ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 655 ขุนนางทงพั่น
ตอนที่ 655 ขุนนางทงพั่น
ยามนี้ฮูหยินหวางที่ถูกคุมตัวอยู่ข้างๆ แผดเสียงร่ำไห้ดัง “บุตรชายข้า”
คิดถึงว่าบุตรชายต้องถูกประหาร นางหวางก็ปวดใจอย่างที่สุด แทบจะตายแทนบุตรชายไป สุดท้ายนางจ้องมองฮูหยินผู้เฒ่าหวางผู้เป็นแม่สามีด้วยสายตาโกรธแค้น
“นังแก่ ล้วนเป็นเพราะเจ้า เป็นเพราะเจ้าทำร้ายบุตรชายข้า ล้วนเป็นเจ้าทำร้ายเขา”
นางหวางกล่าวจบก็แผดเสียงร้องไห้ดังลั่น
หวางหมิงเหรินคิดถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมาก จึงได้ตื่นรู้ขึ้นมาว่าตนเองถูกท่านย่าตนทำร้ายแล้ว แต่พอคิดถึงยามปกติที่ท่านย่าตามใจเขามา สุดท้ายเขาก็ไม่อาจเอ่ยวาจาตำหนินาง
เซี่ยอวิ๋นจิ่นเหนือแท่นประหารไม่สนใจความโกรธแค้นของตระกูลหวังด้านล่าง เขาเห็นว่าได้เวลายามอู่สามเค่อแล้ว ก็โยนป้ายคำสั่งประหารออกไป
เพชฌฆาตดึงคำสั่งประหารบนแผ่นหลังหวางหมิงเหรินออก นางหวางกับฮูหยินผู้เฒ่าหวางเห็นหวางหมิงเหรินถูกประหารกับตา ก็ทนรับความสะเทือนใจต่อไปไม่ไหว ส่งเสียงสะอึกดังแล้วก็สลบไปทันที
หวางหมิงเหรินถูกตัดศีรษะอย่างรวดเร็ว นางหวางกับฮูหยินผู้เฒ่าหวางก็ถูกนำตัวมาโบยสามสิบไม้
ฮูหยินผู้เฒ่าหวังทนไม่ไหว แต่นางหวางทนไหว ยังคงเหลือลมหายใจอยู่
เซี่ยอวิ๋นจิ่นสั่งให้คนพานางหวางออกไปรักษาจากนั้นค่อยเนรเทศ
พวกลู่เจียวดูการประหารหวางหมิงเหรินจบก็กลับจวน บนรถม้าสาวใช้หลายคนไม่รู้สึกกลัว แต่กลับรู้สึกสะใจมาก กล่าวอย่างตื่นเต้นว่า “สมน้ำหน้า รู้ว่ามีวันนี้ ไยตอนนั้นจึงได้ทำเช่นนั้น หากไม่ตามใจจนเสียคน ไหนเลยจะมีโทษในวันนี้ ดังนั้นเด็กน้อยไม่อาจตามใจอย่างเด็ดขาด ต้องอบรมเข้มงวด อย่างน้อยก็ต้องไม่ให้เขาทำร้ายผู้อื่น เขาไม่ทำร้ายผู้อื่น ก็จะไม่เป็นการทำร้ายตนเอง”
ติงเซียงเป็นบุตรีซิ่วไฉ มีความคิดต่อการประหารตัดศีรษะของตนเอง หร่วนจู๋ ซานฉาและตู้เจวียนต่างเห็นด้วยกับวาจานาง แม้แต่ลู่เจียวเองก็เห็นด้วย
“ติงเซียงกล่าวได้ถูกต้องที่สุด หากรักลูกจริงใจ ก็ต้องอบรมให้ดี เช่นนี้จึงจะเป็นการรักลูกอย่างแท้จริง ไม่ใช่เอาแต่ตามใจจนเสียคน หวางหมิงเหรินตระกูลหวังถูกท่านย่าเขาทำร้าย หากไม่ใช่นางเอาแต่ตามใจหลานชายตนเอง ไหนเลยจะตายอนาถเช่นวันนี้”
บุตรชายตนสอบจิ้นซื่อได้ นางได้เป็นมารดาทงพั่น เดิมควรได้เสวยสุขวัยชรา
ลู่เจียวไม่พูดเรื่องตระกูลหวางอีก ทุกคนนั่งรถม้าเข้าเมือง คิดไม่ถึงว่าถึงกับได้ยินชาวบ้านด้านนอกวิพากษ์วิจารณ์เซี่ยอวิ๋นจิ่น
“พวกเจ้ารู้ไหม มีคนตั้งฉายาให้เซี่ยถงจือ”
“หา ฉายาอันใด เซี่ยผดุงธรรม ใต้เท้าผดุงธรรมหรือ”
“ไม่ใช่ คนไม่น้อยเรียกว่า ผู้พิพากษาหน้าหยก”
“ผู้พิพากษาหน้าหยก? เจ้าอย่าว่าไป ฟังดูก็เข้าทีจริง”
ลู่เจียวได้ยินก็ยิ้มเบื้อใบ้ไปทันที ผู้พิพากษาหน้าหยก? คนเหล่านี้ช่างคิดได้เสียจริง
แต่คิดถึงเซี่ยอวิ๋นจิ่นในชุดขุนนาง สีหน้าอ่อนโยน รูปงามอย่างที่สุด ก็เหมือนผู้พิพากษาหน้าหยกอยู่บ้างเหมือนกัน
เพียงแต่หากให้ชาวบ้านตะโกนเรียกผู้พิพากษาหน้าหยกในห้อง เกรงว่าคงพิจารณาคดีไม่ได้
ลู่เจียวอดขำไม่ได้ สาวใช้ในรถม้าเองก็เบิกบานใจกันขึ้นมา
“ชื่อนี้เหมาะกับใต้เท้าเรามาก ใต้เท้ารูปโฉมราวพานอัน[1] ปฏิบัติงานขุนนางพิพากษา ฉายาผู้พิพากษาหน้าหยกตั้งได้ดีจริง”
“อืม อืม ข้าก็รู้สึกว่าเหมาะมาก”
ลู่เจียวเอ่ยหยอกเตือนสติพวกนาง “หากให้ใต้เท้ารู้ว่าพวกเจ้าวิพากษ์วิจารณ์เขา เกรงว่าคงต้องโดนลงโทษ”
สาวใช้รีบหุบปาก อย่าเห็นว่าใต้เท้ารอยยิ้มอบอุ่น แต่พวกนางรู้ว่าเขาเป็นคนที่พูดยากที่สุด ฮูหยินกลับพูดง่ายกว่า
“ฮูหยินคนดี พวกเราผิดไปแล้ว วันหน้าไม่กล้าพูดอีกแล้ว ท่านอย่าได้นำเรื่องนี้ไปเล่าให้ใต้เท้าฟังนะเจ้าคะ”
“พวกบ่าวรับรองว่าวันหน้าจะไม่พูดซุบซิบเรื่องใต้เท้าแล้ว”
“ได้ๆ”
รถม้าแล่นเข้าเมืองตรงไปตระกูลเซี่ย ผู้ใดจะรู้ว่าพอเลี้ยวโค้งกลับมีรถม้าสองสามคันสวนไป ลมพัดม่านหน้าต่างขึ้นพอดี ลู่เจียวเห็นคนที่นั่งในรถม้าอีกฝั่ง เป็นใต้เท้าหู นายอำเภอชิงเหอและฮูหยินหู
ลู่เจียวอดเลิกม่านขึ้นมองออกไปไม่ได้ ไม่ผิด ก็คือคนตระกูลหู เพียงแต่เหตุใดตระกูลหูจึงมาเมืองหนิงโจว และดูขบวนรถม้าที่ตามหลังพวกเขามา ด้านหลังยังมีบ่าวรับใช้ไม่น้อย นี่มันเกิดเรื่องอันใดกัน
ลู่เจียวพลันคิดถึงว่าตำแหน่งขุนนางทงพั่นเมืองหนิงโจวที่ว่างลง หรือว่าใต้เท้าหูได้เลื่อนเป็นขุนนางทงพั่นเมืองหนิงโจวแล้ว
หากเป็นเช่นนี้ นับว่าเป็นเรื่องดี
ใต้เท้าหูเข้ากับเซี่ยอวิ๋นจิ่นได้ดีมาตลอด หากเขามารับตำแหน่งขุนนางทงพั่นเมืองหนิงโจว ก็จะเป็นพวกเดียวกันกับเซี่ยอวิ๋นจิ่น เซี่ยอวิ๋นจิ่นทำงานก็จะสะดวกมากขึ้น กลับกัน หลินจือฝู่ก็จะถูกควบคุม
แม้เขาเป็นจือฝู่เมืองหนิงโจว แต่ก็ไม่กล้าแตะต้องชากับเกลือเมืองหนิงโจวอย่างเปิดเผย
ลู่เจียวยิ่งคิดก็ยิ่งดีใจ พอเซี่ยอวิ๋นจิ่นกลับมาตอนค่ำ นางก็อดถามเขาไม่ได้ “วันนี้ตอนข้าเข้าเมือง เห็นครอบครัวใต้เท้าหู หรือว่าใต้เท้าหูได้มาดำรงตำแหน่งขุนนางทงพั่นเมืองหนิงโจวแล้ว”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นยื่นมือไปกอดลู่เจียวเอาไว้ ดึงนางมานั่งบนตักเขา เหนื่อยมาทั้งวัน กลับมาเห็นลู่เจียวก็อารมณ์ดีเป็นพิเศษ ยามนี้ทั้งสองคนอยู่ในห้อง เขาก็คิดจะโอบกอดนาง
“ใช่แล้ว ครั้งก่อนหวางทงพั่นถูกคนลอบสังหาร ข้ารีบส่งคนนำจดหมายเข้าเมืองหลวงไปมอบให้อ๋องเยียน ว่ามีตำแหน่งขุนนางทงพั่นว่าง ทางการย่อมต้องส่งคนมาแทน ข้าครุ่นคิดแล้วไม่สู้ให้ใต้เท้าหูมาดำรงตำแหน่งขุนนางทงพั่น เช่นนี้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อข้า ดังนั้นข้าจึงได้เขียนจดหมายถึงอ๋องเยียน อีกอย่างยังให้คนนำจดหมายไปถึงท่านหญิงเหวินอันเซี่ยนจู่อีกฉบับด้วย”
“ตอนนี้ใต้เท้าหูมีสายสัมพันธ์การแต่งงานกับทางท่านหญิงเหวินอันเซี่ยนจู่ มีโอกาสเช่นนี้ ท่านหญิง เหวินอันเซี่ยนจู่ย่อมต้องออกหน้า ดังนั้นพวกเขาได้จดหมายจากข้า ก็รีบหาโอกาสทูลฝ่าบาทให้มีราชโองการแต่งตั้งใต้เท้าหู ดำรงตำแหน่งขุนนางทงพั่นเมืองหนิงโจว”
ลู่เจียวยิ้มอย่างดีใจ “นี่เป็นเรื่องดีมาก ตอนนี้พี่อวี้เหยายังเป็นสะใภ้ตระกูลหู ตระกูลหูรุ่งเรืองก็ดีต่อนาง”
หลี่อวี้เหยา ไม่สิ ตอนนี้นางเปลี่ยนชื่อเป็นเนี่ยอวี้เหยา เนี่ยอวี้เหยาเข้าเมืองหลวงก็เขียนจดหมายมาเล่าให้ลู่เจียวฟัง หลักๆ ก็เล่าเรื่องสถานการณ์หลังนางเข้าเมืองหลวง ตระกูลเนี่ยจัดงานเลี้ยงประกาศสถานะนางทันที ท่ายย่ายังเข้าวังไปทูลฝ่าบาท ให้แต่งตั้งสถานะให้นาง ตอนนี้นางเป็นเซียงจวิน
ส่วนหูซ่านก็ได้รับการจัดการจากท่านหญิงเหวินอันเซี่ยนจู่ ให้เข้าดำรงตำแหน่งขุนนางอารักษ์ระดับเจ็ดในสำนักศึกษาฮั่นหลิน
หูซ่านไม่ได้รังเกียจ เขาดีใจมาก ไปทำงานทุกวันอย่างสงบเสงี่ยมเจียมตน เป็นสามีที่ดี ส่วนนางเองก็คิดตกแล้ว ไม่ได้เอาเรื่องอันใดเขาอีก ชีวิตที่เหลือจะอบรมสั่งสอนบุตรชายหญิงให้ดี ดูแลปรนนิบัติบิดามารดา มีชีวิตที่เบิกบานใจสักหน่อย หูซ่านดี ก็อยู่กับเขา ไม่ดี ก็รอให้ลูกโตอีกหน่อยค่อยแยกกัน ถึงตอนนั้นบุตรชายนางก็โตแล้ว นางอยู่กับบุตรชายก็ได้
ลู่เจียวอ่านจดหมายแล้วก็ดีใจแทนเนี่ยอวี้เหยา คนเรามีชีวิตก็ต้องเบิกบานสักหน่อย เช่นนั้นจึงจะไม่เหนื่อยจนเกินไปนัก
ในห้องเซี่ยอวิ๋นจิ่นเห็นลู่เจียวใจลอยคิดเรื่องอื่นก็ไม่พอใจ ก้มลงกัดลู่เจียวทีหนึ่ง ลู่เจียวเจ็บจนผลักเขาออก “เจ้าเป็นสุนัขหรือ อยู่ดีๆ จะกัดก็กัด”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นเห็นนางโมโห ก็จุมพิตนางอย่างอ่อนโยน จุมพิตไปก็เอ่ยเสียงกระเส่าไปว่า “ผู้ใดให้เจ้าไม่ตั้งใจกัน”
ลู่เจียวยอมรับผิด กล่าวว่า “ใช่ ใช่ ล้วนเป็นข้าไม่ดีเอง ใช่แล้ว พวกเราต้องไปเยี่ยมเยือนตระกูลหู”
“อย่าไป รอให้พวกเขาย้ายมาเรียบร้อยก่อน ย่อมต้องจัดเลี้ยง รอให้บ้านพวกเขาจัดเลี้ยง พวกเราค่อยไปก็เหมือนกัน”
ลู่เจียวเห็นด้วย คิดถึงว่าใต้เท้าหูมาดำรงตำแหน่งขุนนางทงพั่นเมืองหนิงโจว หลินจือฝู่น่าจะนอนไม่หลับ ลู่เจียวยิ่งคิดก็ยิ่งสะใจ
“เกรงว่าใต้เท้าหลินคงนอนไม่หลับแล้ว”
ไม่ผิด ใต้เท้าหลินนอนไม่หลับดังคาด
[1] ชายหนุ่มรูปงามในประวัติศาสตร์จีน