ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว - ตอนที่ 145 จดหมายสี่ฉบับ
ตอนที่ 145 จดหมายสี่ฉบับ
นางจาง นางเหอ และนางชิวต่างก้าวเข้ามาต้อนรับ
“เหตุใดกลับมาดึกถึงเพียงนี้ หิวหรือไม่” นางจางรับของไปจากมือของฉินเหยา แล้ววางลงบนพื้นข้างประตูหน้าบ้าน นางจะได้หยิบกลับไปด้วยตอนกลับบ้าน
ฉินเหยาพยักหน้าตอบอย่างซื่อสัตย์ นางหิวมาก
นางเหอรีบเดินไปยังห้องครัว หยิบผ้ากันเปื้อนที่แขวนไว้หลังประตูลงมา จุดตะเกียงก่อไฟ แล้วเอ่ยไปทางด้านนอกว่า
“ข้าจะต้มน้ำแกงแป้งก้อนให้เจ้าสองแม่ลูกแล้วเติมไข่อีกสองฟอง รีบวางของแล้วไปล้างหน้าก่อน ดูสิ เนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปหมด”
นางจางพาแม่ลูกทั้งสองไปที่โอ่งน้ำ ขณะที่นางชิวหยิบผ้าเช็ดหน้าสะอาดส่งให้ฉินเหยา “รีบเช็ดหน้าเถิด”
“ขอบคุณพี่สะใภ้รอง” ฉินเหยายิ้มตอบอย่างสุภาพ บอกให้นางกลับไปนั่ง ไม่ต้องเป็นห่วงตนเอง
นางจางเทน้ำลงในกะละมังจนเต็ม ฉินเหยาบิดผ้าชุบน้ำเย็น เช็ดหน้าตนเองก่อน จากนั้นส่งผ้าให้ต้าหลาง กำชับให้เขาสระผมไปด้วย จะได้ไม่ต้องสิ้นเปลืองน้ำกะละมังนี้
“เดี๋ยวกลับบ้านแล้วค่อยอาบน้ำร้อน จะได้นอนสบาย”
ต้าหลางขานรับ ก่อนจะถูกเหล่าน้องๆ เข้ามารุมล้อมทันที
จินเป่าถามเขาว่า “พี่ล่าสัตว์ได้อะไรบ้าง มีเสือหรือหมีดำหรือไม่”
เอ้อร์หลางและซานหลางก็ถามอย่างคาดหวังว่า “ท่านแม่ พวกท่านไปในเมืองมาแล้วหรือไม่”
ซื่อเหนียงและจินฮวานั่งยองๆ อยู่ข้างกะละมัง จ้องมองด้วยแววตาเป็นประกาย “ท่านแม่ซื้อขนมกลับมาด้วยใช่ไหม ข้าได้กลิ่นด้วย!”
ต้าหลางตั้งใจจะตอบ แต่พออ้าปากก็พบว่ามีคำถามมากมายจนตอบไม่หมดจึงตัดสินใจปิดปากแล้วล้างผมให้เสร็จก่อน
ในห้องโถง นางจางจุดตะเกียงน้ำมันเพิ่มให้สว่างขึ้นอีกหน่อย
ฉินเหยานั่งอยู่ที่โต๊ะ ตรงข้ามเป็นหลิวเหล่าฮั่นกับบุตรชาย ข้างๆ นางคือนางชิว เมื่อได้ฟังฉินเหยาเล่าว่าพบเสือในป่า แต่ละคนล้วนตื่นเต้นยิ่งนัก
นางจางเดินเข้ามาในห้องอย่างเงียบๆ ไม่นานก็หยิบจดหมายสี่ฉบับออกมายื่นให้ฉินเหยา
“เจ้าสามส่งมาจากในเมือง เจ้าไม่อยู่ ข้าจึงเก็บไว้ยังไม่ได้เปิด ทุกวันเว้นวันก็ส่งมาหนึ่งฉบับ เกรงว่าจะมีเรื่องเร่งด่วน เจ้ารีบเปิดดูเถิด”
ฉินเหยารับจดหมายมา กวาดตามองคำว่า ‘ถึงภรรยายอดรัก’ บนซองก่อนจะหัวเราะเยาะเบาๆ แล้ววางจดหมายไว้ข้างตัว “ไม่รีบ กลับไปข้าค่อยอ่าน วันนี้เพิ่งกลับมาจากในเมือง เขาสบายดีมาก”
เมื่อได้ยินนางเอ่ยเช่นนี้ หลิวเหล่าฮั่นกับนางจางก็ไม่เร่งเร้าอีก หันไปถามนางเหอว่า อาหารเสร็จหรือยัง
“มาแล้ว มาแล้ว!”
นางเหอยิ้มพลางยกชามก้อนแป้งเข้ามาวางแล้วยกอีกสองชามมาให้ฉินเหยาและต้าหลาง แต่ละชามมีไข่ทอดสีเหลืองกรอบน่ารับประทานสองฟอง
ต้าหลางล้างผมเสร็จแล้ว เอ้อร์หลางกับซานหลางยืนกรานจะช่วยเขาเช็ดผม ทั้งสามพี่น้องหยอกล้อกันอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเข้ามาในห้อง
ฉินเหยาชี้ไปยังห่อขนมที่วางอยู่ข้างประตู บอกให้เอ้อร์หลางหยิบมาแบ่งกันกิน
ซื้อมาแค่สองจิน จะแบ่งก็ลำบากนัก สู้ให้ทุกคนกินพร้อมกันให้หมดไปเลยดีกว่า
นางจางรีบกล่าวว่าไม่ต้อง แต่พวกเด็กๆ ก็เปิดห่อกระดาษน้ำมันออกเรียบร้อยแล้วจึงทำได้เพียงถอนหายใจอย่างจนปัญญา “เจ้าพวกตะกละนี่ เห็นของกินอร่อยแล้วก็ไม่ยอมขยับกันแล้ว”
“มิน่าถึงได้คิดถึงอาสะใภ้สามกันทุกวัน” นางเหอหยอกเย้า “จินเป่าของข้าต้องถามวันละสองรอบ ว่าอาสะใภ้สามกลับมาหรือยัง อาสะใภ้สามจะกลับวันไหน”
ท่ามกลางเสียงหัวเราะ ฉินเหยาและต้าหลางกินจนอิ่ม แม้แต่น้ำแกงสักหยดก็ไม่เหลือ
ฉินเหยาลุกขึ้นเดินไปที่ข้างประตู หยิบหมูสามชั้นกับผ้าที่ซื้อมาออกมา วางผ้าลงบนโต๊ะกลางห้องโถง ก่อนจะถือเนื้อหมูเข้าไปในครัว ตัดออกสองจินแล้วเก็บเข้าตู้ ปิดฝาไว้อย่างชำนาญ
พวกนางเหอล้วนคุ้นเคยกับวิธีการของฉินเหยาเป็นอย่างดีจึงไม่ได้พูดอะไรให้มากความ เพียงเดินเข้าไปในห้อง หยิบไม้บรรทัดออกมาแล้วเรียกพี่น้องต้าหลางทั้งสี่เข้ามาวัดขนาดตัว
“อากาศเริ่มเย็นลงแล้ว ควรต้องมีรองเท้าพื้นหนาคนละคู่” ฉินเหยานำเนื้อสามจินที่เหลือเก็บกลับใส่ห่อสัมภาระของตนแล้วหันมากำชับ
“ช่วงนี้พี่สะใภ้รองเจ้าว่าง ให้พี่สะใภ้รองทำให้พวกเจ้าก็แล้วกัน” นางเหอสั่งการอย่างเป็นธรรมชาติ นางชิวพยักหน้ารับแล้วถามซื่อเหนียงว่าอยากได้รองเท้าแบบไหน
“มีแบบให้เลือกด้วยหรือ” ซื่อเหนียงหันไปมองอาสะใภ้รองด้วยความตื่นเต้น
นางชิวบอกว่ามีทั้งแบบหัวเชิด หัวเรียบและแบบมีลวดลาย นางปักลายดอกไม้ได้ สามารถปักให้ได้สองสามดอก
ซื่อเหนียงไม่เคยสวมรองเท้าแบบนี้มาก่อน นางตื่นเต้นมาก “เช่นนั้นข้าขอแบบปักลายดอกไม้!”
นางชิวยิ้มพลางพยักหน้า “ได้ เช่นนั้นข้าจะปักดอกผักบุ้งให้เจ้าสองดอกดีหรือไม่”
“อื้ม อื้ม!” ซื่อเหนียงกล่าวอย่างดีใจ “ขอบคุณอาสะใภ้รอง~”
“เฮ้อ ขอบคุณอะไร รอหน่อยเถิด อาสะใภ้รองจะทำให้เจ้าสวยๆ เลย” นางชิวลูบแก้มเด็กน้อย พลางคิดว่าซื่อเหนียงยิ่งโตยิ่งน่ารัก แถมยังมีมารยาท มองแล้วชวนให้เอ็นดู
จินฮวาทนไม่ไหวแล้ว นางเบะปาก “ท่านแม่ ข้าก็อยากได้รองเท้าดอกผักบุ้งเหมือนซื่อเหนียง!”
นางชิวมองอย่างจนใจ “ไม่ใช่ว่าเคยทำให้เจ้าแล้วหรือ ใส่ไม่กี่วันก็ไหม้เป็นรูใหญ่ หากทำให้แล้วไม่ถนอม แม่ก็ไม่อยากทำให้เจ้าหรอก”
จินฮวารีบมุดเข้าไปในอ้อมอกนางชิว บิดตัวไปมาเหมือนพริกหงิกงอในสวนผักของฉินเหยา
“ทำให้ข้าหน่อยเถิด ท่านแม่ ท่านทำให้ข้าเถิด ข้าสัญญา ครั้งนี้จะดูแลอย่างดี ไม่มีวันทำขาดแน่นอน…”
นางชิวจนมุม จำต้องรับปาก
จินฮวากับซื่อเหนียงสบตากัน ลูกพี่ลูกน้องทั้งสองยิ้มตาหยี นางทั้งสองจะได้ใส่รองเท้าเหมือนกันแล้ว
ทางฝั่งนางเหอก็วัดขนาดเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ฉินเหยาเรียกซื่อเหนียงเข้ามาเพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน
ก่อนออกเดินทาง นางให้หลิวเหล่าฮั่นช่วยดูว่ามีใครในหมู่บ้านขายที่นาบ้างหรือไม่
หลิวเหล่าฮั่นตกใจ ดูท่าครั้งนี้ขึ้นเขาไปล่าสัตว์มา คงได้เงินไม่น้อยเลย
แต่การจะซื้อที่นาเป็นเรื่องดี ชาวนาจะไม่มีที่นาได้อย่างไรกัน การเช่าที่ดินของผู้อื่นย่อมไม่ใช่แผนการระยะยาว สู้มีที่นาของตัวเองจะดีกว่า
“ได้ เจ้าวางใจ หากมีข่าวพ่อจะบอกเจ้าแน่นอน” หลิวเหล่าฮั่นรับปากอย่างจริงจัง
มองส่งฉินเหยาและครอบครัวจากไป นางจางกับหลิวเหล่าฮั่นก็สบตากันพลางยิ้มอย่างโล่งใจ มีฉินเหยาอยู่ บ้านเจ้าสามย่อมไม่ต้องให้พวกเขาคอยกังวลอีกแล้ว
เมื่อกลับถึงบ้านของตัวเอง ฉินเหยาก็ดูผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด นางปลดอาวุธออก วางเนื้อหมูไว้ในครัว ตอนนี้อุณหภูมิกลางวันกับกลางคืนต่ำลงแล้ว วางทิ้งไว้หนึ่งคืนก็ไม่เสีย
ฉินเหยาก่อไฟ ต้มน้ำร้อนหลายหม้อ ทั้งครอบครัวได้อาบน้ำกันถ้วนหน้า
ช่วงที่นางไม่อยู่ บ้านไม่มีผู้ใหญ่ช่วยตักน้ำ เอ้อร์หลางกับน้องอีกสองคนก็ไม่ได้อาบน้ำกันเลย
ฝั่งบ้านเก่านั้นย่อมไม่ต้องพูดถึง ครึ่งเดือนอาบทีก็ถือว่าขยันแล้ว นางเหอย่อมไม่ทันนึกถึงเรื่องเหล่านี้
เมื่ออาบน้ำเสร็จ เวลาก็ล่วงเลยไปจนดึกดื่นแล้ว แต่เด็กๆ กลับไม่มีทีท่าง่วงเลยแม้แต่นิด พวกเขานอนคว่ำอยู่บนเตียงฟังต้าหลางเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในป่าอย่างเพลิดเพลิน
ฉินเหยาไปดูม้า เติมหญ้าสำหรับตอนกลางคืนให้มันอีกหนึ่งกำมือ
จากนั้นก็ตรวจดูประตูหน้าต่าง กำชับให้ห้องเด็กดับไฟ ก่อนจะกลับเข้าห้องของตนเอง ปล่อยผมและเอนกายนอนบนเตียงเพื่ออ่านจดหมาย
ครั้งนี้ขึ้นเขาไปแปดวัน ช่วงเวลาสั้นๆ เพียงแปดวัน หลิวจี้เขียนจดหมายส่งมาถึงสี่ฉบับ
ฉินเหยาเปิดจดหมายทั้งหมด จัดเรียงตามลำดับวันแล้วเริ่มอ่านจากฉบับแรกสุด
จดหมายฉบับแรกเขียนในวันถัดมาหลังจากนางออกจากตัวอำเภอครั้งก่อน
เนื้อหาในจดหมายนั้นเรียบง่าย สอบถามนางว่าเหตุใดถึงไม่ฝากค่าใช้จ่ายของเขามาพร้อมกับสารถี
ฉบับที่สอง เขียนห่างจากฉบับแรกหนึ่งวัน ถามว่านางมีปัญหาอะไรที่บ้านหรือไม่ถึงไม่ได้ส่งเงินไปให้ ตอนท้ายยังถามว่านางสบายดีหรือไม่
ฉบับที่สาม ห่างจากฉบับก่อนอีกหนึ่งวัน บอกว่าเขาคล้ายจะเคยเห็นนางในตัวอำเภอ ถามว่านางได้ไปที่ตัวอำเภอเมื่อไม่นานมานี้หรือไม่
ฉบับที่สี่ ใช้น้ำเสียงเข้าอกเข้าใจและน่าสงสารมาก บอกว่าเขายืมเงินค่าใช้จ่ายประจำวันจากสหายร่วมชั้นเรียนแล้ว บอกให้นางดูแลเรื่องในบ้านให้ดีก่อน หากลำบากก็ไม่ต้องกังวลเรื่องเขา