ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 582 ไม่สู้สังหารนาง
ตอนที่ 582 ไม่สู้สังหารนาง
เซี่ยอวิ๋นจิ่นได้ยินวาจานี้ก็รู้สึกว่าตนกับหลินหรูเยว่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกัน ไม่เช่นนั้นไม่มีทางอธิบายว่า ทุกอย่างล้วนชะตาฟ้ากำหนด
พอคิดถึงว่าชาติก่อนตนเองถึงกับเกี่ยวข้องกับหญิงเช่นหลินหรูเยว่ เซี่ยอวิ๋นจิ่นก็แทบอยากกลั้นใจตาย
สมองลู่เจียวอึงอลไปหมด เซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่เข้าใจ แต่นางกลับเข้าใจกระจ่างแจ้ง
ความหมายจากวาจาท่านเจ้าอาวาสนี้ก็คือหลินหรูเยว่จึงจะเป็นภรรยาชะตาลิขิตของเซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่ใช่หรือ ผู้ใดผูก ผู้นั้นแก้ ก็หมายความว่าหากไม่ต้องการให้เซี่ยอวิ๋นจิ่นถูกแรงสะท้อนกลับจากนิยาย ก็ต้องแต่งหลินหรูเยว่เป็นภรรยาหรือ
ในใจลู่เจียวปวดปลาบ เพราะความเจ็บปวดในใจทำให้นางจิกกำมือในแขนเสื้อแน่น
เซี่ยอวิ๋นจิ่นข้างกายนางเอ่ยขึ้นว่า “ท่านเจ้าอาวาสมีวิธีแก้ไขสภาวะบีบบังคับทางร่างกายของข้าหรือไม่”
เจ้าอาวาสเสวียนหมิงยิ้มกล่าวว่า “อาตมาไร้หนทาง วาสนาชะตาลิขิตล้วนขึ้นอยู่กับสีกาแล้ว”
เขากล่าวจบก็เรียกเณรน้อยด้านนอกเข้ามา “ส่งแขกลงเขาได้”
เณรน้อยเดินเข้ามาเชิญเซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวลงเขา
ทั้งสองคนสีหน้าไม่ค่อยดีนัก
แต่ก็มิได้ดึงดันกับเจ้าอาวาสเสวียนหมิงอีก ในฐานะพระภิกษุคุณธรรมสูงส่ง ไม่อาจเปิดเผยลิขิตแห่งฟ้ามากเกินไป
ทุกคนออกจากวัดฮู่กั๋ว ก็ขึ้นรถม้าหน้าประตูวัดฮู่กั๋ว
รถม้าแล่นออกจากวัดฮู่กั๋ว ในรถ เซี่ยอวิ๋นจิ่นยื่นมือไปกุมมือลู่เจียว “เจียวเจียว ข้าไม่สนใจชาติก่อนจะเป็นเช่นไร ชาตินี้ข้าแน่วแน่มั่นคงเพียงเจ้า แม้สุดท้ายข้าจะกระอักโลหิตจนตาย ก็ต้องอยู่กับเจ้าให้ได้ จะไม่อยู่กับผู้อื่นอย่างเด็ดขาด”
ลู่เจียวได้ฟังเซี่ยอวิ๋นจิ่นก็รู้ว่าเขาเข้าใจผิดคิดว่าชาติก่อนตนเองเกี่ยวข้องกับหลินหรูเยว่ ดังนั้นตอนนี้จึงได้มีสภาพเช่นนี้
แต่แม้เขารู้ว่าสภาพร่างกายตนเองว่าเกี่ยวข้องกับหลินหรูเยว่ ก็ยังยืนยันจะอยู่ร่วมกับนาง ทำให้ลู่เจียวรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างมาก
แต่นางไม่อาจไม่สนใจความเป็นความตายของเซี่ยอวิ๋นจิ่นเพียงเพราะความรักความผูกพันนี้ นางไม่อาจนั่งมองดูเขาถูกแรงสะท้อนกลับจากนิยายเช่นนี้ได้
ดังนั้นนางได้แต่ไปจากเขา ยกเขาให้หลินหรูเยว่ ทุกอย่างให้เป็นไปตามชะตากำหนด นี่คือชะตาของเซี่ยอวิ๋นจิ่น และก็เป็นชะตาของนางด้วยเช่นกัน
ลู่เจียวเงยหน้ามองเซี่ยอวิ๋นจิ่น กล่าวเบาๆ ว่า “ต้องมีวิธีแก้ไข เจ้าต้องไม่เป็นอันใดอย่างแน่นอน”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นได้ยินลู่เจียวก็คิดว่านางกำลังปลอบใจเขา พยักหน้ากล่าวว่า “อืม จะต้องมีวิธี ข้าไม่เป็นห่วง เจ้าเองก็อย่าได้เสียใจไป”
“ตกลง”
จากนั้นตลอดทางนั่งรถม้ากลับตระกูลเซี่ย ทั้งสองคนก็ไม่ได้พูดจาอันใดกันอีก
พอถึงบ้าน ทั้งสองคนก็ยิ้มขึ้นมาพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่เห็นรอยยิ้มพวกเขาก็เบิกบานใจกันขึ้นมาทันที “ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านกลับมาแล้ว หายาเจอหรือไม่”
ลู่เจียวรีบยิ้มกล่าวว่า “หาเจอแล้ว ลูกๆ วางใจได้ ท่านพ่อไม่เป็นอันใดแล้ว”
“อย่างนั้นก็ดีพวกเรากลัวมาตลอดบ่ายนี้เลยทีเดียว”
“ใช่แล้ว กลัวว่าหายาไม่พบ ตอนนี้หายาพบแล้วก็ดี”
“ท่านแม่ ท่านหายาอันใดหรือ”
ซานเป่าตั้งแต่ตั้งใจจะเป็นหมอเทวดา จึงรับรู้เรื่องสมุนไพรไวเป็นพิเศษ ลู่เจียวกลัวเขาจับได้ จึงรีบเอ่ยชื่อสมุนไพรหนึ่งออกมา “โกวเถิง”
“ยารักษาตับให้เย็นลง ท่านพ่อร้อนในหรือ”
ลู่เจียวรีบกล่าวว่า “ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่าตรากตรำอ่านตำราดึกดื่นเพื่อสอบจ้วงหยวนหรือ ดังนั้นมีอาการร้อนใน เลือดลมติดขัดตีขึ้น ดังนั้นยาของแม่ขาดแค่โกวเถิง จึงได้ไปหายานี้มา”
“อ๋อๆ ข้าเข้าใจแล้ว”
ซานเป่ากล่าวจบก็ยิ้มตาหยีมองพี่น้อง
ซื่อเป่าเข้ามามองลู่เจียวกล่าวว่า “ท่านแม่ เช่นนั้นท่านพ่อดื่มยาเสร็จก็จะไม่เป็นอันใดแล้วใช่หรือไม่”
“ใช่แล้ว ดื่มยาเสร็จก็จะไม่เป็นอันใดแล้ว”
เห็นเจ้าหนูน้อยทั้งสี่น่ารักน่าเอ็นดูเช่นนี้ ในใจลู่เจียวก็เศร้าใจอย่างบอกไม่ถูก
เดิมคิดว่าตนเองจะได้อยู่ร่วมกันกับพวกเขา สุดท้ายพบว่าตนไม่อาจอยู่ร่วมกันกับพวกเขาต่อไปได้
ลู่เจียวกลัวว่าหากตนเองอยู่ตรงนี้ต่อไป เจ้าหนูน้อยทั้งสี่จะจับได้ นางจึงยิ้มมองเจ้าหนูน้อยทั้งสี่กล่าวว่า “แม่ไปต้มให้ท่านพ่อก่อน พวกเจ้าคุยกับท่านพ่อไปก่อน”
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่ยิ้มรับคำ “ขอรับ ท่านแม่”
ซื่อเป่ากล่าวจบก็ส่งสายตาเรียวดอกท้อจ้องมองลู่เจียวกล่าวว่า “ท่านแม่ ข้าไปเป็นเพื่อนท่านแม่ต้มยา”
ลู่เจียวเดิมกลัวว่าอยู่กับพวกเขาจะทำให้พวกเขาเห็นช่องโหว่ ดังนั้นจึงรีบห้าม
“ท่านพ่อป่วย พวกเจ้าอยู่เป็นเพื่อนท่านพ่อมากๆ”
ซื่อเป่าได้ฟังก็หันไปมองเซี่ยอวิ๋นจิ่น ก่อนจะเห็นด้วย “เช่นนั้นก็ได้ขอรับ”
ลู่เจียวหันหลังเดินออกไป เซี่ยอวิ๋นจิ่นด้านหลังมองตามหลังนางออกไป ในใจอยู่ๆ พลันรู้สึกอัดอั้นตันใจขึ้นมา เห็นอยู่ว่าเขากับเจียวเจียวรักกัน เหตุใดจึงเกิดเรื่องเช่นนี้ได้
เซี่ยอวิ๋นจิ่นครุ่นคิดในใจ พลันเกิดความรู้สึกโกรธแค้นขึ้นมา หากเขาสังหารหลินหรูเยว่ทิ้งเล่า
เซี่ยอวิ๋นจิ่นเพิ่งคิดจบ หน้าอกก็พลันมีความเจ็บปวดทิ่มแทงขึ้นมาอีกครา ทำเอาเขาขมวดคิ้ว เจ้าหนูน้อยทั้งสี่เห็นอาการนี้ของเขาในทันที เจ้าหนูน้อยทั้งสี่ตะโกนอย่างตกใจ “ท่านพ่อ ท่านเป็นอันใดไปหรือ”
ต้าเป่าหันหน้าไปสั่งการเอ้อร์เป่า “เจ้ารีบไปตามท่านแม่ ท่านพ่ออาการกำเริบอีกแล้ว”
เอ้อร์เป่าหันหลังจะรีบวิ่งออกไป แต่ถูกเซี่ยอวิ๋นจิ่นรีบเรียกเอาไว้
เจียวเจียวทุกข์ใจมากพอแล้ว เขาไม่อยากให้นางทุกข์ใจเพิ่มอีก
“อย่าไป พ่อไม่เป็นอันใด อีกสักครู่ดื่มยาก็จะไม่เป็นอันใดแล้ว”
พอเซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่คิดสังหารหลินหรูเยว่ ความเจ็บปวดในใจก็ค่อยๆ คลายลง
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่ได้ฟังเซี่ยอวิ๋นจิ่น ก็คิดถึงสีหน้าซีดขาวของท่านแม่ ในที่สุดก็ตัดสินใจไม่บอกท่านแม่ หากท่านแม่รู้ น่าจะทำให้ทุกข์ใจ
“ได้ พวกเราไม่พูด”
ลู่เจียวไปห้องครัวต้มยา ความจริงก็ต้มแค่ยาบำรุงโลหิต ก่อนหน้านี้เซี่ยอวิ๋นจิ่นกระอักโลหิต ยาบำรุงโลหิตกินได้ เจ้าหนูน้อยทั้งสี่เองก็ไม่รู้รายละเอียดยา เห็นท่านพ่อดื่มยาลงไปแล้วก็คงวางใจ
ตกค่ำกินอาหารเย็นเสร็จ ลู่เจียวก็อยู่เป็นเพื่อนเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ ยังคุยเรื่องวันหน้ากับพวกเขา
“วันหน้าพวกเจ้าต้องฟังคำพูดท่านพ่อให้มาก ๆ อย่าทำให้ท่านพ่อไม่เบิกบานใจ ตนเองก็ต้องกินข้าวมากๆ เรียนหนังสือมากๆ อีกอย่าง อย่าได้ทำเรื่องไม่ดี”
“ใช้ชีวิตในเมืองหลวงนี้ ต้องอดทนให้มาก ชนชั้นสูงศักดิ์ในเมืองพวกนั้น สถานะสูงส่ง พวกเจ้าหลบได้ก็หลบ หลบไม่ได้ก็ต้องอดทน แม้คิดลงมือ ก็อย่าได้ลงมือที่แจ้ง รอพวกเจ้ามีความสามารถเพียงพอจะต่อกรกับผู้อื่นได้ ค่อยเผยความสามารถตนเอง”
“อีกอย่าง ต้องเรียนรู้แยกแยะดีชั่ว อย่าได้คิดว่าผู้ใดให้ลูกอมเจ้าสองเม็ดก็ดีกับเจ้า รู้ว่าคนที่ดีกับเจ้าแท้จริงคือคนที่อบรมสั่งสอนพวกเจ้าเข้มงวด คนที่ไม่สนใจว่าเจ้าทำถูกหรือผิด บางครั้งจะเป็นการทำร้ายพวกเจ้า รู้ไหม”
ลู่เจียวคิดถึงเรื่องราวในนิยาย เจ้าหนูน้อยทั้งสี่กลายเป็นตัวร้าย ตอนนี้มาคิดให้ละเอียด หลินหรูเยว่ไม่ดีต่อพวกเขา หากจริงใจแท้จริง จะปล่อยให้พวกเขากลายเป็นตัวร้ายที่กระทำชั่วช้าทุกอย่างไม่เลือกได้อย่างไร
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่รู้สึกว่าท่าทางท่านแม่คืนนี้ประหลาดอยู่สักหน่อย ทั้งสี่คนมองนางด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ กล่าวว่า “ท่านแม่ ท่านพูดเรื่องพวกนี้ทำไมกัน”
ในใจลู่เจียวอดเศร้าไม่ได้ ยิ้มบางพลางกล่าวว่า “ก็เพราะกลัวว่าวันหน้าพวกเจ้าจะเรียนรู้สิ่งที่ไม่ดีอย่างไรเล่า”
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่กล่าวรับคำพร้อมกันว่า “ท่านแม่ ท่านวางใจ พวกเราจะเรียนรู้สิ่งที่ดี พวกเราจะพยายามเรียนรู้ให้มีความสามารถ กตัญญูต่อท่านแม่ ให้ท่านแม่กลายเป็นท่านแม่ที่ผู้คนอิจฉา”