ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70 - ตอนที่ 113 ฉันจะช่วยป้อนให้จนอิ่มเอง
- Home
- ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70
- ตอนที่ 113 ฉันจะช่วยป้อนให้จนอิ่มเอง
ตลอดช่วงบ่ายนั้น ต้องขอบคุณความช่วยเหลือจากหวังชุ่ยจวี๋ หมิงจูจึงพอจะรู้จักผู้คนในเขตที่พักข้าราชการได้เกือบหมด ถึงแม้จะยังไม่เคยเห็นหน้าค่าตามาจนครบทุกคนจริงๆ ก็ตาม
พอเจียงตั่วเลิกงานกลับมาในตอนบ่าย เขาก็พาหมิงจูออกจากเขตที่พักข้าราชการไปซื้อของที่สหกรณ์ร้านค้าเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลนัก
พรุ่งนี้ต้องเลี้ยงรับรองแขก จึงต้องมีการเตรียมการไว้บ้าง
ทั้งสองเดินเคียงคู่กันไปตามทาง พบสหายร่วมรบของเจียงตั่วหลายคน ซึ่งรวมถึงจ้าวเซิ่งผิงสามีของหวังชุ่ยจวี๋ และหลิวไฉชิงสามีของซูกุ้ยเหมย ที่วันนี้ถูกแม่ผัวด่ากราดสาดเสียเทเสีย แต่กลับไม่กล้าโต้ตอบแม้แต่คำเดียว
จ้าวเซิ่งผิงดูท่าทางเป็นคนร่าเริง ตรงไปตรงมาไม่น้อยเลย ถึงขั้นหยอกล้อเจียงตั่วว่า ‘วัวแก่กินหญ้าอ่อน’ อย่างหน้าตาเฉย
ส่วนหลิวไฉชิงดูเป็นคนไม่ค่อยพูดจา แต่สายตาของเขาไล่มองใบหน้าของหมิงจูไปมา ทำให้หมิงจูรู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย
เมื่อทั้งสองเดินห่างออกมา หมิงจูจึงเข้าไปกระซิบข้างหูเจียงตั่ว เล่าเรื่องราวที่เธอได้รับฟังมาตลอดบ่ายนี้กับเขา
เจียงตั่วตั้งใจฟังเธอพูดอย่างจริงจัง ไม่ถามแทรก ไม่แสดงออกว่าหงุดหงิดเลยแม้แต่น้อย
หมิงจูชอบการวางตัวของเขาเวลาพูดคุยกับเธอจริงๆ เธอจึงพูดต่อไปว่า “แม่เฒ่าหลิวนั่นน่ารังเกียจจริงๆ เวลาด่าลูกสะใภ้ก็สรรหาใช้แต่คำหยาบคาย น่าโมโหชะมัด ถ้าฉันมีแม่ผัวน่ารังเกียจแบบนั้น…”
เธอพูดแล้วก็พูดไปเรื่อย จู่ๆ ก็ชะงักดื้อๆ แล้วหันขวับไปมองเจียงตั่ว
เจียงตั่วเองก็กำลังมองเธออยู่เช่นกัน แล้วขมวดคิ้วถามว่า “มีอะไรหรือ?”
หมิงจูขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด “ฉันยังไม่เคยเจอพ่อกับแม่ของคุณเลยนี่คะ ถ้าพวกเขาไม่ชอบฉันเหมือนกันล่ะคะ?”
“ไม่ต้องห่วง”
ดวงตาของหมิงจูเป็นประกายขึ้นมา “คุณรู้สึกว่า พวกเขาจะต้องชอบฉันแน่ๆ เลยใช่ไหมคะ?”
“ไม่ใช่ นี่เป็นการแต่งงานของฉัน ความเห็นของคนอื่นฉันไม่สนหรอก”
หมิงจูรู้สึกพูดไม่ออก สรุปว่า…เขาก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าพ่อแม่จะชอบเธอหรือเปล่าใช่ไหม?
เธอขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ยังรู้สึกว่าจำเป็นต้องเตือนเขาล่วงหน้าไว้บ้าง เพราะไม่ว่าผู้ชายในยุคสมัยไหน ต่างก็มีบางคนที่เป็นลูกยอดกตัญญูจนหน้ามืดตามัวกันทั้งนั้น
“เจียงตั่ว ฉันขอบอกคุณไว้ก่อนเลยนะ ถ้าแม่คุณด่าฉันเหมือนแม่ผัวของซูกุ้ยเหมย ฉันจะไม่ยอมให้ต่อว่าได้อีกแม้แต่คำเดียว เพราะฉันไม่ใช่ลูกที่เธอให้กำเนิด เธอด้อยค่าลูกสาวของคนอื่น แล้วทำไมลูกสาวของคนอื่นคนนี้ต้องไปตามใจเธอด้วยล่ะ? ความเคารพเกรงใจควรมาจากทั้งสองฝ่าย จริงไหมคะ?”
เจียงตั่วมองเห็นความกังวลในแววตาของหมิงจู นี่อะไรกัน เพิ่งจะมาอยู่ร่วมกับสามีได้ไม่ทันไรก็เริ่มคิดร้อนใจขนาดนี้แล้วหรือ?
เขาเม้มริมฝีปากเข้าหากันเล็กน้อย “แม่จะไม่เป็นอย่างนั้นหรอก แม่ฉันเป็นคนมีการศึกษา ไม่พูดจาหยาบคาย”
เป็นคนมีการศึกษาแล้วยังไงเล่า? ตัวเธอเองก็เป็นถึงแพทย์หญิงเชียวนะ!
“ยิ่งเป็นคนมีการศึกษานี่แหละ ยิ่งถนัดเรื่องการประชดประชันเหน็บแนม คุณเป็นลูกชายของแม่คุณ ฉันไม่ได้จะเรียกร้องให้คุณเข้าข้างฉันเสมอในความสัมพันธ์แม่ผัวลูกสะใภ้ แต่คุณก็ไม่มีสิทธิ์ห้ามไม่ให้ฉันโต้ตอบ ไม่อย่างนั้นฉันจะเล่นงานคุณด้วยอีกคน”
เจียงตั่วพยักหน้าตอบรับ “ได้”
เมื่อได้ยินคำพูดของเจียงตั่ว หมิงจูก็รู้สึกสบายใจมากขึ้น
ไม่ว่าเขาจะทำได้หรือไม่ อย่างไรเสียเธอก็เตือนเขาไว้ล่วงหน้าแล้ว ถ้าเขาทำไม่ได้ก็เป็นความผิดของเขา
ทั้งสองมาถึงสหกรณ์ร้านค้าในชนบท ซึ่งที่จริงแล้ว…มันก็เป็นแค่ร้านค้าเล็กๆ
หมิงจูซื้อเนื้อมานิดหน่อย ผักสด และเมล็ดผัก จากนั้นเมื่อออกมา เจียงตั่วก็พาไปบ้านชาวบ้านในละแวกนั้นเพื่อแลกไก่ด้วยคูปองอาหารกลับมาตัวหนึ่ง
เห็นที่บ้านชาวบ้านคนนั้นมีลูกไก่เพิ่งฟักออกมาได้ครึ่งเดือน หมิงจูเห็นก็รู้สึกชอบมาก จึงให้เจียงตั่วซื้อให้มาหกตัว
ทั้งสองกลับมาบ้านพร้อมของพะรุงพะรัง หมิงจูให้เจียงตั่วช่วยทำเล้าไก่แบบง่ายๆ ส่วนเธอก็เข้าครัวเพื่ออุ่นขนมเปี๊ยะที่เหลือจากมื้อกลางวัน
หลังทานอาหารเสร็จ หมิงจูขังลูกไก่ไว้ในเล้า ให้มันกินอาหารและน้ำจากน้ำพุวิเศษ แล้วก็จูงมือเจียงตั่วเข้าบ้านด้วยความสบายใจ “ไปค่ะไป เราไปทำเรื่องตื่นเต้นกันดีกว่า”
เจียงตั่วคิดถึงเมื่อคืนที่เกือบจะได้ใกล้ชิดกับเธอมากขึ้น ร่างกายจึงอดไม่ได้ที่จะเกร็งขึ้นมา
หมิงจูจูงเขาไปที่ข้างเตียง “เจียงตั่ว รีบนอนลงสิ หัวหนุนตรงนี้ เดี๋ยวฉันไปเตรียมของก่อน”
เธอพูดจบก็จัดหมอนให้วางขวางตามขอบเตียง แล้วหันไปทางครัว
หัวใจของเจียงตั่วเต้นเร็วขึ้น เธอจะเตรียมอะไร? ไม่เห็นเธอจะต้มน้ำอาบเลยนี่นา
เขากำลังคิดฟุ้งซ่าน แต่แล้วก็เห็นหมิงจูถือชามเดินเข้ามาหา ในชามมีของเหลวข้นๆ อยู่ เธอยิ้มเอาอกเอาใจ “อ้าว? ทำไมยังไม่นอนลงไปอีกล่ะคะ!”
“นี่เธอ…”
หมิงจูยิ้มสดใสยิ่งขึ้น “นี่คือของดีที่ฉันเพิ่งวิจัยมาใหม่ เรียกว่ามาสก์หน้า ฉันอยากจะลองพอกดูว่ามันจะช่วยให้ผิวขาวขึ้นได้ไหมน่ะค่ะ”
ในโลกนี้ มีใครที่เหมาะเป็นผู้ทดลองเท่าเจียงตั่วอีกงั้นหรือ?
ใบหน้าที่ดำคล้ำจากการตากแดดจนเป็นสีทองแดงนี้ ถ้าสามารถทำให้ขาวขึ้นได้ ประสิทธิภาพของน้ำจากน้ำพุวิเศษชนิดใหม่นี้ก็จะได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการแล้ว
เจียงตั่ว “…”
ที่แท้เธอก็กระตือรือร้นขนาดนี้ เพียงเพื่อจะให้เขาขาวขึ้น
แต่เขากลับรู้สึกต่อต้าน “ผู้ชายไม่จำเป็นต้องขาวมากหรอก”
หมิงจูเลิกคิ้ว “อืม? ไม่ยอมให้ลองเหรอคะ? ไม่ได้นะ”
เธอวางชามลงแล้วเอื้อมมือไปกอด แก้มที่เนียนนุ่มแนบกับแก้มเขา ออดอ้อนว่า “ไอหยา พี่ขา ช่วยทดสอบให้หน่อยนะคะ ขอร้องล่ะ ได้ไหมคะ? หืม?”
เจียงตั่วตัวเกร็งจากการคลอเคลียของเธอ ในหัวนึกไปถึงนางปีศาจที่เขียนไว้ในตำนาน
ภรรยาตัวน้อยของเขาในตอนนี้เหมือนนางปีศาจน้อยนั้นเลย!
เขาอดทนกับการรบเร้านี้ไม่ไหว แม้ในใจจะเกิดความคิดต่อต้าน แต่สุดท้ายก็ยอมนอนลงไป
หมิงจูดีใจมาก ดึงเก้าอี้มานั่งข้างเตียง ค่อยๆ ทาของเหลวข้นที่ผสมเตรียมไว้ลงบนใบหน้าของเจียงตั่วทีละน้อย
หลังจากทาหน้าจนหมดถ้วย เธอก็ยื่นหน้าไปจ่อที่หน้าผากของเจียงตั่วแล้วถามอย่างสงสัยว่า “เจียงตั่ว รู้สึกยังไงบ้างคะ?”
เมื่อกี้ตอนอ้อนเรียกเขาว่าพี่ขา แต่ตอนนี้เขากลับเป็นเจียงตั่วอีกแล้ว
เขาเงียบไปครู่หนึ่งแล้วตอบว่า “เย็นนิดหน่อย แล้วก็รู้สึกแสบจี๊ดๆ เล็กน้อย”
“นั่นก็เพราะผิวขาดน้ำน่ะสิคะ วันนี้ฉันจะช่วยป้อนจนอิ่มฟูเอง”
หมิงจูเฝ้าดูเวลา สิบห้านาทีต่อมา เธอก็ให้เขาไปล้างหน้า
หลังจากเจียงตั่วล้างหน้าเสร็จแล้ว เพียงหันมามองเธอ มุมปากของหมิงจูก็แทบจะกระดกไปถึงฟ้า
ว้าว ว้าว… นี่มันน่าประหลาดใจจริงๆ!
เธอขยับเข้าไปใกล้ กระโดดไปเกาะเกี่ยวเจียงตั่วอย่างซุกซน กอดเขาแน่นเหมือนเคย ก้มหน้าลงจูบที่ริมฝีปากเขาหนึ่งครั้ง แล้วชมว่า “ผู้กองเจียงของเรานี่ พอขาวขึ้นแล้วหล่อจริงๆ เลยนะเนี่ย เมื่อก่อนฉันไม่เคยรู้เลยว่าคุณมีแววที่จะเป็นชายรูปงามได้ขนาดนี้ ถ้าให้คุณออกไปข้างนอก คงจะมีผู้หญิงมารุมล้อมเยอะแยะไปหมดแน่เลย”
เจียงตั่วมองท่าทางโอ้อวดความดีของเธออย่างจนใจ “อย่าซน”
“ฉันไม่ได้ซนนะคะ ไม่เชื่อคุณลองดูสิ”
เจียงตั่วอุ้มหมิงจูเข้าไปในห้องนอน หมิงจูก็หยิบกระจกมาวางตรงหน้าเขา
เขามองตัวเองในกระจก ดูขาวขึ้นมากจริงๆ คนละสีกับผิวที่คอไปแล้ว
เจียงตั่วรู้สึกจนใจ พรุ่งนี้คงต้องโดนคนอื่นหัวเราะเยาะแน่ๆ หวังว่าเขาจะตากแดดให้กลับมาเหมือนเดิมได้ในวันเดียวนะ
“เธอทำอะไรอยู่กันแน่?”
หมิงจูเลิกคิ้วยิ้มอย่างมีเลศนัย แต่ไม่พูดอะไรออกมาเลย
จะเป็นอะไรไปได้เล่า มันก็ต้องเป็นกุญแจทองที่จะพาเธอไปสู่ความมั่งคั่งและชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคตไงล่ะ…