ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว - ตอนที่ 344 จะต้องสอบชิงตำแหน่งขุนนางให้ได้
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว
- ตอนที่ 344 จะต้องสอบชิงตำแหน่งขุนนางให้ได้
ตอนที่ 344 จะต้องสอบชิงตำแหน่งขุนนางให้ได้
เมื่อฉินเหยามาส่งภรรยาของติงซิ่วไฉถึงบ้าน ทางด้านสำนักศึกษาของตระกูลก็เลิกเรียนพอดี หลังจากรับเด็กๆ แล้ว แม่ลูกทั้งห้าคนก็เดินทางกลับบ้านพร้อมกัน
“ท่านแม่ ท่านถืออะไรอยู่หรือเจ้าคะ” ซื่อเหนียงขยับเข้ามาใกล้อย่างสงสัย นิ้วเล็กๆ จิ้มหีบไม้บนตักของฉินเหยา คิดว่าอาจจะเป็นขนมอะไรสักอย่างจึงก้มหน้าลงย่นจมูกดมกลิ่น
ฉินเหยาหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก เชยคางเล็กๆ นั้นขึ้นแล้วบีบแก้มยุ้ยๆ เบาๆ “วันนี้อาหารกลางวันกินไม่อิ่มหรือ ถึงได้ตะกละถึงเพียงนี้”
ซื่อเหนียงถูกท่านแม่บีบแก้มอยู่จึงพูดเสียงอู้อี้ว่า “ข้าได้กลิ่นหอมมากเลยเจ้าค่ะ~”
ฉินเหยาคิดในใจ นี่คือโฉนดที่ดิน จะไม่หอมได้อย่างไร?
พลางล้วงเอาขนมดอกกุ้ยฮวาที่ซื้อมาจากอำเภอออกมา ต้าหลางและน้องชายอีกสองคนก็กรูกันเข้ามาล้อมรอบในทันที พวกเขาได้ขนมกันไปคนละชิ้น ซานหลางยังไม่ลืมที่จะป้อนน้องสาวที่กำลังถูกบีบแก้มอยู่ชิ้นหนึ่งพลางหัวเราะอย่างเซ่อซ่า
เห็นฉินเหยาบีบแก้มซื่อเหนียงดูน่าสนุกก็อยากจะบีบเล่นบ้าง แต่ก็ถูกต้าหลางตบมือออก “เจ้าลงมือไม่รู้หนักเบา อย่าบีบเล่นมั่วซั่ว”
ซานหลาง “อ้อ”
ขนมหวานๆ ละลายอยู่ในปาก กลิ่นหอมอบอวลของดอกกุ้ยฮวาลอยวนอยู่ที่ปลายจมูก ในที่สุดซื่อเหนียงก็รู้แล้วว่าที่หอมนั้นคือขนม มิใช่หีบไม้
ฉินเหยาคลายมือออกจากแก้มเล็กๆ เนียนลื่นของบุตรสาวอย่างเสียดายพลางเปิดหีบไม้ที่เด็กๆ สงสัยออก นำโฉนดที่ดินและโฉนดที่นาออกมา ชี้ไปทางด้านนอก “เห็นที่ดินว่างเปล่าผืนนั้นหรือไม่”
สี่พี่น้องรีบชะโงกหน้าออกไปดู เอ้อร์หลางหันกลับมาถาม “ใช่ผืนที่มีธงปักอยู่หรือไม่ขอรับ”
ฉินเหยายิ้มพลางพยักหน้า กล่าวว่า “ต่อไปก็เป็นของบ้านเราแล้ว”
สี่พี่น้องชะงักไป พวกเขาสบตากันแล้วชะโงกหน้าออกไปดูอีกครั้งอย่างไม่อยากจะเชื่อ จากนั้นจึงพร้อมใจกันหันขวับกลับมามองฉินเหยา ถามอย่างตื่นเต้นเป็นเสียงเดียวกัน “จริงหรือขอรับ/เจ้าคะ”
“พวกเจ้าว่าอย่างไรเล่า” ฉินเหยาโบกโฉนดที่ดินในมือไปมา “มานี่ ข้าจะสอนพวกเจ้าให้รู้จักโฉนดที่ดินและโฉนดที่นา อย่าเห็นว่าเหมือนกันไปเสียหมด แต่ในรายละเอียดนั้นแตกต่างกันมาก”
เอ้อร์หลางสงสัยเรื่องนี้มากที่สุด เขาจึงรีบถามต่อ “ซื้อที่ดินจ่ายเงินแล้ว ยังไม่จบอีกหรือขอรับ”
ฉินเหยาพยักหน้า “ยังไม่จบ ยังมีขั้นตอนอีกมากมายที่ต้องดำเนินการ มิเช่นนั้นทางการจะทราบได้อย่างไรว่าที่ดินผืนนี้เปลี่ยนจากเจ้าของเดิมมาเป็นของเจ้าแล้ว ต่อไปพวกเราจะปล่อยเช่าที่ดิน จะเอาอะไรไปยืนยันกับผู้เช่าเล่า”
ขั้นตอนและช่องทางเหล่านี้ วันนี้ฉินเหยาได้ประสบมาด้วยตนเองแล้ว ตอนนี้จึงถือโอกาสอธิบายให้สี่พี่น้องฟัง
แน่นอนว่า ส่วนใหญ่อธิบายให้ต้าหลางและเอ้อร์หลางฟัง ส่วนฝาแฝดนั้นจ้องมองขนมดอกกุ้ยฮวาแล้วใจลอยไปไหนต่อไหนก็ไม่รู้
ทั้งสองคนอายุยังน้อยเกินไป ฉินเหยาไม่คาดหวังว่าพวกเขาจะจดจำสิ่งเหล่านี้ได้ในทันทีจึงไม่ได้ใส่ใจว่าพวกเขาจะตั้งใจฟังหรือไม่
แต่ต้าหลางและเอ้อร์หลางจะต้องตั้งใจฟัง เรียนรู้ขั้นตอนการดำเนินการต่างๆ ให้มากขึ้น ต่อไปภายหน้าหากมีเรื่องอันใดเกิดขึ้นจะได้รู้เท่าทัน จะได้ไม่ลนลาน
หากเป็นคำถามที่สำคัญ ฉินเหยาไม่เคยบอกกับสี่พี่น้องว่ารอให้พวกเจ้าโตขึ้นก็จะรู้เอง แต่จะตอบทุกคำถามเสมอ
จนกระทั่งบัดนี้ เด็กบ้านอื่นยังคงเล่นดินเล่นโคลนหัวเราะคิกคักอยู่ในทุ่งนา แต่สี่พี่น้องกลับรู้แล้วว่าที่นาของบ้านต้องจ้างคนงานชั่วคราวกี่คน เสียค่าจ้างเท่าใด ที่นาหนึ่งหมู่จะให้ผลผลิตข้าวสารได้เท่าใด และต้องเสียภาษีข้าวเท่าใด
ก่อนหน้านี้หลังจากเสียภาษีบุรุษฉกรรจ์แล้ว ต้าหลางก็หาโอกาสสอบถามอาจารย์ว่าสตรีจำเป็นต้องเสียภาษีบุรุษฉกรรจ์หรือไม่ เพื่อจะได้สะดวกให้สี่พี่น้องแบ่งเงินค่าขนมกัน
เมื่อทราบว่าเด็กหญิงไม่นับเป็นพลเมือง ไม่จำเป็นต้องเสียภาษีบุรุษฉกรรจ์ ต้าหลางก็ให้เอ้อร์หลางแยกเงินค่าขนมของซื่อเหนียงออกมาต่างหาก จะได้ไม่เผลอใช้เงินของน้องสาว
และเพราะครั้งนี้ต้าหลางเป็นฝ่ายเข้าไปถามคำถามอาจารย์เอง เขาผู้ซึ่งไม่เคยมีตัวตนมาโดยตลอด บัดนี้จึงมักจะได้รับการดูแลเป็นพิเศษจากอาจารย์ในห้องเรียนอยู่เสมอ นั่นคือ…ถูกเรียกให้ลุกขึ้นตอบคำถาม
สำหรับต้าหลางแล้ว นี่ช่างเป็นการทรมานที่แสนหวานเสียจริง
กลับมาพูดถึงเรื่องเดิม ที่บ้านจู่ๆ ก็มีที่นาเพิ่มขึ้นมาผืนใหญ่ หลิวจี้ตกใจจนนอนไม่หลับทั้งคืน
ตลอดทั้งคืนนั้น ในหัวของเขามีสองเสียงกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด
เสียงหนึ่งกล่าวว่า ตอนนี้ที่บ้านก็มีที่นาแล้ว ยังจะต้องลำบากอ่านตำราสอบเข้ารับราชการอีกหรือ นอนเกาะสตรีกินก็พอแล้วนี่!
อีกเสียงหนึ่งกล่าวว่า เจ้าโง่ไปแล้วรึ นั่นเป็นที่ดินที่สตรีใจร้ายซื้อมา มิใช่ของเจ้าเองเสียหน่อย
เสียงหนึ่งกล่าวว่า แต่ที่ดินผืนนั้นก็ยังจดทะเบียนในชื่อที่เจ้าเป็นเจ้าของบ้านนะ? เจ้าเป็นเจ้าบ้าน ทางการก็จะนับแต่เจ้า
อีกเสียงหนึ่งก็กล่าวว่า สตรีใจร้ายอยากจะเป็นแม่ม่ายมาตั้งนานแล้ว เจ้าจงรอบคอบ!
ภาพอันน่าสยดสยองที่ฉินเหยาเงื้อดาบฟันลงมา ศีรษะของโจรภูเขาก็ขาดกระเด็นหลุดออกจากบ่าปรากฏขึ้นในห้วงความคิด หลิวจี้พลันสะดุ้งสุดตัวลุกพรวดขึ้นทันที
กงเหลียงเหลียวที่นอนอยู่บนเตียงยังหลับไม่สนิทดีจึงถูกเขาปลุกจนตื่น เขากระแอมออกมาเสียงหนึ่งอย่างไม่พอใจ หลิวจี้จึงรีบกลั้นหายใจไม่กล้าส่งเสียง จนกระทั่งเสียงกรนเบาๆ ดังมาจากบนเตียง เขาจึงค่อยๆ ผ่อนลมหายใจที่กลั้นไว้ออกมา
สอบเข้ารับราชการ จะต้องสอบเข้ารับราชการให้ได้
ตอนนี้ที่บ้านมิใช่มีที่ดินแค่สิบหมู่แล้ว นั่นมันตั้งหนึ่งร้อยหมู่! ในแต่ละปีแค่ภาษีที่ต้องจ่ายก็ไม่รู้เท่าใดแล้ว
หากสามารถลดหย่อนภาษีอากรและแรงงานเกณฑ์ได้ย่อมเป็นผลดีต่อเขา ต่อครอบครัวนี้
หากครอบครัวดีขึ้น สตรีใจร้ายก็จะต้องดีใจแน่
พอนางอารมณ์ดีก็จะมีเศษเนื้อหลุดรอดจากง่ามนิ้วนางมาบ้าง เขาก็มิใช่ว่าจะพลอยสุขสบายไปด้วยหรอกหรือ
พอคิดตกแล้ว หลิวจี้ก็พลันรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ล้มตัวลงนอนเตรียมจะหลับฝันดีสักตื่น พรุ่งนี้จะได้มีกำลังวังชาเต็มเปี่ยมไปเปลี่ยนแปลงข้อมูลบนทะเบียนบ้านที่อำเภอเป็นเพื่อนฉินเหยา
“ซานเอ๋อร์”
จู่ๆ ก็มีเสียงเรียกดังมาจากบนเตียง กงเหลียงเหลียวตบๆ ที่ขอบเตียง
เนื่องจากฉินเหยาต้องการเฉลิมฉลองที่ที่บ้านมีที่ดินเพิ่มขึ้น ช่วงมื้อเย็นวันนี้จึงนำสุราออกมาคารวะกงเหลียงเหลียวหลายจอก
สุราที่ชาวบ้านหมักเองนั้นฤทธิ์ไม่แรงเท่าใด ทั้งยังหวานแปลกๆ เขาที่เปรี้ยวปากจึงอดไม่ไหวดื่มเพิ่มไปอีกครึ่งกา
บัดนี้ฤทธิ์สุราแล่นผ่านอวัยวะภายในทั้งห้าแล้ว ต้องการขับถ่ายอย่างเร่งด่วน
หลิวจี้ถอนหายใจอย่างเศร้าสร้อย ยอมรับชะตากรรมลุกขึ้นจากพื้น แบกท่านผู้เฒ่าขึ้นหลัง พาเขาไปยังห้องน้ำเพื่อจัดการธุระสำคัญ
ศิษย์อาจารย์ทั้งสองวุ่นวายกันอยู่ครู่หนึ่งจึงกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง หลังจัดแจงให้กงเหลียงเหลียวนอนเรียบร้อยแล้ว หลิวจี้จึงค่อยล้มตัวลงนอนอีกครั้ง พอหลับตาลงได้ก็ผล็อยหลับไปในทันที
มุมปากของกงเหลียงเหลียวยกสูงขึ้น ฟังเสียงนกร้องแว่วๆ มาจากป่าเขานอกบ้าน ในใจพลันรู้สึกปลดปลงอยู่บ้าง
เขาต่อสู้มาทั้งชีวิต เคยรุ่งโรจน์ เคยตกอับ สุดท้ายก็เข้าไปพัวพันกับการต่อสู้แย่งชิงอำนาจจนต้องลงเอยด้วยการพิการขาทั้งสองข้าง ไม่คาดคิดเลยว่าในบั้นปลายชีวิตกลับยังได้รับศิษย์คนหนึ่ง นอนอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ อันสงบสุขแห่งนี้ หลับใหลอย่างสบายใจ
กงเหลียงเหลียวรำพึงในใจเงียบๆ สองสามคำว่า “น่าประหลาด น่าประหลาด” ครู่ต่อมาก็หลับตาลงแล้วผล็อยหลับไป
ฟ้ายังไม่สาง ในลานบ้านก็มีเสียงอาวั่งตื่นขึ้นมาทำงานแล้ว นี่ราวกับเป็นนาฬิกาปลุกที่ตรงเวลาของบ้าน ไม่นานหลิวจี้และเอ้อร์หลางเองก็ตื่นขึ้นเช่นกัน พวกเขาสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วถือตำรามายังห้องโถง
สองเจ้าพ่อแห่งการเรียนเหลือบมองหน้ากันแวบหนึ่ง ไม่มีผู้ใดยอมแพ้ พวกเขาแค่นเสียงใส่กันคนละที ต่างคนต่างหามุมของตนเอง จุดเทียนบนเชิงเทียนแล้วเริ่มอ่านตำราในใจ
รอจนกระทั่งกลิ่นหอมของอาหารลอยออกมาจากห้องครัว ในห้องนอนของฉินเหยาและห้องเด็กจึงมีเสียงดังขึ้นอีกครั้ง
กลุ่มคนตื่นเช้าชุดที่สองตื่นขึ้นมาแล้ว ความรีบร้อนวุ่นวายเป็นจังหวะชีวิตประจำวันของพวกเขา ซานหลางและซื่อเหนียงทุกเช้าราวกับทะเลาะกันอย่างไรอย่างนั้น ประเดี๋ยวก็ปรากฏตัวที่ห้องน้ำ ประเดี๋ยวก็ไปนั่งยองๆ อยู่ข้างโอ่งน้ำ
ฉินเหยานั้นมักจะหาวอยู่เสมอ ทรงผมยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง ดวงตาก็แทบจะลืมไม่ขึ้น แต่มือก็ยังคงมวยผมให้คู่แฝดอย่างรวดเร็ว
หากมิใช่เพราะกลัวถูกตี หลิวจี้อยากจะให้คำแนะนำอย่างจริงใจแก่ฉินเหยาว่าด้วยฐานะทางการเงินของบ้านเราในตอนนี้ ความจริงแล้วสามารถซื้อสาวใช้สำหรับหวีผมกลับมาสักคนได้
ไม่ต้องงดงามมากมายอะไร ขอเพียงหน้าตาสะอาดสะอ้านหน่อย จากนั้นก็รู้จักเอาใจใส่ ปากหวานอีกสักหน่อย….