ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว - ตอนที่ 306 ความโง่เขลาอันใสซื่อ
ตอนที่ 306 ความโง่เขลาอันใสซื่อ
………………..
ไป๋ซั่นตามฉินเหยาไปยังแปลงแตงด้วยความยินดี
ฉินเหยาชูมือวาดเป็นวงกลม “ทั้งหมดนี้ท่านสามารถเก็บไปได้เลย”
ไป๋ซั่นประหลาดใจ ถามนางว่าวาดตกหล่นไปหรือไม่ นี่เพียงแค่วาดแตงหนึ่งหมู่ให้เขาแล้วอีกหนึ่งหมู่เล่า
ฉินเหยาโบกนิ้วไปมา “พวกนี้ข้าจะเก็บไว้กินเอง”
ไป๋ซั่นมองนางอย่างสงสัย “ฉินเหนียงจื่อ ตอนนี้เจ้าดูไม่เหมือนคนที่ขาดแคลนของกินเลยนะ”
“ไม่ ท่านดูผิดแล้ว ข้านี่แหละขาดแคลนของกิน” ฉินเหยาเอ่ยแก้ไขอย่างจริงจังยิ่ง
ไป๋ซั่นจนปัญญา “เช่นนั้นพรุ่งนี้เช้าข้าจะให้คนมาขนแตงเหล่านี้ไป พวกเราชั่งกันตรงนี้ จ่ายเงินกันตรงนี้เลย”
ฉินเหยาตอบอย่างรวดเร็วว่า “ได้”
จากนั้นก็ตะโกนไปด้านหลังเสียงดังว่า “อาวั่ง!”
“ฮูหยิน” อาวั่งปรากฏตัวทันที สองมือประคองกล่องเครื่องเขียนที่ผลิตจากโรงงานเครื่องเขียนขึ้นมากล่องหนึ่ง
ฉินเหยมองไป๋ซั่นที่มองมาโดยไม่รู้ตัว รีบเอ่ยชมเขาทันทีว่าตาถึงพลางยัดกล่องเครื่องเขียนใส่อ้อมอกเขาแล้วให้เขาลองสัมผัสถึงความยอดเยี่ยมของกล่องเครื่องเขียนนี้ดู
“เถ้าแก่ไป๋ ท่านดูสิ กล่องใบนี้ รูปทรงมีเอกลักษณ์สง่างาม การจัดวางด้านในก็มีความพิถีพิถัน จัดรูปแบบตามแก่นแท้จิตวิญญาณของเต๋า ชูจุดเด่นเรื่องตามใจปรารถนา พู่กันและหมึกอยากวางอย่างไรก็วางเช่นนั้น พอปิดตัวขัดลง ไม่ว่าจะเขย่าสั่นสะเทือนเพียงใด เมื่อเปิดอีกครั้ง ของในกล่องก็ยังคงอยู่ในสภาพเดิม…”
ไป๋ซั่นพลิกกล่องไม้เล็กๆ ที่เรียกว่ากล่องเครื่องเขียนนี้ไปมา ฟังคำแนะนำของฉินเหยาแล้วค่อยๆ รู้สึกสนใจขึ้นมา
แต่ถึงแม้จะหวั่นไหว ในใจก็ยังคงต่อรองราคาตามสัญชาตญาณ “ของชิ้นนี้เป็นของที่แปลกใหม่ดี เพียงแต่ไม่รู้ว่าเหล่าบัณฑิตจะชอบหรือไม่”
“ไม่เป็นไร!” ฉินเหยาผลักกล่องเครื่องเขียนเข้าไปในอ้อมอกเขาอย่างใจกว้าง “เถ้าแก่ไป๋ ท่านสามารถรับสินค้าไปลองก่อนได้หนึ่งชุด อาศัยความสัมพันธ์ของพวกเราสองคน ข้าตัดสินใจได้ว่าให้ท่านขายก่อนแล้วค่อยชำระเงินทีหลัง!”
“จริงหรือ” ไป๋ซั่นถามอย่างประหลาดใจและยินดี
ฉินเหยาให้เขาตามตนเองไปที่โรงงานหนึ่งรอบ นางจะรีบเขียนสัญญาให้เขาเดี๋ยวนี้!
“ข้าวางใจในตัวท่าน ท่านยังไม่วางใจในตัวข้าอีกหรือ” ฉินเหยาเป่าหมึกที่ยังไม่แห้งบนกระดาษพลางขยิบตาอย่างเป็นมิตรให้ไป๋ซั่นซึ่งตกใจที่ได้รับความไว้วางใจอย่างคาดไม่ถึง
“อย่างไรเสีย หากขายไม่ได้ท่านก็ส่งคืนกลับมาให้ข้าก็พอ หากขายได้นั่นย่อมเป็นเรื่องที่ทุกคนยินดี”
ไป๋ซั่นรับสัญญาที่นางยื่นมาด้วยมือสั่นเทา ตอนที่ไปยังคลังสินค้าเพื่อรับของ เขาก็อดไม่ได้ที่จะถามขึ้นอีกครั้ง
“หากข้าไม่ช่วยเจ้าขายกล่องเครื่องเขียนนี้ เจ้าจะไม่ขายแตงเย็นให้ข้าใช่หรือไม่”
ฉินเหยาหัวเราะเสียงดัง “จะเป็นไปได้อย่างไร!”
ในใจพลันคิดว่าคงต้องพิจารณาความสัมพันธ์ของเราเสียหน่อยแล้วจริงๆ
ไป๋ซั่นลูบอกเบาๆ เช่นนั้นก็ดี เช่นนั้นก็ดี
ฉินเหยาพลันนึกถึงเรื่องสำคัญขึ้นมาเรื่องหนึ่ง “จริงสิ วิธีขนส่งแตงเย็นพวกท่านรู้หรือไม่ หากแตงแตกกลางทางข้าไม่ชดใช้ให้นะ”
ไป๋ซั่นส่งสายตาให้นางวางใจ เขามาก็เพื่อแตงเย็นนี้ รายละเอียดเหล่านี้จึงสืบมาอย่างชัดเจนนานแล้ว
“ข่าวสารของท่านช่างว่องไวนัก” ฉินเหยากล่าวยิ้มๆ
ไป๋ซั่นเองก็ไม่ได้ปิดบังนาง “เมื่อวานยามเย็นบังเอิญผ่านเมืองจินสือก็ได้ยินข่าวเรื่องแตงเย็นแล้ว เช้านี้ข้าเพิ่งตื่นก็เห็นคนส่งแตงเย็นมาให้นักเรียนที่สำนักศึกษาในอำเภอ พอถามดูถึงได้รู้ว่าช่างบังเอิญยิ่งนัก เป็นเจ้าฉินเหนียงจื่ออีกแล้ว”
ถึงคลังสินค้าแล้ว ฉินเหยาแย้มยิ้มเล็กน้อยแล้วผลักประตูเปิดออก กล่องเครื่องเขียนที่กองสูงเป็นภูเขาลูกย่อมๆ ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าคนทั้งสอง
ไป๋ซั่นกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว นี่มันมากเกินไปแล้ว!
ฉินเหยาคิดในใจ ข้าเองก็คาดไม่ถึงว่าช่างไม้หลิวและคนงานก่อนหน้านี้จะทำกล่องเครื่องเขียนจำนวนมากขนาดนี้อย่างเงียบๆ
แน่นอนว่า ในจำนวนนี้กว่าครึ่งเป็นผลงานฝึกมือของคนงานที่ฝึกอบรมเพื่อเริ่มงาน
ฉินเหยาแสร้งทำทีสบายๆ “จริงๆ แล้วก็ไม่มากเท่าใดนัก แค่กล่องเครื่องเขียนห้าหกร้อยกล่อง ด้วยความสามารถของท่านเถ้าแก่ไป๋ คงไม่มีแรงกดดันเลยกระมัง”
“ไม่ ข้ามีแรงกดดัน มีแรงกดดันมากด้วย” ไป๋ซั่นกล่าวอย่างจริงจังยิ่ง สีหน้าและน้ำเสียงนี้ช่างเหมือนกับตอนที่ฉินเหยาบอกว่านางต้องการแตงเย็นไม่มีผิดเพี้ยน
แต่หากเป็นขายก่อนชำระเงินทีหลัง เขาก็ลองดูได้
“วันนี้ไม่ได้พาคนมาด้วย ตัวรถม้าใส่ได้ไม่มาก ให้ข้าก่อนห้าสิบกล่องเถิด”
ฉินเหยาตบบ่าเขาอย่างขอบคุณ ก่อนออกไปข้างนอกให้อาวั่งไปเรียกสารถีของไป๋ซั่นเข้ามา ส่วนตนเองเข้าไปในคลังสินค้าเลือกกล่องเครื่องเขียนห้าสิบกล่องด้วยตัวเอง
ลายสี่วิญญูชนอย่าง เหมย กล้วยไม้ ไผ่ เบญจมาศ อย่างละสิบกล่อง ยังมีลายทิวทัศน์อีกสิบกล่อง
ลวดลายเหล่านี้ล้วนเป็นช่างไม้หลิวที่วาดขึ้นเอง จากนั้นทำเป็นแม่พิมพ์ทาบ พิมพ์สีแล้วประทับลงบนหน้ากล่องโดยตรง
ไม่ได้มีรูปแบบศิลปะที่โดดเด่นนัก แต่ก็ใช้ความตั้งใจเพื่อให้สอดคล้องกับความชอบของเหล่าบัณฑิต
เมื่อบรรจุกล่องเครื่องเขียนเสร็จ ไป๋ซั่นก็ให้สารถีเร่งความเร็วขับออกจากหมู่บ้านตระกูลหลิวไปราวกับหนีตาย
อาวั่งยืนอยู่ด้านหลังฉินเหยา กล่าวความจริงออกมาว่า “ฮูหยิน ไฉนท่านไม่เอามีดจ่อคอเขาไปตรงๆ ให้เขาเอากล่องเครื่องเขียนที่ค้างในคลังเหล่านี้ไปให้หมดเล่า”
มุมปากของฉินเหยากระตุกเล็กน้อย หันกลับมา มองความโง่เขลาอันใสซื่อที่ฉายออกมาในดวงตาของอาวั่งแล้วกล่าวสอนว่า
“การค้าไม่เหมือนการฆ่าคนของเจ้าที่ง่ายดายถึงเพียงนั้น เรียนรู้ไว้ให้ดีเถิด มันซับซ้อนนัก!”
อาวั่งร้องอ้อเสียงหนึ่ง เกาศีรษะ ไม่เข้าใจ แต่ก็พยายามทำความเข้าใจ
ไป๋ซั่นบอกว่าจะมาในเช้าวันรุ่งขึ้น แต่ประตูใหญ่บ้านฉินเหยากลับถูกเคาะตั้งแต่ยามรุ่งสาง
เด็กๆ ที่ต้องไปสำนักศึกษายังไม่ตื่นนอนเลยด้วยซ้ำ อาวั่งต้องลุกขึ้นมาเปิดประตู ใบหน้าที่ไร้อารมณ์อยู่เสมอก็เกือบจะรักษาเอาไว้ไม่อยู่
ไป๋ซั่นขยี้ตาตนเอง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะง่วงจนตาพร่าหรืออย่างไร เขาถึงกับมองเห็นรังสีฆ่าฟันในดวงตาของคนรับใช้บ้านฉินเหยาผู้นี้
เขาเองก็ไม่อยากมาเช้าเช่นนี้ แต่เพราะผลไม้…ของสิ่งนี้ต้องรีบชิงเอาความสดใหม่ มาเช้าครึ่งวันกับมาสายครึ่งวัน ราคาก็ไม่เหมือนกันแล้ว
ฉินเหยาเข้าใจว่าทุกคนทำการค้าล้วนไม่ง่ายจึงสั่งอาวั่งให้ไปปลุกเด็กๆ ให้ตื่นนอนเตรียมตัวไปสำนักศึกษาแล้วคว้าเคียว มุ่งหน้าไปยังแปลงแตง
เมื่อวานนับดูคร่าวๆ แล้วว่ามีแตงประมาณเท่าใด ไป๋ซั่นเรียกรถม้ามาสามคัน บรรจุคันละยี่สิบกว่าลูกจึงบรรจุได้หมดพอดี
บนรถม้ายังได้นำฟางข้าวมามากมายด้วย ทุกครั้งที่วางแตงหนึ่งลูกก็จะใช้ฟางข้าวรองไว้
ที่บ้านฉินเหยาไม่มีตาชั่งใหญ่จึงต้องไปยืมตาชั่งที่เรือนเก่ามาชั่งน้ำหนัก
การกระทำนี้ดึงดูดผู้คนที่เพิ่งตื่นนอนในเรือนเก่าให้มาด้วย ระหว่างทางก็มีชาวบ้านที่ตื่นเช้าอีกหลายคนมาเข้าร่วม ไม่ทันรู้ตัวข้างแปลงแตงบ้านฉินเหยาก็มีคนมายืนออเต็มไปหมดแล้ว
น้ำหนักรวมแปดร้อยห้าสิบหกจิน หนึ่งจินราคาสามสิบเหวิน รวมทั้งสิ้นก็เป็นเงินยี่สิบห้าตำลึงกับอีกห้าเฉียน
ไป๋ซั่นจ่ายเงินให้ฉินเหยา ณ ที่ตรงนั้น ชาวบ้านที่มามุงดูต่างก็ตกตะลึงและอิจฉา คาดไม่ถึงว่าแตงเย็นจะมีค่ามากถึงเพียงนี้
รอจนพวกของไป๋ซั่นจากไปแล้ว ทุกคนก็กรูกันเข้ามาถามฉินเหยาว่าขายเมล็ดแตงหรือไม่ พวกเขาเองก็อยากปลูกแตงเย็นเช่นกัน
ฉินเหยามองแตงเย็นกว่าครึ่งหมู่ด้านหลังตนเอง การเก็บเมล็ดพันธุ์นั้นย่อมเพียงพอแน่นอนจึงบอกชาวบ้านว่าให้มาหานางอีกครั้งในต้นฤดูใบไม้ผลิปีหน้า หากมีเหลือก็สามารถแบ่งให้พวกเขาได้บ้าง
ชาวบ้านรีบกล่าวขอบคุณ จากนั้นจึงแยกย้ายไปด้วยความพึงพอใจ
ฉินเหยาเลือกแตงสองลูกยื่นให้นางเหอและนางชิวที่ตามมาด้วย ให้พวกนางนำกลับไปกินที่บ้าน
ก่อนหน้านี้ไม่รู้ว่าแตงนี้แพง กินไปแล้วก็แล้วไป แต่วันนี้รู้ราคาของแตงเย็นแล้ว นางเหอกลับรู้สึกเกรงใจขึ้นมา ปฏิเสธว่าไม่ต้องการ อย่างไรเสียผู้ใหญ่ก็ไม่ชอบกินของพวกนี้ หากเด็กๆ อยากกินก็ให้พวกเขามาขอกินที่บ้านฉินเหยาสองสามคำก็พอ
ฉินเหยามองท่าทางอึดอัดของนางเหอที่เห็นได้ชัดว่าอยากรับแต่ก็เกรงใจจนไม่กล้ารับก็อดขำไม่ได้ กล่าวว่า
“พวกท่านคิดว่าข้าเก็บแตงกว่าครึ่งหมู่นี้ไว้ไม่ขายเพื่ออะไรเล่า ก็เพื่อให้คนในครอบครัวพวกเราได้กินกันอย่างจุใจนั่นแหละ รับไปเถิด! จำไว้ว่าให้เก็บเมล็ดไว้ ปีหน้าจะได้ใช้เพาะปลูก”
พี่สะใภ้ทั้งสองจึงได้รับแตงเย็นลูกใหญ่สองลูกแล้วยิ้มแย้มกลับบ้านไป ประเดี๋ยวเก็บข้าวของเสร็จก็ต้องไปทำงานแล้ว