ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 599 สหายเก่ามาเยือน
ตอนที่ 599 สหายเก่ามาเยือน
ตกค่ำสองตระกูลร่วมกินอาหารเย็นกันอย่างครึกครื้น เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับเซี่ยเอ้อร์จู้ยังดื่มสุราไปอีกเล็กน้อย ปรากฏไม่ทันระวังปล่อยให้เซี่ยเอ้อร์จู้ดื่มมากไป เขายกมือยกไม้ตบไหล่เซี่ยอวิ๋นจิ่น กล่าวว่า “น้องสาม พี่ดีใจมาก น้องสามพยายามมานาน ในที่สุดก็สอบจ้วงหยวนได้เป็นขุนนางแล้ว นี่เป็นเรื่องมงคลยิ่งของบ้านเรา สุรานี้ต้องดื่ม”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นอมยิ้มมองเซี่ยเอ้อร์จู้ “ใช่ พี่รองกล่าวได้ถูกต้อง สุรานี้ต้องดื่ม”
เซี่ยเอ้อร์จู้ยิ้มเซ่อซ่ากล่าวต่ออีกว่า “เจ้าดื่มน้อยหน่อย ข้าดื่มหมดจอกก็พอ”
พี่สะใภ้รองเห็นเซี่ยเอ้อร์จู้ไม่ระวังตัวเช่นนี้ก็รู้สึกเป็นห่วง กลัวเซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวจะโมโห ก็อดเงยหน้าลอบมองสีหน้าเซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวไม่ได้ ปรากฏพบว่าทั้งสองคนไม่ได้เก็บไปใส่ใจ พี่สะใภ้รองจึงได้วางใจ
“น้องสะใภ้สาม เจ้ากินให้เยอะๆ หน่อย ดูเจ้าสิ ตอนนี้ผอมลงไม่น้อย”
ตอนนี้พี่สะใภ้รองไม่ได้ดูเงอะงะเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว นิสัยเปิดเผยขึ้นไม่น้อย
ลู่เจียวรู้ว่าล้วนเป็นเพราะนางมีความมั่นใจ เช่นนี้นับว่าดีมาก
สองตระกูลกินอาหารเย็นกันเสร็จ พี่สะใภ้รองก็พาเซี่ยเอ้อร์จู้กลับเรือนตะวันตกไปพักผ่อน ลู่เจียวเองก็ประคองเซี่ยอวิ๋นจิ่นกลับห้องไปพักผ่อน
แม้ว่าเซี่ยอวิ๋นจิ่นดื่มไปไม่มาก แต่ในใจรู้สึกดีใจ ดึงมือลู่เจียวไปกล่าวอย่างตั้งใจว่า “เจียวเจียว พี่รองมีผู้สืบตระกูลแล้ว นี่เป็นเรื่องมงคลใหญ่ยิ่ง”
ลู่เจียวพยักหน้าเล็กน้อย กล่าวอย่างดีใจว่า “ดีมากที่สุด”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นพลันหันไปมองลู่เจียวกล่าวว่า “เจียวเจียว พวกเรามีบุตรสาวสักคนนะ พี่รองมีบุตรชายบุตรสาว พวกเรายังขาดบุตรสาวนะ”
ลู่เจียวหน้าแดงขึ้นมาทันที อยู่ดีๆ จะมาเอ่ยว่าจะมีบุตรสาวทำไมกัน
ขณะลู่เจียวกำลังคิดอยู่นั้น เซี่ยอวิ๋นจิ่นก็พลันยื่นมือขึ้นรวบตัวนางอุ้มขึ้นมาทันที
เซี่ยอวิ๋นจิ่นฝึกยุทธ์กับหลี่หนานเทียนมาตลอด แม้ว่าไม่ได้มีฝีมือยุทธ์อันใด แต่ไม่ได้เป็นบัณฑิตอ่อนแอดังเมื่อก่อนแล้ว เขาแรงเยอะขึ้นไม่น้อย ดังนั้นอุ้มลู่เจียวได้สบายมาก
ลู่เจียวผลักเขาอย่างเขินอาย “รีบปล่อยข้าลงนะ คนอื่นมาเห็นจะหัวเราะเอา”
ลู่เจียวกล่าวจบก็รีบเงยหน้ามองไปด้านหลัง ปรากฏเฝิงจือกับหร่วนจู๋รู้ความถอยกันไปหมดแล้ว
เซี่ยอวิ๋นจิ่นอุ้มลู่เจียวก้าวเข้าไปในห้อง เดินไปก็ยืนยันไปว่า “พวกเรามีบุตรสาวกันเถอะนะ”
ปรากฏลู่เจียวถูกกอดรัดฟัดเหวี่ยงทั้งคืนจนเหน็ดเหนื่อย แต่วันรุ่งขึ้นต้องจัดงานเลี้ยง นางได้แต่ฝืนลุกขึ้นทั้งที่สองขายังอ่อนแรง
ลู่เจียวคิดถึงคลื่นลมกระหน่ำเมื่อคืนวานนี้ ก็อดยื่นมือออกไปหยิกแขนเซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่ได้
เซี่ยอวิ๋นจิ่นร้อนตัวมาก และก็สงสารร่างกายลู่เจียวที่ทนรับไม่ไหว ก็รีบกล่าวว่า “เจ้านอนอีกสักครู่ มีเรื่องอันใดมอบให้ข้าไปทำก็ได้”
ลู่เจียวค้อนขวับใส่เขาอย่างไม่พอใจ “ครั้งหน้ากล้าทำเช่นนี้อีก ข้าจะขับเจ้าไปนอนห้องหนังสือ”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นรีบยิ้มแสดงท่าที “เจียวเจียวอย่าได้โมโห ครั้งหน้าข้าจะไม่กอดรัดเอาเรื่องเจ้าทั้งคืนอีกแล้ว”
ขณะที่ทั้งสองคนกล่าวอยู่นั้นก็ลุกขึ้นจากเตียง
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่วิ่งออกไปเล่นกันแล้ว
ลู่เจียวส่งหลินต้าไปหมู่บ้านซิ่งฮวารับบิดามารดานางมาร่วมงานเลี้ยง ทางบ้านตระกูลลู่นั้นนางไม่คิดจะไปเอง
“เดิมเจ้าสอบจวี่เหรินได้ ทางนั้นก็แตกตื่นตกใจ ตอนนี้เจ้าสอบจ้วงหยวนได้เป็นขุนนาง หากไปทางนั้นก็คงเป็นที่สะดุดตา ดังนั้นอย่าไปบ้านตระกูลลู่ทางนั้นดีกว่า รับท่านพ่อกับท่านแม่ และพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้มาร่วมงานเลี้ยงก็พอ”
“ตกลง” เซี่ยอวิ๋นจิ่นมองลู่เจียวด้วยสีหน้าอ่อนโยน คิดถึงว่านางวันหน้าจะอยู่เคียงข้างเขาตลอดไปแล้ว เขาก็รู้สึกว่าอารมณ์สงบนิ่งอย่างมาก “วันหน้าเรื่องในบ้านก็มอบให้เจ้าจัดการทั้งหมด”
ลู่เจียวรู้เซี่ยอวิ๋นจิ่นกลับเมืองหนิงโจวก็ต้องมีแต่งานยุ่งรัดตัว จึงไม่ได้ปฏิเสธ พยักหน้ารับคำกล่าวว่า “ได้”
ตระกูลเซี่ยวุ่นวายกับการงานกันขึ้นมาทันที หมู่บ้านคนตระกูลเซี่ยคนมาก หากมากินข้าวกันหมด ก็ต้องจัดเกือบร้อยโต๊ะ
ดีที่นี่คือหมู่บ้าน ไม่จำเป็นต้องอาหารเจ็ดจานแปดจาน ขอเพียงมีเนื้อให้กินก็พอ
เมื่อวานตกค่ำลู่เจียวก็จัดให้คนเดินทางยามค่ำคืนไปซื้อหมู ไก่ เป็ดที่ตำบลชีหลี่ วันนี้บนโต๊ะอาหาร อาหารจานเนื้อย่อมต้องมีเพียงพอ
ทุกโต๊ะมีอาหารห้าหกอย่างก็พอ อาหารไม่มากอย่าง แต่ปริมาณมากพอ
พอเช้ามา หญิงในหมู่บ้านก็วิ่งมาช่วยงาน ทั้งลานเต็มไปด้วยบรรยากาศครึกครื้น แต่ละคนดีอกดีใจราวกับฉลองปีใหม่
ลู่เจียวจัดการเรื่องพวกนี้เสร็จ ก็คิดจะกลับไปพักผ่อนที่ห้อง
ผู้ใดจะรู้ว่านางเพิ่งจะเข้าห้องไม่ทันได้ล้มตัวลงนอน นอกประตูเฝิงจือก็รีบมารายงานว่า “เหนียงจื่อ พวกนายอำเภอหูมา ยังมีพวกคุณชายจ้าวด้วย”
ที่ลานด้านนอกของตระกูลเซี่ยมีคนมาไม่น้อย ล้วนเป็นคนในอำเภอชิงเหอที่ได้ยินข่าว
นอกจากนายอำเภอหู พวกสวี่เซี่ยนเว่ยกับจ้าวหลิงเฟิงก็มากันหมด
ตอนนี้นอกจากจ้าวหลิงเฟิง ผู้อื่นล้วนยังไม่รู้ว่าเซี่ยอวิ๋นจิ่นจะได้ไปประจำตำแหน่งถงจือเมืองหนิงโจว พวกเขารู้เพียงว่าเซี่ยอวิ๋นจิ่นสอบจ้วงหยวนได้ วันหน้าตำแหน่งขุนนางย่อมไม่น้อย กฎระเบียบแคว้นต้าโจว จิ้น ซื่อสามอันดับแรกจะได้ตำแหน่งขุนนางระดับหก ดังนั้นขอเพียงเซี่ยอวิ๋นจิ่นเป็นขุนนาง อย่างน้อยก็ต้องขุนนางระดับหก
นายอำเภอหูแห่งอำเภอชิงเหอ เป็นนายอำเภอระดับเจ็ด ดังนั้นพวกเขาย่อมต้องเชื่อมสัมพันธ์กับเซี่ยอวิ๋นจิ่นให้มาก
ส่วนจ้าวหลิงเฟิงที่มาล้วนเพราะบุตรสาวรบเร้า
จ้าวอวี้หลัวปีนี้เจ็ดขวบ กลายเป็นคนงามแล้ว ปกตินางกตัญญูบิดามาก แต่พอได้ยินว่าเอ้อร์เป่ากลับมาอำเภอชิงเหอ ก็ลืมบิดาตนไปเสียสนิท รีบรบเร้าจะมาหมู่บ้านตระกูลเซี่ยให้ได้
จ้าวหลิงเฟิงไม่เห็นด้วยก็ไม่ได้ เขาไม่อาจทำอันใดได้ ได้แต่พาบุตรสาวมาเป็นแขกบ้านตระกูลเซี่ย
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวได้รับรายงานจากบ่าวรับใช้ ก็รีบลุกออกไปต้อนรับ
แม้ว่าตอนนี้พวกเขาเป็นขุนนางระดับหกกับฮูหยินขุนนางระดับหก แต่คนเหล่านี้ล้วนเป็นสหายเก่าก่อน ไหนเลยจะนำเรื่องตำแหน่งขุนนางมาเอ่ยอ้างได้
“นายอำเภอหู ฮูหยินซ่ง พวกท่านมาแล้ว เชิญเข้ามา”
นายอำเภอหูกับฮูหยินซ่งยิ้มกล่าวว่า “รบกวนพวกเจ้าแล้ว”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวไม่ทันได้พูดอะไร จ้าวอวี้หลัวข้างกายจ้าวหลิงเฟิงก็ปรี่เข้ามาอย่างดีใจ ถามว่า “ท่านน้าลู่ เอ้อร์เป่าล่ะ เขาล่ะ”
ลู่เจียวมองไปยังจ้าวอวี้หลัว สาวน้อยยิ่งโตยิ่งสวย แต่นิสัยยังคงเหมือนเดิม
“พวกเขาเล่นอยู่ที่เรือนตะวันออก ข้าให้คนพาเจ้าไปหาพวกเขา”
ลู่เจียวกล่าวจบก็เรียกเฝิงจือมาพาจ้าวอวี้หลัวไปหาพวกเอ้อร์เป่า
ความจริงตามธรรมเนียมในตอนนี้ ชายหญิงเจ็ดขวบไม่อาจร่วมวงสนทนา ตามหลักการแล้วไม่สมควรให้จ้าวอวี้หลัวใกล้ชิดกับเอ้อร์เป่า แต่ลู่เจียวไม่ได้คิดสนใจเรื่องพวกนี้ เด็กอายุหกเจ็ดขวบจะไปรู้ความอันใด
แต่ฮูหยินนายอำเภอหู ฮูหยินซ่งกลับไม่เห็นด้วยอย่างมาก นางให้ความสำคัญกับธรรมเนียมจารีตอย่างที่สุด ดังนั้นพอเห็นจ้าวอวี้หลัวไม่ดำรงจารีตเช่นนี้ ก็ไม่พอใจอย่างมาก และไม่เห็นด้วยกับการกระทำของลู่เจียว
นางอ้าปากคิดสอนสั่ง แต่นายอำเภอหูจ้องใส่นาง ฮูหยินซ่งได้แต่อ้าปากค้าง
ความจริงลู่เจียวก็เห็นท่าทางฮูหยินซ่ง ทว่าได้แต่ทำเป็นไม่ได้สนใจ เดิมนางยังคิดให้เฝิงจือพาหูหลิงเสวี่ยไปด้วย แต่เห็นท่าทางดำรงจารีตธรรมเนียมของหูหลิงเสวี่ย ลู่เจียวจึงไม่ได้เอ่ยปาก
เซี่ยอวิ๋นจิ่นเดินนำพวกนายอำเภอหูเข้าไปด้านในแล้ว
“นายอำเภอหู สวี่เซี่ยนเว่ย พี่จ้าว พี่หู เชิญ”