ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70 - ตอนที่ 31 ร้อนจนฉันนอนไม่หลับ
ใต้แสงไฟสลัว ใบหน้าของเจียงตั่วไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ ยากจะคาดเดาความรู้สึก
หมิงจูจึงตัดสินใจเลิกมองเขา แล้วพูดด้วยอย่างตรงไปตรงมา “ประเด็นก็คือ… วันนั้นในห้องใต้ดินเก็บเสบียงฉันวู่วามเกินไป พอเอาเข้าจริงก็… เจ็บไปหมดเลยค่ะ…”
ใจของเจียงตั่ววูบดิ่งลง “เจ็บมากไหม?”
เมื่อครู่เขายังรู้สึกอึดอัดใจกับข้อเสนอของหมิงจูเรื่องระดับขั้นของชีวิตคู่ แต่ตอนนี้กลับเหลือเพียงความรู้สึกผิด หมิงจูเป็นเพียงหญิงสาวบอบบาง จะทนความเจ็บปวดจากเขาได้นานแค่ไหนกัน?
วันนั้นเขา… ควบคุมตัวเองไม่ได้เลย และไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ
หมิงจูโบกมือ “ไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้นหรอกค่ะ เลือดหยุดไหลไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่ก็ยังปวดอยู่บ้าง ฉันแค่อยากพักฟื้นสักหน่อยก่อนน่ะค่ะ…”
“ฉันเข้าใจ แล้วก็จะเคารพการตัดสินใจของเธอ” เจียงตั่วพูดจบก็เดินไปข้างหน้า หยิบผ้าห่มที่หมิงจูเพิ่งปูบนเตียงเสร็จเมื่อครู่ขึ้นมาหนึ่งผืน แล้ววางลงบนพื้น
หมิงจูตกตะลึง ทำถึงขนาดนี้มันก็เกินไปหน่อยน่ะสิ
“คุณขึ้นมานอนบนเตียงอุ่นๆ เถอะค่ะ พื้นมีความชื้นสูง ไม่ดีต่อสุขภาพนะคะ”
คนที่เป็นหมอย่อมรู้เรื่องการดูแลสุขภาพเป็นอย่างดี อะไรดีต่อร่างกาย อะไรไม่ดี ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าหมิงจู
แต่เจียงตั่วกลับยืนกรานว่า “ไม่เป็นไร ฉันชินแล้ว เข้านอนแต่หัวค่ำเถอะ”
หมิงจูเห็นว่าเธอไม่อาจโต้เถียงเขาได้ จึงไม่ได้พูดอะไรต่อ
แต่เมื่อดับตะเกียงน้ำมันและนอนลงบนเตียง เธอก็รู้สึกเสียใจทันที!
เตียงอุ่นวันนี้… โคตรร้อนเลย!
เธอ… หลับ… ไม่… ลง!
เธอพลิกไปพลิกมาอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง จนในที่สุดหมิงจูก็ทนไม่ไหว
เธอกลิ้งไปที่ขอบเตียงอุ่น อาศัยแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างที่เปิดอยู่ มองเจียงตั่วที่นอนนิ่งอยู่บนพื้น แล้วถามเสียงแผ่วเบา “เจียงตั่ว คุณหลับหรือยังคะ?”
เจียงตั่วตอบรับเสียงอู้อี้ในลำคอ “ยัง”
“พื้นเย็นดีไหมคะ?”
“ได้อยู่”
ได้ยินเช่นนั้น หมิงจูก็รู้สึกอิจฉา อยากลงไปนอนกับเขามาก “ฉันก็อยากลงไปนอนกับคุณที่พื้นเหมือนกันค่ะ”
เจียงตั่ว “…”
เขาลืมตา แล้วหันไปมองหมิงจูที่อยู่บนเตียงอุ่น เขาเห็นเธอทำหน้ามุ่ยแล้วพูดเสียงเศร้า “บนเตียงมันร้อนมากเลยค่ะ ร้อนจนฉันนอนไม่หลับเลย”
เมื่อเห็นหญิงสาวร่างเล็กบ่นด้วยความน้อยใจ เจียงตั่วก็นึกย้อนไปถึงตอนที่เธอดูเหนื่อยล้าตอนที่ให้เขาดมกลิ่น ‘หมิงจูทอดกรอบ’
วันนั้นเธอก็นอนไม่หลับเพราะเตียงร้อน ดังนั้นวันรุ่งขึ้นจึงดูอ่อนเพลียมาก
เขากำลังคิดหาวิธีคลายร้อนให้ แต่หญิงสาวบนเตียงอุ่นกลับทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว เธออุ้มหมอนไว้กับอก จรดเท้าเปล่าลงพื้น และเลื่อนตัวลงมาบนผ้าปูที่นอนของเขาอย่างรวดเร็ว
หมิงจูวางหมอนของเธอข้างหมอนของเจียงตั่วเรียบร้อย จากนั้นก็ทิ้งตัวลงนอนข้างชายหนุ่มบนพื้น
ความร้อนที่แผ่ขึ้นมาจากด้านล่างหายไป หมิงจูถอนหายใจอย่างโล่งอก “ดีจัง”
แต่…
ตอนนี้เจียงตั่วกลับรู้สึกไม่ค่อยดีเอาเสียเลย!
หมิงจูสังเกตได้ว่าลมหายใจของชายหนุ่มข้างกายหนักขึ้น แขนของเขาก็แข็งเกร็ง ราวกับร่างกายกำลังตึงไปหมด
ใช่แล้ว เจียงตั่วเป็นชายหนุ่มเลือดร้อน ตอนนี้มีสาวงามอยู่ข้างกายแต่ไม่อาจแตะต้องได้ ไม่ว่าจะมีจิตใจแข็งแกร่งแค่ไหนก็ยากที่จะต้านทาน…
หมิงจูคิดเช่นนั้น จึงตบแขนเขาเบาๆ เพื่อปลอบโยน “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คุณก็แค่คิดซะว่าฉันเป็นเฉียวปินก็พอ”
เจียงตั่วตอบด้วยเสียงแหบพร่า “ฉันไม่นอนกับเฉียวปิน”
“งั้นคุณก็แค่คิดซะว่าฉันไม่มีตัวตนไปเลยก็ได้ค่ะ รีบเข้านอนเถอะ”
เจียงตั่ว “…”
กลิ่นหอมหวานเย้ายวนใจวนเวียนอยู่ข้างจมูกเช่นนี้ เขาจะแสร้งทำเหมือนว่าเธอไม่มีตัวตนได้อย่างไร?
เขาหายใจออกช้าๆ ใช้พลังใจอันแข็งแกร่งพยายามระงับความร้อนรุ่มที่เกิดขึ้นทั่วร่างในขณะนี้…
ตอนนี้หมิงจูรู้สึกไม่ร้อนอีกต่อไปแล้ว แต่ก็รู้ว่าการนอนบนพื้นไม่ใช่ทางแก้ปัญหาในระยะยาว
ไม่ได้การแล้ว ช่วงนี้ต้องหาเวลาไปสร้างห้องครัวเล็กๆ ด้านนอก ช่วงหน้าร้อนในอนาคตจะได้ทำอาหารข้างนอกได้ ไม่อย่างนั้นเตียงดินนี้คงจะร้อนเกินไป!
คิดไปคิดมา เธอก็ผล็อยหลับไป…
เช้าวันรุ่งขึ้น หมิงจูลืมตาขึ้นช้าๆ ท่ามกลางเสียงไก่ขันร้องระงม
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือใบหน้าหล่อเหลาและคมคายของเจียงตั่วที่อยู่ใกล้มาก ขณะนี้เธอกำลังหนุนหมอนของเขาครึ่งหนึ่ง พร้อมกับกอดเกี่ยวแขนขากับตัวอีกฝ่ายแน่น
ที่แย่ไปกว่านั้นคือ มือข้างหนึ่งของเธอกำลังพาดอยู่บน… ท้องน้อยของเขา
และท่าทางตอนนอนของเจียงตั่วก็แข็งทื่อ เห็นได้ชัดว่าเขานอนไม่สบายเอาเสียเลย
หมิงจูกัดริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว รู้สึกอับอายถึงที่สุด… นี่จะถือว่าเธอกำลังล่วงเกินผู้กองเจียงหรือไม่?
เธอรีบหดฝ่ามือที่อยู่ไม่สุขของเธอกลับมา ก่อนที่เขาจะตื่น!
เธอกำลังค่อยๆ ถอนมือที่พาดอยู่บนท้องน้อยของเขากลับมา พอดีกับที่เจียงตั่วลืมตาขึ้น…
เมื่อทั้งสองสบตากัน หมิงจูก็ลุกขึ้นนั่งทันที เธอหันหลังให้เขาแล้วยิ้มแห้ง “ขอโทษนะคะ คือฉัน… นอนดิ้นไปหน่อย”
เจียงตั่วก็ลุกขึ้นนั่งเช่นกัน แล้วบิดขี้เกียจหมุนคอที่แข็งเกร็ง “อืม ดิ้นมากไปหน่อยจริงๆ”
กลางดึกเธอนอนไปนอนมา ก็คลานขึ้นมาทับตัวเขา จนเขาต้องตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกอึดอัดเหมือนถูกกดทับ
แล้ว… พอเขาดันออก เธอก็จะคลานขึ้นมาอีกครั้ง…
เขาต้องทนทรมานอยู่ตลอดทั้งคืนเลย!
ในตอนนี้ หมิงจูรู้สึกอับอาย ไม่จำเป็นต้องพูดตรงขนาดนั้นก็ได้ สุภาพกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไง? เธอเป็นผู้หญิงนะ หน้าบางจะตายไป!
เธอรีบเปลี่ยนเรื่อง เพื่อหลีกเลี่ยงความอึดอัด ลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า “คุณเก็บที่นอนเถอะ ฉันจะไปทำอาหารเช้าให้ค่ะ”
ไม่รอคำตอบจากเจียงตั่ว เธอก็รีบวิ่งออกไปทันที แล้วหายตัวไปในพริบตา…
อาหารเช้าคือขนมปังแป้งข้าวโพดอุ่นๆ กับผักดองที่หมิงจูทำไว้
ในยุคนี้ ทุกครอบครัวกินแบบนี้ ไม่มีให้เลือกมาก
หมิงชุนนีออกไปทำงานแล้วหลังกินข้าวเสร็จ ส่วนหมิงจูมาที่มุมลานบ้านแล้วตั้งใจว่าจะปลูกผักที่นี่
ฤดูกาลนี้ พืชผักกินได้ที่บ้านมีแค่มันฝรั่ง และบวบเพียงไม่กี่ลูกที่เลื้อยอยู่บนผนังกำแพงนอกบ้าน ซึ่งมันน้อยเกินไป คนเราต้องได้รับสารอาหารครบถ้วนมากกว่านี้
นึกถึงลานบ้านที่กว้างขวางของเธอ เธอคงจะสามารถปลูกผักเองได้สบายๆ
นี่คือลานบ้านในฝันของเธอเลยนะ!
ใครบ้างที่ไม่อยากมีพื้นที่เล็กๆ ที่สามารถวางแผนจัดแจงเองได้อย่างอิสระแบบนี้?
วันนั้นที่เธอเข้าไปในเมือง ก่อนที่เจียงตั่วกลับมาได้คิดเรื่องซื้อเมล็ดพันธุ์ไว้
ตอนนี้หมิงจูได้วางแผนสร้างแปลงผักหลายแปลงที่ริมกำแพงเตี้ยของลานบ้าน แต่ละแปลงยาวประมาณสามเมตร แล้วก็ถือจอบลงมือพรวนดินทันที!
แต่… ดินตรงนี้มันแข็งจริงๆ! ขุดแงะลงไปยากมาก!
เจียงตั่วกินข้าวเช้าและล้างจานเสร็จ กำลังจะออกไปทำงาน เขาออกมาก็เห็นภรรยาตัวน้อยกำลังขุดดินอยู่ ไม่กี่นาทีต่อมาเธอก็เหงื่อแตกพลั่กไปหมดทั้งตัวแล้ว…
“เธอกำลังทำอะไรอยู่?”
หมิงจูไม่ได้มองเขาด้วยซ้ำ เธอเช็ดเหงื่อที่หน้าผากแล้วตอบกลับมาว่า “วันที่เราสองคนเข้าเมืองฉันซื้อเมล็ดพันธุ์มานิดหน่อยค่ะ ตั้งใจว่าจะปลูกผักในสวน อีกหนึ่งเดือนก็จะได้กินผักสดๆ ที่ปลูกเองแล้ว… สุดยอดเลยใช่ไหมคะ?”
เธอยิ้มกว้างพร้อมกับดีดนิ้ว จากนั้นก็ก้มหน้าก้มตาลงไปใหม่ สองมือกำด้ามจอบแน่น เท้าเหยียบหัวจอบอย่างแรง แล้วขุดดินอย่างตั้งใจ!
แต่ดินก็แค่ขยับไปได้เพียงหนึ่งนิ้วเท่านั้น…
เจียงตั่วเลิกคิ้วขึ้น หญิงสาวร่างเล็กที่เขาแต่งงานด้วยนี่บอบบางเหลือเกิน… ทำอะไรก็ไม่ค่อยได้เรื่อง!