ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว - ตอนที่ 519 แตงสุกแล้ว
ตอนที่ 519 แตงสุกแล้ว
………………..
ชิวเยี่ยนกัดฟัน “เจ้ามีข้อเรียกร้องอื่นอีกหรือไม่”
เช่นว่าต้องยืมเงินเขาเพื่อสร้างโรงงานอะไรทำนองนั้น
ฉินเหยายิ้มจางๆ ตอนนี้นางมีเงินอยู่แล้ว แต่มีรายละเอียดเล็กน้อยที่ต้องอธิบายให้เขาฟังอย่างชัดเจน
“หากห้างการค้าฟู่หลงไม่สามารถประชาสัมพันธ์กล่องเครื่องใช้สตรีและขายออกไปได้ ข้าจะไปหาห้างการค้าอื่นเพื่อร่วมมือด้วยก็สมเหตุสมผลดีใช่หรือไม่”
ชิวเยี่ยนหรี่ตาลงเล็กน้อย “ตอนนี้ในจังหวัดจื่อจิงมีเพียงห้างการค้าฟู่หลงของข้าที่มีศักยภาพแข็งแกร่งที่สุด หากแม้แต่พวกเรายังทำไม่สำเร็จ ห้างการค้าอื่นก็ไม่ต้องพูดถึงแล้ว”
ฉินเหยายังคงยิ้มจางๆ “แต่ใต้หล้านี้ก็ไม่ได้มีเพียงแค่จังหวัดจื่อจิงที่เดียวเสียหน่อย”
สิ้นเสียง เมื่อเห็นว่าสีหน้าของชิวเยี่ยนดูไม่ค่อยดีนัก ฉินเหยาก็รีบพูดขึ้นว่า “แต่ข้าเชื่อว่าด้วยศักยภาพของห้างการค้าฟู่หลง พวกเราสองฝ่ายร่วมมือกัน จะต้องทำให้กล่องเครื่องใช้สตรีขายดีเป็นเทน้ำเทท่าได้อย่างแน่นอน!”
“นั่นเป็นเรื่องธรรมดา” ในที่สุดใบหน้าของชิวเยี่ยนก็มีรอยยิ้มขึ้นมาบ้าง เมื่อเห็นว่าฉินเหยาเหนื่อยแล้วก็บอกให้นางไปพักผ่อนที่เรือนพักแขกในสวนด้านหลังก่อนได้ รอให้ตนเองร่างสัญญาเสร็จแล้วค่อยเรียกนางมาตรวจสอบ
ฉินเหยาก็ไม่ได้เกรงใจ กล่าวขอบคุณแล้วตามลูกจ้างของห้างการค้าไปยังสวนด้านหลังเพื่อพักผ่อน
ชิวเยี่ยนทำงานได้รวดเร็วมาก พอฉินเหยาตื่นจากการนอนกลางวัน สัญญาก็ร่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ทั้งสองคนตรวจสอบความถูกต้อง ณ ที่นั้นแล้ว ต่างฝ่ายต่างก็ประทับตราของตนเอง อาศัยจังหวะที่ฟ้ายังไม่มืดก็รีบไปยังที่ว่าการอำเภอเพื่อหาคนกลางมาเป็นพยาน สัญญาจึงมีผลบังคับใช้ทันที
ก่อนจะแยกย้ายกัน ชิวเยี่ยนก็อดไม่ได้ที่จะพูดอีกประโยคหนึ่งว่า “หากฉินเหนียงจื่อขัดสนเรื่องเงินทองก็บอกมาได้เลย ขอเพียงแค่ยังอยู่ในความสามารถของข้าผู้แซ่ชิว จะไม่ปฏิเสธอย่างแน่นอน”
สายตาที่มองมายังฉินเหยานั้นแฝงไปด้วยการลองเชิง
เขาสงสัยจริงๆ ว่าในมือนางมีเงินอยู่เท่าไหร่กันแน่ จะสามารถทำกล่องเครื่องใช้สตรีที่หรูหราเช่นนี้ออกมาได้หรือไม่
ตามข้อตกลง โรงงานเครื่องเขียนจะส่งมอบกล่องเครื่องใช้สตรีหนึ่งร้อยใบให้แก่ห้างการค้าก่อนวันไหว้พระจันทร์ในเดือนแปด เพื่ออาศัยช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์เปิดตัวที่เมืองหลวงของมณฑลเป็นครั้งแรกและสร้างกระแสออกไป
กำไรของโรงงานเครื่องเขียน ชิวเยี่ยนสามารถคำนวณออกมาได้ ดังนั้นจึงสามารถคำนวณส่วนที่อยู่ในมือของฉินเหยาได้เช่นกัน
แต่เขาไม่รู้ว่าฉินเหยายังมีรายได้พิเศษอีกไม่น้อย รวมถึงกิจกรรมระดมทุนเข้าร่วมหุ้นหลังจากกลับหมู่บ้าน ในใจจึงไม่ค่อยมั่นใจนัก
ฉินเหยากล่าวอย่างจริงจังว่า “วางใจเถอะ จำนวนสินค้าที่ตกลงกันไว้ข้าจะส่งมอบให้ตรงเวลา รับประกันทั้งคุณภาพและปริมาณ”
เมื่อได้ยินคำพูดของนาง ชิวเยี่ยนจึงวางใจลงได้อย่างแท้จริง คืนนั้นพอกลับถึงห้างการค้าก็เรียกผู้ดูแลทั้งหมดมาประชุมทันที เริ่มลงมือปูทางสร้างกระแสสำหรับการเปิดตัวครั้งแรกของกล่องเครื่องใช้สตรี
ทางด้านฉินเหยาก็ไม่หยุดนิ่งเช่นกัน พอได้สัญญามา วันรุ่งขึ้นก็รีบเดินทางกลับ
เมื่อไม่มีหวังจิ่นแล้ว ตลอดทางจึงปลอดภัยอย่างยิ่ง
แต่ในวันที่ฉินเหยามาถึงหมู่บ้านตระกูลหลิว ทันใดนั้นนางก็ได้รับจดหมายฉบับหนึ่งจากชิวเยี่ยน
ในจดหมายบอกฉินเหยาอย่างชัดเจนว่ามีผู้มีอำนาจออกมาข่มขู่ห้างการค้าฟู่หลงให้ยุติการค้าทั้งหมดกับโรงงานเครื่องเขียนหมู่บ้านตระกูลหลิว
แต่ทั้งหมดถูกชิวเยี่ยนแก้ไขไปเรียบร้อยแล้ว บอกให้ฉินเหยาวางใจผลิตกล่องเครื่องใช้สตรี ไม่ต้องกังวลมากเกินไป กล่องเครื่องใช้สตรีสองใบที่นางทิ้งไว้ที่เมืองหลวงของมณฑลกำลังอยู่ในระหว่างทางส่งไปยังเมืองหลวง
เพราะความเข้าใจผิดที่สวยงามครั้งก่อน ชิวเยี่ยนยังแอบถามฉินเหยามาสองสามประโยคว่ายังคงติดต่อกับองค์หญิงใหญ่ผู้สูงศักดิ์อยู่หรือไม่
ฉินเหยาเลิกคิ้วขึ้น บางครั้งนางก็รู้สึกว่าตนเองหน้าหนาไม่เบา ไม่ได้อยากจะชี้แจงความเข้าใจผิดที่สวยงามนี้เลย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนนี้ที่ตนเองยังถูกผู้มีอำนาจจับตามองอยู่ หากไม่ยืมชื่อเสียงขององค์หญิงใหญ่มาใช้ โรงงานเครื่องเขียนคงจะตกอยู่ในอันตรายเป็นแน่
ดังนั้นจึงหยิบป้ายคำสั่งที่มู่หลิงให้ไว้ก่อนหน้านี้ออกมา ใช้หมึกคัดลอกลงบนกระดาษขาว ให้ขบวนรถม้าของหลิวไป่นำไปยังเมืองหลวงของมณฑล
พอชิวเยี่ยนได้ดูภาพคัดลอกบนจดหมายตอบกลับก็วางใจลง
ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาทำได้เพียงต่อรองกับผู้มีอำนาจท่านนั้นต่อไป ทุกอย่างต้องรอให้ใต้เท้าผู้ตรวจการเดินทางไปถึงเมืองหลวง
แต่ก็รู้ว่าสุนัขบ้าที่ใกล้จะตายมักจะกัดไม่เลือกหน้า ทางด้านชิวเยี่ยนเองก็มีความกดดันไม่น้อย
กลับเป็นทางด้านฉินเหยา ที่การกวาดล้างหลายครั้งได้ทิ้งเงามืดขนาดใหญ่ไว้ให้อีกฝ่าย ชั่วขณะหนึ่งจึงไม่กล้าโผล่หัวออกมาก่อกวนนาง
บวกกับที่อำเภอไคหยางยังมีซ่งจางอยู่ ขอเพียงฉินเหยาไม่ออกจากอำเภอไคหยางก็ถือว่าปลอดภัย
เมื่อสลัดสงครามในที่ลับของชนชั้นสูงเหล่านี้ไป ฉินเหยาก็ทุ่มเททั้งกายและใจให้กับเรื่องการยกระดับโรงงานเครื่องเขียนอย่างเต็มที่
เมื่อมีซ่งอวี้ผู้ช่วยมืออาชีพคนนี้อยู่ ฉินเหยาจึงต้องกังวลเพียงสองเรื่องเท่านั้น
เรื่องแรก…เงิน
เรื่องที่สอง…ก็ยังคงเป็นเงิน!
แต่เรื่องแรกคือเงินส่วนของนางเอง ส่วนเรื่องหลังคือเงินที่ระดมทุนเข้าร่วมหุ้น
วันที่สองหลังจากกลับจากเมืองหลวงของมณฑลมาถึงหมู่บ้านตระกูลหลิว ฉินเหยาก็อาศัยจังหวะช่วงเย็นที่ชาวบ้านกินข้าวเย็นเสร็จแล้ว จัดประชุมเข้าร่วมหุ้นขึ้นที่ศาลบรรพชน
เนื่องจากระดับการศึกษาของชาวบ้านมีจำกัด อย่างมากที่สุดก็เพียงแค่รู้จักตัวอักษรหนึ่งถึงสองร้อยตัวจากชั้นเรียนสอนหนังสือของโรงงานเครื่องเขียน การจะเข้าใจเรื่องการระดมทุน เงินปันผล การเข้าร่วมหุ้นที่ฉินเหยาพูดนั้นยังต้องใช้เวลาอีกสักหน่อย
ดังนั้นสามวันให้หลัง ฉินเหยาจึงจัดประชุมหารืออีกครั้ง เพื่อสอบถามความคิดเห็นของชาวบ้านทั้งหมู่บ้านและตอบคำถามและข้อสงสัยของชาวบ้าน
ด้วยความเชื่อมั่นในตัวฉินเหยาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ชาวบ้านส่วนใหญ่ในที่ประชุมต่างก็แสดงความต้องการที่จะเข้าร่วม แต่พอได้ยินฉินเหยาบอกว่าห้าตำลึงเงินถึงจะซื้อได้หนึ่งหุ้นก็ทำเอาชาวบ้านตกใจจนหน้าซีด
แต่คนฉลาดก็ย่อมมีอยู่เสมอ สถานการณ์ของโรงงานเครื่องเขียนทุกคนต่างก็เห็นกันอยู่ ดูจากบ้านหลังใหญ่ที่สร้างขึ้นใหม่ของบ้านช่างไม้หลิวและไร่นาที่เพิ่งซื้อใหม่ก็รู้แล้ว
ห้าตำลึงเงิน จริงๆ แล้วก็ไม่ถือว่ามากเกินไป ครอบครัวหนึ่งช่วยกันรวบรวมก็พอจะหาได้
ถ้าไม่ได้จริงๆ ก็ยังสามารถขายที่ดินสักหนึ่งถึงสองหมู่ได้
ถ้าแม้แต่ที่ดินก็ไม่มี…แตงเย็นในไร่ก็สุกแล้ว
ตอนที่อินเยว่และเด็กๆ กอดแตงโมที่ทุบแตกแล้วสองชิ้นวิ่งกลับเข้าบ้านไปอย่างตื่นเต้น ฉินเหยาก็กำลังคำนวณเงินในมือของตนเองอยู่
ไม่คำนวณก็ไม่รู้ พอคำนวณดูแล้วก็ต้องตกใจ
นี่ยังไม่รวมรายได้จากการสั่งซื้อหีบหนังสือกับห้างการค้าฟู่หลงอีกหกร้อยห้าสิบตำลึงและรายได้จากกล่องบรรจุภัณฑ์เครื่องเขียนจากทางไป๋ซั่นอีกสองร้อยสี่สิบตำลึง
ในโรงงานเครื่องเขียนก็ยังเหลือเงินอีกสองร้อยห้าสิบตำลึงไว้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
เมื่อคำนวณเช่นนี้แล้ว การยกระดับโรงงานเครื่องเขียนในครั้งนี้ รวมถึงเงินที่ต้องใช้ในการสร้างโรงงานเพิ่มเติม ความกดดันก็ไม่มากนักแล้ว หรืออาจจะพูดได้ว่าสบายๆ เลยทีเดียว
เพราะตามบัญชีของซ่งอวี้ การลงทุนในการผลิตกล่องเครื่องใช้สตรีครั้งนี้ต้องการเงินเพิ่มอีกเพียงหนึ่งพันสองร้อยตำลึงเท่านั้น
ในจำนวนนี้หนึ่งร้อยตำลึงเป็นค่าก่อสร้างและยกระดับโรงงาน ที่เหลืออีกหนึ่งพันหนึ่งร้อยตำลึงเป็นเงินค่าวัตถุดิบทั้งหมด…และการเข้าซื้อกิจการร้านปักผ้าในอำเภอและโรงงานแปรรูปหยก
เมื่อคำนวณเช่นนี้แล้ว ฉินเหยาก็ยิ่งวางใจในเรื่องการยกระดับโรงงานอย่างเต็มที่มากขึ้น
พอดีกับที่กลิ่นหอมหวานของแตงโมลอยมาทำให้รู้สึกเบิกบานไปทั้งกายและใจ
ต้าหลางประคองแตงโมครึ่งลูกที่ตนเองทุบแตกยื่นมาตรงหน้านางแล้วพูดอย่างตื่นเต้นว่า “ท่านแม่ แตงในไร่กินได้แล้วขอรับ!”
ซานหลางและซื่อเหนียงน้ำลายสอด้วยความอยากกิน จ้องมองแตงสีแดงสดอีกครึ่งลูกในมือของพี่รองตาไม่กะพริบ รอเพียงแค่ท่านแม่เอ่ยปากก็จะลงมือกัดทันที
อินเยว่เพิ่งจะเคยเห็นแตงโมของจริงเป็นครั้งแรก ถึงแม้จะหอมแปลกๆ แต่ก็ยังคงสงสัยในลายเปลือกของมันอยู่ “ท่านอาจารย์ แตงเย็นนี่อร่อยขนาดนั้นเลยหรือเจ้าคะ”
ฉินเหยาวางลูกคิดลงแล้วลุกขึ้นยืน ส่งสัญญาณให้ทุกคนตามมา หลายคนมาถึงห้องครัว นางก็ให้หลี่ซื่อนำมีดทำครัวมา ฉินเหยาฟันฉับๆ สองสามครั้งก็หั่นแตงสองซีกนี้เป็นชิ้นเล็กๆ เท่าๆ กัน
นางหยิบขึ้นมาหนึ่งชิ้น กินก่อนเป็นคนแรก น้ำหวานฉ่ำแตกระเบิดในปาก ในฤดูร้อนที่ร้อนระอุเช่นนี้นำมาซึ่งความเย็นสดชื่นที่ซึมซาบเข้าสู่หัวใจ
มีเพียงคำคำเดียวว่า “สุดยอด!”