ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 624 เป็นหญิงไยจึงยากเพียงนี้
ตอนที่ 624 เป็นหญิงไยจึงยากเพียงนี้
ฮูหยินขุนนางตำแหน่งเล็กในที่ทำการเห็นลู่เจียวไม่เพียงแต่หน้าตางดงาม แต่ยังเป็นคนถ่อมตนอย่างมาก ไม่มองคนที่สถานะ
คนเหล่านี้อยากจะใกล้ชิดลู่เจียว แต่ทำอย่างไรได้ พวกฮูหยินหลินกับฮูหยินหวางก็อยู่ด้วย พวกนางเองไม่กล้าแสดงออก ดังนั้นได้แต่อมยิ้มพยักหน้า
ฮูหยินหลินลุกขึ้นยืนเดินนำหน้าอย่างไม่พอใจ ลู่เจียวเชิญพวกฮูหยินหวางตามไป บรรดาฮูหยินในที่นั้นต่างก็ตามไปทีละคนเป็นขบวนใหญ่ ตรงไปเรือนด้านหน้า
วันนี้งานเลี้ยงจัดที่ลานเรือนด้านหน้า ประการแรก สถานที่กว้าง ประการที่สอง อีกสักครู่จะดำเนินพิธีคารวะอาจารย์ ด้านนอกสว่างกว้างขวางกว่า แต่แม้ว่าอยู่ในงานร่วมกัน แต่แขกชายหญิงก็ยังคงแยกฝั่ง ชายอยู่ตะวันออก หญิงอยู่ตะวันตก ระหว่างแขกชายหญิงยังมีฉากกำบังกางกั้น
ส่วนโต๊ะของเด็กๆ ก็จัดอยู่ฝั่งตะวันตกของงานเลี้ยงฝั่งแขกหญิง
พอแขกทุกคนเข้าประจำที่แล้ว เซี่ยอวิ๋นจิ่นก็เดินออกมาพร้อมมหาบัณฑิตหลิว ด้านหลังพวกเขามีเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ตามมา ต้าเป่ายกมือประคองมหาบัณฑิตหลิวด้วยท่าทางนิ่งสุขุม มหาบัณฑิตหลิวเองก็ให้พวกเขาสองคนพ่อลูกประคองเดินออกมา
เซี่ยอวิ๋นจิ่นปล่อยแขนมหาบัณฑิตหลิว หันหน้าไปมองแขกที่มาร่วมงานในวันนี้ กล่าวว่า “ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมงานเลี้ยงข้าตระกูลเซี่ยในวันนี้ วันนี้เป็นวันที่บุตรชายตระกูลเซี่ยข้าจะคารวะอาจารย์ ขอเชิญทุกท่านมาเพื่อเป็นสักขีพยานที่วันนี้บุตรชายข้าจะคารวะมหาบัณฑิตหลิวหงเซิงเป็นอาจารย์ ในฐานะศิษย์มหาบัณฑิตหลิว วันหน้าพวกเขาจะให้ความเคารพมหาบัณฑิตหลิวอย่างนอบน้อม”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นหันไปมองเจ้าหนูน้อยทั้งสี่กล่าวน้ำเสียงเข้มว่า “ลูกๆ ได้ยินคำพูดพ่อแล้ว เป็นอาจารย์เพียงวันเดียวดังบิดาชั่วชีวิต วันหน้าจะต้องให้ความเคารพรักอาจารย์”
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่รับคำนอบน้อม “ขอรับ ท่านพ่อ”
พิธีคารวะอาจารย์เริ่มต้น อันดับแรกคุกเข่าฟังคำสอนอาจารย์ จากนั้นก็ดำเนินพิธีคารวะอาจารย์ ยกน้ำชา สุดท้ายมอบของขวัญให้อาจารย์ ของขวัญคารวะอาจารย์นี้ ลู่เจียวตั้งใจเตรียมตำราชุดหนึ่ง ยังมีหนังสือในภพก่อนของนางที่นางคัดลอกมา ยังมีสมุนไพรมีราคา แท่นฝนหมึกกับหยกงามระดับชั้นหนึ่ง
สรุปของขวัญคารวะอาจารย์เรียกได้ว่าทุ่มเทอย่างมาก มหาบัณฑิตหลิวมอบเครื่องเขียนสี่อย่างให้แก่เจ้าหนูน้อยทั้งสี่คนละชุด และยังเตรียมสี่ตำราห้าคัมภีร์ให้เจ้าหนูน้อยทั้งสี่อีกด้วย
หลังพิธีคารวะอาจารย์ ก็จะเป็นอาจารย์และศิษย์กันอย่างเป็นทางการ เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวเชิญมหาบัณฑิตหลิวเข้าสู่โต๊ะงานเลี้ยง นับว่าเริ่มงานอย่างเป็นทางการ
พอลู่เจียวลงนั่งที่โต๊ะ ฮูหยินหลินก็เอ่ยขึ้นว่า “เจ้าหนูน้อยทั้งสี่ครอบครัวเจ้าวันหน้าต้องเป็นผู้มีความสามารถยิ่งใหญ่ เดิมก็ฉลาดมากอยู่แล้ว ยังได้คารวะเป็นศิษย์มหาบัณฑิตหลิว จะไม่มีความสามารถยิ่งใหญ่ได้อย่างไร”
อนาคตวันหน้าของตระกูลเซี่ยย่อมไม่ธรรมดา ฮูหยินหลินจึงมีความคิดจะให้หลานสาวตนหมั้นหมายกับบุตรชายคนโตตระกูลเซี่ย
นางคิดไปพลางมองไปยังลู่เจียว สีหน้าอ่อนโยนลงกว่าเดิมมาก ลู่เจียวมีสีหน้าไม่เข้าใจ แต่ก็ขี้เกียจจะไปสนใจ ได้แต่แสร้งทำไม่รู้ความคิดฮูหยินหลินที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา
“มา มา ทุกคนเชิญรับประทานอาหาร”
อาหารที่ตระเตรียมในงานเลี้ยงประณีตบรรจงอย่างมาก ไม่เพียงแต่มีอาหารคาวหวาน ยังมีสุราผลไม้และน้ำผลไม้ที่ลู่เจียวทำเอง ยังมีขนมหลากหลายแบบ ล้วนทำกันเองในครอบครัว บรรดาผู้หญิงกินกันจนเบิกบานใจ บรรยากาศเป็นกันเองขึ้นมามาก
งานเลี้ยงจบลงอย่างรวดเร็ว เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวพาเจ้าหนูน้อยทั้งสี่มาส่งมหาบัณฑิตหลิวออกจากจวนตระกูลเซี่ยด้วยตนเอง ทั้งครอบครัวร่วมกันส่งแขกทีละคน
วันนี้นอกจากขุนนางจากที่ทำการมากันแล้ว คนสี่ตระกูลใหญ่ก็มา แต่ประมุขของตระกูลเหล่านี้ไม่ได้มา เพียงแค่ส่งบรรดาลูกหลานในตระกูลมารับหน้ากันเท่านั้น
เซี่ยอวิ๋นจิ่นก็ไม่ได้ว่าอันใด เขาคาดเดาได้แล้วว่าคนสี่ตระกูลใหญ่จะไม่ให้เกียรติเขาสักเท่าไร อย่างไรเขาก็แค่ถงจือระดับหกตัวเล็ก ๆ ไร้รากฐานตระกูลสั่งสม คนพวกนั้นไหนเลยจะให้เกียรติเขามากนัก ส่งคนมาร่วมก็ถือว่าไม่เลวแล้ว
เซี่ยอวิ๋นจิ่นยิ้มมองเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ กล่าวว่า “วันหน้าติดตามเรียนรู้จากท่านอาจารย์หลิวให้ดีๆ รู้ไหม ท่านอาจารย์หลิวเป็นมหาบัณฑิตแคว้นต้าโจวเรา ความรู้ลึกซึ้ง พวกเจ้าเรียนรู้จากอาจารย์ก็จะนำไปใช้ได้ตลอดชีวิต”
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่รีบรับคำอย่างรู้ความ “ทราบแล้ว ท่านพ่อ”
ลู่เจียวยิ้มพลางกล่าวว่า “เอาล่ะ พวกเราเข้าบ้านกันเถอะ ด้านในยังมีแขกอีก”
ตอนนี้แขกจากอำเภอชิงเหอยังไม่กลับ ดังนั้นพวกเขายังต้องต้อนรับแขก
ลู่เจียวคิดถึงหลี่อวี้เหยาขึ้นมา นางยังมีเรื่องสำคัญต้องหารือกับหลี่อวี้เหยา
เซี่ยอวิ๋นจิ่นได้ยินลู่เจียว ก็ยิ้มรับคำทันที “พวกเราเข้าไปกันเถอะ”
พวกเขาสนิทกับสหายจากอำเภอชิงเหอมากกว่า ทั้งครอบครัวเข้าไปในจวนต้อนรับสหายอย่างดีอกดีใจ
เรือนด้านหลัง เถียนฮวนเห็นลู่เจียวมีเรื่องคุยกับหลี่อวี้เหยา ก็ขอตัวไปเล่นกับเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ นางบอกกับลู่เจียวเสร็จก็หันหลังเดินออกไปทันที
หลี่อวี้เหยาด้านหลังมองตามหลังเถียนฮวนออกไป ถอนหายใจกล่าวว่า “ฮวนฮวนเป็นหญิงที่ดี น่าเสียดายอายุมาก การแต่งงานจึงยุ่งยากมาก”
ลู่เจียวยิ้มรับคำกล่าวว่า “ความจริงวาสนาแต่งก็อยู่ตรงหน้า”
หลี่อวี้เหยารีบถามอย่างสนใจว่า “หมายความว่าอย่างไร”
“เจ้าไม่เห็นหรือ ยามเถียนฮวนกับจ้าวหลิงเฟิงพบกัน แลดูน่าสนใจอยู่ไม่น้อยไหม”
“เถียนฮวนกับจ้าวหลิงเฟิง?”
หลี่อวี้เหยาคิดแล้วก็รู้สึกว่าอาจเป็นไปได้ แต่ก็รีบส่ายหน้าทันที “ฮวนฮวนคงไม่เห็นด้วย จ้าวหลิงเฟิงมีอนุนะ ฮวนฮวนบอกแล้วว่านางไม่ยินยอมให้ผู้ชายมีอนุหรือนางอุ่นเตียงใดๆ”
ลู่เจียวอึ้งไปครู่หนึ่ง นางลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท จ้าวหลิงเฟิงมีอนุอยู่คนหนึ่งจริง เขารับอนุมาเพื่อดูแลบุตรสาวเขา แต่ความจริงหญิงผู้นั้นก็คือนางอุ่นเตียงเขา และในฐานะคุณชายจวนโหว เกรงว่าเขาชินชากับเรื่องพวกนี้แล้ว ไม่ได้มีความคิดจะแต่งเพียงภรรยาเดียวเป็นแน่ ดังนั้นเถียนฮวนกับเขาก็คงเป็นไปไม่ได้จริงๆ
ลู่เจียวอดถอนหายใจไม่ได้ “ยังคิดว่าจ้าวหลิงเฟิงจะเป็นวาสนาอันดีของฮวนฮวน ปรากฏไม่ใช่”
หลี่อวี้เหยาแค่นยิ้มกล่าวว่า “ผู้หญิงเราทำไมจึงยากเย็นเพียงนี้”
นางคิดถึงว่านางอุ่นเตียงในบ้านที่วางยาพิษนาง ถูกหูซ่านขายไปแล้ว แต่ก็ยังมีอีกคน
ก่อนหน้านี้แม่สามียังคิดมอบให้หูซ่านอีกคน ถูกหูซ่านปฏิเสธไป
ลู่เจียวเห็นท่าทางหลี่อวี้เหยาก็รู้ว่านางคิดอันใด แต่สีหน้านางก็กลับมามีรอยยิ้มดังเดิมอย่างรวดเร็ว หากหลี่อวี้เหยาเป็นบุตรีท่านหญิงเหวินอันเซี่ยนจู่ เช่นนั้นนางก็จะเป็นพระญาติ ตระกูลหูกล้าล่วงเกินนางอีกหรือ
พอลู่เจียวคิดเช่นนี้ รอยยิ้มยิ่งเบิกบาน นางยื่นมือไปกุมมือหลี่อวี้เหยา กล่าวว่า “พี่อวี้เหยา ข้ามีเรื่องหนึ่งบอกกับพี่ ครั้งนี้ข้าเป็นเพื่อนท่านพี่เข้าเมืองหลวงไปสอบมา ได้พบผู้ป่วยท่านหนึ่ง พี่รู้ไหม ผู้ป่วยท่านนั้นถึงกับหน้าตาเหมือนกับพี่”
หลี่อวี้เหยามีสีหน้าไม่เข้าใจ เพียงยิ้มกล่าวว่า “เป็นเรื่องคาดไม่ถึงจริงๆ แต่บนโลกเรานี้ มีคนหน้าตาเหมือนกันมากมาย”
ลู่เจียวพยักหน้า “ก็ไม่ผิด แต่ผู้ป่วยข้าผู้นั้นมีสายสัมพันธ์บางอย่าง นางเคยสูญเสียบุตรสาวไปคนหนึ่ง จึงตำหนิตนเอง ดังนั้นในใจจึงมีบาดแผลฝังลึกจนล้มป่วย สมองจึงไม่ค่อยปกติสักเท่าไร”
ลู่เจียวกล่าวถึงตรงนี้ก็มองหลี่อวี้เหยา ในใจหลี่อวี้เหยาพลันเต้นแรง นางคิดถึงความฝันก่อนหน้านี้ หรือว่านางไม่ใช่บุตรีตระกูลหลี่