ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 625 สี่สิบไร้บุตรชาย ก็รับอนุได้
ตอนที่ 625 สี่สิบไร้บุตรชาย ก็รับอนุได้
หลี่อวี้เหยาคิดถึงตอนเด็ก เพื่อนบ้านมักกล่าวว่า นางไม่ใช่บุตรีตระกูลหลี่ บอกว่านางเป็นเด็กที่เก็บมา
แต่พอคนเขาพูด ท่านแม่นางก็เหมือนอาละวาดขึ้นมา เข้าไปมีเรื่องกับคนผู้นั้น แต่คนมากมายในหมู่บ้านก็มักจะล้อเด็กเล่นกันเช่นนี้ เช่นว่า เจ้าถูกอุ้มมา เจ้าถูกเก็บมา ท่านแม่ใช้อันใดแลกเจ้ามา
หลายคนต่างไม่สนใจเรื่องล้อเล่นพวกนี้ แต่พอมาถึงบ้านพวกนาง ท่านแม่นางกลับโมโหมาก เดือดดาลราวอสุนีบาต ทุกครั้งก็จะวิ่งออกไปมีเรื่องกับผู้อื่น
เมื่อก่อนหลี่อวี้เหยาเอาแค่คิดว่า ท่านแม่นางไม่พอใจที่ผู้อื่นล้อเล่นเช่นนี้ ตอนนี้ในใจนางพลันมีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา หรือว่านางไม่ใช่บุตรีตระกูลหลี่ ดังนั้นท่านแม่นางจึงไม่ให้ผู้อื่นเอ่ยถึง
ในใจหลี่อวี้เหยาเต้นรัวราวกับกลอง นางนิ่งมองลู่เจียว ลู่เจียวกุมมือนางมากล่าวว่า “เจ้ารู้ไหมว่าคนผู้นั้นคือผู้ใด คือท่านหญิงเหวินอันเซี่ยนจู่ บุตรีองค์หญิงใหญ่ พี่สาวแท้ๆ ของฝ่าบาทรัชกาลปัจจุบัน ท่านหญิงออกเรือนไปกับกั๋วกง ให้กำเนิดบุตรชายสอง บุตรีหนึ่ง บุตรีหายไปตอนเด็ก นางเฝ้าตำหนิตนเองจนทำให้สมองสับสน แต่ตอนนี้ข้ารักษานางหายดีแล้ว”
“เพียงแต่โรคนี้แม้ว่ารักษาหายแล้ว แต่ก็ไม่อาจแตะต้องปมในใจนาง ไม่เช่นนี้ก็จะกำเริบอีก”
หลี่อวี้เหยาได้ฟังคำพูดลู่เจียว ไม่รู้ทำไมน้ำตาจึงไหลออกมา ยิ่งไหลยิ่งมาก
นางมองลู่เจียวกล่าวว่า “ไม่รู้ทำไม ข้าอยากจะร้องไห้ ข้าคุมตนเองไม่ให้ร้องไห้ไม่ได้”
ลู่เจียวมองนางกล่าวว่า “พี่อวี้เหยา ข้าสงสัยว่าพี่ก็คือบุตรีที่หายตัวไปของท่านหญิงเหวินอันเซี่ยนจู่ หากเป็นจริง พี่ควรกลับไปอยู่กับท่านหญิงเหวินอันเซี่ยนจู่ นางต้องการพี่ และพี่เดิมก็เป็นหญิงสูงศักดิ์ ไม่ควรต้องมาทนรองรับอารมณ์อยู่ที่ตระกูลหูนี่”
หลี่อวี้เหยาพลันร้องไห้เสียงดังขึ้นมา นางร้องได้ครู่หนึ่ง ก็ยื่นมือไปกอดลู่เจียวกล่าวว่า “เจียวเจียว เป็นไปได้ไหมว่า สุดท้ายจะเป็นเพียงความหวังที่ว่างเปล่า”
ตอนเด็กนางไม่ได้เป็นที่รักของมารดานาง ดังนั้นจึงต้องการแต่ความรักจากมารดา
ตอนนี้ได้ยินคำพูดลู่เจียว ในใจนางก็คิดต้องการมารดาเช่นท่านหญิงเหวินอันเซี่ยนจู่เสียจริง ไม่เพียงแต่เพราะสถานะสูงส่งของท่านหญิง แต่ยังเพราะเป็นมารดาที่รักตน
ลู่เจียวลูบหลังปลอบใจนาง “หากพี่ไม่คัดค้าน ข้าจะส่งคนไปช่วยพี่สืบดูที่หมู่บ้านที่พี่เคยอยู่ จากนั้นข้าก็จะส่งคนนำจดหมายไปเมืองหลวงมอบให้ท่านหญิงเหวินอันเซี่ยนจู่ หากพี่เป็นบุตรีนาง นางต้องมีวิธีพิสูจน์เรื่องนี้”
ลู่เจียวกล่าวจบก็มองไปยังหลี่อวี้เหยา “พี่อวี้เหยา หากพี่เห็นด้วย ข้าจะส่งคนไปช่วยพี่สืบเรื่องนี้ ตอนนี้อย่าเพิ่งบอกคนตระกูลหู และก็อย่าได้บอกทางท่านแม่พี่ด้วย”
หลี่อวี้เหยาน้ำตาคลอคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายพยักหน้าเห็นด้วย “ได้ ขอบคุณเจ้า เจียวเจียว เรื่องที่โชคดีที่สุดในชีวิตข้าก็คือได้พบกับเจ้า”
ลู่เจียวยิ้มกล่าวว่า “ไม่แน่ วันหน้าข้าอาจต้องให้พี่ช่วยเหลือ”
พอหลี่อวี้เหยาได้ฟัง ก็รีบเอ่ยขึ้นอย่างจริงจังว่า “หากข้าได้เป็นบุตรีท่านหญิงเหวินอันเซี่ยนจู่จริง วันหน้าข้าจะปกป้องช่วยเหลือเจ้า ผู้ใดกล้ามาหาเรื่องเจ้า ข้าจะไม่ปล่อยเขาไป”
ลู่เจียวพยักหน้า “อืม เยี่ยม”
หลี่อวี้เหยาถูกนางเปลี่ยนประเด็นไปเช่นนี้ ก็ลืมเรื่องทุกข์ใจไป
ขณะทั้งสองคนกำลังคุยกัน เฝิงจือเดินเข้าประตูมารายงานว่า “ฮูหยิน คุณชายหูให้คนมาบอกว่าพวกเขาจะกลับอำเภอชิงเหอแล้ว ให้หลี่เหนียงจื่อพาคุณหนูหูออกไปได้แล้วเจ้าค่ะ”
ลู่เจียวพยักหน้าเล็กน้อย เฝิงจือเดินออกไป ลู่เจียวดึงหลี่อวี้เหยาลุกขึ้นเดินออกไป หลี่อวี้เหยาถือโอกาสนี้บอกบ้านเดิมของนางให้ลู่เจียวรู้ ลู่เจียวพยักหน้าเล็กน้อยแสดงท่าทางจดจำ
ทุกคนเดินออกไปหน้าประตูเรือนด้านหลัง ก็เห็นเจ้าหนูน้อยทั้งสี่กำลังส่งจ้าวอวี้หลัว หูหลิงเสวี่ย หันตงเซิ่งและหันหนานเฟิงออกมา
จ้าวอวี้หลัวตัดใจไม่ได้ กอดแขนเอ้อร์เป่าไม่ยอมปล่อย “เอ้อร์เป่า ข้าไม่อยากไป ข้าจะอยู่บ้านเจ้า”
เอ้อร์เป่ารีบเตือนนาง “ข้าคารวะอาจารย์แล้ว วันหน้าก็ต้องไปเรียนกับอาจารย์ เจ้าอยู่บ้านข้าก็ไม่ได้เห็นข้า ท่านพ่อท่านแม่ข้าก่อนหน้านี้บอกว่า ข้าต้องไปเรียนกับอาจารย์ที่ซีเฟิงย่วน”
จ้าวอวี้หลัวได้ยินเอ้อร์เป่าก็ยู่ปากไม่พอใจหน้าบึ้งทันที เป็นนานจึงได้เอ่ยขึ้นว่า “เช่นนั้น เจ้าจะลืมข้าหรือไม่”
เอ้อร์เป่ากลัวนางอาละวาด รีบกล่าวว่า “ไม่ลืม ข้าจะคิดถึงเจ้า”
ยามนี้จ้าวอวี้หลัวพึงพอใจ มองเด็กๆ ข้างกาย ยิ้มกล่าวว่า “ได้ยินหรือไม่ เอ้อร์เป่าบอกว่าเขาจะคิดถึงข้า”
ขณะที่เด็กๆ กำลังวุ่นวายกันอยู่ทางนี้ ไม่ไกลนัก หลี่อวี้เหยากระซิบหูลู่เจียวว่า “วันหน้าไม่แน่ว่าแม่หนูน้อยตระกูลจ้าวอาจเป็นสะใภ้รองเจ้า สมกันดังกิ่งทองใบหยก เด็กน้อยเติบโตมาด้วยกัน ก็ไม่เลว”
หลี่อวี้เหยาพูดไปก็มองไปยังบุตรีตนเอง ความจริงเสวี่ยเอ๋อร์เองก็โตมาพร้อมกับเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ตระกูลเซี่ย ไม่รู้ว่านางจะได้เป็นสะใภ้ตระกูลเซี่ยหรือไม่ มีแม่สามีที่รู้มารยาทและเหตุผลเช่นเจียวเจียวนี้ วันหน้าสะใภ้จะได้ทนรับทุกข์น้อยหน่อย
ประการแรก เจียวเจียวเองไม่อนุญาตให้สามีนางรับอนุ ดังนั้นนางย่อมไม่ยัดเยียดอนุให้บุตรชาย
หลี่อวี้เหยาครุ่นคิดแล้วก็อดถามไม่ได้ว่า “เจียวเจียว วันหน้าเจ้าจะยัดเยียดอนุให้บุตรชายหรือไม่”
ลู่เจียวไม่รู้ความคิดหลี่อวี้เหยา กล่าวอย่างนึกขำว่า “ข้าอยู่ดีๆ ไม่มีงานทำหรือ มายัดเยียดอนุให้พวกเขาทำไมกัน กลับกันข้ายังคิดตั้งกฎตระกูล ชายสี่สิบไร้บุตรชาย จึงจะรับอนุได้”
ลู่เจียวกล่าวจบ หลี่อวี้เหยาก็รู้สึกหวั่นไหว เถียนฮวนกอดแขนลู่เจียวส่งเสียงดังทันที “เจียวเจียว เจ้าหนูน้อยทั้งสี่บ้านเจ้า ข้าจองหนึ่งคน ข้าจะรอพวกเขาโต”
วาจานี้ทำเอาลู่เจียวขำ พอทุกคนเดินถึงหน้าประตู จ้าวหลิงเฟิงกับหูซ่านและหันถงก็คุยกันอยู่ พอได้ยินเสียงหัวเราะดัง ก็หันหน้าไปมองทันที
ลู่เจียวเห็นจ้าวหลิงเฟิง ก็คิดถึงว่าเถียนฮวนขึ้นมา นางหันไปมองเถียนฮวนด้วยสัญชาตญาณทันที สุดท้ายได้แต่ถอนหายใจ
ทั้งครอบครัวส่งจ้าวหลิงเฟิงกับหันถงกลับไปแล้ว ก็หันหลังกลับเข้าจวนตระกูลเซี่ย
ลู่เจียวมองไปยังเจ้าหนูน้อยทั้งสี่กล่าวว่า “พวกเจ้าไปนอนกลางวันสักครู่ ไว้รอตื่นมา แม่พาพวกเจ้าไปเก็บของ พรุ่งนี้จะเดินทางไปพักที่ซีเฟิงย่วนกันแล้ว”
ก่อนหน้านี้พวกเขาได้บอกกับเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ว่า วันหน้าพวกเขาจะเรียนกับอาจารย์สามวัน พักสองวัน ช่วงเรียนสามวันก็ต้องไปพักที่ซีเฟิงย่วน
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่ทำใจไม่ได้อย่างมาก เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวต้องกล่อมพวกเขาเป็นนาน บอกพวกเขาว่า พวกเขาโตแล้ว อย่างไรก็ต้องห่างบิดามารดา ตอนนี้ก็ค่อยๆ เริ่มเรียนรู้อยู่ด้วยตนเอง นับประสาอันใดกับเรียนแค่สามวันก็กลับมาแล้ว
สุดท้ายเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ก็เห็นด้วย แต่ก็ยังรู้สึกอารมณ์ไม่แจ่มใสกับการต้องไปจากบ้าน ห่างจากบิดามารดาเป็นครั้งแรก แต่ละคนสีหน้าเซื่องซึม
ลู่เจียวยิ้มลูบศีรษะพวกเขา “เอาละ อย่าได้ไม่เบิกบานใจ ไม่ใช่ว่าอีกสามวันก็ได้กลับมาอยู่สองวันหรือ ถึงตอนนั้นแม่ก็จะอยู่บ้านเตรียมของอร่อยไว้รอพวกเจ้า”
นางกล่าวเช่นนี้ เจ้าหนูน้อยทั้งสี่ก็ดีใจขึ้นมา กล่าวอำลากับบิดามารดาแล้วไปนอนกลางวัน
ลู่เจียวรอพวกเขาไปกันแล้ว จึงได้มองไปยังเซี่ยอวิ๋นจิ่นกล่าวว่า “ข้าให้โจวเส้ากงออกไปช่วยข้าทำงานเรื่องหนึ่งได้หรือไม่”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นพยักหน้าเล็กน้อยไม่ได้คัดค้าน จากนั้นก็ถามอย่างอยากรู้ว่า “เจ้าให้โจวเส้ากงออกไปช่วยเจ้าทำงานอันใด”
“ข้าสงสัยว่าพี่อวี้เหยาก็คือบุตรีที่หายตัวไปของท่านหญิงเหวินอันเซี่ยนจู่ ดังนั้นให้โจวเส้ากงไปช่วยข้าสืบชาติกำเนิดนางสักหน่อย ดูว่าในปีนั้นนางใช่บุตรีที่ตระกูลหลี่เก็บมาหรือไม่ หากนางเป็นบุตรีที่ตระกูลหลี่เก็บมาจริง ข้าก็จะได้ส่งจดหมายไปเมืองหลวงบอกท่านหญิงเหวินอันเซี่ยนจู่ ให้นางส่งคนมาตรวจสอบสักหน่อย ว่าพี่อวี้เหยาเป็นบุตรีที่หายตัวไปของนางในปีนั้นหรือไม่”