ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 623 โมโห
ตอนที่ 623 โมโห
ลู่เจียวแนะนำฮูหยินสิบกว่าคนในห้องโถงพร้อมกันรอบเดียวแล้วก็ยิ้มกล่าวกับแฝดสี่ว่า “คารวะฮูหยิน ทุกท่านสิ”
ต้าเป่ารีบนำคารวะฮูหยินหลินกับฮูหยินหวาง ท่าทางมั่นใจ กิริยาองอาจ แค่มองก็รู้ว่าเป็นเด็กที่ได้รับการอบรมมาอย่างดี
“คารวะฮูหยินหลิน ฮูหยินหวาง ฮูหยินข่ง ฮูหยินกู้……”
พอเอ่ยคารวะทั้งสิบกว่าคนครบ และไม่ผิดแม้แต่ชื่อเดียว เด็กๆ ด้านหลังก็จดจำไม่ได้อยู่บ้าง คำนับเลียนแบบตามแฝดสี่
ฮูหยินทุกคนในที่นั้นต่างถูกเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ทำเอาตกใจ เช่นนี้ดูท่าเด็กทั้งสี่มีความสามารถแท้จริง
เด็กหกขวบเผชิญหน้ากับคนมากมายเช่นนี้ ยังคงท่าทีนิ่งสงบไม่ลนลาน ไม่แลดูขลาดกลัวต้อยต่ำ แม้แต่ผู้ใหญ่หลายคนยังสู้ไม่ได้
มิน่ามหาบัณฑิตหลิวจึงได้รับไว้พร้อมกันทั้งหมดสี่คน
การกระทำของลู่เจียวก่อนหน้านี้ก็เพื่อให้ฮูหยินแต่ละตระกูลในที่นั้นได้เห็นกระจ่างว่า บุตรชายนางอาศัยความสามารถฝากตัวเป็นศิษย์มหาบัณฑิตหลิว ไม่ใช่เพราะนางรักษาอาการป่วยให้ฮูหยินหลิว
ในห้องโถง บรรดาฮูหยินหลินต่างตกใจเสร็จแล้วก็มองเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกชอบ
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่หน้าตาดีมาก และดูกิริยามารยาทแล้วก็ดีอย่างมาก ที่สำคัญที่สุดก็คือเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ฉลาดอย่างมาก ถึงตอนนี้ท่านพ่อพวกเขายังเป็นแค่ถงจือระดับหก แต่เขาอายุยังน้อย ไม่นานก็จะได้ไต่เต้าขึ้นไป รอให้มีอายุมากอีกสักหน่อย คงก้าวถึงระดับสามสี่
ฮูหยินหลินครุ่นคิดแล้วก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา แต่พอเงยหน้าเห็นจ้าวอวี้หลัวกับหูหลิงเสวี่ยตามหลังเจ้าหนูน้อยทั้งสี่มาด้วย ก็ไม่ค่อยพอใจ เหตุใดอายุน้อยๆ ก็มีสาวใช้สองคนคอยปรนนิบัติ ฮูหยินหลินถามลู่เจียวว่า “ด้านหลังพวกเขาเหตุใดจึงมีเด็กหญิงสองคนอยู่ด้วย เป็นสาวใช้พวกเขาหรือ”
พอฮูหยินหลินเอ่ย หลี่อวี้เหยาก็มีสีหน้าไม่พอใจ คิดด่าคนด้วยสัญชาตญาณทันที เจ้าตาบอดหรือบุตรสาวข้าเช่นนี้จะเป็นสาวใช้ได้อย่างไร แต่หลี่อวี้เหยายังจำได้ว่าฮูหยินหลินเป็นฮูหยินจือฝู่ ดังนั้นจึงได้อดทนเอาไว้
ขณะนางกำลังพูดอยู่นั้น จ้าวอวี้หลัวไม่พอใจโมโหกล่าวว่า “พวกเราไม่ใช่สาวใช้ ข้าเป็นคุณหนูจวนหย่งหนิงโหว”
“หา?”
พวกฮูหยินหลินกับฮูหยินหวางต่างตกใจหันไปมองลู่เจียว ลู่เจียวกล่าวน้ำเสียงนิ่งว่า “ใช่ นางเป็นคุณหนูจวนหย่งหนิงโหว ท่านพ่อนางคือคุณชายสามจวนหย่งหนิงโหว”
พอลู่เจียวกล่าว ฮูหยินหลินก็รู้ว่าผู้ที่นางกล่าวถึงคือผู้ใด ก็คือคุณชายสามจวนหย่งหนิงโหวที่ถูกไล่ไปอยู่อำเภอชิงเหอ แต่แม้คนเขาเป็นแค่บุตรชายอนุ แต่ก็ชาติกำเนิดจากจวนหย่งหนิงโหว
ฮูหยินหลินไม่อาจกล่าวอันใดอีก ยิ้มเฝื่อนๆ ชี้ไปทางหูหลิงเสวี่ยกล่าวว่า “เช่นนั้น คนนั้นเป็นสาวใช้นางกระมัง”
จ้าวอวี้หลัวโมโหกล่าวว่า “นางคือหลานสาวนายอำเภอ”
จ้าวอวี้หลัวกล่าวจบก็ไม่พอใจ มองฮูหยินหลินกล่าวว่า “ท่านสายตาไม่ดีหรือ พวกเราเช่นนี้เหมือนสาวใช้หรือ”
ฮูหยินหลินได้ฟังก็มีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที แต่คิดถึงสถานะจ้าวอวี้หลัว ไม่อาจมีเรื่องได้ง่าย ๆ นางหันไปมองลู่เจียวกล่าวว่า “เด็กคนนี้อายุไม่น้อยแล้วกระมัง อายุขนาดนี้แล้วควรรักษาระยะห่างได้แล้ว เหตุใดจึงยังให้อยู่รวมกัน ชายหญิงไม่อาจชิดใกล้”
ลู่เจียวไม่พอใจวาจาฮูหยินหลินอย่างมาก แต่ก็ไม่ได้โต้นางกลับตรงๆ ยังคงกล่าวกับนางอย่างอ่อนโยนว่า “พวกเขาโตมาด้วยกันแต่เล็ก สนิทสนมกันดังพี่น้อง ไม่มีเรื่องชายหญิงไม่อาจชิดใกล้อันใด แน่นอนว่าชายหญิงมิอาจชิดใกล้ แต่รอให้พวกเขาโตพอรู้จักเรื่องความรักแล้ว ไม่อาจอยู่ร่วมกันแล้วจริงๆ ตอนนี้เพิ่งจะหกขวบเท่านั้น ยังเร็วเกินไปที่จะถือสาเรื่องพวกนี้”
ลู่เจียวกล่าวจบก็เห็นจ้าวอวี้หลัวคิดจะเอ่ยอีก จึงรีบกล่าวกับบุตรชายตนว่า “ต้าเป่า พาเพื่อนๆ ไปรับรองที่เรือนข้าง”
ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่า ยังมีซานเป่ากับซื่อเป่ากล่าวอำลาพวกฮูหยินหลิน “พวกเราขอตัวก่อนขอรับ”
เด็กๆ เดินออกไปเป็นระเบียบ ในความเป็นจริงเห็นฮูหยินหลินคุยกับท่านแม่ตนเช่นนี้ เจ้าหนูน้อยทั้งสี่โมโหมาก คิดจะโต้ตอบหญิงผู้นี้สักตั้ง แต่คิดถึงการอบรมของท่านพ่อกับท่านแม่ จึงยังคงอดทนอดกลั้นเอาไว้ได้
ลู่เจียวหันหน้าไปเอ่ยขอโทษฮูหยินหลินแทนจ้าวอวี้หลัว “ฮูหยินหลินเป็นผู้ใหญ่ใจกว้าง ขออย่าได้ถือสาหาความกับเด็กน้อย”
ฮูหยินหลินหายใจฮึดฮัด หน้าบึ้งอยู่เป็นนานไม่กล่าวอันใด ฮูหยินหวางรีบแก้สถานการณ์ “ฮูหยินเซี่ย ข้าว่าผิวพรรณเจ้าเนี่ยดีมาก ใช้อันใดบำรุงผิวพรรณหรือ”
นางกล่าวจบคิดถึงผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่างๆ ของสามโรงผลิต ก็อดเอ่ยไม่ได้ว่า “ใช้เครื่องประทินผิวที่ผลิตจากโรงผลิตบ้านเจ้าหรือ”
ลู่เจียวอมยิ้มกล่าวว่า “ใช่ เครื่องประทินผิวที่ผลิตจากโรงผลิตเราเอง”
คำพูดฮูหยินหวางเป็นที่สนใจของทุกคนในห้องโถงทันที ทุกคนหันมามองใบหน้าลู่เจียว ผิวพรรณลู่เจียวดีมากจริงๆ ไม่เพียงแต่ขาว หากยังละเอียดละมุน ดูแล้วถึงกับเหมือนผิวพรรณเด็ก หญิงในห้องโถงเห็นแล้วก็อดนึกอิจฉาในใจไม่ได้ ฮูหยินเซี่ยถงจือหน้าตาดี ผิวพรรณยังดีเช่นนี้อีก
ฮูหยินขุนนางในที่นั้นหลายคนล้วนไม่ได้ใช้เครื่องประทินผิวจากสามโรงผลิต เพราะพี่น้องฮูหยินจือฝู่ขายเครื่องประทินผิว ดังนั้นที่พวกนางใช้ล้วนเป็นเครื่องประทินผิวที่พี่น้องฮูหยินจือฝู่ผลิต
ลู่เจียวยิ้มกล่าวกับบรรดาฮูหยินว่า “วันนี้ข้าเตรียมของขวัญเล็กน้อยมาให้ท่านละชุด เป็นเครื่องประทินบำรุงผิวที่ผลิตจากโรงผลิตเราเอง หลังงานเลี้ยงอาหารกลางวัน ก็จะมอบให้ฮูหยินทุกท่านนำกลับไป”
พอลู่เจียวกล่าว หญิงแต่ละคนในที่นั้นต่างดีใจ แม้แต่ฮูหยินหวางทงพั่นเองก็ดีใจ มีเพียงฮูหยินหลินที่มีสีหน้าไม่ดีนัก หญิงเหล่านี้หมายความเช่นไร รังเกียจว่าเครื่องประทินผิวของพี่น้องนางไม่ดีหรือ
หลี่อวี้เหยากับเถียนฮวนเห็นฮูหยินหลินนิ่งอึ้งไป ในใจก็แอบสะใจ หลี่อวี้เหยายืนขึ้นเดินไปตรงหน้าทุกคน กล่าวว่า “เครื่องประทินบำรุงผิวที่โรงผลิตผลิตออกมาดีมากจริงๆ พวกท่านดูผิวพรรณข้าสิ ก็ใช้เครื่องประทินผิวจากโรงผลิตนี้ จึงได้ดีเช่นนี้ เมื่อก่อนผิวพรรณข้าแย่มาก”
ทุกคนหันมองไปมองใบหน้าหลี่อวี้เหยาด้วยสัญชาตญาณทันที พบว่าผิวพรรณหลี่อวี้เหยาดีอย่างมากเช่นกัน
หลี่อวี้เหยาเองเดิมก็งามอยู่แล้วแต่เพราะผิวพรรณดี ทำให้ดูแล้วยิ่งมีน้ำมีนวลเป็นพิเศษ ราวกับหยกงามใสกระจ่าง
คนไม่น้อยในห้องโถงพยักหน้าเอ่ยชมว่าผิวพรรณหลี่อวี้เหยาดี จากนั้นก็ชมเครื่องประทินผิวของโรงผลิตว่าดี
เถียนฮวนก็ไม่พลาดโอกาสนี้ กล่าวสำทับตามมาด้วยว่า “ข้าเองก็ใช้”
ทุกคนหันไปมองผิวพรรณเถียนฮวน ขาวและละมุนดังคาด เครื่องประทินบำรุงผิวนี่ดีจริง
ฮูหยินหลินเห็นทุกคนในที่นั้นเช่นนี้ ก็อดโมโหไม่ได้ กล่าวว่า “เอาละ เอาละ เอาแต่พูดเรื่องเครื่องประทินบำรุงผิว ไม่เห็นน่าสนใจอันใด”
พอฮูหยินหลินเอ่ยเช่นนี้ พวกฮูหยินหวางก็รู้ว่านางโมโหแล้ว ต่างรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนา หันไปถามลู่เจียวว่า “วันนี้ลูกทั้งสี่ของเจ้าจะคารวะมหาบัณฑิตหลิวเป็นอาจารย์หรือ”
ลู่เจียวพยักหน้า “ใช่แล้ว วันนี้คารวะอาจารย์”
นางเพิ่งกล่าวจบ นอกประตูเฝิงจือก็เดินเข้ามา รายงานนอบน้อม “ฮูหยิน งานเลี้ยงเรือนด้านหน้าเตรียมพร้อมแล้ว จะเริ่มงานแล้ว”
ลู่เจียวพยักหน้าเล็กน้อย มองบรรดาฮูหยินในที่นั้น กล่าวว่า “รบกวนทุกท่านไปเรือนด้านหน้าด้วยกัน เพราะอีกสักครู่ ลูกๆ ข้าก็จะทำพิธีคารวะอาจารย์แล้ว ดังนั้นวันนี้งานเลี้ยงจะจัดที่เรือนด้านหน้า หากมีสิ่งใดต้อนรับบกพร่อง ก็ขอให้ฮูหยินทุกท่านโปรดอภัย”