ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว - ตอนที่ 810 ตอนพิเศษ 5 (จบ)
ตอนที่ 810 ตอนพิเศษ 5 (จบ)
เดิมทีฉินเหยายังหวังว่าจะพึ่งการขายน้ำสร้างเนื้อสร้างตัวในฐานทัพจนสุขสบายกลายเป็นว่าดีใจเก้อเสียแล้ว
แต่โดยรวมแล้ว มีก็ยังดีกว่าไม่มี
ไก่อ่อนอย่างหลิวจี้มีมิตินี้อยู่ ขอแค่หาที่ที่ไม่มีคน ไม่มีพืชกลายพันธุ์แล้วกบดานอยู่ อาศัยการพึ่งพาตนเองก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้ถึงร้อยปี
อีกทั้งเพราะน้ำและดินในมิตินำออกมาไม่ได้จึงลดโอกาสที่หลิวจี้จะถูกองค์กรผิดกฎหมายเพ่งเล็งและควบคุมตัวไปได้อย่างมาก
มิติเก็บของทั่วไป ในฐานมีอยู่เยอะแยะ ไม่ใช่ของหายากอะไรมานานแล้ว
“ต่อไปนายก็แกล้งทำเป็นผู้มีพลังพิเศษมิติทั่วไปเถอะ” ฉินเหยาสั่งกำชับ
ทั้งสองคนศึกษามิติด้วยกัน ศึกษามาสามวันสามคืน การตัดสินความอันตรายในตัวหลิวจี้ของฉินเหยาก็ได้ลดลงจนเหลือศูนย์
บวกกับที่เธอก็อิจฉามิติของเขา…อ๊ะ ไม่ใช่ เป็นเพราะความไว้วางใจที่อีกฝ่ายมีให้เธออย่างสุดหัวใจทำให้เธอรู้สึกซาบซึ้ง
ดังนั้นฉินเหยาจึงจะประกาศการตัดสินใจครั้งสำคัญ
“พวกเราไปจดทะเบียนสมรสที่สำนักกิจการพลเรือนในฐานกันเถอะ” ฉินเหยาเท้าเอวแล้วพูด
แววตาที่กำลังคำนวณผลประโยชน์นั้นฉายชัดอย่างไม่ปิดบังเลยแม้แต่น้อย
แสดงเจตนาที่บอกหลิวจี้อย่างโจ่งแจ้งว่า เธอต้องการครอบครองมิติของเขา
หลิวจี้กลับไม่ถือสาว่านางจะหวังผลอะไรในตัวเขา เขาเพียงกลัวว่านางจะไม่หวังอะไรเลยต่างหาก
เพียงแต่ไอ้การจดทะเบียนนั่น หมายความว่าอะไรเขาไม่ค่อยเข้าใจนัก
ฉินเหยาอธิบาย “ใช้คำพูดทางฝั่งพวกนายก็คือการแต่งงาน ทางฝั่งพวกเรา หากต้องการเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายล้วนต้องไปลงทะเบียนที่สำนักกิจการพลเรือน”
ถึงแม้ว่าสำนักกิจการพลเรือนในตอนนี้จะเป็นเพียงสิ่งประดับ หญิงชายอยากจะอยู่กินกันอย่างไรก็ไม่มีใครสนใจ
แต่ในเมื่ออยากได้ของของเขา พิธีการที่พึงมีก็ยังต้องมี
กลัวหลิวจี้ไม่ตอบตกลง ฉินเหยาคว้าไหล่เขามาโอบไว้ ทั้งสองคนนั่งลงบนคันนาในมิติ เธอแจกแจงให้เขาฟังด้วยท่าทางจริงจังว่า
“นายคิดดูนะ ฉันเป็นผู้กลายพันธุ์สายพละกำลัง ปกป้องไก่อ่อนอย่างนายน่ะไม่มีปัญหาแน่นอน”
“ส่วนนาย คนธรรมดาไม่ผิด ผิดที่มีของวิเศษในครอบครอง ร่างกายก็อ่อนแอถึงเพียงนี้ แถมยังทะลุมิติมา ไม่รู้อีโหน่อีเหน่กับสถานการณ์ทางฝั่งเรา ไม่กลัวโจรขโมยแต่กลัวโจรจับจ้อง มีมิติที่พาคนเข้ามาได้แบบนี้ ง่ายที่จะถูกผู้ประสงค์ร้ายจ้องเล่นงาน”
“แต่ว่า ถ้ามีฉันอยู่ ปัญหาเหล่านี้ก็ไม่ต้องกังวลแล้ว บลาๆๆ…”
หลิวจี้เพียงมองดูนางหลอกล่อตนเองเงียบๆ
ศอกเท้าเข่า ประคองใบหน้า เอียงคอเล็กน้อยมองดูนางร่ายยาว มุมปากก็ค่อยๆ ยกโค้งขึ้นอย่างงดงาม
อืม ก็ จะพูดอย่างไรดีนะ…เมียจ๋าของเขาช่างน่ารักเป็นที่หนึ่งในใต้หล้าจริงๆ!
ตูม…ครบครึ่งชั่วโมง
ทั้งสองคนก็ถูกดีดออกจากมิติพร้อมกัน
การหลอกล่อของฉินเหยาจึงจำต้องจบลง
เธอเบิกตากว้างจ้องเขม็งมาที่เขา แล้วถามว่า “นายตกลงไหม”
ดวงตาหลิวจี้เต็มไปด้วยประกายดาวพยักหน้าหงึกๆ “ตกลง”
ฉินเหยาลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก มองดูท้องฟ้าด้านนอก ดวงอาทิตย์ยามเช้ากำลังโผล่พ้นขอบฟ้า
และอาหารที่นำติดตัวมาของพวกเขาทั้งสองกก็ถูกกินเกลี้ยงไปหมดแล้ว
โชคดีที่มีน้ำในแม่น้ำจากมิติของหลิวจี้ น้ำสองกระติกก่อนหน้านี้ก็ยังไม่ได้ดื่ม
ถูไถก็พอจะทนไปถึงฐานได้
ดังนั้นฉินเหยาจึงโบกมือวูบใหญ่ “ไป กลับฐาน!”
หลิวจี้พลอยตื่นเต้นไปกับความฮึกเหิมของเธอด้วย
เขาจะได้ไปผจญภัยกับเมียจ๋าแล้ว โฮ่ๆๆ!
ไม่มีอะไรต้องเก็บ ห้านาทีให้หลัง ทั้งสองคนก็ออกเดินทาง
มุ่งหน้าขึ้นเหนือตามถนนสายตรงเส้นนั้นก็จะถึงฐานผู้รอดชีวิตที่ใกล้ที่สุด
ฐานแห่งนี้ก็คือฐานที่ฉินเหยาเคยอาศัยอยู่
แต่เพราะเพื่อนที่ออกไปทำภารกิจด้วยกันเมื่อสามเดือนก่อนตายไปหมดแล้ว เธอจึงไม่ได้กลับไปอีก
หากไม่ได้เจอเจ้าหลิวจี้นี่ ฉินเหยาคิดว่า มีความเป็นไปได้สูงมากที่เธอจะยังคงเลือกพักอยู่ที่ลานทรายใกล้ๆ ฐานต่อไป
รอจนเก็บรวบรวมหัวใจสัตว์กลายพันธุ์ได้มากพอก็กลับฐานไปเติมเสบียงแล้วค่อยใช้ชีวิตอยู่ภายนอกฐานต่อไปจนกว่าจะถึงวันที่ถูกพืชกลายพันธุ์ฆ่าตาย
ชีวิตที่ไร้ความหวังนี้ก็เป็นอันจบสิ้น
เพราะในฐานนั้น ไม่มีญาติมิตร เพื่อนฝูง เพื่อนร่วมงาน หรือเพื่อนที่เธอคุ้นเคยหลงเหลืออยู่อีกแล้ว
เธอเองก็ไม่ได้มีอุดมการณ์ยิ่งใหญ่อะไร อย่างเช่นการปกป้องมวลมนุษยชาติ
การมีชีวิตอยู่ช่างไร้ความหมาย
หันกลับไปมองบุรุษผมยาวที่เดินตามหลังตนเองซึ่งถูกแดดเผาจนหัวหมุน
มีชั่วขณะหนึ่ง เธอขอบคุณการมาถึงของเขาจากใจจริง
ฉินเหยาพลันเกิดความรู้สึกซาบซึ้งใจขึ้นมาวูบหนึ่ง
ทุกอย่างที่นี่สำหรับหลิวจี้ล้วนแปลกหน้าและแปลกใหม่
ทั้งที่เดินทางร้อนจะตายอยู่แล้ว แต่ปากของเขาก็ยังคงถามไม่หยุดหย่อน
เดี๋ยวก็ถามว่า “ตู้เหล็กสีฉูดฉาดพวกนั้นคืออะไรหรือ”
ฉินเหยา “รถยนต์”
เดี๋ยวก็ถามว่า “คุณพระช่วย! เมียจ๋าเจ้าทายซิว่าข้าเห็นอะไร ตู้เหล็กบินอยู่บนฟ้า!”
ฉินเหยากลอกตามองบนอย่างจนใจ “นั่นมันเครื่องบินรบลาดตระเวนของฐาน เราใกล้ถึงแล้ว”
เข้าไปในลิฟต์เลื่อนอัตโนมัติของฐาน เขาก็ถามอย่างตื่นตระหนกอีกว่า
“เมียจ๋า พวกเราถูกปีศาจกินลงท้องไปแล้วหรือ ทำไมของกลมๆ บนหัวนี่ถึงส่องแสงได้”
ฉินเหยาชินชาไปหมดแล้ว ทำหน้าที่เป็นผู้บรรยายด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ “นี่เรียกว่าลิฟต์ บนหัวนั่นคือหลอดไฟ อีกเดี๋ยวที่ที่พวกเราจะไปคือเมืองใต้ดิน…”
ข้างหูมีเสียงร้อง “ว้าวๆ” ของหลิวจี้ดังเป็นระยะ ในที่สุดฉินเหยาก็ได้เห็นประตูสำนักกิจการพลเรือน
เพราะระเบียบสังคมพังทลาย สำนักกิจการพลเรือนในตอนนี้จึงมีแต่ชื่อ
ประตูเหล็กผุพังสองบานแง้มอยู่ ด้านในมืดตึ๊ดตื๋อ ไฟก็ไม่ได้เปิด
ฉินเหยาถามทหารที่เข้าเวรอยู่ข้างๆ ถึงได้โทรศัพท์เรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องออกมาจากบ้านเพื่อทำทะเบียนสมรสให้ตนเอง
ก่อนถ่ายรูป หลิวจี้ลูบผมยาวที่ดูไม่เข้าพวกของตนเอง ถามอย่างอาลัยอาวรณ์อยู่บ้างว่า “หรือข้าจะตัดผมดี?”
ฉินเหยา “ไม่ต้อง ฉันชอบผมยาว”
หลิวจี้เบิกบานใจขึ้นมาอีกแล้ว เดินตามฉินเหยาต้อยๆ ไปนั่งหน้ากล้องถ่ายรูปด้วยกัน
เสียงดังแชะ รูปถ่ายก็ถูกพิมพ์ออกมาอย่างรวดเร็ว
เป็นภาพทะเบียนสมรสพื้นหลังสีแดง สตรีผมเกรียนใบหน้าเคร่งขรึมจริงจัง บุรุษผมยาวรูปงามยิ้มยิงฟันขาว
รับใบทะเบียนสมรสแล้ว ทั้งสองก็ไปยังโรงค้าขายแลกเปลี่ยน นำหัวใจสัตว์กลายพันธุ์ที่มีคุณค่าทางการศึกษาและทางการแพทย์พวกนั้นไปขาย
ฉินเหยาใช้แต้มสะสมทั้งหมดที่มีติดตัว แลกเสบียงอาหารสำหรับหนึ่งเดือนของทั้งสองคนและเมล็ดพันธุ์สามห่อ
ได้แก่ ข้าวเปลือก มันฝรั่ง ผักกวางตุ้ง
สามชนิดนี้ เป็นเมล็ดพันธุ์ที่ปลูกง่ายที่สุดในฐานในขณะนี้
ผ่านการปรับปรุงพันธุกรรม สามารถเพาะปลูกบนดินที่ปนเปื้อนเล็กน้อยได้
หลังจากนั้น ทั้งสองก็เช่ารถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งออกจากฐานผู้รอดชีวิต
มุ่งหน้าขึ้นเหนือ บนดงหินระเกะระกะในทุ่งร้าง ฉินเหยาหาถ้ำในหุบเขาธรรมชาติที่ตนเองกับเพื่อนบังเอิญพบตอนออกไปทำภารกิจเมื่อปีนั้นจนเจอ
ในที่แห่งนี้ พืชพรรณเบาบาง สัตว์ก็น้อย อีกทั้งยังห่างไกลผู้คน
เธอกับหลิวจี้อาศัยน้ำในแม่น้ำและดินในมิติ รวมถึงความสามารถในการล่าสังหารพืชกลายพันธุ์ของเธอ สามารถใช้ชีวิตพึ่งพาตนเองได้อย่างแน่นอนแล้ว
ฤดูใบไม้ผลิผ่านไป ฤดูใบไม้ร่วงเวียนมา
วันเวลาที่ยุ่งวุ่นวายนี้ราวกับความฝัน ผ่านไปเพียงชั่วพริบตา
ข้าวเปลือกและมันฝรั่งในมิติของหลิวจี้ก็เข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยว พืชผลที่ปลูกบนผืนดินนี้แทบไม่ต้องดูแล หว่านเมล็ดลงไปก็สามารถเจริญเติบโตได้อย่างแข็งแรง
ถ้ำธรรมชาติถูกฉินเหยาสร้างเป็นป้อมปราการลับ น้อยครั้งที่จะถูกสัตว์กลายพันธุ์ค้นพบ
บางครั้งที่มีหลงเข้ามาโดยบังเอิญล้วนกลายเป็นวิญญาณใต้กระบองของเธอ
นำอาหารส่วนเกินไปแลกเป็นแต้มสะสมที่ฐาน ฉินเหยาซื้อเครื่องปั่นไฟมาเพิ่มให้บ้านลับหลังเล็กของตนเอง
ถ้ำที่มืดสลัวแห่งนี้ ในที่สุดก็ติดตั้งหลอดไฟจนสว่างไสวขึ้นมา
หลิวจี้ถนัดงานบ้านมาก ทุกอย่างในถ้ำถูกเขาจัดการจนเป็นระเบียบเรียบร้อย
เพราะมีแหล่งน้ำสะอาดเพียงพอในมิติ ฉินเหยาที่ชำระล้างคราบสกปรกออกไป ในที่สุดก็เผยให้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริง
เครื่องหน้าของเธอคมเข้ม มีใบหน้าลูกครึ่งโดยธรรมชาติ ผมสั้นเกรียนติดหนังศีรษะ เผยให้เห็นรูปศีรษะที่ทุยสวย
ผิวสีข้าวสาลีสุขภาพดีเพิ่มเสน่ห์น่ามอง รูปร่างกำยำเต็มไปด้วยความรู้สึกแข็งแกร่งและทรงพลัง
ตอนที่เห็นครั้งแรก หลิวจี้ถูกสตรีที่งดงามผู้นี้ทำให้ตะลึงค้างไปนานถึงสิบนาทีเต็ม
ชายหญิงทั้งสองร่วมมือกัน บริหารจัดการบ้านในถ้ำแห่งนี้ให้ดียิ่งขึ้นเรื่อยๆ
วันเวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า ยิ่งอยู่ก็ยิ่งมีความหวัง
อาหารที่เพียงพอ ที่อยู่ที่ปลอดภัย ห่างไกลผู้คน ตัดการเข้าสังคมที่ไม่จำเป็นไปได้มากมาย
ทุกอย่างที่นี่ราวกับแดนสุขาวดี
……
วันหนึ่ง สายลมอ่อนพัดโชยเข้ามาในลานบ้านชาวนาที่หมู่บ้านตระกูลหลิว
ฉินเหยาที่นอนงีบหลับอยู่ใต้ต้นกุ้ยฮวาพลันลืมตาโพลง หลิวจี้วิ่งหน้าตื่นออกมาจากห้องครัว
สองสามีภรรยาสบตากัน พริบตาต่อมาก็ยิ้มออกมา ทุกอย่างกระจ่างชัดโดยไม่ต้องเอ่ยคำ
(จบบริบูรณ์)