ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70 - ตอนที่ 112 ต้องทำให้เขาพอใจให้ได้ ต่อให้ต้องทุ่มเทจนเลือดกระเด็น
- Home
- ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70
- ตอนที่ 112 ต้องทำให้เขาพอใจให้ได้ ต่อให้ต้องทุ่มเทจนเลือดกระเด็น
หมิงจูยกมือขึ้นมาลูบใต้ตาและข้างจมูก สองสามวันนี้เธอทั้งต้องเร่งเดินทางด้วยรถไฟ แถมยังนอนไม่พอ ตื่นเช้ามาวันนี้เลยมีรอยคล้ำใต้ตาและสิวเสี้ยนเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นที่สันจมูกเต็มไปหมด
เธอตั้งใจจะหาเวลาออกไปหาวัตถุดิบมาทำความสะอาดตรงสันจมูกเสียหน่อย แต่ใครจะคิดว่าตอนนี้แก้มของเธอบริสุทธิ์ผุดผ่องราวกับไข่ที่เพิ่งปอกเปลือกออกใหม่ๆ ไม่ต้องพูดถึงเลยว่ามันเนียนนุ่มและขาวสะอาดขนาดไหน!
ทั้งหมดเป็นผลมาจากน้ำจากน้ำพุวิเศษที่ได้รับการอัปเกรดแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย!
เธอ… พอใจกับน้ำพุวิเศษรูปแบบใหม่นี้เหลือเกิน!
หากในยุคปัจจุบันเธอสามารถมีระบบเช่นนี้ในครอบครอง เธอคงจะกอบโกยเงินทองจนรวยเละ เพราะเงินในกระเป๋าของผู้หญิงนั้นได้มาง่ายที่สุดเสมอ
เดี๋ยวสิ ผู้หญิงในยุคนี้ก็น่าจะรักสวยรักงามเหมือนกันไม่ใช่หรือ?
เธอเลิกคิ้วเล็กน้อย ไม่รู้ว่าหากนำเจ้าสิ่งนี้มาใช้ทาภายนอกจะได้ผลอย่างไร…
ไว้ค่อยลองดูทีหลัง!
หมิงจูจ้องมองกระจกอยู่ครู่ใหญ่ ด้วยอารมณ์ที่ร่าเริง เธอบรรจงทำแผลที่นิ้วอย่างเชื่องช้า แล้วใช้มือเดียวสับเนื้ออย่างใจเย็น ก่อนจะเริ่มห่อแป้งเปี๊ยะ
ไม่นานหลังจากเสียงแตรสัญญาณพักเที่ยงของกองทัพดังขึ้น เจียงตั่วก็กลับมาถึงแล้ว
หมิงจูนั่งอยู่หน้าโต๊ะอาหาร สายตาจับจ้อง แล้ววางชามไว้บนโต๊ะตรงตำแหน่งของเขา “กลับมาแล้วหรือคะ ล้างมือแล้วมากินข้าวเถอะ”
เมื่อเห็นผ้าพันแผลที่มือของเธอ เจียงตั่วก็ขมวดคิ้ว ก่อนจะเดินเข้าไปย่อลงข้างหน้า แล้วดึงมือของเธอมาตรวจดู ถามขึ้นว่า “เกิดอะไรขึ้น?”
หมิงจูชักมือกลับ ไม่แม้แต่จะมองเขา แค่พูดเรียบๆ ว่า “คุณชอบกินขนมเปี๊ยะนี่นา ตอนที่ฉันกำลังสับเนื้อ เผลอใจนิดหน่อยก็เลยบาดมือไปน่ะค่ะ”
“มือเจ็บก็อย่าฝืนทำต่อสิ รอฉันกลับมาทำเองก็ได้”
“ได้ยังไงกันคะ?” น้ำเสียงของหมิงจูเจือความไม่พอใจเล็กน้อย “ฉันพยายามอย่างมากจนได้รู้ว่าสามีชอบกินอะไร ต่อให้ต้องทุ่มเทจนเลือดตกยางออก อย่างน้อยก็ต้องทำให้คุณพอใจให้ได้สิ! ต่อไปนี้พวกเราจะกินแป้งเปี๊ยะกันทั้งสามมื้อเลย”
เจียงตั่วสัมผัสได้ในทันที ดูเหมือนเธอจะอารมณ์ไม่ดีอีกแล้ว
เขาดูลังเลเล็กน้อยแล้วถามว่า “หมิงจู ฉันไม่ค่อยเก่งเรื่องเดาใจผู้หญิงเท่าไหร่ นี่ฉันทำอะไรผิดไปอีกหรือเปล่า?”
เมื่อเห็นท่าทางจริงจังของเขา หมิงจูก็รู้สึกตลกตัวเองขึ้นมาทันที
เธอเรียกร้องจากเจ้าคนทึ่มคนนี้มากไปหรือไม่?
เอาเถอะ บอกตรงๆ ไปเลยแล้วกัน
“เมื่อคืนคุณบอกฉันว่าคุณกับหวงอวี้ไม่ค่อยสนิทกัน แต่ที่เห็นคืออะไรล่ะ? ขนาดหล่อนยังรู้เลยว่าคุณชอบกินขนมเปี๊ยะไส้หมู แต่ฉันกลับไม่รู้ ฉันที่เป็นภรรยานี่ช่างไร้ความสามารถจริงๆ”
เจียงตั่วพูดตอบด้วยเสียงเบาลงว่า “ฉันไม่เคยบอกเลย ไม่รู้ว่าหล่อนไปสืบมาจากไหน”
สืบจากไหนได้อีกล่ะ คงรู้มาจากคนโน้นทีคนนี้ทีนั่นแหละ
หมิงจูเม้มปาก “เรื่องนั้นไม่สำคัญหรอกค่ะ ที่ฉันโกรธคือ คุณเป็นสามีของฉัน แต่ฉันกลับไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคุณ เพราะว่าคุณไม่เคยบอกความชอบกับฉันเลย งั้นฉันถามคุณหน่อย นอกจากเปี๊ยะไส้หมูแล้ว คุณยังชอบกินอะไรอีกคะ?”
“ฉันไม่เลือกกิน”
หมิงจูเบะปาก “อีกแล้วนะ… ช่างเถอะ ถ้าไม่อยากบอกก็กินข้าวเถอะค่ะ”
เจียงตั่วคว้าตัวเธอไว้ แล้วคิดอย่างจริงจังครู่หนึ่ง “ฉันชอบกินเกี๊ยวไส้สามรส”
หมิงจูได้ยินดังนั้นก็เริ่มหันมาให้ความสนใจ “แล้ว… ผลไม้ล่ะคะ?”
“ลูกท้อ”
หมิงจูยิ้มยินดีอย่างปิดไม่มิด “จริงหรือคะ? ฉันก็ชอบกินลูกท้อเหมือนกัน แล้วพวกกับข้าวล่ะ?”
“เมื่อก่อนฉันชอบกินมะเขือยาวน้ำแดง แต่ตอนนี้ชอบกินกับข้าวที่เธอทำมากกว่า”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น มุมปากของหมิงจูก็ยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย เจ้าหนุ่มเอ๋ย ถือว่านายตาถึง!
“กีฬาที่ชอบล่ะ?”
“บาสเกตบอล”
เหมือนว่าหมิงจูจะคิดอะไรอีกไม่ออกแล้ว เธอยิ้มอย่างพึงพอใจ ในที่สุดบนใบหน้าของเธอก็มีรอยยิ้ม และจงใจโอบมือรอบคอเขาพร้อมกับพูดอย่างออดอ้อนว่า “เอาล่ะ วันนี้พอแค่นี้ก่อน วันหลังฉันคิดอะไรออกจะถามอีกนะคะ อย่าลืมว่าต่อไปนี้จะต้องซื่อสัตย์กับฉันแบบนี้เสมอ ไม่งั้นฉันจะโกรธจริงๆ นะ โกรธแบบง้อยังไงก็ง้อไม่ขึ้นด้วย”
“ได้ แล้ว… เธอชอบอะไรล่ะ?”
หายากนะเนี่ยที่เจ้าคนทึ่มคนนี้จะถามกลับมา
“ฉันชอบหลายอย่างเลยค่ะ เดี๋ยวฉันจะทำรายการให้คุณแล้วกัน คุณต้องจำให้แม่นๆ เลยนะ อย่าให้คนอื่นถามแล้วคุณไม่รู้อะไรเลยสักอย่าง”
“ได้”
หมิงจูโน้มตัวเข้าไปจูบที่ริมฝีปากเขา แล้วพูดเสียงหวานตามปกติว่า “ล้างมือแล้วมากินข้าวเถอะค่ะ”
เจียงตั่วรู้สึกจากใจจริงว่าการอยู่กับหมิงจูแบบนี้สบายใจที่สุด
เขาลุกไปล้างมือแล้วกลับมานั่งตรงข้ามหมิงจู ก่อนจะเปิดกล่องข้าวที่เพิ่งนำมาวางไว้ตรงหน้าเธอ ภายในมีซี่โครงหมูสองชิ้นและปลาดาบเงินซอสแดงสองสามชิ้น “ฉันเอากับข้าวจากโรงอาหารมาฝาก”
หมิงจูมองแวบหนึ่งแล้วพูดขึ้นมาว่า “อาหารที่โรงอาหารของคุณดีขนาดนี้เลยหรือคะ?”
“อืม”
เจียงตั่วหยิบเปี๊ยะขึ้นมากินหนึ่งคำ…
ฝีมือการทำอาหารของหมิงจูไม่เคยทำให้ผิดหวังเลย
หลังจากทานข้าวมื้อกลางวัน เจียงตั่วพักผ่อนครู่หนึ่งแล้วก็กลับไปที่หน่วยงาน ส่วนหมิงจูนอนหลับยาวจนถึงบ่ายค่อยตื่นขึ้นอย่างเกียจคร้าน
เธอไม่มีอะไรจะทำ เลยเริ่มนึกถึงแผนจัดการลานบ้านเล็กๆ แห่งนี้
ถึงแม้ที่นี่จะเล็กไปหน่อย แต่ก็ยังพอปลูกผักได้บ้าง
ขณะที่เธอกำลังวางแผนว่าจะจัดสรรพื้นที่ตรงนี้อย่างไรให้เหมาะสม หูก็ได้ยินเสียงแม่เฒ่าจากที่ไกลๆ ตวาดด่ากราดแว่วมา…
“ริอ่านมาตัดพ้อว่าลูกชายฉันไม่กลับบ้านหรือ? ถุย! หัดดูสารรูปอัปลักษณ์ของแกบ้าง มันเป็นความผิดของใครที่รั้งใจผู้ชายไว้ไม่ได้? ในเมื่อแกคลอดหลานชายไม่ได้ ลูกชายฉันที่พาหลานชายกลับมาให้ผิดตรงไหน? แกก็รู้แต่ร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้! ความโชคดีของบ้านสกุลหลิวของฉันไหลไปกับน้ำตานังอัปลักษณ์อย่างแกหมดแล้ว! หุบปาก!”
หมิงจูตกใจ ก่อนหน้านี้คนในหมู่บ้านเสี่ยวจิ่งต่างบอกว่าเธอเป็นผู้หญิงปากร้าย แต่เมื่อเทียบกับแม่เฒ่าคนนี้แล้ว… เธอคงต้องขอยอมแพ้
ขณะที่เธอกำลังฟังอยู่ เพื่อนบ้านหญิงข้างๆ ก็เดินออกมาเช่นกัน
กำแพงบ้านในเขตที่พักข้าราชการสูงเพียงประมาณหนึ่งเมตรครึ่ง เลยทำให้สามารถเห็นหน้ากันได้อย่างง่ายดาย
เมื่อหันมาเห็นหมิงจู อีกฝ่ายก็พยักหน้าให้ “เธอคือภรรยาของเจียงตั่วใช่ไหม? ทำไมถึงได้งามขนาดนี้นะ ไม่แปลกใจเลยที่ต้นไม้เหล็กอย่างเจียงตั่วจะออกดอกออกผล ผู้หญิงที่งามอย่างนี้ใครจะไม่ชอบเล่า!”
หมิงจูยิ้มเก้อเขิน “สวัสดีค่ะ ฉันชื่อหมิงจูค่ะ”
“สวัสดีจ้า ฉันชื่อหวังชุ่ยจวี๋ สามีของฉันชื่อจ้าวเซิ่งผิง เป็นสหายที่อยู่หน่วยงานเดียวกับเจียงตั่ว ฉันอายุมากกว่าเธอไม่กี่ปี เรียกฉันว่าพี่สะใภ้ก็ได้”
ผู้หญิงคนนี้เป็นคนตรงไปตรงมา หมิงจูจึงเรียกอย่างตรงไปตรงมาว่า “พี่สะใภ้”
เสียงด่าทอจากที่ไกลยังดำเนินต่อไป หวังชุ่ยจวี๋กวักมือเรียกหมิงจูไปที่กำแพงเตี้ยๆ ของลานบ้าน ทั้งสองคนแนบกับกำแพงแล้วพูดเสียงเบาว่า “แม่เฒ่าหลิวคนนั้นเป็นแม่ของหลิวไฉชิง ผู้กองประจำกองร้อยที่สาม อารมณ์เสียร้ายกาจมาก ต่อไปเวลาเจอหล่อนในบ้านพักก็พยายามหลบหน้าหน่อยนะ หล่อนเป็นคนที่ไม่เคยมีเหตุผลกับใครเลย”
หมิงจูถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น “ภรรยาของเขาก็ทนอยู่แบบนั้นหรือคะ?”
“ไม่ทนแล้วจะให้ทำยังไงได้? แต่งงานมาห้าหกปีแล้วก็ยังไม่มีลูก กินยามาก็เยอะ ใบหน้าก็บวมอืดน่าเกลียดเพราะยาไปหมด เหล่าหลิวก็ไม่ค่อยสนใจภรรยาคนนี้อยู่แล้ว ตอนนี้ยังพาเด็กผู้ชายที่เกิดจากภรรยานอกสมรสกลับมาให้เลี้ยงอีก… เฮ้อ ช่างน่าสงสารเหลือเกิน!”
หมิงจูขมวดคิ้ว เรื่องราวมันน้ำเน่าได้ขนาดนี้เลยหรือ?