ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว - ตอนที่ 283 หลบเร้นกายท่ามกลางผู้คน
ตอนที่ 283 หลบเร้นกายท่ามกลางผู้คน
สายตาของอาวั่งทอดมองไปยังแดนไกล ที่นั่นมีเพียงทิวเขาสูงสลับซับซ้อน ทุกสิ่งในอดีตห่างไกลจากหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้มากนักราวกับเป็นเพียงความฝันฉากหนึ่ง
เขามักจะสงสัยอยู่บ่อยครั้งว่าตนเองเคยประสบเรื่องราวเหล่านั้น พบเจอผู้คนเหล่านั้นจริงๆ หรือไม่
จนกระทั่งเห็นรอยแผลเป็นบนร่างกายจึงกล้ายืนยัน อ้อ ที่แท้ล้วนเป็นเรื่องจริง
ต่อมาภารกิจของเขาล้มเหลว ฮองเฮาทรงค้นพบการซุ่มโจมตีแต่เนิ่นๆ และในชั่วขณะก่อนที่เขาเตรียมจะได้รับเกียรติยศในการตายเพื่อนายท่านโดยการกินยาพิษปลิดชีพตนเอง นางก็ปัดยาพิษของเขาตกแล้วปล่อยเขาไป
“นางถึงกับปล่อยเจ้าไปรึ”
อาวั่งพยักหน้าอย่างเหม่อลอย ผู้ที่ถูกอบรมมาตั้งแต่เล็กว่าต้องอุทิศทุกสิ่งรวมถึงชีวิตให้นายท่าน จวบจนบัดนี้ก็ยังมิอาจเข้าใจได้ว่าเหตุใดจึงมีคนปล่อยให้นักฆ่าเดนตายผู้หนึ่งมีชีวิตรอด
“ฮองเฮารับสั่งว่า ขอบใจข้าที่ทำให้นางมีหลักฐานมัดตัวอ๋องเฟิงเพิ่มขึ้นอีกอย่าง ข้ายังไม่ได้บอกด้วยซ้ำว่าเป็นคนของผู้ใด พระนางก็มั่นใจนักหนาแล้ว พระนางยังรับสั่งอีกว่าคนเรามิอาจมีชีวิตอยู่เพื่อผู้อื่นไปตลอดชีวิต คนเราควรมีชีวิตอยู่เพื่อตนเอง ให้นึกอยากไปที่ใดก็ไปเถิด แต่อย่าได้กลับไปจวนอ๋องอีกเลย”
จากนั้นอาวั่งก็ไม่ได้กลับไปจวนอ๋องอีกจริงๆ เพราะเขาไม่อาจปล่อยให้ฮองเฮาจับจุดอ่อนของนายท่านได้จริงๆ
เขาคิดจะหาสถานที่สักแห่งเพื่อตาย แต่ฮองเฮากลับส่งยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดข้างกายพระนางติดตามมาตลอดทาง
เมื่อนึกถึงตรงนี้ อาวั่งก็ถอนหายใจออกมาอย่างจนใจคราหนึ่ง “ข้าเพิ่งรู้ว่า การอยากตายก็ยากเย็นถึงเพียงนี้”
“ต่อมากลับกลายเป็นท่านอ๋องที่ส่งนักฆ่าเดนตายมากมายมาเพื่อสังหารข้าปิดปาก ข้าก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ข้าเริ่มที่จะหนี ต่อมาก็หนีมาจนถึงจังหวัดที่อยู่ติดกับจังหวัดจื่อจิงของพวกท่าน”
ที่มาถึงอำเภอไคหยาง เพียงเพราะประจวบเหมาะกับที่เขาพักอาศัยอยู่ที่เมืองข้างเคียงชั่วคราว หลังจากนั้นเพราะเก็บเกี่ยวข้าวได้น้อยจึงจำต้องติดตามผู้อพยพที่หลบหนีภัยมายังที่นี่เพื่อหาทางเอาชีวิตรอด
ก่อนที่จะมาถึงอำเภอไคหยาง เขาก็อยู่ในสภาพหลบๆ ซ่อนๆ ไปทั่วแล้ว แต่เป็นเวลากว่าครึ่งปีแล้วที่ไม่มีนักฆ่าไล่ตามมา อาจเป็นเพราะคิดว่าเขาหนีไปไกลเกินไปจนไม่มีภัยคุกคามแล้ว หรืออาจเป็นเพราะท่านอ๋องยังมีเรื่องสำคัญกว่าที่ต้องทำจึงลืมส่งคนมาไล่สังหารเขา
แต่ท่านอ๋องมีความจำยอดเยี่ยมเป็นเลิศย่อมต้องนึกถึงคนทรยศเช่นเขาขึ้นมาได้อีกแล้วส่งคนมาสังหารเขาอีกเป็นแน่
“เจ้าจับตาดูเจ้าโง่หลิวจี้นั่นไว้นานแล้วใช่หรือไม่” น้ำเสียงของฉินเหยามั่นใจนัก
อาวั่งพยักหน้า เป็นจริงเช่นนั้น
เมื่อเขามาถึงอำเภอไคหยางก็ได้รู้เรื่องของฉินเหยาผ่านปากคำของชาวบ้านคนอื่นๆ ตามประสบการณ์ที่สั่งสมมาจากการหลบหนีตลอดสองปีนี้ การหาคนท้องถิ่นที่มีอิทธิพลสักคนแล้วปกปิดฐานะซ่อนตัวอยู่ข้างกายเขาเป็นวิธีที่น่าเชื่อถือที่สุด
นี่เรียกว่าหลบเร้นกายท่ามกลางผู้คน
สองปีมานี้ เขาเคยเป็นบ่าวเฝ้าบ้านให้เศรษฐีท้องถิ่นผู้หนึ่ง เคยเป็นอาจารย์สอนพ่อครัวในโรงเตี๊ยมชื่อดัง ทั้งยังเคยไปเป็นนักเลงในบ่อนพนันที่ใหญ่ที่สุดทางใต้ กินข้าวร้อยบ้าน สวมเสื้อผ้าร้อยบ้าน มองเห็นสารพัดสารพันของผู้คนในโลก จิตใจย่อมแตกต่างไปจากเมื่อครั้งที่หนีออกมาจากเมืองหลวงนานแล้ว
บัดนี้เขาเพียงอยากมีชีวิตอยู่ มีชีวิตอยู่เพื่อตนเอง
แม้ยังไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร แต่ทุกวันที่เขามีชีวิตอยู่เพื่อตนเองในตอนนี้ล้วนมีความหมายยิ่งนัก
ฉินเหยาฟังเรื่องราวของอาวั่งจบก็ตะลึงงันไปเนิ่นนานถึงดึงสติที่ล่องลอยไปไกลกลับคืนมาได้
อันที่จริงนางกับอาวั่งก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก เพียงแค่อยากมีชีวิตที่ดีในแต่ละวันเพื่อตนเองเท่านั้น
ฉินเหยาถาม “หากเจ้าชักนำปัญหาเข้ามาแล้วพวกชาวบ้านจะทำอย่างไร”
“แล้วก็ คนเหล่านั้นที่เจ้าเคยพบเจอก่อนหน้านี้ ทุกคนเจ้าล้วนต้องบอกฐานะที่แท้จริงของเจ้าแก่พวกเขารึ”
อาวั่งส่ายหน้า “ท่านกับพวกเขาไม่เหมือนกัน ข้าบอกเพียงแค่ฮูหยินเท่านั้น”
เขายังกล่าวเสริมอีกว่า “พวกเขาดำเนินการอย่างเงียบเชียบมาก จะตามหาเพียงแค่ข้าเท่านั้น ชาวบ้านจะไม่เป็นไร”
“แต่บ้านข้าย่อมต้องเป็นแน่!” ฉินเหยากล่าวอย่างเคร่งขรึม
อาวั่งก้มหน้าลง “ขออภัยฮูหยิน หากท่านไม่ต้องการให้ข้าน้อยอยู่ที่นี่ ข้าน้อยจะไปเดี๋ยวนี้ คำพูดเหล่านั้นเมื่อครู่ ฮูหยินก็ถือเสียว่าไม่เคยได้ยินแล้วกัน”
กล่าวจบก็ลุกขึ้นวิ่งหนีไปทันที!
นายท่านใหญ่ผู้หล่อเหลาองอาจเจ้าสำราญของเขาเคยกล่าวไว้ว่า ฉินเหยาผู้นี้มีนิสัยประหลาด สิ่งใดที่เป็นภัยต่อนางย่อมต้องกำจัดทิ้งเสียแต่เนิ่นๆ!
แววตาฉินเหยาพลันเย็นชาลงในทันใด นางพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วแล้วยื่นมือออกไปคว้า กดไหล่ซ้ายของเขาไว้
อาวั่งตกใจ เอี้ยวตัวดิ้นรนพลางเกลี้ยกล่อม “ฉินเหนียงจื่อ สังหารข้าไปก็ไม่มีประโยชน์อันใดต่อท่าน”
เพียงชั่วเวลาที่พูดประโยคสั้นๆ คนทั้งสองคนก็ปะทะกันไปหลายสิบกระบวนท่าแล้ว ในใจของอาวั่งรู้สึกตกตะลึงเล็กน้อย
เขารู้อยู่แล้วว่านางแข็งแกร่ง แต่ไม่คิดว่าจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ แรงกดดันที่ได้รับจากนางแข็งแกร่งกว่ายอดฝีมืออันดับหนึ่งข้างกายฮองเฮาหลายเท่าตัวนัก!
ยิ่งตกตะลึงกับการควบคุมพลังของนาง เดี๋ยวแข็งแกร่งเดี๋ยวอ่อนแรง ลื่นไหลดั่งปลาในน้ำทำให้เขาไม่อาจหลุดพ้นไปได้
ฉินเหยาเคยทดสอบอาวั่งหลายครั้งแล้วเมื่อตอนกลางวัน แต่คนของหวังหม่าอู่อ่อนแอเกินไปจึงไม่มีโอกาสให้อาวั่งได้ลงมือเลย
บัดนี้พอลงมือทดสอบก็พบว่าคนผู้นี้มีวรยุทธ์ยอดเยี่ยม ทุกกระบวนท่ามีแบบแผนในตัว อีกทั้งทุกท่วงท่ายังเฉียบขาดไม่มีสิ่งใดที่เกินจำเป็น ฉับพลันนั้นนางก็ล้มเลิกความคิดที่จะสังหารเขาทิ้ง
เก็บไว้เป็นอาจารย์สอนวรยุทธ์ให้เด็กๆ นั้นพอได้อยู่ อีกทั้งตอนนี้ที่บ้านก็ขาดคนงานอยู่จริงๆ
“ผู้ใดบอกว่าข้าจะสังหารเจ้า หลิวจี้นำเจ้ากลับมา เจ้าก็คือคนของบ้านข้า เมื่อครู่เพียงแค่อยากเรียกเจ้ากลับมาเท่านั้น เจ้าจะวิ่งหนีทำไม!” ฉินเหยาพูดปดตาใส
แต่กลับได้ผลกับอาวั่ง การโจมตีหยุดชะงัก ไม่ทันระวังตัวก็ถูกฉินเหยาใช้ท่าไท่ซานทับยอดกดลงกับพื้น บนพื้นพลันปรากฏหลุมขนาดใหญ่เป็นรูปคนขึ้นมาทันที
ฝุ่นควันฟุ้งกระจาย เกือบทำให้ฉินเหยาสำลักเสียเอง
ใบหน้าที่บิดเบี้ยวเพราะถูกกดทับของอาวั่งตกตะลึงจนไร้ซึ่งสีหน้าใดๆ เขาตะลึงค้างไปแล้ว
ด้านหลังมีเสียง ‘เอี๊ยด’ ดังขึ้นคราหนึ่ง
ประตูห้องเปิดออก หลิวจี้เดินกะโผลกกะเผลกเกาะผนังออกมา ยืนอยู่ข้างประตู ขยี้ตา คิดว่าตนเองตาฝาดจึงขยี้อีกครั้งแล้วสูดลมหายใจเย็นเยียบ!
“…นี่พวกเจ้ากำลังทำอะไรกัน?” เดิมทีเขาคิดจะซักถาม พอเอ่ยปากกลับกลายเป็นคำถามแผ่วเบาไร้ซึ่งอำนาจ
ฉินเหยากำชับอาวั่งไม่ให้วิ่งหนีอีก ปัดมือแล้วลุกขึ้นยืน ก่อนจะตอบกลับอย่างใจเย็น “มิใช่กงการอันใดของเจ้า”
แล้วก็หันกายกลับเข้าห้องไปอย่างสง่างาม นอนแล้ว
อาวั่งคลานลุกขึ้นจากพื้นด้วยใจสั่นระรัว ปัดฝุ่นบนตัวออกจนสะอาดแล้วเดินเข้ามาหาหลิวจี้ ถามอย่างนอบน้อมว่า “นายท่านจะไปส้วมรึขอรับ ให้ข้าน้อยแบกท่านไปเถิด”
มองใบหน้าที่ดูมอมแมมธรรมดาสามัญจนโยนเข้าไปในฝูงคนก็หาไม่เจอของอาวั่ง หลิวจี้ก็แค่นเสียงหึคราหนึ่ง ความสงสัยพลันมลายหายสิ้นในทันที
สตรีร้ายกาจไม่เลือกเขาแล้วจะไปเลือกชายอัปลักษณ์หรือไร
แต่ระหว่างทางไปส้วมก็อดไม่ได้ที่จะถามย้ำๆ ว่า “หกล้มจริงๆ รึ”
อาวั่งตอบด้วยสีหน้าจริงจัง “หน้าประตูมีหลุมอยู่ ข้าน้อยไม่ทันสังเกตขอรับ”
“มีหลุมรึ” หลิวจี้ตั้งใจว่าวันรุ่งขึ้นฟ้าสางจะรีบไปดูทันที
ผลคือ พอเช้าตรู่ก็ได้ยินเสียงร้อง “โอ๊ย” ดังติดต่อกันมาจากซานหลางและซื่อเหนียง
“ท่านแม่!” ซื่อเหนียงจูงซานหลางคลานออกมาจากหลุม พลางนวดหัวเข่าของตนเองอย่างน้อยใจ เอ่ยฟ้องแก้มป่อง “ตรงหน้าประตูมีหลุมใหญ่มากอยู่!”
หลิวจี้ถูกปลุกจนตื่น เมื่อได้ยินดังนั้นก็รีบพุ่งออกจากห้องมาดู มีหลุมลึกครึ่งนิ้วอยู่จริงๆ ทั้งยังเป็นรูปคนด้วย?
“อาวั่ง!” หลิวจี้ตะโกนสุดเสียง “ไปขุดดินที่หลังเขามาถมหลุมซะ!”
พอได้ยินอาวั่งขานรับก็พรวดพราดไปที่หน้าประตูห้องฉินเหยาคิดจะถามอะไรบางอย่าง
แต่พออ้าปากก็รีบเอามือขึ้นปิดปากตนเองในทันที
เพราะเขานึกถึงประโยคหนึ่งขึ้นมาได้ ยิ่งรู้มากยิ่งตายเร็ว!
ดังนั้น กลับไปนอนต่อในห้องดีกว่า ตอนนี้เขายังเป็นผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บนะ~ (ทำหน้าภูมิใจ)