ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 611 เสแสร้งทำน่าสงสาร
ตอนที่ 611 เสแสร้งทำน่าสงสาร
ใต้เท้าจือฝู่คิดว่าตนเองฟังผิด หันหน้าไปจ้องมองเซี่ยอวิ๋นจิ่น คิดดูว่าตนเองฟังผิดหรือไม่
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกล่าวอีกว่า “ที่บ้านข้ามีภรรยาดำรงจารีตดีงาม ไม่มีความคิดจะรับอนุ ขอบคุณความหวังดีของใต้เท้าจือฝู่”
ในที่สุดครั้งนี้ใต้เท้าจือฝู่ก็แน่ใจว่าตนเองฟังถูกต้อง เขาหันไปมองเฉาชิงเหลียนที่ยืนร่างอรชรอ้อนแอ้นตรงหน้า หญิงผู้นี้ไม่สวยหรือ กอดนอนไม่หลับพริ้มหรือ เหตุใดมีคนตัดใจปฏิเสธสาวงามเช่นนี้ได้
สีหน้าเฉาชิงเหลียนเบื้องหน้าพลันซีดเผือด นางกัดริมฝีปากเล็กน้อย พร้อมกับน้ำตาคลอเบ้ามองเซี่ยอวิ๋นจิ่น เอ่ยเรียกขึ้น “ใต้เท้าเซี่ย”
สีหน้าท่าทางอ่อนแอน่าทะนุถนอมนี้ บรรดาชายในงานเลี้ยงต่างรู้สึกอยากทะนุถนอมแทบตาย น่าเสียดายคนเหล่านี้ไม่รวมเซี่ยอวิ๋นจิ่น
สำหรับคุณหนูเจ็ดตระกูลเฉา เซี่ยอวิ๋นจิ่นเข้าใจยิ่งกว่าผู้ใด นางเป็นสาวงามอสรพิษที่ถนัดเสแสร้ง
เซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่เคยลืมอุบายของหญิงผู้นี้ที่คิดจะแต่งกับเขาก่อนหน้านี้
หลินจือฝู่เห็นท่าทางเฉาชิงเหลียน ในใจก็เจ็บปวดยิ่ง เซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่ต้องการ เขาเองก็ไม่อยากให้
หลินจือฝู่มองเฉาชิงเหลียนกล่าวว่า “ใต้เท้าเซี่ยไม่รู้รักทะนุถนอมหยกงาม ข้าเป็นผู้รู้รักทะนุถนอม พวกเจ้า พาแม่นางหว่านเยว่ออกไปได้”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่ต้องการ เขายังคิดตัดใจให้ไม่ได้เช่นกัน คืนนี้เขาจะได้ร่วมเตียงกับสาวงามแล้ว รับนางเป็นอนุ
เพราะใต้เท้าหลินดื่มสุราไป ดังนั้นใบหน้าจึงร้อนผ่าวอย่างมาก ทุกคนในที่นั้นต่างเห็นท่าทางเขา ต่างพากันหัวเราะร่วนอย่างรู้กัน
เฉาชิงเหลียนย่อมมองความหมายของใต้เท้าหลินออก คืนนี้ใต้เท้าหลินก็จะได้นางสมใจ
เฉาชิงเหลียนมองใต้เท้าหลิน แล้วก็มองไปยังเซี่ยอวิ๋นจิ่นที่รูปงามสง่างาม รู้สึกเพียงแค่เจ็บปวดใจอย่างยิ่งยวด น้ำตาร้อนผ่าวของนางคลอเบ้า จ้องมองเซี่ยอวิ๋นจิ่น คิดให้เซี่ยอวิ๋นจิ่นรับนางไว้
น่าเสียดายเซี่ยอวิ๋นจิ่นทำเหมือนไม่เห็น ในใจเฉาชิงเหลียนมีแต่ความเจ็บปวด แต่ไม่กล้าแสดงออก ค่อยๆ หันหลังตามคนออกไป
ณ โถงงานเลี้ยง หลินจือฝู่แอบมองประเมินเซี่ยอวิ๋นจิ่น ไม่ยอมรับน้ำใจแม้แต่นิด เขาควรดึงเป็นพรรคพวกอย่างไรดี
หลินจือฝู่รู้มาว่า จือฝู่คนก่อนหน้านี้ถูกเซี่ยอวิ๋นจิ่นร่วมมือกับนายอำเภอชิงเหอแฉความผิด นี่แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเซี่ยอวิ๋นจิ่นผู้นี้มีความสามารถ หากเขาดึงมาเป็นพรรคพวกได้ ก็ย่อมเป็นแรงกำลังชั้นดี แต่ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นภัยคุกคามชั้นดีเช่นกัน
แต่คนผู้นี้แม้แต่สาวงามก็ไม่ชอบ หรือว่าชอบเงินทอง หลินจือฝู่คิดถึงฮูหยินเซี่ยอวิ๋นจิ่นเป็นถึงหุ้นส่วนสามโรงผลิตในอำเภอชิงเหอ สามโรงผลิตเรียกได้ว่าเงินทองไหลมาเทมา เขาไม่ขาดแคลนเงินทอง
หลินจือฝู่คิดแล้วก็ปวดหัว จนสุดท้ายก็เลิกคิดไปเสียอย่างนั้น หันไปดื่มสุรากับผู้อื่นต่อ ไม่คิดสนใจเซี่ยอวิ๋นจิ่นมากนัก
เซี่ยอวิ๋นจิ่นทำคล้ายไม่เห็น มองประเมินบรรดาขุนนางเบื้องหน้าเงียบๆ เห็นได้ชัดว่าคนเหล่านี้เป็นพวกเดียวกับหลินจือฝู่ เขาคิดจะทำงานจริงจังในเมืองหนิงโจว เกรงว่าไม่ง่ายเสียแล้ว แต่เขาเองก็ไม่ได้รีบร้อนอันใด
เซี่ยอวิ๋นจิ่นคิดไปก็ดื่มสุราเป็นเพื่อนพวกหลินจือฝู่ไป
งานเลี้ยงจบลงอย่างรวดเร็ว หลินจือฝู่ตามพ่อบ้านมาส่งพวกเซี่ยอวิ๋นจิ่นออกไป ส่วนเขาก็หันหลังพาคนก้าวเดินจากไปด้วยอาการรีบร้อนไม่น้อย
ณ โถงงานเลี้ยง พวกหวางทงพั่นต่างหัวเราะหยอกล้อว่า “ใต้เท้าจือฝู่ทนไม่ไหวจะไปเสพสุขสาวงามแล้วหรือ”
ข่งทุยกวานถอนหายใจด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม น่าเสียดายพวกเขาไม่ได้มีวาสนาดีเช่นนี้ ได้แต่มอง ลูบนิดหน่อยก็ยังไม่ได้
แต่เซี่ยถงจือนี่น่าเสียดายจริง จือฝู่อุตส่าห์มอบสาวงามผู้นี้ให้เขา
พวกข่งทุยกวานเดินออกไปพร้อมกับเซี่ยอวิ๋นจิ่น เดินไปกล่าวไปว่า “เซี่ยถงจือ เจ้าไม่คิดเสพวาสนาสุขนี้จริงหรือ มีสาวงามเช่นนี้เข้าไปอยู่ในจวนดีเพียงใด วันหน้าเจ้าก็จะมีคนคอยปรนนิบัติพัดวีไม่ดีหรือ”
“สาวงามเช่นนี้หาได้น้อยมากจริงๆ และได้ยินว่าความสามารถก็สูง มีสาวงามเช่นนี้เป็นเพื่อนไม่มีความสุขหรือ”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นหันหน้าไปมองพวกข่งทุยกวาน กล่าวว่า “ในสายตาข้า หญิงใดก็สู้ฮูหยินข้าไม่ได้ นางจึงจะเป็นสาวงามที่สุดในสายตาข้า”
ข่งทุยกวานยิ้มรับคำ “ใช่ ใช่ ข้าได้ยินว่าฮูหยินใต้เท้าเซี่ยงามมาก แต่ก็ไม่ส่งผลอันใดนี่ ท่านรับแม่นางหว่านเยว่ไว้เป็นอนุได้นี่ อนุคนเดียวเท่านั้น ก็ไม่ส่งผลอันใดต่อสถานะฮูหยินเซี่ย แม้ไม่แตะต้องนาง แต่วางไว้เลี้ยงดูในบ้านก็ดีไม่น้อย”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นมองข่งทุยกวานด้วยสีหน้านิ่งเฉย “นางเป็นคน เป็นคนก็ย่อมมีความปรารถนา วางไว้ในบ้านก็รังแต่จะก่อเรื่องก่อราวเท่านั้น ในแต่ละครอบครัวล้วนมีอนุมากมาย มีเรื่องกันมากมายไม่น้อย”
ข่งทุยกวานอึ้งเป็นใบ้ไปทันที วาจาเซี่ยถงจือกล่าวได้ถูกต้อง
เซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่สนใจอีกพวกเขา หันหลังเดินออกไป แต่ไม่ได้จากไป หากให้พ่อบ้านตระกูลหลินพาเขาไปรอลู่เจียว
ตระกูลหลินพ่อบ้านรับคำพาเขาไปรอหน้าประตูฉุยฮวาเหมินที่กั้นกลางระหว่างเรือนด้านหน้ากับด้านหลัง
พ่อบ้านมีธุระไม่อาจอยู่รอเป็นเพื่อน กล่าวกับเซี่ยอวิ๋นจิ่นว่า “ใต้เท้าเซี่ย ท่านอยู่ตรงนี้รอก่อน งานเลี้ยงเรือนด้านหลังใกล้จบแล้ว ฮูหยินเซี่ยไม่นานก็จะออกมาแล้ว บ่าวไปทำงานก่อน”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นโบกมือ “ไปเถอะ ข้ารออยู่ตรงนี้เอง”
พ่อบ้านไปแล้ว เซี่ยอวิ๋นจิ่นก็นำหลินตงกับหร่วนไคไปรอหน้าประตูฉุยฮวาเหมิน
ไม่ไกลนักมีเงาร่างหนึ่งเดินมาด้วยท่าทางดูอ่อนแรง เดินตรงมาตรงหน้าเซี่ยอวิ๋นจิ่น
คนผู้นี้ยังมาไม่ทันถึงตรงหน้าเซี่ยอวิ๋นจิ่นก็ล้มลงคุกเข่า เอ่ยอ้อนวอน “ใต้เท้าเซี่ย ท่านโปรดช่วยข้าด้วย”
กล่าวจบก็ร้องไห้ออกมา ร้องไห้ไปขอร้องไปว่า “ข้าไม่ขอให้ใต้เท้าเซี่ยรับข้าเป็นอนุ ขอเพียงใต้เท้าเซี่ยถือโอกาสนี้พาข้าออกไป ข้าไม่อยากอยู่ตระกูลหลิน หากข้าอยู่ตระกูลหลินก็ต้องเป็นอนุใต้เท้าจือฝู่”
เฉาชิงเหลียนคิดถึงสภาพหลินจือฝู่ทั้งอ้วนทั้งเตี้ย ในใจก็แทบอาเจียนออกมา แม้เป็นบิดานาง นายท่านเฉาสาม ก็หน้าตามีสง่าราศีกว่านี้ ไหนเลยจะอ้วนพุงพลุ้ยเช่นใต้เท้าหลิน
เฉาชิงเหลียนแค่คิดก็แทบกระอักโลหิต ดังนั้นนางจึงได้ลอบหนีมาพบเซี่ยอวิ๋นจิ่น ขอร้องให้เซี่ยอวิ๋นจิ่น ช่วยนางสักครั้ง หากเขาไม่ต้องการรับนางเป็นอนุ ก็ช่วยนางออกไปก่อนค่อยว่ากัน
เฉาชิงเหลียนกำลังร้องไห้อ้อนวอนให้เซี่ยอวิ๋นจิ่นช่วย ลู่เจียวก็พาพวกเฝิงจือกับหร่วนจู๋ออกมาจากประตูฉุยฮวาเหมิน เห็นเฉาชิงเหลียนที่กำลังอ้อนวอนเซี่ยอวิ๋นจิ่นอยู่นอกประตูฉุยฮวาเหมิน
ลู่เจียวตอนแรกยังจำเฉาชิงเหลียนไม่ได้ เห็นเพียงสตรีคุกเข่าขอร้องเซี่ยอวิ๋นจิ่นอยู่ นางเดินเข้าไปถามอย่างแปลกใจว่า “เกิดอันใดขึ้นหรือ”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นเห็นลู่เจียวมา ก็ไม่สนใจเฉาชิงเหลียนอีก ก้าวเข้ามารับพลางถามลู่เจียวอย่างห่วงใย “เจ้าไม่เป็นไรกระมัง ไม่มีคนรังแกเจ้าใช่หรือไม่”
สีหน้าเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและห่วงใย
เฉาชิงเหลียนที่คุกเข่าอยู่ไม่ไกลนัก เห็นภาพนี้แล้วในใจก็มีแต่ความปวดปลาบ ก่อนหน้านี้หลายครั้งที่ นางดูแคลนเซี่ยถงจือ ผู้ใดจะคิดว่าคนผู้นี้ถึงกับเป็นคนสง่าผ่าเผย ไม่เพียงแต่สอบจ้วงหยวน ยังเป็นคนมั่นในรัก แต่ความรักมั่นนั้นไม่ได้มีแด่นาง
ในใจเฉาชิงเหลียนทั้งปวดปลาบทั้งรู้สึกไม่อาจยอมรับได้
แต่ยามนี้นางยังคงหวังว่าเซี่ยอวิ๋นจิ่นจะพานางออกไป ดังนั้นนางมองไปยังลู่เจียว รีบกล่าวว่า “คารวะฮูหยินเซี่ย”
ลู่เจียวหันไปมองเห็นเฉาชิงเหลียนที่คุกเข่าอยู่ที่พื้น ก็อดตกใจไม่ได้ “นี่ไม่ใช่คุณหนูเจ็ดตระกูลเฉาหรือ นางมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”