ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 604 ต่างกันราวฟ้ากับดิน
ตอนที่ 604 ต่างกันราวฟ้ากับดิน
ลู่เจียวกล่าวถึงตรงนี้แววตาก็เหลือบมองซื่อเป่าอย่างไม่เป็นที่สังเกต ซื่อเป่าเป็นบุตรชายอ๋องเยียน ไม่แน่วันหน้าต้องกลับไปอยู่จวนอ๋องเยียน ดังนั้นต้องให้ความสำคัญกับการศึกษานี้อย่างดี ลู่เจียวตัดสินใจว่าจะสอนบุตรชายให้มากอีกหน่อย
ซื่อเป่าไม่รู้ความคิดลู่เจียว เห็นท่านแม่มองตนก็ประคองใบหน้ายิ้มหวานให้ท่านแม่
ลู่เจียวมองดูจนในใจหวั่นไหว เด็กน้อยน่ารักน่าชังเช่นนี้ กลับไม่ใช่บุตรชายพวกนาง เป็นบุตรชายอ๋องเยียน น่าแค้นใจนัก
เซี่ยอวิ๋นจิ่นเห็นสีหน้านางก็รู้ความในใจนาง ยื่นมือออกไปกุมมือลู่เจียว กล่าวน้ำเสียงนุ่มนวลว่า “ก่อนหน้านี้ข้าได้ข่าวมาข่าวหนึ่ง มหาบัณฑิตหลิว หลิวหงเซิง เกษียณราชการกลับมาใช้ชีวิตบั้นปลายที่เมืองหนิงโจว ได้ยินว่าใต้เท้าหลิวคิดรับศิษย์ส่วนตัวคนหนึ่ง ข้าวางแผนส่งลูกๆ ไปลองดู”
ลู่เจียวพอได้ฟังก็ฟังออกว่าเซี่ยอวิ๋นจิ่นวางแผนส่งซื่อเป่าไปให้มหาบัณฑิตหลิวสอนสั่ง มหาบัณฑิตหลิวเป็นอาจารย์ใหญ่แห่งสำนักศึกษาไป่ลู่ ก่อนหน้านี้เป็นประธานคุมการสอบเซียงซื่อในเมืองหนิงโจว คนผู้นี้ไม่เพียงแต่คุณธรรมสูงส่ง ประเด็นก็คือเขามีความรู้ลึกซึ้ง หากซื่อเป่าส่งไปให้เขาอบรมสั่งสอนได้ ย่อมต้องได้ดีเป็นแน่
ลู่เจียวพยักหน้าเล็กน้อย แสดงท่าทีเห็นด้วย
ในรถม้า เจ้าหนูน้อยทั้งสี่กลับเอ่ยว่า “มหาบัณฑิตหลิวรับแค่คนเดียว พวกเราสี่คนจะทำเช่นไร”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นพลันเบื้อใบ้ หันไปมองเจ้าหนูน้อยทั้งสี่
ลู่เจียวขมวดคิ้วเล็กน้อย เรื่องนี้ยากจัดการอยู่บ้างเหมือนกัน หากมหาบัณฑิตหลิวต้องตาต้องใจต้าเป่าจะทำเช่นไร พวกเขาเองก็ไม่อาจส่งแต่ซื่อเป่าไป หากส่งไปคนเดียว ย่อมทำให้ต้าเป่า เอ้อร์เป่า และซานเป่ารู้สึกไม่ดี วันหน้าก็จะยากดำรงสายสัมพันธ์พี่น้องไว้
ลู่เจียวครุ่นคิดแล้วก็กล่าวว่า “เช่นนั้นก็อาศัยความสามารถพวกเจ้าเอง ไม่ว่ามหาบัณฑิตหลิวรับพวกเจ้าคนใดเป็นศิษย์ คนอื่นก็ห้ามไม่พอใจ ท่านพ่อกับแม่จะเลือกอาจารย์ให้พวกเจ้าใหม่”
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่รีบส่งเสียงรับคำพร้อมกัน “ท่านแม่วางใจ พวกเรารู้แล้ว จะไม่มีทางไม่พอใจ”
ลู่เจียวหันไปมองเซี่ยอวิ๋นจิ่น แสดงท่าทีต้องปฏิบัติอย่างเท่าเทียม ไม่ว่ามหาบัณฑิตหลิวเลือกผู้ใด ก็ล้วนเป็นวาสนาของเด็กผู้นั้น
เซี่ยอวิ๋นจิ่นพยักหน้าแสดงท่าทีเห็นด้วย ก่อนหน้านี้เขาคิดจะส่งเพียงซื่อเป่าไปคารวะอาจารย์ ตอนนี้ดูท่าไม่ได้เสียแล้ว หากเขาทำเช่นนั้น ย่อมทำให้ต้าเป่า เอ้อร์เป่า ซานเป่าผิดหวัง เขาไม่มีทางบอกเรื่องชาติกำเนิดซื่อเป่ากับลูกๆ อย่างเด็ดขาด
ดังนั้นก็ปล่อยให้เป็นไปตามฟ้าลิขิตก็แล้วกัน
เซี่ยอวิ๋นจิ่นครุ่นคิดยิ้มมองเจ้าหนูน้อยทั้งสี่กล่าวว่า “ไม่ว่ามหาบัณฑิตหลิวรับผู้ใด ที่เหลือสามคน พ่อกับท่านแม่ก็จะเชิญอาจารย์มีชื่อเสียงมาอบรมสั่งสอนพวกเจ้า”
“พวกเราทราบแล้ว”
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่หัวเราะอย่างเบิกบานใจ
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวเห็นใบหน้ายิ้มของพวกเขาก็ยิ้มตาม โลกเรานี้ความสัมพันธ์สายเลือดสำคัญที่สุด อย่างอื่นล้วนเป็นเรื่องรอง
รถม้าออกจากหมู่บ้านตระกูลเซี่ยตรงไปตำบลชีหลี่ เห็นว่าใกล้ถึงตำบลชีหลี่แล้ว
เซี่ยอวิ๋นจิ่นตัดสินใจพาลู่เจียวไปคารวะอาจารย์เฉินกับอาจารย์แม่
ลู่เจียวคิดถึงว่าชาติกำเนิดซื่อเป่าก็รู้สึกเป็นห่วง เซี่ยอวิ๋นจิ่นแสดงท่าทีว่าไม่เป็นไร
แม้ว่าซื่อเป่าหน้าตาคล้ายกับเฉินอิง แต่กลับงามละเมียดกว่าเฉินอิง และเพราะพวกเขาเลี้ยงดูได้ดี ซื่อเป่าไม่เพียงแต่ผิวขาวผ่อง แววตาเป็นประกาย อุปนิสัยยังร่าเริงแจ่มใส เรื่องนี้หาไม่พบจากตัวเฉินอิง เฉินอิงต้องแยกจากคนรัก ทำให้ดูซีดเซียว คนปกติไม่มีทางเชื่อมโยงพวกเขาถึงกัน
ความจริงคนตระกูลเฉินรู้เรื่องเซี่ยอวิ๋นจิ่นกลับบ้านเกิดมาอย่างพร้อมสรรพ ก่อนหน้านี้นายอำเภอหูนำคนไปหมู่บ้านตระกูลเซี่ย ความเคลื่อนไหวขบวนเดินทางไม่ใช่เงียบๆ สองวันนี้คนทั้งตำบลต่างคุยกันเรื่องนี้ บอกว่าเซี่ยจ้วงหยวนนกลับบ้านเกิดมาอย่างพร้อมสรรพ ใต้เท้านายอำเภอนำคนตรงไปแสดงความยินดีถึงที่บ้าน
ตระกูลเฉินใช่ว่าไม่รู้การเคลื่อนไหวนี้ แต่เพราะเรื่องขัดแย้งก่อนหน้านี้ของสองตระกูล อาจารย์เฉินกับอาจารย์แม่ไม่มีหน้าไปเยือนตระกูลเซี่ยอีก ดังนั้นจึงไม่ได้ไปมาถึงตอนนี้
เพียงแต่พวกเขาคิดไม่ถึงว่า เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวจะพาลูกทั้งสี่มาเยี่ยมเยือนพวกเขา
อาจารย์เฉินกับอาจารย์แม่ดีใจมาก ต้อนรับพวกเขาอย่างยินดี
“อวิ๋นจิ่น ยินดีด้วยที่เจ้าสอบจ้วงหยวนได้”
“เจ้าช่างมีวาสนา วันหน้าอนาคตย่อมประมาณมิได้”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นยิ้มมองอาจารย์เฉินกับอาจารย์แม่ “อวิ๋นจิ่นมีวันนี้ได้ล้วนเพราะอาจารย์และอาจารย์แม่สอนสั่ง วันหน้าอาจารย์และอาจารย์แม่มีเรื่องอันใดก็ส่งคนไปหาอวิ๋นจิ่นได้”
วาจาเซี่ยอวิ๋นจิ่นได้เป็นดังคำปลอบประโลมใจอาจารย์เฉินกับอาจารย์แม่ แต่ต้นจนจบ เขาไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ คล้ายว่าไม่มีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น
รอยยิ้มบนใบหน้าของอาจารย์เฉินกับอาจารย์แม่ก็ย่อมยิ่งมากขึ้น ทั้งสองคนเงยหน้ามองประเมินเซี่ยอวิ๋นจิ่น พบว่าเซี่ยอวิ๋นจิ่นในยามนี้มีแต่ความอ่อนโยนและรอยยิ้มละมุนละไม ต่างกับเมื่อก่อนราวฟ้ากับดินจริงๆ
อาจารย์เฉินกับอาจารย์แม่อดตกใจระคนแปลกใจไม่ได้ หันไปมองลู่เจียว ดูท่าลู่เจียวได้เปลี่ยนแปลงเซี่ยอวิ๋นจิ่นไปแล้ว
คนเรามักกล่าวว่าแต่งภรรยาต้องแต่งภรรยาดี คำกล่าวนี้จริงแท้
อาจารย์เฉินยิ้มเอ่ยชมว่า “ดูท่าอวิ๋นจิ่นแต่งภรรยาดีงาม นางเปลี่ยนแปลงเจ้า
เซี่ยอวิ๋นจิ่นรีบรับคำกล่าวว่า “ใช่ เจียวเจียวเปลี่ยนแปลงข้า”
เมื่อก่อนเขาเย็นเยียบ เป็นเพราะปรารถนาความรักจากบิดามารดา แต่กลับไม่ได้มา ดังนั้นจึงแสดงออกเย็นชา ตอนนี้เขามีความรักของเจียวเจียว มีความรักของลูกๆ ความรักของพวกเขาทำลายความเย็นเยียบรอบกายเขาไปหมดสิ้น
อาจารย์เฉินกับอาจารย์แม่มองดูเซี่ยอวิ๋นจิ่นยอมรับอย่างเปิดเผย ในใจก็แอบปวดปลาบขึ้นมา หันมามองดูท่าทางมีสง่าราศีของเซี่ยอวิ๋นจิ่นอีกครั้ง ก็คิดถึงบุตรสาวตนเองขึ้นมา ได้แต่อดน้ำตาซึมขอบตาไม่ได้ ในปีนั้นหากบุตรสาวเชื่อฟังคำของพวกเขา แต่งกับอวิ๋นจิ่น ไหนเลยจะจากไปเร็วเช่นนั้น
สองสามีภรรยารีบสลัดความคิดนี้ทิ้งทันที
อาจารย์เฉินเงยหน้ามองเซี่ยอวิ๋นจิ่นถามอย่างห่วงใยกล่าวว่า “เจ้าสอบจ้วงหยวนได้ครั้งนี้ ต้องไปทำงานเรียบเรียงตำราในสำนักศึกษาฮั่นหลินหรือไม่”
แต่ไรมา ตำแหน่งสามอันดับแรกแห่งแคว้นต้าโจวจะต้องเข้าไปทำงานเรียบเรียงที่สำนักศึกษาฮั่นหลิน ดังนั้นอาจารย์เฉินจึงคิดว่าเซี่ยอวิ๋นจิ่นจะเข้าไปทำงานเรียบเรียงที่นั่น
เซี่ยอวิ๋นจิ่นส่ายหน้ากล่าวว่า “ข้าได้ขอออกมาประจำนอกเมืองหลวงแล้ว เบื้องบนมีคำสั่งแต่งตั้งไปเป็นถงจือประจำเมืองหนิงโจวแล้ว”
อาจารย์เฉินกับอาจารย์แม่แปลกใจระคนคาดไม่ถึง แต่ก็ดีใจแทนเขาอย่างรวดเร็ว แม้ถงจือเมืองหนิงโจวแม้ไม่ได้อยู่เมืองหลวง แต่ก็มีอำนาจแท้จริง นี่เป็นเรื่องดี หากสร้างผลงานโดดเด่น กลับไปเมืองหลวงอีกครั้งก็จะได้เลื่อนตำแหน่งขุนนางสูงขึ้น
“เยี่ยม ไม่เลว”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นมองอาจารย์เฉินกับอาจารย์แม่กล่าวว่า “หากอาจารย์กับอาจารย์แม่มีเรื่องอันใดต้องการให้ข้าช่วย ก็ส่งคนมาบอกข้าที่เมืองหนิงโจว”
อาจารย์เฉินกำลังคิดเอ่ย นอกประตูตระกูลเฉินก็มีคนเดินเข้ามาอย่างเร่งรีบ
ผู้ที่มาก็คือบุตรชายรองอาจารย์เฉิน เฉินมู่อู่ เฉินมู่อู่เดินมาหาเซี่ยอวิ๋นจิ่นอย่างดีใจ ยกมือตบไหล่เซี่ยอวิ๋นจิ่นทีหนึ่ง “อวิ๋นจิ่น เจ้ามันใช้ได้จริงๆ เชิดหน้าชูตาให้พวกเราแล้ว ถึงกับสอบได้ตำแหน่งจ้วงหยวนกลับมา ร้ายกาจ ร้ายกาจ”
อาจารย์เฉินเห็นเฉินมู่อู่เสียมารยาท ก็รีบตวาดว่า “มู่อู่ เจ้าทำอันใดน่ะ ตอนนี้อวิ๋นจิ่นเป็นขุนนางระดับหกแล้ว เจ้าทำเช่นนี้เสียมารยาท”
เฉินมู่อู่พอได้ฟังก็อึ้งไปทันที จากนั้นก็ถูมือไปมาท่าทางเก้กัง
ภรรยาเฉินมู่อู่ด้านหลังรีบลอยหน้าลอยตาเอ่ยขึ้น “เขาเป็นขุนนางใหญ่เพียงใด ก็เป็นศิษย์ที่ท่านพ่อสอนสั่งมา เป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องกับมู่อู่เรา ตบไหล่นิดหน่อยเป็นอันใดไปหรือ”