ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70 - ตอนที่ 32 เมื่อยเอวไปหมดแล้ว
เจียงตั่วก้าวเข้าไปรับจอบจากหมิงจู “เดี๋ยวฉันทำเอง”
หมิงจูอยากจะปฏิเสธอย่างสุภาพ แต่พื้นดินนี้แข็งมากจนเธอขุดไม่ไหว จึงถอยหลังไปหนึ่งก้าว แล้วชี้ไปที่พื้นที่ว่างเปล่าพร้อมกับอธิบายความคิดของเธอ
เจียงตั่วพยักหน้า “เข้าใจแล้ว เธอไปพักเถอะ”
หมิงจูไม่กล้าพัก เธอเลื่อนเก้าอี้ตัวเล็กไปนั่งใต้ร่มเงาข้างกำแพง อยู่เป็นเพื่อนเขาทํางาน
ต้องบอกเลยว่า การได้ดูเจียงตั่วทำงานเป็นเรื่องที่ดูเพลินไม่รู้เบื่ออย่าบอกใคร!
ชายหนุ่มร่างกำยำคนนี้เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ แขนของเขาแข็งแกร่งจนรู้สึกเหมือนงัดด้ามจอบให้หักได้ด้วยมือเปล่า
ไม่แปลกใจเลยที่ป้าๆ ยายๆ ในหมู่บ้านมักจะจับกลุ่มคุยกันว่าเขาต้อง ‘เก่ง’ เรื่องอย่างว่าแน่ๆ ดูสิ ขนาดแค่ขุดดินยังเท่อะไรขนาดนี้!
เมื่อสัมผัสได้ว่าหมิงจูกำลังมองอยู่ เจียงตั่วก็หันหน้ามามองเธอโดยไม่ตั้งใจ
หมิงจูรีบหดสายตาละโมบของตัวเองกลับมาอย่างรู้สึกผิด แล้วยิ้มหวาน “ผู้กองเจียงทำไมเก่งขนาดนี้คะ คุณนี่เหมือนยอดมนุษย์ไม่มีใครเทียบได้เลย!”
ผู้ชายก็ชอบฟังคำเยินยอไม่ใช่เหรอ? ในเมื่อเธอช่วยออกแรงไม่ได้ งั้นก็ต้องป้อนคำหวานให้ถึงใจไปเลย!
แน่นอนว่าเธอก็พูดความจริง เขามีแรงเยอะมากจริงๆ
เจียงตั่วขมวดคิ้วเล็กน้อย วาทศิลป์ของเธอมาจากไหนกันนะ? ฟังแล้วรู้สึกขนลุกแปลกๆ ไปทั้งตัว
แต่เขาไม่ได้ตอบอะไรกลับมา แต่ก้มหน้าลงทำในสิ่งที่ต้องทำต่อไป
ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เขาก็ขุดดินเสร็จ และจัดแปลงผักตามคำขอของหมิงจูเรียบร้อย
หมิงจูเดินเข้าไปดู ‘ที่ดินใหม่’ ผืนนี้แล้วอดทึ่งไม่ได้ “ว้าว… ผู้กองเจียงคุณเก่งมากเลย ถ้าไม่มีคุณฉันคงทำไม่เสร็จในวันเดียว คุณคือวีรบุรุษของฉันเลยค่ะ!”
เจียงตั่ว “…”
เธอ… เอา… อีก… แล้ว…
เขาวางจอบพิงไว้ข้างๆ แล้วถามว่า “เธอเพาะเมล็ดผักเองได้ใช่ไหม?”
“ได้สิคะ” หมิงจูรู้ดีว่าคนในหมู่บ้านต่างก็เย้ยหยันเจ้าของร่างเดิมว่าเป็นผู้หญิงที่ไม่มีพ่อแม่คอยอบรมสั่งสอน ทำอะไรไม่เป็นนอกจากตบตีคนและด่าทอไปวันๆ
แต่ตอนนี้เธอต่างไปจากเดิมแล้ว เธอเป็นถึงนักปลูกดอกไม้ตัวยงเชียวนะ!
บนระเบียงบ้านของเธอมีดอกไม้และต้นไม้หลากหลายชนิด เธอเลี้ยงดูจนเติบโตอย่างสวยงามสดใส และยังเคยปลูกผักหลายชนิดในกล่องโฟมอีกด้วย
ตอนนี้เธอต้องกอบกู้ชื่อเสียงของหมิงจูกลับมาให้ได้!
“เรื่องที่ชาวบ้านนินทากัน มันก็มีทั้งจริงครึ่งไม่จริงครึ่ง เติมสีตีไข่เกินจริง คุณฟังแล้วก็ปล่อยผ่านไปเถอะค่ะ จะจริงจังไปทำไมกัน?”
เจียงตั่วไม่พูดอะไร มองเวลาแล้วก็พูดว่า “งั้นเธอก็ปลูกเลย ฉันจะออกไปทำงานก่อน”
เมื่อเห็นเขากำลังจะไป หมิงจูก็รีบพูดขึ้น “เดี๋ยวก่อนค่ะ ไปด้วยกันสิคะ”
“เธอไม่ต้องไปหรอก”
“ไปดูงานก่อนเถอะค่ะ ถ้าหมิงต้าโหย่วให้ฉันไปขุดคูน้ำ ฉันค่อยกลับมาปลูกผักก็ได้”
เธอขุดคูน้ำไม่ไหว ไปก็เสียเวลาเปล่า สู้กลับมาทำงานที่ทำไหวจะดีกว่า
แต่ถ้าวันนี้ไม่ต้องขุดคูน้ำ เธอก็จะได้หาคะแนนแรงงานมาบ้าง และไม่ตกเป็นเป้าให้ใครนินทาด้วย
หมิงจูหันหลังวิ่งกลับเข้าบ้านอย่างรวดเร็ว ตักน้ำจากน้ำพุวิเศษเย็นเจี๊ยบใส่จนเต็มกาใหญ่แล้วออกมาส่งให้เจียงตั่ว…
“อากาศร้อน ต้องดื่มน้ำให้มากๆ นะคะ ไม่งั้นอาจจะมีอาการลมแดดและร่างกายขาดน้ำได้”
เจียงตั่วรับกาน้ำมา ทั้งสองเดินเคียงข้างกันไปยังลานตากข้าวที่ผู้คนกำลังรอการจัดสรรงาน
ชายร่างกำยำกับหญิงสาวตัวเล็กบอบบาง เพียงแค่เดินมาแต่ไกล ทั้งสองก็สามารถดึงดูดสายตาของผู้คนได้แล้ว
ผู้คนที่กำลังซุบซิบเรื่องของหมิงเยี่ยนต่างก็หันมามอง…
หมิงจูไม่สนใจสายตาของคนรอบข้าง เธอมองตรงไปยังหมิงเสี่ยวเจี๋ยที่กำลังมองเธอด้วยความหงุดหงิด
เธอเห็นความอิจฉาในดวงตาของอีกฝ่าย เมื่อเดินผ่านหมิงเสี่ยวเจี๋ย เธอก็แกล้งยกมือขึ้นมาปิดเอว แล้วบ่นกับเจียงตั่วเบาๆ ด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า “ฉันเมื่อยเอวไปหมดเลยค่ะ เมื่อคืนไม่ได้นอนดีๆ เลย”
ริมฝีปากของเจียงตั่วเม้มแน่น คำพูดแบบนี้… เหมือนจะสื่อความหมายที่ลึกซึ้งเกินไปนะ ไม่ดีต่อภาพลักษณ์เลย
เขาพูดเสียงเบาว่า “งั้นเธอกลับไปพักผ่อนเถอะ”
“สามีของฉันเอาใจใส่ภรรยามากเลยล่ะ”
เจียงตั่วเหมือนเริ่มเคยชินกับคำชมตลอดเวลาของหมิงจู เธอมีรอยยิ้มเบาบางที่มุมปาก คำพูดของเธอขาดการยั้งคิด แต่ทุกคำพูดที่ออกมากลับน่าฟังเสมอ
แต่คำพูดเหล่านี้ที่เข้าสู่โสตประสาทของหมิงเสี่ยวเจี๋ยข้างๆ มันช่างบาดหู เธอกัดฟันแทบแตก!
ยัยหมิงจูตัวร้ายกำลังอวดอะไรอยู่? สองคนนี้จะต้องเลิกกันไม่ช้าก็เร็ว!
เธอพ่นลมหายใจอย่างแรง แล้วตั้งใจหาเรื่องกลางที่สาธารณะ “หมิงจู แกมันใจร้ายจริงๆ ถึงขนาดกล้าทำลายชีวิตพี่สาวร่วมสายเลือดของแกแบบนี้!”
หมิงจูหยุดฝีเท้า หันกลับไปมองเธอ น้ำเสียงเย็นชา “ฉันไปทำอะไรเธอกัน?”
“แกไม่ต้องมาเสแสร้งเลย ตอนนี้ทั้งหมู่บ้านลือกันทั่วแล้วว่า หมิงเยี่ยนถูกพ่อกับครอบครัวสกุลชวีลากไปแต่งงานที่หมู่บ้านต้าชวีเมื่อวานนี้ แม่สามีของเธอก็ช่างร้ายกาจ จับเธอขังไว้ในบ้าน แล้วบังคับให้ลูกชายโง่ๆ คนนั้นร่วมหอกับเธอ!”
หมิงจูฟังแล้วก็ได้แต่ขำ “ถ้าพูดจาดีๆ ด้วยไม่ได้ก็พูดให้น้อยลงหน่อย! หล่อนถูกพ่อลากไป ไม่ใช่ฉันลากไป ฉันเกี่ยวอะไรด้วยล่ะ?”
หมิงเสี่ยวเจี๋ยกลับเถียงอย่างเกรี้ยวกราด “ถ้าแกยอมแต่งงานแทนแต่แรก เรื่องแบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น!”
“แล้วฉันจะแต่งงานแทนไปทำไมล่ะ? ไอ๊หยา เธอใจดีขนาดนี้ ถ้าสงสารหล่อนมาก งั้นเธอก็ไปแต่งงานแทนหล่อนเลยสิ! ฉันมั่นใจว่าหมิงเยี่ยนจะต้องขอบคุณเธอไปตลอดชีวิตแน่! ถ้ายินยอม ตอนนี้ฉันจะให้คนไปบอกข่าวกับครอบครัวสกุลชวีเดี๋ยวนี้เลย… ลูกชายทางนั้นได้แต่งงานกับลูกสาวของหัวหน้าหมู่บ้านเสี่ยวจิ่ง ครอบครัวสกุลชวีต้องดีใจแน่!”
“แก… ใครจะไปอยากแต่งกับไอ้โง่นั่น!”
หมิงเสี่ยวเจี๋ยถึงกับตกใจ!
“เหอะ ไม่อยากแต่งกับไอ้โง่แต่อยากมาทำตัวเป็นคนดีตรงนี้? ปกติเธอกับหมิงเยี่ยนเข้ากันไม่ค่อยได้ แล้วตอนนี้กลับมาทำตัวดีเสียจนน่ารังเกียจ เธอมันคนตีสองหน้า!”
เธอพูดจบก็เหลือบมองหมิงเสี่ยวเจี๋ย แล้วเดินไปข้างหน้าแถวพร้อมกับเจียงตั่ว
หมิงเสี่ยวเจี๋ยโกรธจนกระทืบเท้า หมิงจูไอ้ลูกไม่มีพ่อแม่สั่งสอน ทำไมช่วงนี้ถึงปากเก่งนักนะ? น่าโมโหชะมัด!
เฉียวปินที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ตรงมุม อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชมขึ้นมาอีกครั้ง “พี่สะใภ้ไม่เคยแพ้ใครในเรื่องการเหน็บแนมเลย!”
พอถึงเวลา หมิงต้าโหย่วก็มาจัดสรรงาน แล้วก็อย่างที่คาดไว้ หมิงจูถูกส่งไปทำงานที่คันดินกั้นน้ำอีกครั้ง หมิงต้าโหย่วสารเลวนั่นจงใจไม่ให้เธอได้คะแนนแรงงานชัดๆ!
แต่ก็ไม่เป็นไร เธอยังมีวิธีหาเงินได้อีกเยอะแยะ!
เธอกล่าวลาเจียงตั่ว แล้วกลับไปปลูกผักที่บ้าน
ระหว่างทางไปทำงาน เฉียวปินเห็นเจียงตั่วเอามือซ้ายกดไหล่ขวาเป็นพักๆ แล้วหมุนแขน เขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมา แล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ถามว่า “หัวหน้า คุณออกจะแข็งแรง เมื่อคืนยังทำให้เหนื่อยขนาดนี้เลยเหรอ? ดูเหมือนหมิงจูจะถูกใจคุณมากเลยนะ…”
เจียงตั่วเหลือบมองอย่างเย็นชาและไม่สนใจ
เฉียวปินหุบปากในทันที แต่… ผู้ชายเหมือนกันนี่นา ถามหน่อยจะเป็นไรไป?
เขาไม่คิดเลยว่า หมิงจูที่ดูตัวเล็กบอบบางแบบนั้นจะเก่งกาจขนาดนี้ ทำให้หัวหน้าหมดเรี่ยวแรงได้ พี่สะใภ้สุดยอดไปเลย!
เจียงตั่วไม่รู้ความคิดของเฉียวปิน เขารู้แค่ว่าปวดแขนมาก ฝึกฝนมาหลายปี ทำภารกิจที่ยากลำบากมานักต่อนัก แถมยังทำนาในหมู่บ้านเสี่ยวจิ่งมาครึ่งปี เขาแข็งแรงดีเยี่ยมมาตลอด ไม่เคยรู้สึกเหนื่อยล้าปวดเมื่อยขนาดนี้มาก่อน
แต่เมื่อคืน… หมิงจูทับเขาไว้ทั้งคืน ร่างกายเกร็งมาทั้งคืน ตอนนี้เขารู้สึกได้ถึงรสชาติแบบนั้นอย่างลึกซึ้ง!
มันไม่สบายตัวเอาเสียเลย!
โดยเฉพาะเมื่อหญิงสาวร่างเล็กที่ตัวนุ่มหอมกรุ่นคนนั้นขยับตัวไปมาในอ้อมแขน เขารับรู้ได้เลยว่าเซลล์ทั่วร่างกำลังกรีดร้อง ตะโกนว่าอยากจะกดเธอลงใต้ร่างแล้วทำเรื่องอย่างว่า…