ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว - ตอนที่ 610 หญิงชราที่โรงน้ำชา
ตอนที่ 610 หญิงชราที่โรงน้ำชา
ฉินเหยาหันกลับไปมองที่รถม้า อินเยว่ซึ่งไม่เคยเดินทางไกลมาก่อนมีใบหน้าซีดเซียว เด็กๆ เองก็นั่งซึมอยู่ในตัวรถม้าเงียบๆ
“ได้” ฉินเหยาพยักพเยิดไปทางโรงน้ำชา เป็นสัญญาณให้ทุกคนมุ่งหน้าไปที่นั่น
ในใจนางคำนวณระยะทางอย่างรวดเร็ว ห่างจากอำเภออันเซี่ยนไม่ถึงสิบห้าลี้แล้ว ด้วยความเร็วของพวกเขา เพียงหนึ่งชั่วยามครึ่งก็สามารถไปถึงได้ พักครึ่งชั่วยามก็ยังทันเวลาเข้าเมือง
ดังนั้นจึงพูดกับคนในครอบครัวว่า “อีกครึ่งชั่วยามค่อยออกเดินทาง”
ในตัวรถม้าที่เคยเงียบเหงากลับเกิดเสียงตอบรับอย่างตื่นเต้นขึ้นมาในทันใด รอจนกระทั่งอินเยว่จอดรถม้าจนมั่นคงดีแล้ว สี่พี่น้องก็แย่งกันกระโดดลงจากรถอย่างไม่คิดชีวิต พลางโห่ร้องวิ่งเข้าไปในโรงน้ำชาอย่างร่าเริง
ในโรงน้ำชามีเพียงหญิงชราคนหนึ่ง ดูเหมือนว่าขาแข้งยังคงแข็งแรง ทำงานคล่องแคล่วว่องไวมาก
นอกจากจะขายน้ำชาแล้ว ยังมีของกินเล่นอีกหลายอย่าง ทั้งหมั่นโถวนึ่ง แป้งทอดจากข้าวสาลีและชิงถวนซึ่งมีเฉพาะในเดือนสาม
แต่แตกต่างจากชิงถวนของจังหวัดจื่อจิง ชิงถวนที่หญิงชราผู้นี้ทำกลับเป็นรสเค็ม โดยจะกดชิงถวนให้แบนแล้วยัดไส้ด้วยถั่วลิสงคั่วบดเค็มและผักดอง
ซานหลางอยากจะลองชิมทุกอย่างที่ไม่เคยกินจึงยิ้มแล้วร้องเรียกทันที “ท่านยาย ข้าเอาอันนี้!”
ซื่อเหนียงก็ร้องตามทันที “ท่านยาย ข้าก็เอาด้วย!”
ส่วนต้าหลางกล่าวว่า “พวกเราต้องการชาร้อนเจ็ดถ้วยขอรับ”
เอ้อร์หลางล้วงถุงเงินออกมาแล้วถาม “ทั้งหมดกี่เหวินขอรับ”
โรงน้ำชาอันเงียบสงบพลันคึกคักขึ้นมาในทันใด หญิงชราขายชามองเด็กทั้งสี่คนด้วยรอยยิ้ม หน้าตาโดดเด่นเหมือนกันหมด ดูปุ๊บก็รู้ว่าเป็นพี่น้องแท้ๆ สองคนเล็กยังเป็นฝาแฝดกันอีก ดูแล้วน่าเอ็นดูยิ่งนัก
“คุณชายน้อย ชิงถวนสองลูกกับชาเจ็ดถ้วย ไม่ต้องการอย่างอื่นแล้วหรือจ๊ะ” หญิงชราพลางห่อชิงถวนไปพลางถาม
ต้าหลางมองไปทางบิดามารดาและศิษย์พี่เยว่ที่เดินตามเข้ามาแล้วถามเสียงดัง “ท่านพ่อท่านแม่ ศิษย์พี่เยว่ ที่นี่ยังมีของกินเล่น ชิงถวนหรือแป้งทอดจากข้าวสาลีกับหมั่นโถว พวกท่านจะเอาอะไรขอรับ”
“โอ้ ต้าหลางจะเลี้ยงหรือ!” หลิวจี้ถามขึ้นอย่างตื่นเต้นทันที
ต้าหลางหัวเราะแหะๆ แล้วมองไปทางเอ้อร์หลางที่ทำหน้าไร้อารมณ์ บิดาแก่ๆ จึงเข้าใจในทันทีว่านี่ต่างหากเศรษฐีตัวจริง นานๆ ทีจะได้เงินจากเขาสักเหวิน หากพลาดไปจะไม่เสียใจแย่หรือ
แม้จะไม่ได้อยากกินของกินเล่นเหล่านี้ แต่หลิวจี้ก็ยังยึดหลักว่าไม่สั่งก็โง่แล้วจึงสั่งชิงถวนเค็มให้ตัวเองและเมียจ๋าคนละลูก ลองชิมดูว่าสูตรพิสดารนี้มันจะอร่อยได้สักแค่ไหนกันเชียว!
อินเยว่เดินเข้ามาดูอย่างสงสัย มองไปรอบๆ แล้วก็สั่งหมั่นโถวลูกหนึ่ง แบบร้อนๆ น่าจะนุ่มกว่าเสบียงแห้งหน่อย
สองวันนี้เวลาเข้าห้องน้ำนางรู้สึกติดขัดนิดหน่อย กินของนิ่มๆ น่าจะย่อยง่ายกว่า
เอ้อร์หลางกล่าวกับหญิงชราอย่างใจกว้าง “เช่นนั้นก็เพิ่มชิงถวนอีกสองลูกกับหมั่นโถวอีกลูกหนึ่ง ท่านยาย ท่านช่วยคิดเงินด้วยขอรับ”
“ยายคิดดูก่อนนะ…” หญิงชราหยุดมือชั่วครู่ คิดคำนวณอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงกล่าวกับเอ้อร์หลางอย่างยิ้มแย้ม “พอดีเลย หนึ่งร้อยเหวิน”
เอ้อร์หลางพยักหน้าแล้วล้วงเงินออกมาวางไว้บนโต๊ะตรงหน้าหญิงชรา แต่ไม่คาดคิดว่าหญิงชราที่ในมือกำลังถือชิงถวนอยู่จะยื่นมือที่มันเยิ้มออกมาคว้าเงินนั้นไปทันที จากนั้นยัดใส่กระเป๋าผ้ากันเปื้อนที่เอว เสร็จแล้วก็ไม่เช็ดมือ ยังคงใช้มือที่จับเงินนั้นนวดคลึงชิงถวนต่อไป
เอ้อร์หลางตกใจ “ท่าน นี่มัน!”
“เป็นอะไรไปหรือจ๊ะ ยังต้องการอะไรอีกหรือไม่คุณชายน้อย” หญิงชราถามอย่างใจดี
เอ้อร์หลางรีบส่ายหน้าบอกว่าไม่มีอะไร คิดเสียว่าของไม่สะอาด กินแล้วขอให้ไม่ป่วยก็แล้วกัน
เขาหันกายหมายจะไปบ่นกับพี่ใหญ่และน้องเล็กเสียหน่อย ไม่คิดว่าทั้งสามคนจะไม่ไปนั่งที่โต๊ะ กลับเดินวนรอบโรงน้ำชาของผู้อื่นด้วยความอยากรู้อยากเห็น สุดท้ายก็ไปหยุดอยู่หน้าไหดินเผาใบใหญ่ใบหนึ่ง มือเล็กๆ ของซานหลางที่เต็มไปด้วยความสงสัยยกขึ้นเตรียมจะยื่นออกไปเปิดฝาไหดินเผาดูว่าข้างในมีของอร่อยอะไร
“หลิวจื่อหมิง!”
เสียงตวาดเย็นชาของฉินเหยาดังขึ้นก่อนเอ้อร์หลางก้าวหนึ่ง เจ้าตัวเล็กที่กำลังจะยื่นมือออกไปรีบหดมือกลับทันที หันหน้าไปยิ้มแหยๆ จนเห็นฟันขาวให้แก่นาง
เพราะกลัวว่าเมียจ๋าจะโยนความผิดที่ดูแลลูกไม่ดีมาให้ตน หลิวจี้จึงรีบลุกขึ้นไปพาเจ้าพวกเด็กขี้สงสัยตะกละตะกลามเหล่านี้กลับมา กดให้นั่งลงที่หน้าโต๊ะอย่างหงุดหงิด “นั่งลงดีๆ อย่าเดินเพ่นพ่าน”
สองสามีภรรยาฉินเหยาที่กำลังตั้งอกตั้งใจสั่งสอนลูกว่าอยู่ข้างนอกอย่าแตะต้องของของผู้อื่นส่งเดช ไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่าหญิงชราที่ต้มน้ำชาอยู่ด้านหลัง ตอนที่เห็นพวกเด็กๆ เข้าไปใกล้ไหดินเผาใบใหญ่นั้น ในแววตาของนางก็ฉายแววตื่นตระหนกขึ้นมาวูบหนึ่งและถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกหลังจากที่เด็กๆ ถูกเรียกกลับไปแล้ว
หลังจากที่หลิวจี้อบรมสั่งสอนลูกเสร็จแล้วก็ยังหันไปยิ้มขอโทษให้หญิงชราอย่างเกรงใจ
แววตาของหญิงชราเหม่อลอยไปชั่วขณะ ช่างเป็นชายหนุ่มรูปงาม ดูไม่ออกเลยว่าแต่งงานมีลูกแล้ว
ชายหนึ่ง หญิงสอง เด็กสี่…ก็แค่ผู้ชายคนเดียวเท่านั้น หญิงชราหันกายกลับไป ยิ้มหยัน ยกถาดที่ใส่ชาและอาหารเตรียมนำไปส่งที่โต๊ะของแขก
“ขอบคุณขอรับ/เจ้าค่ะท่านยาย~” ฝาแฝดเอ่ยขึ้นพร้อมกันด้วยน้ำเสียงหวานใสพลางขยับที่นั่งให้ว่างเพื่อให้ท่านยายวางชาและอาหารบนโต๊ะได้สะดวก
“น่ารักจริงๆ” หญิงชรามองฝาแฝดอย่างรักใคร่ คนเราพอแก่แล้วก็เป็นเช่นนี้ ถือถาดมือเดียวไม่ไหวจึงต้องวางถาดลงก่อนแล้วค่อยหยิบอาหารในถาดออกมา
เด็กๆ ได้รับอาหารแล้วก็เตรียมจะเอาเข้าปากทันที
“อะแฮ่ม!” ฉินเหยากระแอมหนึ่งครั้ง อินเยว่ก็เข้าใจในทันที เพื่อไม่ให้เจ้าของร้านลำบากใจจึงยื่นมือไปขวางชิงถวนที่ฝาแฝดหยิบขึ้นมาแล้วอย่างแนบเนียน “ผู้ใหญ่ยังไม่ได้เริ่มกินเลยนะ”
ฝาแฝดร้องอ้อออกมาเบาๆ ลืมไปเสียสนิท ก่อนออกจากบ้านท่านแม่ยังกำชับเป็นพิเศษว่าเวลาซื้อของกินตามโรงน้ำชาริมทาง ต้องรอให้ศิษย์พี่เยว่ตรวจสอบก่อนถึงจะกินได้
สองพี่น้องรีบวางชิงถวนในมือลง เลียริมฝีปากแล้วนั่งลงอย่างเชื่อฟัง
อินเยว่พยักหน้าเอ่ย “ดีมาก”
หญิงชราขมวดคิ้วเล็กน้อย ดูไม่ออกเลยว่าครอบครัวนี้จะระวังตัวถึงเพียงนี้
นางแอบเบ้ปากพลันเหลือบไปเห็นมีดสั้นที่เหน็บอยู่ข้างเอวของฉินเหยา หัวใจก็กระตุกวูบ
ฉินเหยารู้สึกได้ถึงความผิดปกติจึงขมวดคิ้วตวัดสายตาเย็นชาไปมองนาง นัยน์ตาที่ราวกับน้ำแข็งคู่นั้นทำเอาหญิงชรามือสั่นในทันใด…
“เพล้ง” เสียงหนึ่งดังขึ้น กาน้ำชาตกแตกกระจายเกลื่อนพื้น
น้ำชาร้อนๆ กระเด็นออกมาเต็มพื้นไปหมด
“เฮ้ย!” หลิวจี้รีบคว้าตัวฝาแฝดที่อยู่ใกล้ที่สุดแล้วถอยหลังไปก้าวใหญ่ หลังถอยออกไปหลายก้าวก็รีบก้มหน้าลงดูรองเท้าของตนเองและเสื้อผ้าของลูก เมื่อเห็นว่าไม่โดนคราบชากระเด็นใส่และไม่โดนลวก ถึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอก
เขามองไปยังหญิงชราผู้นั้นอย่างหัวเสีย ตำหนิว่า “ท่านยกชาอย่างไรกัน กาน้ำชาร้อนๆ เช่นนี้ หากลวกถูกเมียจ๋าและลูกๆ ของข้าจะทำอย่างไร!”
แม้ว่าฉินเหยาและอินเยว่จะยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะ แต่บนหลังรองเท้าก็ถูกน้ำสีน้ำตาลกระเด็นใส่สองหยด
ต้าหลางกับเอ้อร์หลางหลบไปเองนานแล้ว อย่างไรเสียก็โตกว่าย่อมรู้จักหลีกเลี่ยงอันตรายได้เอง ไม่ต้องให้ผู้ใหญ่เป็นห่วงมากนัก
ส่วนอินเยว่ไม่เป็นอะไร เพียงแต่พอเงยหน้าขึ้นไปมองสีหน้าของอาจารย์อย่างฉินเหยาแล้วก็พบว่านางแทบจะล้มโต๊ะอยู่แล้ว
หญิงชราดูเหมือนจะตกใจจึงยืนเหม่ออยู่ครู่หนึ่ง
เมื่อครู่ตอนที่กาน้ำชาหลุดจากมือของหญิงชรา ฉินเหยาที่นั่งอยู่ทางขวามือของนางก็คว้าหูกาน้ำชาไว้ได้อย่างแม่นยำ
ทว่า มือเหี่ยวย่นไร้เรี่ยวแรงของคนชราคู่หนึ่งกลับทาบลงมา ไม่รู้ว่าตั้งใจหรือไม่ตั้งใจกลับปัดกาน้ำชาในมือของนางลงไป กาน้ำชาจึงตกลงพื้นแตกกระจาย น้ำชาร้อนๆ กระเด็นไปทั่ว
“ขออภัยเจ้าค่ะ ขออภัย! คุณชายคุณหนูทุกท่านไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว หญิงชราอย่างข้าจะรีบไปต้มน้ำชามาให้ใหม่เดี๋ยวนี้แล้วจะให้ชิงถวนแก่พวกท่านเพิ่มอีกสองชิ้นเป็นการชดเชยด้วย…”
ไม่รอให้แขกตอบตกลง หญิงชราก็รีบก้มลงเก็บเศษกาน้ำชาอย่างน่าสงสาร กลับไปที่เตาแล้วยกกาน้ำชาใบใหม่กับชิงถวนหนึ่งถ้วยมาให้พวกนาง