ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70 - ตอนที่ 36 คืนเข้าหอ
เจียงตั่วมองหมิงจูที่ทำหน้าคาดหวัง เมื่อคิดว่าเธออยู่บ้านไปก็ไม่มีอะไรให้ทำ จึงตอบตกลง
หมิงจูกินข้าวแล้วยิ้มน้อยๆ อย่างมีความสุข “ดีจังเลย! จะได้เข้าเมืองอีกแล้ว!”
เมื่อเห็นเธอมีความสุขเหมือนเด็กๆ เช่นนี้ เจียงตั่วก็คลี่ยิ้ม
เฉียวปินที่อยู่ข้างๆ เห็นหมิงจูทำท่าทางแบบนั้นก็อดหัวเราะตามไม่ได้
ตั้งแต่ที่ได้เห็นหมิงจูจัดการสวีข่ายเมื่อบ่ายวันนี้ เขาก็เปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับหมิงจูไปมาก
หัวหน้าเป็นคนไม่ค่อยพูด ควรมีผู้หญิงที่พูดฉะฉานและไม่ยอมใครแบบนี้อยู่เคียงข้าง
ยิ่งกว่านั้น… หลายวันมานี้เขาก็สังเกตและแอบสืบเรื่องของหมิงจูมาบ้าง
หมิงจูไม่เคยออกจากหมู่บ้านเสี่ยวจิ่งตั้งแต่เกิด ดังนั้นเรื่องน่าสงสัยเกี่ยวกับเธอ… อืม ความเป็นไปได้ที่จะเป็นเป้าหมายมีน้อยมาก
แต่หัวหน้าเป็นคนรอบคอบมาก การป้องกันไว้ก่อนย่อมไม่ใช่เรื่องเสียหาย
หากเธอเป็นผู้บริสุทธิ์จริง ก็ปล่อยให้ใช้ชีวิตร่วมกันต่อไปได้ ทั้งสองคนเหมาะสมกันจริงๆ!
หลังจากกินข้าวเสร็จ ท้องฟ้าข้างนอกก็มืดแล้วเช่นกัน ก่อนออกไปเฉียวปินก็ยังไม่วายแกล้งพูดขึ้นว่า “คู่บ่าวสาวอย่างพวกคุณกำลังอยู่ในช่วงข้าวใหม่ปลามัน ผมไม่รบกวนคืนเข้าหอของพวกคุณแล้วครับ”
คืนเข้าหอ… หมิงจูได้ยินคำนี้ ภาพความไม่เหมาะสมก็ผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง…
แต่ก็เป็นแค่ความคิดเท่านั้น เพราะเธอกับเจียงตั่วตกลงกันไว้ว่าจะยังไม่ทำเรื่องนั้นในตอนนี้
เช่นเดียวกับตอนกลางวัน เจียงตั่วไปล้างจาน หมิงชุนนีก็กลับห้องไปพักผ่อนก่อน หมิงจูที่ร้อนจนทนไม่ไหวก็อาศัยจังหวะที่เจียงตั่วไม่อยู่ในห้อง แอบเข้าไปในมิติเพื่ออาบน้ำเย็น และออกมานั่งรับลมที่ลานบ้าน และปล่อยให้ผมแห้ง
เมื่อกลับเข้ามาในห้อง เธอสัมผัสเตียงอุ่นโดยไม่พูดอะไร แล้วนำผ้าห่มของตัวเองมาวางซ้อนกับของเจียงตั่วบนพื้น
เมื่อเจียงตั่วเข้ามาในห้อง เห็นหญิงสาวกำลังจัดผ้าห่มบนพื้น เขาก็อดนึกถึงความร้อนและความทรมานเมื่อคืนไม่ได้…
หมิงจูเงยหน้ามองเจียงตั่วที่ยืนอยู่ตรงประตู “เตียงอุ่นยังร้อนมากอยู่เลยค่ะ คืนนี้ฉันจะนอนบนพื้นกับคุณเหมือนเดิมนะคะ”
เจียงตั่วเห็นว่าเธอม้วนผ้าห่มแล้ววางไว้ตรงกลางเพื่อกั้นแบ่งสองฝั่ง
ดวงตาของเขาหรี่ลงชั่วครู่ คิดว่าเธอคงไม่สบายใจที่จะนอนร่วมกับเขา จึงพูดขึ้นว่า “ฉันไปนอนข้างนอกดีกว่า”
หมิงจูถามกลับอย่างไม่ใส่ใจ “ไปข้างนอกทำไมคะ? ยุงเยอะขนาดนั้น คุณจะออกไปให้ยุงกัดเหรอ? ที่ฉันเอาผ้าห่มมาวางกั้นตรงกลางก็เพราะกลัวว่าตัวเองจะนอนไม่นิ่ง แล้วไปรบกวนคุณอีก… ถ้าคุณกลัวว่าฉันจะกระโจนใส่อีก คุณก็จับฉันมัดไว้เลยก็ได้ค่ะ”
เจียงตั่วได้ยินดังนั้นก็รู้สึกสบายใจขึ้น เขาถอดรองเท้า นอนลงบนผ้าปูที่นอนแล้วพูดเสียงแผ่วเบาว่า “ไม่เป็นไร”
“หืม?” หมิงจูยิ้มและขยับเข้าไปใกล้เขาอีกนิด พูดอย่างเจ้าเล่ห์ว่า “อะไรคือไม่เป็นไรคะ? ผู้กองเจียง คุณคงไม่ได้กำลังรอให้ฉันกระโจนเข้าใส่คุณจริงๆ หรอกใช่ไหม? ไม่รู้เลยนะว่าคุณก็มีความคิดแบบนี้อยู่ด้วย!”
การที่หมิงจูขยับเข้ามาใกล้กะทันหัน ทำให้เจียงตั่วถึงกับตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ โดยเฉพาะเมื่อกลิ่นหอมเย้ายวนจากตัวเธอโชยมาอีกครั้ง ในหัวของเขาก็เริ่มคิด…
เจียงตั่วรีบเบนสายตาไปทางอื่น เก็บซ่อนความรู้สึกผิดในดวงตาเอาไว้
แม้แสงสลัว หมิงจูก็ยังสัมผัสได้ถึงความผิดปกติของผู้ชายคนนี้ สงสัยคงจะเขินอาย
เธอเลยเกิดความคิดอยากจะแกล้งเขาอีกสักหน่อย นิ้วเรียวค่อยๆ จิ้มไปที่หน้าอกของเขา เสียงหวานนุ่มนวลราวกับน้ำผึ้ง “โธ่เอ๊ย ผู้กองเจียงของเราเขินแล้ว…”
ก่อนที่เธอจะพูดจบ เจียงตั่วก็คว้าไหล่ทั้งสองข้างของเธอไว้ แล้วกดเธอลงไปบนผ้าปูอย่างรวดเร็วราวสายฟ้าแลบ…
ทันใดนั้นหัวใจของหมิงจูเต้นระรัว เธอมองชายหนุ่มที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง เธอเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
เขาคงไม่ได้อยากจะ…
แล้วเธอจะปฏิเสธหรือไม่ปฏิเสธดีล่ะ?
ดูเหมือนจะพูดอะไรไปก็ไม่ดีทั้งนั้น… ใจของเธอว้าวุ่น และเจียงตั่วเองก็ไม่ต่างกัน
เขาอดทนแล้วอดทนอีก สุดท้ายก็ระงับปฏิกิริยาตามธรรมชาติของร่างกายไว้ได้ แล้วพูดด้วยเสียงแผ่วเบา “หยุดเล่นได้แล้ว นอนเถอะ”
พูดจบเขาก็ปล่อยเธอ แล้วกลับไปล้มตัวนอนทางฝั่งของตัวเอง
ตอนนี้ทั้งสองคนเงียบมาก เงียบจนหมิงจูได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของตัวเอง ดังตึกตักเหมือนรัวกลอง!
เงียบจนเสียงจิ้งหรีดนอกหน้าต่างดังราวกับขยายเสียงด้วยลำโพง!
หมิงจูอดไม่ได้ที่จะคลำตรวจชีพจรของตัวเอง…
ตลอดชีวิตที่ผ่านมา หัวใจของเธอไม่เคยเต้นเร็วขนาดนี้มาก่อนเลย!
นี่เป็น… เสน่ห์ของผู้ชายที่ทำให้หลงใหล จนเกือบตายเพราะหัวใจเต้นเร็วเกินไป…
การนอนไม่หลับเพียงช่วงสั้นๆ ก่อนนอนไม่ได้ส่งผลต่อท่านอนเบียดเบียนของหมิงจู เช้าวันรุ่งขึ้น เธอก็ตื่นขึ้นมาในอ้อมแขนของเจียงตั่วอีกครั้ง
แต่เช้านี้ดีกว่าเมื่อวานนิดหน่อย อย่างน้อยมือของเธอก็ไม่ได้ซุกซนไปจับในที่ที่ไม่ควรจับ เธอแค่หนุนแขน และกอดเอวของเขาไว้เท่านั้น
เจียงตั่วดูรู้สึกอึดอัดมาก แต่ก็ยังไม่พูดอะไร
หมิงจูเห็นเขาไม่พูดอะไร เธอก็ไม่พูดถึงเรื่องเมื่อคืนก่อน แล้วรีบวิ่งไปเข้าห้องน้ำทันที
เจียงตั่วถูนวดขมับ แล้วเขาก็ถอนหายใจ การนอนเหนื่อยกว่าการรบเช่นนี้ได้อย่างไร?
ทั้งสองคนกินข้าวเช้าเสร็จ หมิงจูก็เปลี่ยนมาใส่กระโปรงลายดอกไม้ที่เธอตัดเย็บเอง กลุ่มผมด้านหลังศีรษะรวบเป็นเปียเล็กหลวมๆ ปลายผมที่เหลือก็ปล่อยสยายบนไหล่ ดูเป็นหญิงสาวที่เรียบร้อย
เจียงตั่วถึงกับมองตาค้าง จากนั้นก็หันกลับมา และแกล้งเร่งว่า “ได้เวลาไปแล้ว เดี๋ยวไปช้าจะขึ้นรถไม่ทันนะ”
หมิงจูตอบรับ แล้ววิ่งตามเขาไปอย่างรวดเร็ว
ทั้งสองนั่งรถหลายต่อมาถึงในเมือง แล้วหลังจากนั้นเจียงตั่วก็พาหมิงจูตรงไปยังสหกรณ์ร้านค้า…
หมิงจูไม่ได้รบเร้าให้เจียงตั่วไปแลกสินสมรสสามสิ่งหมุนหนึ่งสิ่งเสียง แต่กลับดึงเขาให้เดินเตร็ดเตร่ไปรอบๆ อยากจะดูว่าตอนนี้อะไรขายดีที่สุด
ในยุคนี้ ผู้คนมีรายได้น้อย การกินอยู่เดินทางจึงต้องประหยัดให้มากที่สุด ดังนั้นเงินก้อนแรกจึงมักจะใช้ไปกับอาหาร!
ขายอาหารแบบไหนดีนะ?
เธอทำขนมได้หลายอย่าง แต่ที่นี่ไม่มีเตาอบ หลายอย่างจึงทำไม่ได้
จนกระทั่งไปเห็นเต้าหู้ที่วางอยู่ที่แผงข้างหน้า…
ดวงตาของหมิงจูเป็นประกายขึ้นมา บังเอิญอะไรอย่างนี้!
แม่ของเธอชอบค้นคว้าเกี่ยวกับอาหารเพื่อสุขภาพ และมักจะทำเต้าหู้เพื่อสุขภาพกินเองที่บ้าน ทำให้เธอที่เป็นลูกสาวได้เรียนรู้เป็นฝีมือติดตัวมาด้วย ประกอบกับตอนนี้เธอยังมีน้ำพุวิเศษอยู่ในมือ จึงมีข้อได้เปรียบเพิ่มขึ้น!
เอาอันนี้แหละ!
เธอเรียกเจียงตั่วแล้วซื้อถั่วเหลืองห้ากิโลกรัมกว่า
หมิงจูกลัวว่าเขาจะไม่ยอมรับที่เธออยากทำอาหารออกมาขาย เลยชิงลงมือจ่ายไปก่อน หลังจากจ่ายเงินและคูปองไปแล้ว เธอก็กระซิบกับเขาว่า “ไม่ได้เอาไว้กินเองหรอกค่ะ ฉันอยากทำเต้าหู้ไปขาย”
เจียงตั่วชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย “มันไม่ใช่ความคิดที่ดีเลยนะ”
นั่นไง ว่าแล้วว่าเขาต้องไม่เห็นด้วย
หมิงจูยิ้มหวาน “ยังไงซะ ถั่วก็ซื้อมาแล้ว คืนไม่ได้หรอกค่ะ ไม่ได้ก็ต้องได้”
เจียงตั่วอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่หมิงจูยัดห่อผ้าใส่ในมือเขา จากนั้นหันหลังเดินไปยังโซนขายเครื่องใช้ แล้วเปลี่ยนเรื่องสนทนา “นอนพื้นนานๆ ไม่ดีต่อสุขภาพนะคะ ฉันอยากซื้อหม้อเพิ่มอีกใบ แล้วสร้างเตาแยกในลานบ้านไว้ทำอาหาร คุณคิดว่าไงคะ?”
เรื่องนี้ เจียงตั่วเห็นด้วย “ได้”
“งั้นเรามาสร้างครัวเล็กๆ ในลานบ้านเลยดีไหมคะ? หน้าร้อนใช้ทำอาหาร หน้าหนาวใช้เก็บฟืน สร้างไว้ข้างๆ ห้องใต้ดินเก็บเสบียงเป็นไงคะ? จะได้ไม่บังแสงเข้าห้องนอนของคุณป้า แถมยังมีพื้นที่เหลือเฟือด้วย”
ส่วนลานบ้านอีกครึ่งหนึ่งของเธอเมื่อวานเพิ่งแบ่งไปปลูกผัก ถ้าสร้างครัวเล็กๆ ตรงนี้จะบังแสงไม่ให้เข้าห้องนอน
เจียงตั่วพยักหน้าตอบรับ “ได้”
หมิงจูถามอีกว่า “การทำครัวต้องปั้นอิฐดินดิบ คุณปั้นอิฐดินดิบเป็นไหมคะ?”
เจียงตั่ว “ฉันไม่เคยปั้นมาก่อน เดี๋ยวจะลองถามคนอื่นดูว่าทำยังไง”
เขาไม่เคยใช้ชีวิตอยู่ในชนบท ทำงานในไร่นาได้บ้าง แต่เรื่องการปั้นอิฐดินดิบนั้น เขารู้ไม่มาก แต่ก็เรียนรู้ได้
หมิงจูเห็นเจียงตั่วมีท่าทีตามใจเธอเช่นนี้ เธอก็อดหัวเราะไม่ได้ เผลอคว้าแขนเขาไว้ แล้วหัวเราะเบาๆ “ผู้กองเจียง ทำไมคุณถึงได้ว่าง่ายขนาดนี้คะ? แล้วต่อไปฉันพูดอะไรทำอะไร คุณจะตกลงทุกอย่างเลยใช่ไหม หืม?”