ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว - ตอนที่ 360 เหนียงเหนียงปีศาจร้าย
ตอนที่ 360 เหนียงเหนียงปีศาจร้าย
รองนายอำเภอและพัศดีสบตากัน แววตาเต็มไปด้วยความกังขา เดินตามกุนซือไปยังห้องโถงด้านหลัง
พอเข้ามา ลูกน้องคนสนิทคนหนึ่งที่ซ่งจางพามาด้วยก็ประคองถาดไม้ใบหนึ่งขึ้นมา ด้านในวางกระดาษราวสิบกว่าหน้าที่เขียนตัวอักษรและข้อมูลยิบย่อยไว้จนเต็ม ไร้ซึ่งหน้าปก ดูคล้ายเป็นส่วนหนึ่งที่ฉีกออกมาจากตำราเล่มใหญ่
มิทราบเหตุใดใจของรองนายอำเภอและพัศดีพลันหนักอึ้ง เกิดลางสังหรณ์มิสู้ดีขึ้นมา
พัศดีขมวดคิ้วมองไปยังกุนซือ “นี่คืออันใด”
กุนซือที่เมื่อครู่ยังคงแย้มยิ้มอยู่ บัดนี้กลับหุบยิ้มโดยพลัน ใบหน้าเคร่งขรึมลง สองตาถลึงมอง ตวาดเสียงต่ำว่า “ท่านทั้งสองดูเองก็รู้แล้วมิใช่หรือ?!”
เป็นเพียงกุนซือตัวเล็กๆ ผู้หนึ่งเท่านั้น กล้าดีอย่างไรมาพูดจากับพวกเขาเช่นนี้ สีหน้าของพัศดีพลันมืดทะมึนลงในบัดดล จ้องมองเขาอย่างเย็นชา แต่สุดท้ายก็มิอาจทนความอยากรู้ไว้ได้ ยื่นมือออกไปหยิบของในถาดนั้น
พอได้ดู มือก็สั่นเทาอย่างมิอาจควบคุมได้
พลิกดูผ่านๆ สองหน้าก็ไม่กล้าพลิกอ่านอีกต่อไป ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลง กลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก จากนั้นเงยหน้าขึ้นมองกุนซืออีกครั้ง สายตาแปรเปลี่ยนจากความไม่พอใจเมื่อครู่เป็นประจบสอพลอและหยั่งเชิง
“บัญชีเล่มนี้ ขอถามท่านกุนซือว่าได้มาจากที่ใดหรือ”
กุนซือมิได้ตอบคำ ลูกน้องของซ่งจางรินชาอุ่นถ้วยหนึ่งให้เขา เขาก็ค่อยๆ จิบลิ้มรส
รองนายอำเภอมองดูกุนซืออย่างกังขาแล้วจึงมองไปยังใบหน้าตื่นตระหนกของพัศดี ฉวยแย่งหน้ากระดาษในมือเขามาอ่านทั้งหมดจนจบรอบหนึ่ง
ยิ่งอ่าน สีหน้าก็ยิ่งซีดขาว ทว่ายังดูสุขุมกว่าพัศดีมากนัก อย่างไรเสียในบัญชีเล่มนี้ปรากฏชื่อของเขาเพียงสองครั้งเท่านั้น
ที่เหลือล้วนเป็นของพัศดีทั้งสิ้น ตั้งแต่ปีก่อนจนถึงปีนี้ สิบแปดหน้าเต็มๆ ทุกหน้าล้วนเป็นชื่อของพัศดี
ด้านบนบันทึกไว้ว่า วันเดือนปีและยามใด เนื่องจากผู้ใดเรื่องใด มอบเงินให้พัศดีไปเท่าใด ผ้าพับ ใบชา สุรา กระทั่งค่าใช้จ่ายที่ไปหาพานเหม่ยเหรินล้วนถูกบันทึกไว้ทุกรายการ ไม่ว่าเรื่องเล็กหรือใหญ่ แม้แต่ค่าชาครึ่งถ้วยที่พัศดีดื่มในโรงน้ำชาก็บันทึกไว้
รองนายอำเภอมองไปยังพัศดีที่ตัวสั่นงันงกแล้วอย่างตกตะลึง “แม้แต่เงินค่าชาครึ่งถ้วยเจ้าก็ไม่ยอมจ่ายเองเชียวรึ”
พัศดีอับอายจนกลายเป็นโกรธ เอ่ยสวนกลับไปว่า “ค่าอาหารมื้อเดียวท่านก็ยังต้องให้พ่อบ้านใหญ่ของตระกูลจินเป็นผู้จ่ายให้? ยังมีหน้ามาว่าข้าอีก ข้าอุตส่าห์คิดว่าท่านเป็นคนซื่อตรงไม่เห็นแก่สินจ้างรางวัลใดๆ ไม่คิดเลยว่าลับหลังท่านก็รับผลประโยชน์จากตระกูลจินเช่นกัน! วันก่อนยังทำเป็นสูงส่ง เย่อหยิ่งไม่เห็นหัวข้าผู้นี้อยู่เลย!”
รองนายอำเภอถอนหายใจเฮือกหนึ่ง คนของใต้เท้านายอำเภอเองก็ยังนั่งอยู่ตรงหน้า ยามนี้มิใช่เวลาที่จะมาทะเลาะกับพัศดีด้วยเรื่องไร้สาระเช่นนี้
พัศดีนั้นว่องไวกว่าเขา คุกเข่าลงแล้วกล่าวว่าตนเองก็ถูกบีบบังคับ เบื้องบนมีบิดามารดาผู้ชรา เบื้องล่างมีภรรยาบุตรและน้องสะใภ้เยาว์วัย เบี้ยหวัดของที่ว่าการอำเภอต่ำเตี้ยเรี่ยดินนัก ยากจนข้นแค้นจนสิ้นหนทางจึง ‘จำใจ’ ช่วยอำนวยความสะดวกให้จินฉานฉูไปบ้าง
กุนซือมุมปากกระตุกสองครา ‘เจ้าแถสิ เจ้าแถต่อไปเถิด หากข้าเชื่อเจ้าแม้เพียงครึ่งคำข้าก็คือสุกร!’
รองนายอำเภอให้ความสนใจในประเด็นที่ต่างจากพัศดี ในเมื่อนายอำเภอให้กุนซือถือบัญชีมาให้พวกเขาดูตามลำพัง นี่ไม่คล้ายท่าทีว่าจะแตกหักกัน
รองนายอำเภอแม้จะตื่นตระหนกอยู่บ้างแต่ยังนับว่าสงบนิ่งจึงเอ่ยถามคำถามที่พัศดีเคยถามไปก่อนหน้านี้อีกครั้ง “ขอเรียนถามกุนซือ บัญชีเล่มนี้มาจากที่ใดรึ”
ทั้งยังเป็นหน้าที่ถูกฉีกออกมา ต่อให้พวกเขาทำลายมันตรงนี้ก็ไร้ประโยชน์ ต้นฉบับยังอยู่ในมือนายอำเภอ คิดจะบดขยี้พวกเขาเช่นใดก็ย่อมได้
กุนซือจึงค่อยวางถ้วยชาที่ยกขึ้นมาบังหน้าลง ลุกขึ้นกล่าวว่า “เมื่อคืนจู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นที่หน้าประตูใหญ่บ้านใต้เท้า คิดว่าคงเป็นเพราะคนชั่วทำชั่วไว้มาก ครานี้โชคร้ายเตะถูกแผ่นเหล็กเข้าให้แล้ว ผู้มีคุณธรรมจึงได้ประกอบกิจอันดีงาม”
พัศดีเบิกตาโพลง เจ้าหลอกเด็กหรือ!
บัญชีของจินฉานฉูจะตกลงมาจากฟ้าได้เองกระนั้นหรือ ทั้งยังตกลงมาตรงหน้าประตูห้องซ่งจางพอดีอีกด้วย?
กุนซือยักไหล่ รู้ว่าพวกเขาย่อมไม่เชื่อ แต่เขาเองก็จนปัญญา เพราะนี่คือความสัตย์จริง
บัญชีนั้นจู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นที่หน้าประตูห้องของใต้เท้าเองจริงๆ!
แน่นอนว่าเป็นไปได้ว่ายามที่มีผู้ส่งบัญชีมานั้น ใต้เท้าของเขากำลังหลับสนิทจึงมิทันได้ระแคะระคายแม้แต่น้อย
กุนซือได้แต่อวยพรผู้มีคุณธรรมท่านนี้ในใจ ขอให้ชีวิตนี้ปลอดภัยเปี่ยมสุข
ไม่ต้องกล่าววาจาให้มากความ ความประสงค์ของซ่งจางมิใช่การกวาดล้างที่ว่าการอำเภอในยามนี้หรอก
ทั่วทั้งที่ว่าการอำเภอ ตั้งแต่เจ้าหน้าที่ของทางการตำแหน่งเล็กสุดอย่างมือปราบ ไปจนถึงใหญ่สุดอย่างรองนายอำเภอและพัศดี ไม่มีใครรอดพ้นไปแม้แต่คนเดียว
งานนี้เกี่ยวพันกันกว้างขวางเกินไป หากลงโทษคนกลุ่มนี้จริง ระบบทั้งหมดของจวนที่ว่าการอำเภอไคหยางจะพังพินาศ จะไม่มีคนให้ใช้งานอีกต่อไป
ดังนั้นซ่งจางจึงเพียงคิดใช้บัญชีนี้ทำให้พวกที่รู้จักหลีกทางเลือกข้างให้ถูกต้อง ส่วนพวกที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงก็เลือกกำจัดคนที่ไม่สำคัญไปสักสองสามคน เป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู
ในไม่ช้า รองนายอำเภอและพัศดีก็เดินกลับมาจากห้องโถงด้านหลัง เผชิญหน้ากับสายตาที่ทั้งส่งสัญญาณและบีบคั้นของคนจากตระกูลจิน ทั้งสองคนก็สีหน้ามิแปรเปลี่ยน เดินตรงไปยังตำแหน่งของตน ประสานมือคารวะผู้ที่อยู่ในโถงแล้วกล่าวพร้อมกันว่า
“หน้าที่ทุกอย่างของพวกข้าล้วนแต่ให้ใต้เท้านายอำเภอเป็นผู้ตัดสินใจ!”
กุนซือพยักหน้าให้ซ่งจาง เป็นสัญญาณว่าเรื่องราวจัดการเรียบร้อยแล้ว
ดังนั้น บัญชีหน้าหนึ่งจึงถูกผู้คุมส่งไปเบื้องหน้าคนตระกูลจิน ถามว่านี่ใช่ลายมือของพ่อบ้านใหญ่จินคนสนิทข้างกายบิดาของพวกเขาหรือไม่
บุตรชายคนโตของตระกูลจินถามออกมาตามสัญชาตญาณว่า “บัญชีของตระกูลข้าไปอยู่ในมือพวกเจ้าได้อย่างไร”
ซ่งจางคิด ดีมาก ฉลาดหลักแหลม ช่วยประหยัดเวลาไปได้มากทีเดียว
เจ้าหน้าที่ของทางการสี่นายกรูกันเข้าไปหาหัวหน้ามือปราบอวี๋ กดเขาผู้ยังไม่ทราบว่าเกิดเรื่องอันใดลงกับพื้นแล้วคุมตัวมาที่กลางโถง
หัวหน้ามือปราบอวี๋มองไปยังรองนายอำเภอด้วยความหวาดผวา เขายังไม่รู้ว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนี้
ผลปรากฏว่าอีกฝ่ายกลับหลุบตาลง อ่านข้อกล่าวหาของเขาด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่าเขาใช้อำนาจในทางมิชอบ รับสินบนจากจินฉานฉูมานานหลายปี ช่วยจินฉานฉูกักขังผู้บริสุทธิ์ไร้ความผิด ปล่อยตัวผู้กระทำผิดและความผิดอื่นๆ อีกกระทงแล้วกระทงเล่า
พัศดีมองรองนายอำเภอด้วยความตกตะลึง นี่เพิ่งผ่านไปครู่เดียว เขาก็เขียนข้อกล่าวหาออกมาได้มากมายถึงเพียงนี้เชียวรึ
ในขณะเดียวกัน
ณ จวนตระกูลหวัง
หวังหม่าอู่และพานเหม่ยเหรินที่มาหาก็ได้รับม้วนบัญชีเช่นเดียวกัน ทั้งคู่มองหน้ากัน เหงื่อไหลท่วมตัว ทั้งยังโกรธจนมิอาจระงับ
นี่คือบัญชีของสำนักคุ้มภัยสองเล่ม เพียงแต่สำนักคุ้มภัยแห่งนี้หลังจากโจรภูเขาแห่งอำเภอไคหยางถูกปราบปรามได้ไม่นานก็ปิดกิจการไปแล้ว
การมีอยู่ของสำนักคุ้มภัยแห่งนี้ นับเป็นความลับร่วมกันระหว่างสามอธรรม โจรภูเขาเพิ่งปล้นขบวนสินค้าไปหยกๆ สำนักคุ้มภัยก็เรียกเก็บค่าคุ้มครองราคาสูงลิ่วจากเหล่าพ่อค้าเพื่อ ‘เสี่ยงภัย’ คุ้มกันสินค้าให้ ทั้งยังคุ้มกันสำเร็จทุกครั้ง เมื่อโจรภูเขาเจอกับพวกเขาก็มิอาจได้ประโยชน์อันใดไป
สุดท้ายแล้ว สี่ตระกูลก็แบ่งผลประโยชน์กัน ผลประโยชน์ถูกจัดสรรอย่างเท่าเทียม
อย่างน้อยที่สุดสำหรับหวังหม่าอู่และพานเหม่ยเหรินแล้ว ข้อเท็จจริงก็เป็นเช่นนี้
โจรภูเขาถูกกำจัดสิ้นแล้ว พวกเขาย่อมไม่ใส่ใจว่าหัวหน้าโจรภูเขาผู้นั้นจะรู้สึกว่ายุติธรรมหรือไม่
ทว่าบัดนี้บัญชีคู่ในมือกลับบอกพวกเขาว่า ความจริงมิได้เป็นเช่นนั้น ที่กล่าวว่าจัดสรรอย่างเท่าเทียม โรงรับจำนำกลับได้ส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นถึงสองส่วน
ทั้งสองคนโกรธแค้นยิ่งนักและผลที่ตามมาย่อมร้ายแรง
แต่บัดนี้ ทั้งสองคนมองบัญชีแม่ลูกในมือ ยิ่งรู้สึกสั่นสะท้านหวาดหวั่น
หวังหม่าอู่สูดลมหายใจเย็นเยียบพลางถอนใจกล่าวว่า “ข้าบอกแล้วอย่างไรเล่า นั่นแหละคือปีศาจร้ายตัวจริง จินฉานฉูกลับไม่ยอมฟัง ครานี้ดีเลย สามอธรรมกลายเป็นสองอธรรมไปแล้ว เช่นนั้นอีกไม่นาน สองอธรรมเช่นเจ้ากับข้าก็จะจบสิ้นไปด้วยใช่หรือไม่”
พานเหม่ยเหรินที่ไม่เคยมีโอกาสได้ข้องเกี่ยวกับ ‘ปีศาจร้าย’ ที่หวังหม่าอู่เอ่ยถึง ในใจลอบยินดี โชคดีที่ของที่นางชอบมิได้ขัดแย้งกับฝ่ายนั้น มิเช่นนั้น ตนเองก็คงจะเป็นจินฉานฉูคนต่อไป
เมื่อคิดถึงตรงนี้ พานเหม่ยเหรินก็ลูบใบหน้าตนเองอย่างหวาดผวา โชคดี หนังหน้าของนางยังอยู่
เพียงแต่…
“ที่นางมอบบัญชีให้พวกเราหมายความว่าอย่างไร หรือว่านางเตรียมจะลงมือกับพวกเราแล้ว”
หวังหม่าอู่กลอกตามองนางคราหนึ่งแล้วกล่าวว่า “พวกเราไม่ได้ไปยั่วโทสะนาง นางจะไล่ล่าฆ่าฟันให้สิ้นซากไปไย นางมิใช่กินอิ่มแล้วไม่มีอะไรทำเสียหน่อย”
มองดูบัญชีคราหนึ่ง ในใจหวังหม่าอู่ก็มีแผนการแล้ว “เจ้ามิใช่โลภอยากได้โรงรับจำนำของตระกูลจินหรอกหรือ นี่เป็นโอกาสอันดีที่ส่งมาถึงมือ เจ้าไม่คิดจะทำอะไรบ้างหรือ ตระกูลจินละโมบเอาส่วนแบ่งกำไรของพวกเราไปถึงสองส่วน เรื่องนี้ข้าทนไม่ได้!”
พานเหม่ยเหรินเลิกคิ้วขึ้น เช่นนั้นพวกเขาสองคนก็จะแสดงความจริงใจแก่ ‘เหนียงเหนียงปีศาจร้าย’ เพื่อแสดงเจตนารมณ์
อำเภอไคหยางยังคงดูสงบสุขและปกติเหมือนเช่นเคย
แต่ผู้คนกลับรู้สึกอยู่เสมอว่า มีบางอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว…