ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 522 ให้ความไว้วางใจผู้อื่นสักหน่อยได้หรือไม่
ตอนที่ 522 ให้ความไว้วางใจผู้อื่นสักหน่อยได้หรือไม่
เซี่ยอวิ๋นจิ่นส่งข้อมูลให้ลู่เจียวดู ลู่เจียวพลิกอ่านไปสองสามหน้า ในใจก็รู้ทันทีว่านี่คืออ๋องเยียนให้คนนำมามอบให้ ดูท่าอ๋องเยียนคิดใช้งานเซี่ยอวิ๋นจิ่นจริง
“เจ้าคิดเช่นไร”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นมองลู่เจียวกล่าวว่า “เจียวเจียว เจ้ารู้สึกว่าเขาเป็นคนเช่นไร”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่ได้เอ่ยถึงอ๋องเยียนต่อหน้าเจ้าหนูน้อยทั้งสี่
ลู่เจียวกลับรู้ว่าเขาถามถึงเรื่องใด คิดแล้วก็พยักหน้า “พอได้ ไม่อวดอ้างบารมีรังแกผู้คน และเป็นคนที่นับว่าเปิดเผย”
สถานะองค์ชายทำได้เช่นนี้ก็นับว่าไม่เลวแล้ว
เซี่ยอวิ๋นจิ่นพยักหน้าเล็กน้อย ไม่กล่าวถึงอ๋องเยียนต่อ ในใจตัดสินใจแล้ว เขารู้สึกว่า สุดท้ายก็คงต้องบอกอ๋องเยียนเรื่องของซื่อเป่า รอให้ซื่อเป่าโตอีกสักหน่อย เขาก็จะบอกเขาเรื่องชาติกำเนิดของเขา ส่วนเขาจะตัดสินใจเช่นไร ก็แล้วแต่การตัดสินใจของเขาแล้ว
เซี่ยอวิ๋นจิ่นคิดตกแล้ว ในใจก็สงบมากขึ้น หันหน้าไปคีบอาหารให้ลู่เจียวกับเจ้าหนูน้อยทั้งสี่
ทั้งครอบครัวกินอาหารกลางวันกันอย่างเบิกบานใจ คุยเรื่องราวสนุกสนานกันไป
หลังอาหาร ลู่เจียวมองเซี่ยอวิ๋นจิ่นเอ่ยว่า “ตอนนี้ในบ้านก็จัดของเข้าที่พอสมควรแล้ว เจ้าก็ไม่ต้องมาห่วงเรื่องอื่นใดในบ้านอีก ไปตั้งใจทบทวนตำราให้ดี ในเมื่อรู้ผู้คุมสอบหุ้ยซื่อครั้งนี้แล้ว ก็อ่านบทความกับบทวิจารณ์ของผู้คุมสอบทั้งสองให้มาก ย่อมช่วยการสอบหุ้ยซื่อของเจ้าครั้งนี้ได้เยอะ”
“ตกลง”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นยิ้มรับคำ นี่คือการต่อสู้ครั้งสุดท้าย เขาต้องคว้าตำแหน่งหุ้ยหยวนมาให้ได้ เพื่อมุ่งไปสู่สามตำแหน่งแรกในการสอบเตี้ยนซื่อ
เซี่ยอวิ๋นจิ่นไปทบทวนตำราที่ห้องหนังสือ ลู่เจียวพาเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ไปนอนกลางวันที่เรือนตะวันออก นางเองก็ขี้เกียจจะกลับห้อง จึงนอนกับเจ้าหนูน้อยทั้งสี่เสียเลย
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่ดีใจอย่างมาก มารดาไม่ได้นอนกับพวกเขามานานแล้ว ทั้งสี่คนแย่งกันนอนข้างลู่เจียว สุดท้ายซานเป่ากับซื่อเป่าได้ชัย สาเหตุหลักก็เพราะต้าเป่ากับเอ้อร์เป่ายอมพวกเขา
ต้าเป่านับวันยิ่งมีท่าทางของความเป็นพี่ใหญ่ หาได้ยากที่เอ้อร์เป่าจะมีท่าทางแบบพี่รองที่ยอมให้น้องชายทั้งสอง
เรื่องนี้เป็นที่ชื่นชมของลู่เจียวอย่างมาก เอ่ยชมต้าเป่ากับเอ้อร์เป่า ส่วนซานเป่ากับซื่อเป่าได้นอนชิดกับลู่เจียวแล้วก็ดีใจมาก ไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยที่ลู่เจียวชมพี่ชายทั้งสองคนแม้แต่น้อย
เด็กชายสี่พี่น้องนอนกลางวันกับมารดาอย่างมีความสุข
ลู่เจียวเพิ่งจะนอน เฝิงจือก็ค่อยๆ ย่องเข้าประตูมา
“เหนียงจื่อ คุณชายฉีมาขอพบเหนียงจื่อ”
ลู่เจียวสะลึมสะลือลืมตาขึ้นมองเฝิงจือ กล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “เขามาทำอะไรตอนนี้”
ตอนเช้าเพิ่งจะไป ตอนบ่ายก็มาอีกแล้ว นี่ขยันมาเกินไปไหม อย่างไรก็ควรให้นางได้นอนพักบ้าง
แต่ลู่เจียวรู้ว่าฉีเหล่ยไม่ใช่คนที่อยู่ดีๆ จะมาหาเรื่อง ดังนั้นเขามาย่อมต้องมีเหตุผล
ลู่เจียวได้แต่ลุกขึ้น ดีที่ไม่ได้ทำให้เจ้าหนูน้อยทั้งสี่ตื่น
นางแต่งตัวแล้วก็นำเฝิงจือเดินออกไป
ในห้องโถง พอฉีเหล่ยเห็นนางออกมาก็รีบกล่าวว่า “อาจารย์ คุณหนูใหญ่จวนเฉิงเต๋อโหวผู้นั้นป่วยหนักมาก ปู่ข้ากับข้าตรวจไม่พบว่านางป่วยด้วยโรคอันใด ดังนั้นจึงอยากขอเชิญอาจารย์ไปตรวจดูสักหน่อยว่ารักษาได้หรือไม่”
ลู่เจียวมองฉีเหล่ยเป็นนานไม่กล่าวอันใด
ฉีเหล่ยเริ่มใจไม่ดี “อาจารย์เป็นอะไรไปหรือ”
ลู่เจียวจะกล่าวอันใดได้ จะกล่าวว่าความจริงคุณหนูใหญ่ผู้นั้นแกล้งป่วยหรือ เป็นไปได้อย่างมากว่านางกินยาลึกลับบางอย่างลงไป แต่นางไม่อาจกล่าวเช่นนี้ออกมา
ลู่เจียวคิดแล้วก็กล่าวว่า “ไม่มีอันใด ข้าไปตรวจดูนางกับเจ้าได้ แต่เจ้ารอข้าสักครู่”
ฉีเหล่ยพยักหน้า ลู่เจียวหันหลังเข้าไปในห้องตนเปลี่ยนเป็นชุดผู้ชาย ยังแต่งหน้าตาตนเองง่ายๆ เฝิงจือ กับหร่วนจู๋เองก็รีบเปลี่ยนเครื่องแต่งกายชายกันอย่างชำนาญ ตอนนี้ทั้งสองคนชำนาญเครื่องแต่งกายชายอย่างยิ่ง ที่สำคัญที่สุดก็คือยังกระตือรือร้นอย่างมาก
เปลี่ยนเครื่องแต่งกายชายเสร็จ ลู่เจียวก็ช่วยแต่งหน้าง่ายๆ ให้ สุดท้ายสามคนก็หน้าตาเหมือนชายธรรมดาทั่วไป
แต่ฉีเหล่ยยังจำพวกนางได้
“อาจารย์ พวกเราไปกันเถอะ”
“อืม” ทุกคนเดินออกไป ตอนเดินออกจากเรือนบุปผา ในห้องหนังสือทางตะวันตก เซี่ยอวิ๋นจิ่นได้ยินเสียงเคลื่อนไหว ก็ออกมาเห็นลู่เจียวจะออกไป รีบถามว่า “เจียวเจียว จะไปที่ใดกัน”
พวกเขาเพิ่งมาเมืองหลวง เซี่ยอวิ๋นจิ่นเป็นห่วงลู่เจียวจะพบเจอกับเรื่องยุ่งยากอันใด ดังนั้นจึงไม่อยากให้นางออกไป
ฉีเหล่ยรีบกล่าวว่า “ท่านวางใจได้ คุณหนูใหญ่จวนเฉิงเต๋อโหวป่วยหนักมาก ปู่ข้าเชิญอาจารย์ไปช่วยตรวจให้นางสักหน่อยว่านางป่วยเป็นโรคอันใด”
“ซือกง[1]อย่าได้เป็นห่วง ข้าจะไม่ให้อาจารย์เกิดเรื่อง ตระกูลฉีข้าอยู่เมืองหลวง แม้ไม่นับว่าเป็นชนชั้นสูงศักดิ์ แต่ก็พอมีรากฐานไม่น้อย ไม่มีคนมาหาเรื่องพวกเราแน่”
ลู่เจียวได้ยินฉีเหล่ยเรียกคำก็ซือกง สองคำก็ซือกง ก็ฟังจนเริ่มปวดหัว อยากจะแก้คำเรียกขานเขาใหม่ แต่คิดไปคิดมาก็ไม่รู้ว่าจะให้เขาเรียกขานเช่นไรดี เรียกพี่เซี่ย ก็เห็นได้ชัดว่าระดับอาวุโสไม่เท่ากัน เรียกท่านอาเซี่ย ก็เหมือนจะทำให้เซี่ยอวิ๋นจิ่นแก่ไป และทั้งสองคนยืนคู่กันก็เห็นชัดว่าอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน เช่นนั้นเรียกเซี่ยจวี่เหริน ก็รู้สึกว่าเหินห่างไปอีก
สุดท้ายลู่เจียวขี้เกียจจะไปแก้ไขคำเรียกขานเขา นางมองเซี่ยอวิ๋นจิ่นยิ้มกล่าวว่า “เจ้าวางใจ ข้าจะรีบกลับมา จะไม่อยู่ข้างนอกนานนัก”
“อืม เจ้าระวังตัวหน่อย”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่กล่าวต่อ ในฐานะที่ตระกูลฉีเป็นตระกูลหมอหลวง ในเมืองหลวงมีคนให้เกียรติพวกเขาไม่น้อย กอปรกับพวกเขาเพิ่งมาถึงเมืองหลวง ยังไม่มีศัตรูที่ไหน
ลู่เจียวพยักหน้าเล็กน้อย หันหลังออกจากบ้านตระกูลเซี่ยไปจวนเฉิงเต๋อโหวกับฉีเหล่ย
จวนเฉิงเต๋อโหวเป็นตระกูลชนชั้นสูงศักดิ์ในเมืองหลวง ฮ่องเต้รัชกาลปัจจุบันก็ได้รับความช่วยเหลือจากพวกเขาตอนขึ้นครองราชย์ไม่น้อย ตอนนั้นพวกเขาให้ความช่วยเหลือไว้มาก ดังนั้นหลังจากฮ่องเต้ขึ้นครองราชย์จึงไว้วางใจตระกูลพวกเขามาก
ตอนนี้ท่านโหวผู้เฒ่าในจวนโหวก็ไม่สนใจเรื่องราวในจวนแล้ว ทุกวันมีแต่ชมบุปผา พานกน้อยเดินเล่น ตอนนี้ท่านโหวที่ดูแลจวนโหวก็คือบิดาของคุณหนูใหญ่ที่ล้มป่วยผู้นี้
เฉิงเต๋อโหวมีภรรยาเอกหนึ่งคน อนุสี่คน ในจวนมีบุตรชายหลายคน แต่กลับมีบุตรสาวเพียงแค่สองคน หลินหรูเยว่ยังเป็นถึงคุณหนูใหญ่บุตรีภรรยาเอกดังนั้นจึงเป็นที่รักและตามใจอย่างมาก
ก่อนหน้านี้ท่านโหวกับฮูหยินเลือกซื่อจื่อจวนอ๋องฉินเป็นคู่หมายให้ หลินหรูเยว่ก็ยังพึงพอใจมาก
แต่ตอนนี้ใกล้วันแต่งงานของทั้งสองคน หลินหรูเยว่กลับป่วยฉับพลัน ทำเอาเฉิงเต๋อโหวปวดหัวอย่างมาก แต่ก็ยังบอกความจริงกับเซียวถิงซื่อจื่อจวนอ๋องฉิน เซียวถิงรีบส่งคนไปเชิญนายผู้เฒ่าฉีอดีตหมอหลวงมา
ตั้งแต่นายผู้เฒ่าฉีว่างอยู่บ้าน ก็มีคนไม่น้อยมาขอให้เขาช่วยตรวจรักษาอาการป่วย แต่ตอนที่เขาตรวจก็ต้องตกตะลึงนิ่งอึ้งไป เพราะเขาตรวจไม่พบว่าหลินหรูเยว่ป่วยด้วยโรคอันใด
ต่อมานายผู้เฒ่าฉีบอกว่าเขามีสหายสนิท วิชาการแพทย์ไม่เลวอย่างมาก สามารถเชิญเขามารักษาคุณหนูใหญ่ได้
ตอนฉีเหล่ยพาลู่เจียวเข้าไป เฉิงเต๋อโหวก็มีแววตาผิดหวังอย่างมาก
หนุ่มน้อยเช่นนี้ วิชาการแพทย์จะร้ายกาจได้เพียงใด ดูท่าอาการป่วยบุตรสาวตนนี้ไร้หนทางรักษาแล้วหรือ
เดิมฮูหยินเฉิงเต๋อโหวยังมีความหวัง ปรากฏพอเห็นลู่เจียวก็ร้องไห้ปวดใจขึ้นมาทันที
“สวรรค์ เหตุใดจึงทำกับบุตรสาวข้าเช่นนี้ บุตรสาวข้าเป็นเด็กดีเชื่อฟังเพียงใด เหตุใดอยู่ดีๆ จึงต้องมาล้มป่วยเช่นนี้”
นายผู้เฒ่าฉีค้อนใส่ฮูหยินเฉิงเต๋อโหวทันที ให้ความไว้วางใจผู้อื่นสักหน่อยได้หรือไม่ เขารู้สึกว่าด้วยวิชาการแพทย์เจียวเจียว อย่าเพิ่งรีบร้อนกล่าวว่าจะรักษาได้หรือไม่ ควรตรวจอาการป่วยของหลินหรูเยว่ให้พบก่อนไม่ใช่หรือ”
“ถอย ถอย ถอยให้เจียว…”
[1] คำเรียกขานสามีของอาจารย์