้กลับมาอีก ข้าไม่อยากเห็นหน้าพวกเจ้า”
ครั้งนี้เจียวเจียวไปเมืองหลวง ยังไม่รู้ว่าจะกลับมาตอนไหน สะใภ้รองนางถึงกับชักสีหน้าใส่เจียวเจียวเรื่องนี้ทำให้เถียนซื่อโมโหอย่างมาก
ดังนั้นจึงท่าทางเอาจริง ไม่ยอมอ่อนข้อแม้แต่น้อย หากลู่อันไม่ส่งพี่สะใภ้รองกลับบ้านนาง ก็ให้เขากับสะใภ้รองไปจากบ้านตระกูลลู่
ลู่อันเริ่มกังวลขึ้นมาทันที อันที่จริงหากท่านแม่ขับพวกเขาออกจากบ้านตระกูลลู่ก็ไม่ได้มีอันใด แต่หากเรื่องนี้ไปถึงหูน้องสาวเขา นางก็อาจให้เขาไสหัวไปก็เป็นได้
ลู่อันไม่กล้ากล่าวต่ออีกแม้แต่คำเดียว พยักหน้ารับคำ “ท่านแม่ ข้ารู้แล้ว ข้าจะส่งนางกลับบ้านนางไปเดี๋ยวนี้เลย”
ลู่อันเพิ่งกล่าวจบ สะใภ้รองลู่ก็มีสีหน้าซีดเผือดเดินออกมาจากห้อง นางเองก็ได้ยินวาจาเถียนซื่อก่อนหน้านี้
สภาพบ้านนางเป็นเช่นไร นางไม่รู้หรือว่าลำบากมาก กินอยู่ล้วนไม่ดี ไหนเลยจะเทียบกับบ้านตระกูลลู่ได้ ดังนั้นนางไม่อยากกลับไป
“ข้าไม่กลับ ข้าทำผิดอันใด ถือสิทธิ์อันใดส่งข้ากลับบ้าน”
เถียนซื่อแค่นยิ้มเอ่ยว่า “ก็เพราะเจ้าหาเรื่องในวันมงคลใหญ่นี้อย่างไรเล่า บ้านตระกูลลู่เราเดินมาถึงวันนี้ได้ ก็เพราะความช่วยเหลือของบุตรสาวข้า ดังนั้นหากนางอยู่บ้านเรา ไม่ควรให้นางต้องมาทนรองรับอารมณ์อันใด เจ้ากล้าใส่อารมณ์กับนาง ข้าก็กล้าขับไล่เจ้าออกไป”
เถียนซื่อกล่าวจบก็กวาดตามองทุกคนในบ้าน “เกิดเป็นคนก็ควรรู้กตัญญู ไม่อาจเพราะว่าเจียวเจียวดีกับพวกเรา ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลไร้สำนัก”
ลู่ต้าเหนียน พี่ใหญ่และสะใภ้ใหญ่ต่างรีบพยักหน้า “พวกเราล้วนจดจำความดีของเจียวเจียวไว้แล้ว”
เถียนซื่อไม่ได้สนใจผู้อื่น หันไปมองลู่อันกล่าวว่า “รีบส่งนางกลับไป หากนางไม่กลับไป ก็เขียนหนังสือหย่านางเสีย นางใช้ชีวิตดีๆ มาเพียงพอแล้ว ให้นางกลับไปใช้ชีวิตลำบากดูบ้าง”
เมื่อก่อนแม้สะใภ้ผู้นี้จะปากร้าย แต่ไม่เป็นเช่นนี้ ตอนนี้มีเงินแล้ว กลับเรียนรู้อิจฉาริษยา ยังชักสีหน้าใส่น้องสามี นี่มันตัวอันใดกัน
ลู่อันรีบก้าวเข้ามาดึงสะใภ้รองไว้ สะใภ้รองลู่ไม่กล้าพูดต่อ ลู่อันดึงนางกลับไปเก็บเสื้อผ้าก่อนจะส่งนางกลับบ้านนาง
เพราะพี่รองกล่อม สะใภ้รองลู่จึงยอมกลับบ้านนางแต่โดยดี ลู่อันบอกแล้วว่า ให้นางอยู่บ้านนางสักสองสามวันก็จะไปรับนางกลับมา
แต่นางไม่รู้ว่า พอลู่อันกลับบ้านมา เถียนซื่อก็ออกคำสั่งอีกว่า หากไม่ได้รับอนุญาตจากนางก็ห้ามลู่อันไปรับนางกลับมา ให้ลู่อันรีบกลับไปทำงานที่อำเภอชิงเหอ
ปรากฏสะใภ้รองลู่ถูกบ้านตระกูลลู่นำไปทิ้งบ้านมารดานาง เถียนซื่อไม่ได้คิดให้บุตรชายหย่าสะใภ้ผู้นี้ แต่คิดให้นางได้รับความลำบากให้มากหน่อย ดูว่าอยู่บ้านมารดาตนเองนั้นดีหรือไม่
ลู่เจียวไม่รู้เรื่องที่เกิดในบ้านตระกูลลู่ นางกับเซี่ยอวิ๋นจิ่นกลับถึงบ้านตระกูลเซี่ยก็เริ่มเตรียมของไปเมืองหลวง นอกจากอาหารการกินแล้ว ที่เตรียมที่มากที่สุดก็คือเสื้อผ้าของทั้งครอบครัว
เมืองหลวงหนาวกว่าทางใต้มาก ดังนั้นนอกจากเตรียมเสื้อบุฝ้ายแล้ว ยังเตรียมเสื้อคลุมขนกระต่ายขนจิ้งจอกให้แต่ละคนอีกด้วย
พอเตรียมของพวกนี้เสร็จ ก็เข้าสู่ปลายเดือนเก้าแล้ว
ทุกคนเดินทางสู่เมืองหลวงกันไปเป็นขบวนใหญ่โต
การไปเมืองหลวงครั้งนี้เดินทางด้วยเส้นทางน้ำ ราวหนึ่งเดือนก็จะถึงเมืองหลวง