ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว - ตอนที่ 146 ทำสบู่
ตอนที่ 146 ทำสบู่
หลังจากอ่านจดหมายจบ ฉินเหยาหัวเราะเสียงเย็น ก่อนจะโยนจดหมายลงบนโต๊ะ ดับตะเกียงแล้วล้มตัวลงนอน
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าหลิวจี้จะเห็นว่านางไปที่อำเภอด้วย
แต่คำพูดหยั่งเชิงสารพัดในจดหมายนั้นก็เพื่อยืนยันว่านางรู้เรื่องที่เขาเอาแต่กินดื่มเที่ยวเล่นในเมืองโดยไม่ตั้งใจเรียนหรือไม่
จิตใจของฉินเหยานั้นไร้ซึ่งความรู้สึกใด จะหยั่งเชิงหรือไม่นั้นไม่มีความหมายอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้สำหรับนางหลิวจี้เป็นเพียงบัญชีร้างที่ไม่ได้ใช้แล้วก็เท่านั้น
ในบ้านยังมีอีกสี่บัญชีเล็กๆ นางจะฝากเงินให้ใครก็ยังได้ผลดีกว่าฝากให้เจ้าบัญชีร้างนี่
ก็แค่ล่าช้าไปไม่กี่ปีเท่านั้น ตอนนี้ชีวิตก็ดีขึ้นเรื่อยๆ นางไม่รีบร้อน
ส่วนเงินที่หลิวจี้ติดค้าง หากเขาไม่มีปัญญาใช้คืนเช่นนั้นก็เอาชีวิตมาใช้หนี้แทนก็แล้วกัน
ฉินเหยาไม่อยากให้คนผู้นี้มาส่งผลต่ออารมณ์ของนางอีกจึงหลับตาลง ปล่อยใจให้ว่างเปล่าแล้วเข้าสู่ห้วงนิทรารมณ์
หลังจากอยู่ในป่าเขาหลายวันโดยไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม ครั้งนี้ฉินเหยาจึงนอนชดเชยเต็มตื่น กว่าจะตื่นก็ล่วงเลยถึงเที่ยงวัน
สี่พี่น้องต้าหลางรู้ดีถึงนิสัยของนางจึงไม่รบกวน
พวกเขาทำอาหารเช้าเอง กินเสร็จแล้วก็เหลือส่วนของนางอุ่นไว้บนเตา จากนั้นผู้ที่ถึงคราต้องทำงานบ้านก็จัดการล้างถ้วยชามให้เรียบร้อย
เสื้อผ้าที่สกปรก ต้าหลางกับเอ้อร์หลางเป็นคนซัก ส่วนฝาแฝดชายหญิงยังทำไม่เป็น
สองคนนั้นอยากร่วมสนุกด้วย แต่ถูกเอ้อร์หลางบ่นแล้วไล่ไป ให้พวกเขาไปให้อาหารไก่กับม้าแทน
เสื้อผ้าที่สวมแล้วของฉินเหยา ต้าหลางกับเอ้อร์หลางก็ซักเสียจนสะอาดเอี่ยม ก่อนจะตากไว้บนราวไม้ไผ่ในลานบ้านอย่างเป็นระเบียบ
เมื่อทำงานบ้านเสร็จแล้ว คนที่ต้องฝึกยุทธก็ฝึก คนที่ต้องอ่านตำราก็อ่าน เพราะต่างรู้ว่านี่เป็นโอกาสที่หาได้ยากจึงต้องมีวินัยในตนเอง
โดยเฉพาะเมื่อต้าหลางบอกพวกเขาว่า ฉินเหยาได้ตั้งชื่อให้แต่ละคนแล้ว เอ้อร์หลางยิ่งกระตือรือร้นจนแทบอยากกลืนตำราลงไปทั้งเล่ม
ซื่อเหนียงจับพู่กัน จุ่มน้ำสะอาดแล้วค่อยๆ บรรจงเขียนชื่อตัวเองบนโต๊ะ ตัวอักษรเป็นคำที่เอ้อร์หลางหามาจากตำรา หนึ่งคำคือผิง อีกคำคือหลิง อักขระไม่ซับซ้อนนัก แต่สำหรับซื่อเหนียงแล้ว ถือว่ายากมากทีเดียว
ลายเส้นบิดเบี้ยวของตัวอักษรถูกเขียนซ้ำไปซ้ำมาบนโต๊ะไม้ เด็กสาวตัวน้อยเขียนไปพลางยิ้มอย่างโง่งมไปพลาง
ซานหลางเองก็อยากเขียน แต่น่าเสียดายที่พี่น้องทั้งสี่ยังไม่เคยเรียนอักษรเหล่านี้ เอ้อร์หลางหาตัวอักษรที่ตรงกันไม่ได้จึงทำได้เพียงเขียนคำว่า ‘จื่อซู’ ตามพี่รองด้วยอักษรสองตัวที่ง่ายที่สุด
เมื่อฉินเหยาตื่นขึ้นมาก็ได้ยินเพียงเสียงขีดเขียนแผ่วเบาในลานบ้าน หัวใจของนางพลันสงบลงอัตโนมัติ
นางยืดตัวบิดขี้เกียจ ขณะที่เดินผ่านหน้าต่างห้องของพี่น้องทั้งสี่ สายตาทั้งสี่คู่ก็หันมองมาทันที ซื่อเหนียงทำพู่กันหล่นจากมือ ไถลตัวลงจากเก้าอี้แล้ววิ่งออกมาจากห้องโผเข้าสู่อ้อมอกฉินเหยา
“ท่านแม่ ชื่อของพี่สามกับพี่ใหญ่เขียนอย่างไรหรือ” นางถาม
ฉินเหยาส่งสายตามองเข้าไปในห้องด้วยความประหลาดใจ นางนึกว่าพวกเขากำลังฝึกคัดอักษร ไม่คิดว่าจะเป็นการเขียนชื่อตัวเอง
ต้าหลางพูดด้วยท่าทางเก้อเขิน “ข้าบอกชื่อที่ท่านน้าตั้งให้พวกเขาฟังหมดแล้ว”
ฉินเหยายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย อุ้มซื่อเหนียงเข้ามาในห้อง วางเด็กหญิงกลับลงไปบนเก้าอี้แล้วหยิบพู่กันขึ้นมาเขียนชื่อของพี่น้องทั้งสี่
ลายมือนางไม่ได้งดงามนัก แต่เป็นระเบียบเรียบร้อย
“นี่ ฝึกตามนี้นะ อีกหน่อยพอไปเรียนจะได้เขียนได้” ฉินเหยาวางพู่กันแล้วลูบศีรษะของแต่ละคนเบาๆ ก่อนตบมือแล้วเดินไปหาของกินในครัว
ต้าหลางกับน้องๆ มองหน้ากันแล้วยิ้มขำ ก่อนจะเบียดตัวเข้ามาดูชื่อของแต่ละคน เมื่อเอ้อร์หลางอ่านตัวอักษรออกมา ทุกคนก็ตอบรับเสียงดังอย่างตื่นเต้น ประกาศความเป็นเจ้าของชื่อของตน
ชื่อที่เป็นของพวกเขาเอง ไม่ใช่แค่ลำดับคนที่เท่าไรของตระกูล แต่เป็นชื่อที่เหมือนกับจินเป่าจินฮวา เพียงแค่ได้ยินก็รู้ว่าเรียกใคร
ต้าหลางหุงข้าวต้มขาวเป็นมื้อเช้า หั่นเนื้อครึ่งจินแล้วสับเป็นชิ้นเล็กๆ ผัดรวมกับผักดองหนึ่งถ้วยใหญ่เป็นกับข้าว
ฉินเหยาตักหมูสับกับผักดองทั้งหมดเทลงไปในหม้อข้าวต้ม กินแล้วให้ความรู้สึกทั้งสดชื่นและเรียกน้ำย่อยได้ดี
พวกเขากินข้าวต้มและกับข้าวจนเกลี้ยง จากนั้นก็ล้างทำความสะอาดแล้วจุดไฟตั้งหม้อ เริ่มเจียวน้ำมันหมู
หั่นมันหมูเป็นชิ้นเล็กๆ เคลือบกระทะเหล็กที่ร้อนจัดด้วยน้ำมันบางๆ ก่อนเทมันหมูทั้งหมดลงไป เสียงฉ่าๆ ดังขึ้น ตามมาด้วยกลิ่นหอมเย้ายวนคละคลุ้ง พอเด็กทั้งสี่ได้กลิ่นก็พากันวิ่งมาที่ประตูครัวพลางยืนมองอย่างสนใจ
“ท่านแม่ตักขี้เถ้ามาทำอะไรหรือ” ซานหลางถาม
ซื่อเหนียงพึมพำกับตนเอง “ต้องเพิ่มอาหารให้เหล่าหวงอีกแล้วหรือ”
ก่อนหน้านี้นางเคยเห็นฉินเหยาใช้ขี้เถ้าจากพืชและไม้เพื่อทำให้ฟางข้าวเป็นด่างจึงคิดว่าครั้งนี้ก็คงทำเช่นเดิม
ฉินเหยาส่ายศีรษะ “วันนี้ข้าจะทำสบู่”
“สบู่คืออะไรหรือ” เอ้อร์หลางถามด้วยความสงสัยพลางสูดกลิ่นหอมของเนื้อที่ลอยออกมาจากหม้อ
เป็นเวลามื้อเที่ยงพอดี แม้ว่ามื้อเช้าจะกินช้ากว่าปกติและน่าจะอิ่มไปถึงช่วงเย็น แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกหิวเสียแล้ว
ฉินเหยาตอบ “ใช้สำหรับซักผ้าและอาบน้ำ ทำออกมาแล้วพวกเจ้าก็จะรู้เอง”
ต้าหลางนึกถึงผงสบู่ที่เขาเคยถามราคาในร้านขายของชำเมื่อวานจึงเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ “ท่านน้า ท่านจะทำผงสบู่หรือ ที่ขายยี่สิบเหวินต่อหนึ่งเหลี่ยงนั่นน่ะหรือ”
“ก็ประมาณนั้น” ฉินเหยาพยักหน้า ก่อนสั่งให้ต้าหลางไปหาอ่างสองใบกับผ้าขาวบางมาให้
จากนั้นก็สั่งเอ้อร์หลางให้ไปนำเปลือกหอยแม่น้ำที่พวกเขาเก็บได้จากริมแม่น้ำตอนฤดูร้อนมา
“จริงสิ ซานหลาง ซื่อเหนียง พวกเจ้าช่วยไปซื้อเกลือหยาบสามเหลี่ยงจากบ้านพ่อค้าหาบเร่หลิวให้หน่อย”
ฉินเหยาวางขี้เถ้าพืชครึ่งถังไว้ที่หน้าประตูครัว ก่อนกลับเข้าไปหยิบเงินหกเหวินแล้วยื่นให้คู่แฝด
สองคนรับเงินแล้วรีบวิ่งตรงไปยังบ้านพ่อค้าหาบเร่หลิวทันที รู้สึกยินดีที่ได้มีส่วนร่วม
เอ้อร์หลางนำเปลือกหอยแม่น้ำครึ่งถุงมาให้ในเวลาไม่นาน ฉินเหยานำถ่านไม้ที่เหลือจากการเผาเมื่อฤดูหนาวปีก่อนใส่เข้าไปในเตาเผา ก่อนจะเทเปลือกหอยลงไปเพื่อให้มีความร้อนสูง
เมื่อน้ำมันหมูในหม้อถูกเจียวออกมา เปลือกหอยก็เผาได้ที่พอดี
ฉินเหยานำน้ำมันหมูที่ตักได้ครึ่งกระปุกออกมาพักให้เย็นและตักกากหมูที่เจียวได้เต็มถ้วยเล็กออกมา จากนั้นแม่ลูกทั้งห้าก็กินไปทำงานไป
กากหมูที่ทอดจนกรอบ เคี้ยวเข้าไปเสียงดังกรุบกรับ กลิ่นหอมอบอวลไปทั่วปาก
ฉินเหยาหยิบครกหินที่ใช้ตำงาออกมาจากครัว เทเปลือกหอยที่เผาจนได้ที่ลงไปแล้วตำจนกลายเป็นผงละเอียดเตรียมไว้
จากนั้นนางเทขี้เถ้าพืชที่เตรียมไว้ลงในหม้อดิน เติมน้ำแล้วยกขึ้นตั้งไฟจนเดือด กรองผ่านผ้าขาวบางหลายชั้นจนได้น้ำด่าง
เทผงเปลือกหอยลงในน้ำด่างแล้วคนให้เข้ากัน กรองอีกครั้งก่อนนำไปวางไว้ใต้ชายคา ปล่อยให้ตกตะกอนข้ามคืน
ซานหลางและซื่อเหนียงที่กลับมาพร้อมเกลือหยาบก็นำมาตำให้ละเอียดเตรียมไว้เช่นกัน
วันต่อมา ฉินเหยาหยิบน้ำมันหมูที่พักไว้จนเย็นออกมา เทน้ำด่างที่ตกตะกอนลงไป จากนั้นเติมเกลือหยาบที่บดไว้ ใช้ไม้คนให้เข้ากันจนเกิดปฏิกิริยาการเกิดสบู่
เมื่อเห็นกับตาว่าน้ำข้นๆ ค่อยๆ แข็งตัว พวกต้าหลางสี่พี่น้องยังพากันคิดว่าฉินเหยากำลังร่ายคาถาอาคม
ฉินเหยาจึงอธิบายให้พวกเขาฟังถึงปฏิกิริยาการเกิดสบู่ดังกล่าว
แต่พี่น้องทั้งสี่ยังคงเชื่อมั่นว่านี่ต้องเป็นอาคมแน่ๆ !
ไม่ใช่อะไรอย่างพวกปูนเผาหรือการชะล้างด้วยเกลือหรอก
เนื้อครีมสีขาวที่เกิดจากปฏิกิริยาการเกิดสบู่ยังคงนุ่มนิ่มอยู่ ฉินเหยาจึงตักใส่กระบอกไม้ไผ่ ทิ้งไว้สามวัน เมื่อนำออกมาก็กลายเป็นแท่งทรงกระบอกสีขาวสองแท่ง
ใช้ด้ายฝ้ายตัดแบ่งออกเป็นสิบสองชิ้นเล็กๆ วางในตะกร้าสานก้นแบน แขวนไว้ในห้องเก็บของที่มีอากาศถ่ายเท ทิ้งไว้หนึ่งเดือนก็จะสามารถนำไปซักผ้าหรือใช้ล้างมือได้
“ยังต้องรออีกหนึ่งเดือนเลยหรือ…” ซื่อเหนียงเบะปากถามฉินเหยา “ท่านแม่ ตอนนี้ยังใช้ไม่ได้หรือ”
“ใช้ได้ แต่ใช้ได้ไม่ดีนัก เหนียวเหมือนอึเละๆ” ฉินเหยานำตะกร้าแขวนไว้บนขื่อบ้าน กระโดดลงจากเก้าอี้ แล้วโบกมือไล่พี่น้องทั้งสี่ออกไป
“รอให้ครบหนึ่งเดือนก่อน ตอนนี้ห้ามใครแอบเอาลงมาเด็ดขาด” ฉินเหยากำชับอย่างจริงจัง
ซื่อเหนียงได้แต่ถอนหายใจ “ก็ได้”
Comments for chapter "ตอนที่ 146 ทำสบู่"
MANGA DISCUSSION
Leave a Reply Cancel reply
This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.
khome
หลิวจี้เป็นหมาหัวเน่าแล้วสิ 555/