ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 612 คารวะอาจารย์
ตอนที่ 612 คารวะอาจารย์
เซี่ยอวิ๋นจิ่นรีบอธิบายกล่าวว่า “นางเป็นนางรำตระกูลหลิน ใต้เท้าจือฝู่ให้นางออกมาร่ายรำให้แขกในงานเลี้ยงได้ชม”
ลู่เจียวพยักหน้าเล็กน้อย ชี้ไปที่เฉาชิงเหลียนที่คุกเข่าอยู่อย่างไม่เข้าใจ กล่าวว่า “เช่นนั้นตอนนี้นางมาคุกเข่าทำไมกัน”
ครั้งนี้ไม่ต้องให้เซี่ยอวิ๋นจิ่นเอ่ย เฉาชิงเหลียนรีบกล่าวว่า “ใต้เท้าจือฝู่คิดมอบข้าให้เป็นอนุใต้เท้าเซี่ย ใต้เท้าเซี่ยไม่ยินดี ข้าน้อยจึงได้คิดขอให้ใต้เท้าเซี่ยพาข้าน้อยออกไปจากที่นี่”
เฉาชิงเหลียนกล่าวจบ ก็ร้องไห้มองลู่เจียวกล่าวว่า “หากใต้เท้าเซี่ยไม่พาข้าน้อยออกไป ข้าน้อยก็ต้องตกเป็นอนุใต้เท้าหลิน ใต้เท้าหลินอายุมากปูนนี้แล้ว แทบจะเป็นบิดาข้าน้อยได้ ข้าน้อยไม่อยากเป็นอนุใต้เท้าหลิน ดังนั้นขอฮูหยินเซี่ยช่วยข้าน้อยสักครั้ง”
ลู่เจียวมองนางด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ “เจ้ายังคิดว่าเจ้าเป็นคุณหนูเจ็ดตระกูลเฉาหรือ เจ้าควรไปเป็นนางในกองทัพด้วยซ้ำ ให้เจ้ามาเป็นอนุใต้เท้าหลินก็ถือว่ายกย่องเจ้าแล้ว เจ้าถึงกับยังมีหน้ามารังเกียจนี่นั่น อย่าว่าแต่ตอนนี้เจ้าไม่ใช่คุณหนูเจ็ดตระกูลเฉาแล้ว แม้เจ้ายังเป็น เจ้ามีคุณสมบัติอันใดมาเลือกใต้เท้าหลินกับใต้เท้าข้า พวกเขาไม่ใช่ของที่เจ้าคิดเลือกก็เลือกได้”
ลู่เจียวกล่าวจนสุดท้ายก็แค่นหัวเราะใส่นาง จากนั้นก็มองไปยังเซี่ยอวิ๋นจิ่นกล่าวว่า “พวกเราไปกันเถอะ นี่เป็นเรื่องของตระกูลหลิน ไม่เกี่ยวกับพวกเรา”
“ตามฮูหยินว่า”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นยื่นมือไปจูงมือลู่เจียว ทั้งสองคนพาบ่าวรับใช้ตระกูลเซี่ยเดินจากไป
เฉาชิงเหลียนมองตามทั้งสองคนจากไปด้วยอาการตกตะลึง จากนั้นแววตาก็มีแค่ความเคียดแค้น พวกเขาถึงกับไม่คิดสงสารนางแม้แต่น้อย น่าแค้นใจจริง
เฉาชิงเหลียนยิ่งคิดสีหน้าก็ยิ่งดุดัน สุดท้ายกัดฟันยืนขึ้นหันหลังเดินกลับไปยังทางที่มา
เซี่ยอวิ๋นจิ่น ลู่เจียว ในเมื่อพวกเจ้าไม่ช่วยข้า รอให้ข้าได้เป็นอนุใต้เท้าหลิน ข้าก็จะไม่ปล่อยให้พวกเจ้ามีความสุขเป็นแน่
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวทั้งสองคนเดินมายังรถม้าตระกูลเซี่ย พอขึ้นรถม้า ทั้งสองคนจึงได้เอ่ยถึงเฉาชิงเหลียน
“หญิงผู้นี้ควรต้องเป็นนางในกองทัพแล้ว เหตุใดจึงมาอยู่ตระกูลหลิน พวกเราต้องรายงานเบื้องบนเรื่องนี้”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นส่ายหน้า “เฉาชิงเหลียนก็แค่คนไร้ค่าคนหนึ่ง เบื้องบนรู้เรื่องนี้ก็ไม่เอาความ นับประสาอันใดกับตอนนี้นางไม่ได้ชื่อเฉาชิงเหลียน แต่ชื่อหว่านเยว่”
“แต่หากหญิงผู้นี้เข้าไปอยู่จวนหลินจริง เกรงว่าจะหาเรื่องพวกเรา”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นแววตาเย็นเยียบ เอ่ยว่า “ใต้เท้าหลินละโมบรูปโฉมนาง หากนางเสียโฉม ดูว่าเขายังจะชอบนางอีกหรือไม่”
ลู่เจียวเห็นสีหน้าเซี่ยอวิ๋นจิ่น ก็เข้าใจทันที เซี่ยอวิ๋นจิ่นคิดหาโอกาสทำลายรูปโฉมหญิงผู้นี้ ลู่เจียวจึงไม่ถามต่ออีก
เซี่ยอวิ๋นจิ่นถามลู่เจียวถึงงานเลี้ยงเรือนด้านหลัง ลู่เจียวเล่าเรื่องฮูหยินถงจือคิดมอบผู้หญิงให้ครอบครัวพวกเขา
“ข้าคิดไม่เข้าใจจริงๆ เห็นอยู่ว่าครอบครัวพวกนางมีอนุ พวกนางเองก็ไม่เบิกบานใจ แต่กลับชอบยัดเยียดผู้หญิงใส่จวนผู้อื่น และในวงการขุนนางการส่งมอบผู้หญิงก็เหมือนเป็นเรื่องปกติอย่างมาก”
ลู่เจียวครุ่นคิด เงยหน้ามองเซี่ยอวิ๋นจิ่นกล่าวว่า “วันหน้าพวกเราคงไม่ต้องเผชิญเรื่องราวพวกนี้กันอยู่เป็นประจำกระมัง”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นเม้มปาก จ้องมองลู่เจียวกล่าวอย่างหนักแน่นว่า “เจียวเจียว เจ้าวางใจ ไม่ว่ามีคนมากมายเท่าไรคิดยัดเยียดผู้หญิงให้ข้า ข้าก็ไม่ต้องการ ชีวิตข้านี้มีเพียงเจ้าผู้เดียว”
ลู่เจียวได้ฟังวาจาเขาก็อดยิ้มไม่ได้ “อืม ข้าเชื่อเจ้า”
เชื่อเจ้าและเชื่อเรื่องราวในนิยาย เซี่ยอวิ๋นจิ่นแต่งเพียงหลินหรูเยว่ ไม่ได้รับอนุ ผู้ชายเช่นนี้ไม่ได้รู้สึกสนใจเรื่องรับอนุจริงๆ
สองสามีภรรยาไม่เอ่ยถึงเรื่องนี้อีก แต่หันไปคุยเรื่องเป้าหมายของการจัดงานเลี้ยงตระกูลหลินครั้งนี้แทน
“วันนี้พวกเขาจัดงานเลี้ยงต้อนรับพวกเรา เห็นชัดว่าคิดดึงพวกเราไปเป็นพรรคพวก ต้องการให้พวกเราลงเรือลำเดียวกันกับพวกเขา”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นพยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดลู่เจียว เลิกคิ้วกล่าวว่า “แม้ว่าเมืองหนิงโจวไม่นับว่าร่ำรวย แต่ก็มีบ่อเกลือและพื้นที่ปลูกชา สองอย่างนี้เป็นที่หมายปองของผู้อื่นได้ง่าย ก่อนหน้านี้จือฝู่ท่านนั้นไม่ใช่แอบลักลอบค้าเกลือและใบชากับพ่อค้าจนได้กำไรก้อนโตไม่ใช่หรือ ไม่แน่หลินจือฝู่เองก็มีเรื่องเกลือและใบชา”
“นี่เป็นเงินทองก้อนโต น้อยคนนักจะไม่หวั่นไหว แต่ตอนนี้ข้ายังไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์บ่อเกลือและพื้นที่ปลูกชาที่นี่ ดังนั้นไม่อาจกล่าวอันใดได้”
ลู่เจียวมองเซี่ยอวิ๋นจิ่นกล่าวว่า “เกรงว่าพวกเขาจะไม่ยอมให้เจ้าเข้ายุ่งเรื่องบ่อเกลือและพื้นที่ปลูกชา”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกล่าวอย่างไม่คิดร้อนใจว่า “ข้ายังไม่คิดข้องเกี่ยวตอนนี้ ในฐานะถงจือระดับหก ตำแหน่งงานข้าก็คือทำหน้าที่ดูแลเสบียง จับโจร การป้องทางทะเลและทางแม่น้ำ ระบบชลประทาน ส่วนหวางทงพั่นดูแลอาสาสมัครชาวบ้าน ทะเบียนราษฎร ภาษีที่นาและแรงงานเกณฑ์ คดีความ”
“พวกเขาไม่ให้ข้ายุ่ง ก็ได้แต่ให้หลินจือฝู่ดูแลเรื่องพวกนี้เอง หากหลินจือฝู่ไม่ดูแล ผู้อื่นมาข้องเกี่ยว ข้าก็จะเอาผิดพวกเขาที่เกินหน้าที่”
หากไม่คิดให้เขาข้องเกี่ยว เขาก็ไม่ข้องเกี่ยว แต่หากที่ไม่ให้เขายุ่งเป็นงานในหน้าที่เขา ก็ไม่มีคนขวางเขาได้
“แต่ข้าไม่รีบร้อน ตอนนี้พวกเราเพิ่งมาเมืองหนิงโจว ยังไม่ต้องรีบรับภาระหน้าที่ ให้พวกเขาดิ้นรนกันไปก่อน พวกเราใช้ชีวิตกันสบาย ๆ สักระยะหนึ่ง ใช่แล้ว เจ้าบอกจะสอนหนังสือข้า ข้าไม่มีงานอันใดก็จะกลับมาเรียนหนังสือกับเจ้า”
“ได้”
ลู่เจียวนึกถึงเรื่องเรียนของเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ ก็ถามเซี่ยอวิ๋นจิ่นว่า “ตอนนี้เจ้าไม่มีอันใด พวกเรามาวางแผนการเรียนของเจ้าหนูน้อยทั้งสี่กันเถอะ รอวันหน้าพวกเรายุ่งขึ้นมา ก็ไม่มีเวลามาคิดเรื่องเจ้าหนูน้อยทั้งสี่แล้ว”
วันหน้าเซี่ยอวิ๋นจิ่นจะต้องรับภาระงาน ส่วนนางก็ต้องสกัดเพนิซิลลินเหลว ผลิตเป็นเพนิซิลลิน วี ออกมา ยังต้องช่วยเซี่ยอวิ๋นจิ่นนำน้ำพุจิตวิญญาณมาเลี้ยงดูเมล็ดพันธุ์ข้าวเจ้ากับข้าวสาลี นางยังต้องดูแลสามโรงผลิตและร้านขนส่งสินค้าเหนือใต้ และยังต้องรักษาผู้ป่วย
สรุปคือการงานมากมาย
ในรถม้า เซี่ยอวิ๋นจิ่นได้ฟังคำพูดลู่เจียว พยักหน้ากล่าวว่า “พรุ่งนี้ก็ให้คนไปสอบถามเรื่องมหาบัณฑิตหลิวหงเซิง ตอนนี้พักอยู่ที่ใด จากนั้นก็พวกเราก็พาเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ไปคารวะอาจารย์? ดูว่าคนไหนจะเข้าตามหาบัณฑิตหลิว”
ลู่เจียวพยักหน้า เซี่ยอวิ๋นจิ่นพลันเอียงศีรษะพิงไหล่นาง มองนางอย่างร้อนแรง
ลู่เจียวเห็นแววตาเขาก็รู้ว่าเขาคิดอันใด นางรีบยื่นมือไปออกไปผลักเขาอย่างเคอะเขิน “นั่งให้ดีๆ”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นเงยหน้าขึ้นพร้อมกับยื่นมือออกไปกอดเอวคอดของลู่เจียวเอาไว้ “เจียวเจียว คืนนี้ข้าคิดแล้ว”
คิดอันใดไม่ต้องเอ่ยปาก ลู่เจียวนิ่งแข็งค้างไปทันที
เซี่ยอวิ๋นจิ่นดีใจขึ้นจุมพิตนางทันที พอรถม้าถึงจวนตระกูลเซี่ย ริมฝีปากทั้งสองคนก็บวมเล็กน้อย ดีที่นอกรถม้ายามนี้เป็นยามค่ำคืน ไม่มีคนสังเกตเห็นอาการผิดปกติของสองสามีภรรยา ทั้งสองคนจูงมือกันเดินแนบชิดติดกันกลับห้องไป
วันรุ่งขึ้น เพราะไม่มีเรื่องอันใดต้องทำ ดังนั้นทั้งสองคนจึงนอนขี้เกียจอยู่ ตอนลุกจากเตียงก็สายแล้ว เจ้าหนูน้อยทั้งสี่กินอาหารเช้าเสร็จก็วิ่งไปเรือนด้านหลังดูช่างไม้วัดพื้นที่
เมื่อวานพ่อบ้านเซียวหาช่างไม้มาสร้างเรือนพักบ่าวรับใช้ พร้อมกับวางแผนจะสร้างสนามฝึกยุทธ์ที่เรือนด้านหลัง
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่รู้ว่าสนามฝึกยุทธ์เป็นของพวกเขา ดังนั้นพอช่างไม้มา พวกเขาก็วิ่งไปบอกความคิดความต้องการตนเองกับช่างไม้
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวไม่ได้เอ่ยถามเรื่องนี้ ทั้งสองคนตื่นมากินอาหารเช้าแล้วก็ตามพ่อบ้านเซียวมา
“เจ้าส่งคนไปสืบความเรื่องมหาบัณฑิตหลิวหน่อย ว่าตอนนี้พำนักอยู่ที่ใด พวกเราจะพาคุณชายน้อยทั้งสี่ไปคารวะมหาบัณฑิตหลิว”