ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 656 ร่วมงานเลี้ยง
ตอนที่ 656 ร่วมงานเลี้ยง
จวนตระกูลหลิน ใต้เท้าหลินระยะนี้ตุ่มน้ำใสขึ้นที่มุมปากหลายตุ่ม เพราะเขาได้ข่าวว่าขุนนางทงพั่นที่มารับตำแหน่งเมืองหนิงโจวครั้งนี้ก็คือนายอำเภอที่มาจากอำเภอชิงเหอ
นายอำเภอชิงเหอใต้เท้าหู เขารู้ว่าเป็นขุนนางท้องถิ่นที่ไม่มีความสามารถอันใด อยู่ในตำแหน่งนายอำเภอมาหลายปีก็ไม่ได้ขยับ ครั้งนี้เหตุใดจึงได้ย้ายมาเป็นทงพั่นที่เมืองหนิงโจวได้
ใต้เท้าหลินรู้ความสัมพันธ์ของใต้เท้าหูกับเซี่ยอวิ๋นจิ่นว่าไม่ใช่แค่ดีธรรมดา ก่อนหน้านี้เซี่ยอวิ๋นจิ่นเป็นที่ปรึกษาหลังม่านให้ใต้เท้าหู ยังช่วยใต้เท้าหูขับไล่จือฝู่เมืองหนิงโจวคนก่อน
ตอนนี้ทั้งสองคนเป็นพวกเดียวกัน เขายังจะมีวันเวลาดีๆ อีกหรือ
ใต้เท้าหลินยิ่งคิดก็ยิ่งร้อนใจ ร้อนในจนนอนไม่หลับ
ในห้องฮูหยินหลินเห็นใต้เท้าหลินร้อนใจ ก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ กล่าวว่า “ใต้เท้าเขียนจดหมายรายงานอ๋องจิ้นแล้วไม่ใช่หรือ ให้อ๋องจิ้นส่งขุนนางมารับตำแหน่งขุนนางทงพั่น เมืองหนิงโจว เหตุใดสุดท้ายกลับเป็นใต้เท้าหูมารับตำแหน่งขุนนางทงพั่นเมืองหนิงโจวได้”
ฮูหยินหลินกล่าวจบ ในใจก็แอบบ่น ไหนว่าความสามารถอ๋องจิ้นแข็งแกร่ง เป็นองค์ชายที่มีชื่อเสียงโดดเด่นที่สุดในแคว้นต้าโจว หากร้ายกาจจริง เหตุใดแม้แต่เรื่องเล็กๆ แค่นี้ก็ทำไม่สำเร็จ
แต่วาจานี้ฮูหยินหลินไม่กล้าพูดออกมา
ใต้เท้าหลินกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “องค์ชายในราชวงศ์มีหลายองค์ อ๋องจิ้นจะเปล่งบารมียิ่งใหญ่อันใดนัก ย่อมต้องทำการอย่างระมัดระวัง เพียงแต่ไม่รู้ว่าเบื้องหลังใต้เท้าหูคือผู้ใด ถึงกับได้ครองตำแหน่งขุนนางทงพั่นเมืองหนิงโจว”
ฮูหยินหลินนั่งอยู่ที่โต๊ะเครื่องแป้ง ทาเครื่องประทินผิวไปเอ่ยถามอย่างห่วงใยไปว่า “อ๋องจิ้นไม่ได้บอกว่าเขาส่งคนมาจัดการเซี่ยอวิ๋นจิ่นแล้วหรือ เหตุใดลอบสังหารเพียงแค่ครั้งเดียวก็เงียบไป”
ใต้เท้าหลินยิ่งฟังก็ยิ่งโมโห ทนรำคาญไม่ไหว โบกมือกล่าวว่า “เจ้าไปทาหน้าของเจ้าไป เรื่องไม่ควรถาม เจ้าก็อย่าได้ถาม”
กล่าวจบก็หันหลังเดินไปนอนที่ห้องอนุ ฮูหยินหลินด้านหลังมองตามไปด้วยความโมโห ปาขวดเครื่องประทินผิวทิ้ง ตวาดด่าว่า “วันๆ รู้จักแต่นอนกับอนุ ไม่รู้จักใช้สมองคิดว่าจะรับมือเซี่ยอวิ๋นจิ่นอย่างไร ถูกคนรังแกก็สมน้ำหน้าแล้ว”
เรื่องที่เกิดในตระกูลหลิน เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวไม่รู้ พวกเขาทั้งสองคนกำลังกอดรัดแนบชิดละมุนละไมกันอย่างรักใคร่
สองวันถัดมา ตระกูลหูเชิญกินเลี้ยง
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวเดินทางไปร่วมงานเลี้ยงจวนตระกูลหู ครั้งนี้ทั้งสองคนไม่ได้พาเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ไปด้วย ตระกูลหูเป็นคนกันเอง ไม่จำเป็นต้องใส่ใจธรรมเนียมพวกนี้มาก
ใต้เท้าหูกับฮูหยินหูได้ย้ายมาก็ดีใจมาก อยู่อำเภอชิงเหอมานานหลายปีไม่เคยได้ย้ายไปที่ใด ตอนนี้สะใภ้เป็นบุตรีท่านหญิงเหวินอันเซี่ยนจู่ พริบตาก็ได้ย้าย คำกล่าวที่ว่ามีคนช่วยหนุน ทำงานง่ายนี้จริงดังว่า
เรื่องที่ใต้เท้าหูกับฮูหยินหูดีใจยังมีอีกเรื่อง เซี่ยอวิ๋นจิ่นเป็นถงจือเมืองหนิงโจว ใต้เท้าหูย้ายมาเป็นทงพั่นเมืองหนิงโจว หากเขามีอันใดไม่เข้าใจก็ไปถามเซี่ยอวิ๋นจิ่นได้ ใต้เท้าหูกับฮูหยินหูคิดถึงเรื่องนี้แล้วก็รู้สึกเบาใจ
ใต้เท้าหูคิดในใจกระจ่างแล้วว่า หากตนได้ย้ายไปเมืองอื่น เป็นไปได้มากว่าจะจิตใจกังวลวุ่นวายไร้ความสงบสุข
แต่ย้ายมาเมืองหนิงโจว เขากลับไม่รู้สึกเคร่งเครียดแม้แต่น้อย
ดังนั้นตระกูลหูจัดงานเลี้ยง เทียบเชิญใบแรกไม่ได้ให้ใต้เท้าหลิน แต่ให้เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียว
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวมาถึงจวนตระกูลหู ที่จวนก็มีแขกเหรื่อมากันไม่น้อยแล้ว
ฮูหยินหูเห็นลู่เจียวมาก็เข้ามาต้อนรับอย่างอบอุ่น ดึงมือนางมาคุยว่า “ฮูหยินเซี่ยมาแล้ว รีบเข้ามานั่งด้านใน”
ลู่เจียวยิ้มกล่าวว่า “ฮูหยินหูอย่าได้เกรงใจ”
ฮูหยินหูยกมือตีมือลู่เจียวทีหนึ่ง เอ่ยว่า “เรียกฮูหยินหูอันใด เรียกอาสะใภ้ก็พอ”
ฮูหยินหูกล่าวจบ พวกฮูหยินข่งกับฮูหยินกู้ข้างๆ ก็พากันถามอย่างแปลกใจว่า “นี่คือเรื่องอันใดกัน”
พวกฮูหยินข่งกับฮูหยินกู้ไม่รู้ความสัมพันธ์ระหว่างลู่เจียวกับตระกูลหู ดังนั้นจึงแปลกใจมาก
ลู่เจียวยิ้มกล่าวว่า “ข้ากับสะใภ้ฮูหยินหูสาบานเป็นพี่น้องกัน”
“อา”
พวกฮูหยินข่งกับฮูหยินกู้มีสีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย เช่นนี้ขุนนางทงพั่นใต้เท้าคนใหม่ก็เป็นสายเดียวกันกับเซี่ยถงจือ วันหน้าพวกเขาจะทำเช่นไร
แม้ว่าใต้เท้าหลินเป็นจือฝู่เมืองหนิงโจว แต่ทงพั่นกับถงจือไม่ได้เป็นหนึ่งเดียวกับเขา วันหน้าทำอันใดก็ยากจะจัดการได้
เขากล้าโกงกินชากับเกลือต่อหน้าถงจือกับทงพั่นหรือ ย่อมไม่กล้ากระมัง
ในใจฮูหยินข่งกับฮูหยินกู้ครุ่นคิด สีหน้ากลับเผยรอยยิ้ม “เช่นนั้นก็เป็นเรื่องดี”
ลู่เจียวไม่ได้สนใจพวกฮูหยินข่งกับฮูหยินกู้ มองไปยังฮูหยินหูถามอย่างห่วงใยว่า “ฮูหยินทุกท่านเหล่านี้ อาสะใภ้ล้วนรู้จักแล้วหรือยัง หากยัง ข้าจะแนะนำให้ท่าน”
ฮูหยินหูเห็นลู่เจียวไม่ได้โมโหนางเรื่องก่อนหน้านี้ที่นางทำไม่ดีกับสะใภ้ นางก็โล่งอก ก่อนหน้านี้ก่อนย้ายมาเมืองหนิงโจว สามีนางได้เตือนนางไว้ว่าอย่าได้ทำตัวเหมือนเมื่อก่อนอีก ต้องอ่อนโยนกับผู้อื่น โดยเฉพาะห้ามโมโหใส่ลู่เจียว ต้องใกล้ชิดสนิทสนมกับลู่เจียวให้มากหน่อย หากนางทำไม่ได้ เขาก็ไม่ถือสาที่จะส่งนางกลับไปใช้ชีวิตบั้นปลายที่บ้านเดิม
ฮูหยินหูไหนเลยอยากจะจากสามีตนไป นางตกลงทันที เดิมนางยังเป็นห่วงว่าลู่เจียวจะโมโหและไม่สนใจนาง คิดไม่ถึงว่าลู่เจียวไม่ได้อารมณ์ไม่ดีแม้สักนิด ดีจริงๆ
ฮูหยินหูครุ่นคิด ยิ้มตาหยีกล่าวว่า “พวกนางเพิ่งจะมาแนะนำตัวกับข้า ข้าจำได้หมดแล้ว”
ฮูหยินข่งกับฮูหยินกู้รีบยิ้มรับคำว่า “ใช่ ฮูหยินหูเป็นคนคบหาง่าย วันหน้าพวกเราไปมาหาสู่กันมากหน่อย”
พวกฮูหยินข่งกับฮูหยินกู้คุยกับฮูหยินหูแล้วมีเรื่องคุยมากหน่อย เพราะพวกนางอายุใกล้เคียงกัน กลับกัน เหมือนมีช่องว่างกับลู่เจียวที่อายุน้อยกว่า
ขณะทุกคนกำลังคุยกันอยู่ในห้องโถงนั้น นอกประตู บ่าวรับใช้ตระกูลหูก็เข้ามารายงาน “ฮูหยิน ฮูหยินจือฝู่มาแล้วขอรับ”
ฮูหยินหูรีบลุกขึ้นไปต้อนรับ คนในห้องโถงต่างพากันลุกขึ้นต้อนรับ
แม้ลู่เจียวเป็นฮูหยินถงจือ แต่ไม่ได้สถานะสูงกว่าฮูหยินหลิน ก็ย่อมต้องลุกขึ้นตามหลังฮูหยินหูไปทำความเคารพ ฮูหยินหลินสีหน้าซีดเซียว แม้ว่าผัดแป้งมาหลายชั้น แต่ยังคงไม่อาจปิดบังความหมองคล้ำบนใบหน้าในตอนนี้ได้
แต่พอเห็นฮูหยินหู นางยังคงฝืนยิ้มกล่าวว่า “ท่านนี้ก็คือฮูหยินทงพั่นกระมัง”
“เชิญฮูหยินหลิน รีบเข้ามานั่งด้านใน”
ฮูหยินหูเอ่ยพร้อมก้าวเข้าไปประคองฮูหยินหลิน ฮูหยินหลินคว้ามือฮูหยินหูเดินเข้ามาในห้องโถงกลาง จากนั้นฮูหยินหูก็เชิญนางนั่งในตำแหน่งประธานห้อง นางกลับไปนั่งในตำแหน่งถัดมา ลู่เจียวนั่งข้างฮูหยินหู ไม่ได้อ้อมไปนั่งอีกข้างของฮูหยินหลิน ตามหลักการแล้วนางควรไปนั่งข้างฮูหยินหลิน แต่นางไม่อยากนั่ง
ฮูหยินหลินเห็นท่าทีนางก็โมโห แต่พอคิดถึงเป้าหมายตนเองในวันนี้ก็ไม่ได้กล่าวอันใด
วันนี้ที่นางมาก็เพราะหลินจือฝู่ให้นางมาเลียบเคียงท่าทีใต้เท้าทงพั่น ขุนนางทงพั่นเมืองหนิงโจวท่านนี้เดินเส้นทางสายเดียวกับผู้ใด
ฮูหยินหลินจะทำอย่างไรได้ จึงต้องมาแต่โดยดี
ฮูหยินข่งเห็นสีหน้าฮูหยินหลินไม่พอใจ ก็รีบยิ้มเข้าไปนั่งลงข้างฮูหยินหลิน ถามนางอย่างห่วงใย “พี่หลิน สีหน้าพี่อิดโรยอยู่สักหน่อย เมื่อคืนนอนหลับไม่สนิทหรือ”
ลู่เจียวมองฮูหยินข่ง หญิงผู้นี้คล้ายว่าไม่ฉลาดสักเท่าไร เห็นอยู่ว่าฮูหยินหลินอารมณ์ไม่ดี เจ้ายังถามเช่นนี้ นี่มิใช่เปิดโปงความในใจผู้อื่นหรือ