ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70 - ตอนที่ 51 การกระทำอันกล้าหาญของหมิงจู
- Home
- ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70
- ตอนที่ 51 การกระทำอันกล้าหาญของหมิงจู
เจียงตั่วหลบมือของหมิงเสี่ยวเจี๋ยที่กำลังจะยื่นมาจับอย่างใจเย็น แล้วเดินอ้อมไปหาหมิงจู ขมวดคิ้วถามว่า “เป็นอะไรหรือเปล่า?”
หมิงจูเผยรอยยิ้มที่มุมปาก เพียงแค่ถ้อยคำนี้ก็เพียงพอสำหรับเธอแล้ว
“ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ แค่มีคนอยู่เยอะ แต่ก็ไม่มีใครกล้าทำอะไรฉันหรอก”
เจียงตั่วพยักหน้า ก่อนจะหันไปมองหลิวเฉิงไฉ “คุณหลิวจากสหกรณ์ร้านค้าสินะครับ? ต้องขออภัยด้วย วันนี้คนในหมู่บ้านเข้าใจผิด ทำให้คุณต้องพลอยลำบาก คุณกลับไปก่อนเถอะครับ”
ทันทีที่หมิงเสี่ยวเจี๋ยได้ยินเช่นนั้น เธอก็ร้องขึ้นมาทันทีว่า “พี่เจียง เขาจะไปไม่ได้นะ เขาเป็นชู้ของหมิงจูจริงๆ ทำไมพี่ถึงไม่เชื่อล่ะ! เมื่อสามวันก่อน ฉันได้ยินผู้ชายคนนี้พูดว่าเต้าหู้ของหมิงจูอร่อยมาก แถมยังบอกว่าสามวันครั้งมันไม่พอด้วยซ้ำ!”
เมื่อได้ยินคำพูดของเธอ ผู้คนที่อ่อนไหวรอบข้างต่างหน้าแดงก่ำ
แม้กระทั่งหญิงสาวบางคนยังพึมพำกันเสียงเบา “ทำไมถึงมีคนพูดอะไรน่าอายแบบนี้ออกมาได้นะ น่าอับอายจริงๆ!”
เจียงตั่วจ้องมองเขม็งไปที่หมิงเสี่ยวเจี๋ยอย่างเย็นชา “ไม่มีหลักฐานก็อย่าปรักปรำคนอื่น”
หมิงเสี่ยวเจี๋ยไม่ยอมแพ้ เธอคว้าตัวหมิงเหลียนฮวาเข้ามาทันที “ฉันมีหลักฐานนะ เมื่อสามวันก่อน ไม่ใช่แค่ฉันคนเดียวที่ได้ยินคำพูดน่ารังเกียจพวกนั้น หมิงเหลียนฮวา เธอพูดสิว่าฉันโกหกหรือเปล่า!”
หมิงเหลียนฮวาพยักหน้าอย่างมั่นใจ “เสี่ยวเจี๋ยไม่ได้โกหกค่ะ วันนั้นเราสองคนได้ยินพร้อมกันที่ข้างกำแพงบ้าน”
หมิงจูหัวเราะเบาๆ อย่างจนปัญญา กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง หลิวเฉิงไฉที่อยู่ข้างๆ ก็พูดขึ้นอย่างเอือมระอา “คำพูดนั้นฉันพูดจริงๆ นั่นแหละ แต่ฉันพูดตามตรงเลยนะว่าเต้าหู้ที่หมิงจูทำอร่อยมาก ฉันมารับของสามวันครั้งก็ไม่พอขายแล้ว!”
หมิงเสี่ยวเจี๋ยเย้ยหยัน “ทำเต้าหู้บ้าอะไร อย่ามาพูดพล่ามแถวนี้!”
เมื่อได้ยินดังนั้น หลิวเฉิงไฉก็หันกลับไปมองหมิงจูด้วยสีหน้าฉงน “น้องหมิงจู ฝีมือขั้นสุดยอดของเธอ… คนในหมู่บ้านนี้ไม่รู้กันเลยรึ นี่เธอไม่เคยแสดงฝีมืองั้นหรือ?”
หมิงจูยักไหล่แล้วยิ้ม “ไม่เคยหรอกค่ะ ของพวกนี้มันราคาแพง ไม่ใช่ทุกคนจะซื้อกินได้”
หลิวเฉิงไฉนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง “จริงอย่างที่พูดนะ เต้าหู้นี้ก็แพงจริงๆ!”
เมื่อเห็นว่าทุกคนยังไม่เชื่อ เขาก็ได้แต่เดินไปที่ข้างเกวียน แล้วเปิดผ้าขาวที่คลุมข้าวของบนเกวียนออก ชี้ไปยังเต้าหู้ที่วางอยู่ด้านบน…
“ผมเป็นคนจัดซื้อของสหกรณ์ร้านค้าประจำอำเภอ มารับเต้าหู้ที่บ้านหมิงจู พวกเราตกลงกันว่าจะมารับแปดสิบชั่งทุกสามวัน แต่เต้าหู้ที่เธอทำนั้นอร่อยเป็นพิเศษ ที่สหกรณ์ร้านค้าขายไม่พอเลย ผมถึงได้พูดไปตอนนั้นว่าสามวันครั้งมันไม่พอ”
เมื่อเห็นเต้าหู้ตรงหน้า หมิงเสี่ยวเจี๋ยก็ยังไม่เชื่อ เธอกอดอกแล้วหัวเราะเยาะอย่างดูถูก “พูดเหลวไหล! พวกเราอยู่ในหมู่บ้านเดียวกับหมิงจู หล่อนทำเต้าหู้ไม่เป็นหรอก ฉันว่าคงเอาเต้าหู้ที่ซื้อมาหลอกพวกเรามากกว่า!”
หลิวเฉิงไฉได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกว่าช่างไร้เหตุผลเหลือเกิน เขามองหมิงจูแล้วถามว่า “น้องหมิงจู คนในหมู่บ้านของเธอนี่ยังไงกันนะ ถึงได้กล่าวหาคนอื่นอย่างหน้าตาเฉยแบบนี้!”
หมิงจูเย้ยหยันแล้วกล่าวว่า “คนในหมู่บ้านเราไม่ได้เป็นแบบนี้ไปเสียหมดหรอกค่ะ คนอื่นเขาก็มีสมองกันทั้งนั้น แต่คนนี้พิเศษหน่อย เป็นลูกสาวหัวหน้าหมู่บ้าน ไม่ต้องใช้สมองคิดก็พูดจาใส่ร้ายคนอื่นได้ตามอำเภอใจ”
หมิงเสี่ยวเจี๋ยได้ยินดังนั้น ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างทันที นังหมิงจูนี่กล้าดียังไงมาเรียกว่าเธอไม่มีสมอง!
เธอแสร้งทำเป็นเศร้าใจแล้วหันไปมองเจียงตั่ว “พี่เจียง ดูหมิงจูสิคะ ไม่มีเหตุผลเลยสักนิด อย่าไปเชื่อคำพูดไร้สาระของหล่อนเลยนะ”
เจียงตั่วมองด้วยสายตาลึกล้ำ และพูดขึ้นอย่างหนักแน่น “ฉันเชื่อหมิงจู เธอทำเต้าหู้เป็น และทำได้อร่อยมากด้วย”
เมื่อได้ยินเจียงตั่วเชื่อมั่นและปกป้องตนเองอย่างไม่ลังเลเช่นนี้ หัวใจของหมิงจูก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมา
เธอยิ้มมุมปากมองไปยังทุกคน แล้วยิ้มตอบอย่างเปิดเผยว่า “เต้าหู้บนเกวียนคันนี้ฉันทำขึ้นเองจริงๆ ตอนนี้ในครัวที่บ้านฉันยังมีเต้าฮวยอีกหม้อหนึ่งด้วย ถือว่าเพื่อเป็นการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ วันนี้ฉันจะขอเลี้ยงเต้าฮวยพวกคุณทุกคน!”
เธอพูดขึ้นพร้อมนำผู้คนกลุ่มหนึ่งเข้าไปในห้องครัวเล็กๆ ของตนเอง
บางคนเดินไปถึงหน้าประตูก็ได้กลิ่นหอมของถั่วเหลือง อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคอโดยไม่รู้ตัว
บางคนเมื่อเข้าไปในบ้านก็อุทานด้วยความประหลาดใจว่า “หมิงจู นี่เธอทำเองจริงๆ หรือเนี่ย? เต้าฮวยของเธอนุ่มนิ่มขาวสะอาด ดูท่าทางก็น่าอร่อยแล้ว”
“ดูน่ากินมันจะไปพออะไร ต้องกินแล้วอร่อยถึงจะเรียกว่ามีฝีมือ”
หมิงจูพูดพลางให้เจียงตั่วไปหยิบถ้วยที่มีอยู่แค่หกใบในบ้านมา เพื่อให้ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นได้ดื่ม เธอจึงตักให้แค่ครึ่งถ้วยเท่านั้น เติมดอกกุยช่ายบด เกลือ และน้ำมันงาเป็นเครื่องปรุงรส แล้วให้ชาวบ้านหกคนแรกที่อยู่ใกล้เธอที่สุดได้ดื่มก่อน
หลังจากทั้งหกคนดื่มจนหมด ทุกคนก็ตกตะลึงอย่างมาก!
กลิ่นหอมของถั่วเหลือง กลิ่นหอมของน้ำมันงา ผสมผสานกับกลิ่นหอมของกุยช่าย ส่งเสริมรสสัมผัส พวกเขารู้สึกได้ถึงความอร่อยอย่างล้นเหลือ ที่สำคัญคือหลังจากดื่มแล้ว รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า มีพลังงานเต็มเปี่ยม!
“นี่มัน…อร่อยมากเลยนี่!”
“ฉันอยู่มาสี่สิบปี ยังไม่เคยดื่มเต้าฮวยที่อร่อยขนาดนี้เลย!”
“ใช่ ใช่ อร่อยจนนึกว่าลงมาจากสวรรค์!”
หมิงจูหยิบถ้วยทั้งหกไปล้าง แล้วตักมาอีกหกถ้วยเพื่อแจกจ่าย
วนเวียนไปมาอยู่อย่างนั้น สามสิบกว่าคนในที่นั้นก็ได้ชิมเต้าฮวยฝีมือหมิงจูแล้วทุกคนก็ต้องพากันยกนิ้วให้!
ณ ที่นั้น นอกจากหมิงเสี่ยวเจี๋ยและหมิงเหลียนฮวาแล้ว ทุกคนก็ได้ดื่มเต้าฮวยจนครบ
หมิงเสี่ยวเจี๋ยพ่นลมออกจมูก “ใครจะไปสนใจกันเล่า”
เมื่อเห็นทุกคนดื่มกันเสร็จแล้ว หลิวเฉิงไฉก็ฉวยโอกาสกล่าวว่า “ตอนนี้พวกคุณเชื่อผมแล้วใช่ไหม? ฝีมือการทำเต้าหู้ของน้องหมิงจูสุดยอดมาก ผมมารับเต้าหู้ไปขายจริงๆ นะ!”
หมิงเสี่ยวเจี๋ยยังไม่ยอมแพ้และโต้กลับไปว่า “แล้วใครจะรู้ล่ะ พวกคุณอาจจะแอบทำอะไรกันก็ได้ไม่ใช่หรือ? ถึงยังไงพวกคุณก็ไม่บริสุทธิ์ใจกัน!”
หลิวเฉิงไฉรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ช่างหาเรื่องโดยไร้เหตุผลเหลือเกิน ทำไมถึงได้กล่าวหาคนอื่นแบบนี้ เพียงแค่เขาออกมารับเต้าหู้ แต่สุดท้ายกลับโดนตราหน้าว่าเป็นชู้ แถมยังยากที่จะถอนตัวออกจากเรื่องเช่นนี้ด้วย!
แต่หมิงจูกลับไม่เร่งร้อน เธอรู้ว่าหมิงเสี่ยวเจี๋ยชอบเจียงตั่ว และรู้ว่าเรื่องใดที่อีกฝ่ายไม่อยากเห็นมากที่สุด…
เธอจ้องหมิงเสี่ยวเจี๋ย มุมปากเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ จากนั้นก็หันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับเจียงตั่ว แล้วโอบรอบคอเขา เขย่งปลายเท้าเพื่อจูบที่ริมฝีปาก
ทันใดนั้น ทุกคนก็ตกใจกับการกระทำอันกล้าหาญของหมิงจู และพากันหันหน้าหนีไปทางอื่น
ส่วนหมิงเสี่ยวเจี๋ยนั้น หน้าของเธอกลายเป็นสีดำทะมึนเพราะความโกรธ!
เจียงตั่วเองก็ตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ ก่อนจะรู้สึกถึงรสหอมหวานของหญิงสาวที่เข้ามาในปาก
ก่อนที่เจียงตั่วจะได้ตอบสนอง หมิงจูก็ผละออกจากเขา เงยหน้ามองแล้วถามอย่างหวานหยาดเยิ้ม “ผู้กองเจียง รสชาติเป็นยังไงบ้างคะ?”