ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 537 เจ้าหน้าตาดีจริง
ตอนที่ 537 เจ้าหน้าตาดีจริง
หลี่ว์หว่านกล่าวจบก็มองไปยังลู่เจียว “เจียวเจียว เจ้าช่วยข้าไปตรวจดูเขาหน่อยได้หรือไม่”
ลู่เจียวย่อมตอบตกลง นี่เป็นน้าชายของเซี่ยอวิ๋นจิ่น ก็ถือว่าเป็นน้าชายของนาง
แต่พวกเขาไม่ควรไปจวนซิ่งอันโหว
เซี่ยอวิ๋นจิ่นหน้าตาเหมือนมารดาเขามาก หากไปตกอยู่ในสายตาคนไม่ดี ไม่แน่ว่าอาจจะเกิดเรื่องอันใด ตอนนี้หลบไว้ก่อนดีกว่า
ลู่เจียวครุ่นคิดแล้วก็มองหลี่ว์หว่านกล่าวว่า “พี่หลี่ว์ ไปตรวจอาการไม่มีปัญหา พวกเราไปจวนซิ่งอันโหวในตอนนี้คงไม่ค่อยดี ไม่เป็นที่สังเกตสักหน่อยจะดีกว่า”
หลี่ว์หว่านได้ฟังก็กล่าวอย่างดีใจทันทีว่า “ง่ายมาก ไปบ้านข้า พรุ่งนี้พวกเจ้าไปเป็นแขกบ้านข้า ส่วนข้าก็จะเชิญซิ่งอันโหวกับฮูหยินซิ่งอันโหวมาเป็นแขก เจ้าค่อยช่วยตรวจอาการให้เขา ได้หรือไม่”
“ได้ แต่ท่านให้ซิ่งอันโหวกับฮูหยินซิ่งอันโหวแอบมาเงียบๆ ได้หรือไม่”
หลี่ว์หว่านไม่ได้คิดมาก คิดเพียงว่าลู่เจียวระมัดระวังรอบคอบ และนางก็รู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาอันใด
“ได้ เช่นนี้ก็ตกลงตามนี้ พรุ่งนี้เจ้าไปเป็นแขกบ้านเรา”
“อืม”
ลู่เจียวรับปากหลี่ว์หว่าน หลี่ว์หว่านจึงหันไปมองเซี่ยอวิ๋นจิ่นกล่าวว่า “เซี่ยจวี่เหริน พรุ่งนี้มีเวลาก็มาด้วยกันไหม”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นเป็นจวี่เหริน เดือนสองปีหน้าก็จะเข้าสอบหุ้ยซื่อ ดังนั้นหลี่ว์หว่านไม่คิดบังคับให้เขาไปด้วย
แต่พอคิดถึงน้าชาย เซี่ยอวิ๋นจิ่นก็อยากไปพบสักครั้ง ดังนั้นจึงกล่าวว่า “พรุ่งนี้ข้าไปจวนขุนพลหวังเป็นเพื่อนเจียวเจียว”
พอเขาเอ่ย หลี่ว์หว่านก็ยิ้มกล่าวว่า “นี่เป็นห่วงเจียวเจียวหรือ ไม่เป็นไร มาเถอะๆ”
ลู่เจียวกับเซี่ยอวิ๋นจิ่นถูกหลี่ว์หว่านหยอกจนหน้าแดง ฮูหยินขุนพลหวังไม่เสียทีที่เป็นฮูหยินขุนพล นิสัยเปิดเผยและไม่ถือธรรมเนียม
หลี่ว์หว่านหยอกล้อลู่เจียวกับเซี่ยอวิ๋นจิ่นจบ ก็หันไปมองเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ “ต้าเป่า เอ้อร์เป่า ซานเป่า ซื่อเป่า พรุ่งนี้ไปเที่ยวบ้านท่านน้าหลี่ว์ ดีหรือไม่”
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่สบตากันแล้วก็ตอบรับพร้อมกันว่า “ขอรับ”
“เช่นนี้พรุ่งนี้น้าจะรอพวกเจ้าอยู่ที่บ้าน”
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่พยักหน้าพร้อมกัน หลี่ว์หว่านลุกขึ้นยืน “เช่นนั้น ข้ากลับก่อน ไปแจ้งซิ่งอันโหวกับ ฮูหยินซิ่งอันโหวก่อน”
ลู่เจียวรั้งนางให้อยู่กินข้าวต่อ “ในเมื่อมาแล้วก็กินข้าวกันก่อน”
“ไม่ละ ข้าต้องกลับไปส่งคนไปแจ้งตระกูลหลิน พวกเราพบกันพรุ่งนี้”
“ตกลง”
ลู่เจียวลุกขึ้นออกไปส่งหลี่ว์หว่าน พอกลับมา เซี่ยอวิ๋นจิ่นก็ให้เจ้าหนูน้อยทั้งสี่ออกไปข้างนอกแล้ว ตอนนี้ในห้องโถงเหลือเพียงเขาเพียงคนเดียว
เขาเห็นลู่เจียวก็ถอนหายใจกล่าวว่า “คิดไม่ถึงว่าสุขภาพท่านน้าถึงกับแย่เช่นนี้”
ลู่เจียวไม่แปลกใจที่เขาเรียกซิ่งอันโหวว่าท่านน้า นางมองออกว่าเซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่อยากให้น้าชายที่ยังหนุ่มเช่นนี้ต้องมาจากไป
ดังนั้นนางมองเซี่ยอวิ๋นจิ่นกล่าวว่า “เจ้าอย่าได้เป็นห่วง พรุ่งนี้ข้าตรวจดูอาการให้เขาก่อน ดูว่าจะรักษาได้หรือไม่”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นยื่นมือออกไปกุมมือลู่เจียว “ขอบคุณเจียวเจียว”
ลู่เจียวยิ้มกล่าวว่า “ไม่เป็นไร ระหว่างเราไม่จำเป็นต้องเอ่ยวาจาตามมารยาทพวกนั้น”
วาจานางทำเอาเซี่ยอวิ๋นจิ่นยิ้มออก “ใช่”
เขากล่าวจบก็คิดถึงเรื่องที่ลู่เจียวไปจวนอู่กั๋วกง จึงถามอย่างห่วงใยว่า “วันนี้ไปจวนอู่กั๋วกง เจ้าคงไม่ได้ราบรื่นกระมัง เกิดเรื่องอันใดขึ้น”
ลู่เจียวไม่ได้ปิดบังเซี่ยอวิ๋นจิ่น นางรู้สึกว่าสองสามีภรรยาควรเปิดเผยต่อกัน มีอันใดก็กล่าวกันตามตรง เช่นนี้จึงจะไม่เกิดเหตุเข้าใจผิดกันได้ง่าย
ลู่เจียวเล่าเรื่องที่เจอเนี่ยเยี่ยเจินตอนไปจวนอู่กั๋วกงให้เขาฟังรอบหนึ่ง จากนั้นก็เล่าเรื่องที่ได้พบกับม่อเป่ยและถังซวินอีกรอบหนึ่ง
เซี่ยอวิ๋นจิ่นขมวดคิ้วเยียบเย็นเป็นนานก่อนจะกล่าวว่า “คนสถานะต่ำต้อยในเมืองหลวงย่อมถูกรังแก รอให้ข้าได้เป็นจิ้นซื่อ ก็จะหาทางออกไปประจำนอกเมืองหลวง จะไม่อยู่เมืองหลวงต่อแล้ว”
“ได้ ข้ารู้สึกว่าเช่นนี้ก็น่าจะดีมาก”
ทั้งสองคนคุยกันต่อไปจนลืมเรื่องไม่เบิกบานใจก่อนหน้านี้ไปหมดสิ้น
วันรุ่งขึ้นทุกคนนั่งรถม้าไปจวนขุนพลหวัง เพราะเขามีชาติกำเนิดไม่ได้สูงศักดิ์จึงดำรงตนเรียบง่ายอย่างมาก นอกจากฮูหยินขุนพลหวังแล้วก็มีอนุอีกสองคน แล้วก็ไม่มีเจ้านายอื่นแล้ว ดังนั้นพวกเขาเข้าจวนขุนพลก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดอันใด
ฮูหยินขุนพลหวังต้อนรับเต็มที่อย่างยิ่ง ดังนั้นทุกคนจึงรู้สึกเบิกบานใจ จนกระทั่งซิ่งอันโหวกับฮูหยินซิ่งอันโหวมา
พอทั้งสองคนเข้ามาเห็นเซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวทั้งครอบครัว ช่างเป็นครอบครัวหน้าตาดีมากจริงๆ
แต่พอมองอีกที ซิ่งอันโหวกับฮูหยินซิ่งอันโหวก็ต้องอึ้งไป โดยเฉพาะซิ่งอันโหวนามว่าหลินอี้อาน เขามองเซี่ยอวิ๋นจิ่นนิ่งอึ้งอยู่เป็นนานจนไม่อาจละสายตา
ฮูหยินท่านโหวตกใจในคราแรกแล้ว จากนั้นก็ตั้งสติได้ไว นางยื่นมือไปประคองท่านโหวตนเดินเข้าห้องโถงกลาง
หลี่ว์หว่านเข้ามาต้อนรับ “พวกท่านมาได้เสียที เชิญเข้ามาๆ”
หลินอี้อานสูงมาก แต่ก็ร่างกายก็ผ่ายผอมอ่อนแอ สีหน้าไม่ค่อยเป็นปกติ ซีดขาวอย่างมาก ตอนเห็นเซี่ยอวิ๋นจิ่น เห็นได้ชัดว่าเขาตื่นตระหนก เพราะอาการตื่นตระหนกทำให้บนใบหน้ามีเลือดฝาดเล็กน้อย
เยี่ยซื่อ ฮูหยินซิ่งอันโหวกลัวเขาเอ่ยวาจาอันใดทำให้เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวรู้สึกไม่ดี จึงแย่งเอ่ยก่อนว่า “ท่านโหวเราสุขภาพไม่ดี พอตื่นตระหนกก็จะเป็นเช่นนี้ พวกเจ้าอย่าได้ถือสา”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นมองหลินอี้อาน หลินอี้อานผอมมากจริงๆ หากมีเนื้อหนังอีกสักนิด หน้าตาเซี่ยอวิ๋นจิ่นก็ละม้ายคล้ายเขามาก แต่เพราะเขาผอมเกินไป ดังนั้นจึงไม่มีคนคิดโยงทั้งสองคนเข้าด้วยกัน
เซี่ยอวิ๋นจิ่นคิดไปก็เอ่ยน้ำเสียงนิ่งเรียบออกไปว่า “ไม่เป็นไร”
หลี่ว์หว่านเชิญพวกเขาสองสามีภรรยานั่งลงคุยกัน ลู่เจียวลุกขึ้นเดินไปตรวจอาการให้ซิ่งอันโหว
ความจริงซิ่งอันโหวไม่ได้ป่วยหนัก เพียงแต่จิตใจแบกรับหนักหนามานานเกินไป ทำให้หัวใจอ่อนแอ อวัยวะภายในได้รับผลกระทบจนเสื่อมลงตามไปด้วย หากเขายังเป็นเช่นนี้อีกก็จะสะเทือนถึงกำลังภายในกายของตนเองจนถึงแก่ชีวิตได้
“ท่านโหวป่วยด้วยโรคหัวใจ จิตใจแบกรับหนักหนามานานเกินไปจึงทำให้หัวใจอ่อนแอ ขั้นแรกก็ต้องหาทางแก้ไขปมในใจ ทำให้อารมณ์ดีมีความสุขก่อน จากนั้นจึงค่อยๆ ปรับสมดุลร่างกาย หากไม่เช่นนั้นก็ไร้ประโยชน์”
ฮูหยินซิ่งอันโหวได้ฟังคำพูดลู่เจียวก็ถอนหายใจหนักหน่วง ท่านโหวเป็นเช่นนี้เพราะพี่สาวจากไป ตั้งแต่พี่สาวจากไป นางแก้ปมในใจเขาอย่างไรก็แก้ไม่ได้
ฮูหยินซิ่งอันโหวครุ่นคิดพลันเงยหน้ามองไปยังเซี่ยอวิ๋นจิ่น คุณชายหนุ่มผู้นี้หน้าตารูปงามเหนือสามัญ คงไม่ใช่หลานชายที่หายสาบสูญไปของพี่สาวท่านโหวกระมัง หากเขาเป็นบุตรชายพี่สาวท่านโหวจริง ไม่แน่ว่าอาจจะแก้ไขปมในใจเขาได้
ฮูหยินซิ่งอันโหวอยากถามถึงสภาพทั่วไปของเซี่ยอวิ๋นจิ่นอย่างมาก แต่ต่อหน้าหลี่ว์หว่านก็ไม่อาจถามได้ เรื่องนี้เกี่ยวพันในวงกว้างเกินไป หากจัดการไม่ดีอาจเป็นการทำร้ายครอบครัวพวกนางกับจวนอ๋องฉิน ดังนั้นแม้ฮูหยินซิ่งอันโหวสงสัยแต่ก็ไม่ได้เอ่ยถาม
นางมองลู่เจียวกล่าวน้ำเสียวเคร่งขรึมว่า “ไม่ทราบว่าลู่เหนียงจื่อมีวิธีการรักษาท่านโหวเราให้หายได้หรือไม่”
“ข้าจะพยายามลองดู แต่ฮูหยินยังต้องปลอบใจท่านโหวให้เขาคลายปมในใจลง จึงจะมีผลดีต่อการรักษาอาการป่วย”
เยี่ยซื่อถอนหายใจ นางไหนเลยไม่เคยปลอบใจ ปลอบแล้วปลอบอีก แต่ก็ไร้ประโยชน์
ความจริงนางเองก็พอจะเข้าใจท่านโหว พี่สาวท่านโหวเลี้ยงดูเขาจนเติบใหญ่ เขาคิดมาตลอดว่าหากตนเองมีความสามารถ จะต้องดูแลพี่สาวได้เป็นอย่างดี ทำให้นางรู้สึกว่าไม่ได้รักเมตตาน้องชายคนนี้มาเสียเปล่า แต่ไม่ทันรอให้เขามีความสามารถ พี่สาวเขาถึงกับตายไปอย่างไม่สมควร เขากลับไร้ความสามารถช่วยออกหน้าแทนพี่สาว ดังนั้นจึงกลายเป็นปมในใจเขา
ขณะฮูหยินซิ่งอันโหวกำลังคิดอยู่ ซิ่งอันโหวพลันเอ่ยถามว่า “ท่านพ่อเจ้ากับท่านแม่เจ้าดีต่อเจ้าหรือไม่”
ในห้องโถงทุกคนมองไปยังซิ่งอันโหว พบว่าเขากำลังคุยกับเซี่ยอวิ๋นจิ่น
เซี่ยอวิ๋นจิ่นรีบกล่าวน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “ดีมาก”
เขาไม่ได้เล่าเรื่องที่หร่วนซื่อไม่ดีกับเขา หากเล่าว่าไม่ดี เกรงว่าในใจน้าชายก็คงยิ่งยากทนรับไหว ดังนั้นเซี่ยอวิ๋นจิ่นจึงไม่ได้เล่าเรื่องไม่ดีอันใดทั้งสิ้น
ซิ่งอันโหวได้ฟังเซี่ยอวิ๋นจิ่นก็โล่งอกอย่างเห็นได้ชัด เขายิ้มกล่าวต่อว่า “เจ้าหน้าตาดีจริง!”
หากเขาเป็นบุตรชายพี่สาวเขาก็คงดี