ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70 - ตอนที่ 53 รางวัลที่เขามอบให้เธอคือ…
- Home
- ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70
- ตอนที่ 53 รางวัลที่เขามอบให้เธอคือ…
เมื่อหมิงจูกลับถึงบ้าน เธอก็เห็นเจียงตั่วเหงื่อไหลท่วม กำลังสับไม้อยู่ใต้ร่มต้นหลิวหน้าประตู เธอหิ้วกะละมัง วิ่งเหยาะๆ อย่างกระตือรือร้นราวกับกระต่ายน้อยมาหาเขา กะพริบตามองเขาปริบๆ “เจียงตั่ว เจียงตั่ว ขอคุยเรื่องหนึ่งด้วยหน่อยสิคะ”
เจียงตั่วหยุดการกระทำ หันหน้ามามองอย่างตั้งใจ รอฟังเรื่องที่เธอต้องการพูด
หมิงจูหันไปนั่งบนก้อนหินข้างเครื่องโม่หินขนาดใหญ่ เงยหน้ามองเขา “คุณป้าข้างบ้าน ภรรยาของลุงต้าเฉิงไม่ค่อยสบาย หาเงินไม่ได้ ฉันเลยอยากชวนมาทำเต้าหู้ด้วยกันค่ะ อย่างน้อยก็จะได้มีรายได้เล็กๆ น้อยๆ เอาไว้จุนเจือครอบครัว แต่ก็ไม่รู้ว่าเหมาะสมหรือเปล่า”
เจียงตั่วมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน เขาย่อมรู้ดีว่าหมิงต้าเฉิงทำงานอย่างบ้าคลั่งทุกวันเพื่อหารายได้เพิ่ม แต่กระนั้นหกคนในครอบครัวก็ยังไม่อิ่มท้อง
การได้ช่วยเหลือพวกเขาเป็นเรื่องที่ดี แต่เขาไม่คิดว่า… หมิงจูเพิ่งจะเริ่มหาเงินได้ ก็คิดถึงเรื่องช่วยเหลือผู้อื่นแล้ว
เจียงตั่วพยักหน้า “นี่เป็นเรื่องที่ดี ไม่มีอะไรไม่เหมาะสม เธอคุยกับพวกเขาหรือยัง?”
“ยังเลยค่ะ นี่ไม่ใช่เรื่องที่จะตัดสินใจเองได้ ฉันคิดว่าควรจะปรึกษากับคุณก่อน แล้วค่อยไปบอกพี่หลิวที่ตัวเมือง สุดท้ายค่อยไปหาคุณลุงคุณป้า”
เจียงตั่วพยักหน้า แม้เธอจะอายุไม่มากนัก และอาจจะซุกซนไปบ้างเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา แต่เธอก็เป็นคนที่มีความคิดรอบคอบอย่างยิ่ง
“พรุ่งนี้เช้าฉันจะเข้าเมือง แล้วไปคุยกับหลิวเฉิงไฉให้แล้วกัน”
หมิงจูพยักหน้า แล้วถามขึ้นมาลอยๆ ว่า “คุณกับเฉียวปินผลัดกันเข้าเมือง มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ?”
เจียงตั่วขมวดคิ้ว มีเรื่องบางอย่างที่เขาไม่อาจให้เธอรู้ได้ จึงหลีกเลี่ยงสายตาของเธอ ง้างขวานสับไม้ต่อ “มีเรื่องทางบ้านบางอย่างที่ต้องจัดการ”
หมิงจูเป็นคนฉลาด เมื่อเจียงตั่วไม่ได้บอกตามตรง นั่นก็หมายความว่าเขามีเหตุผลของตัวเอง เธอจึงไม่ซักไซ้ขอคำตอบ
เธอยิ้มกว้าง ถามว่า “ถ้างั้น ตอนคุณจะกลับมา ช่วยซื้อถั่วเหลืองให้ฉันสักร้อยชั่งได้ไหมคะ?”
“ได้เลย”
หมิงจูล้วงเงินจากกระเป๋าเสื้อส่งให้เขา เจียงตั่วไม่รับ “ไม่ต้องหรอก ฉันมีเงินอยู่”
หมิงจูเดินเข้าไปยัดเงินใส่กระเป๋าเสื้อของเขา แล้วตบเบาๆ “ปกติฉันใช้เงินของคุณอย่างสบายใจ เพราะคุณเป็นสามีของฉัน แต่การซื้อถั่วเหลืองเป็นเงินทุนในการทำเต้าหู้ค่ะ ไม่ควรนำมาปนกับค่าใช้จ่ายปกติของเรา คุณเก็บไว้นะคะ ฉันจะเข้าไปทำอาหารแล้ว”
เธอยัดเงินเสร็จ ก็วิ่งปร๋อเข้าลานบ้านแล้วตรงไปที่ครัว
คิดว่าเจียงตั่วคงรับฟังคำพูดของเธอ แต่แล้ววันรุ่งขึ้นหลังจากเจียงตั่วออกไป หมิงจูก็เห็นเงินที่เธอยัดให้เขาเมื่อวาน วางไว้อย่างเรียบร้อยบนจักรเย็บผ้า
หมิงจูหัวเราะเบาๆ อย่างจนใจ ชายคนนี้เป็นประเภทที่เน้นทำมากกว่าพูด ถ้าเป็นในยุคหลัง คงจะทำให้สาวๆ หลงใหลคลั่งไคล้เลยทีเดียว!
ช่วงบ่าย เจียงตั่วกลับมา และเล่าให้หมิงจูฟัง เรื่องผลตอบรับที่หลิวเฉิงไฉให้ข้อมูล
หลิวเฉิงไฉบอกว่าช่วงสองสามวันนี้ เต้าหู้ของเธอเป็นสินค้าที่ขายดีที่สุดในแผนกอาหารของสหกรณ์ร้านค้า แทบจะวางขึ้นแผงปุ๊บก็หมดเกลี้ยงปั๊บ
ยิ่งเขาไปประชาสัมพันธ์ว่าเต้าหู้นี้ทำจากน้ำไท่สุ้ย ความต้องการก็ยิ่งสูงขึ้นไปอีก
ไม่ต้องพูดถึงแปดสิบชั่ง ต่อให้มีสองร้อยแปดสิบชั่งก็ยังขายหมดได้ในพริบตา
ตราบใดที่เต้าหู้ที่อีกฝ่ายทำมีคุณภาพเหมือนกับของหมิงจู เขาก็จะรับซื้อเท่าที่ทำได้
เมื่อได้ยินดังนั้น หมิงจูก็รู้สึกสบายใจ
หลังจากทานอาหารมื้อเย็น หมิงจูก็เดินเล่นกับเขาเรื่อยไปถึงบ้านหมิงต้าเฉิง
หมิงต้าเฉิงเพิ่งกลับจากไร่ เมื่อพบทั้งสองคนหน้าบ้าน เขาก็เชื้อเชิญพวกเขาเข้าไปข้างใน
หมิงจูชวนสองสามีภรรยานั่งคุยกันสักพัก “คุณลุงคุณป้า วันนี้หนูมาหาเพื่อถามว่า สนใจมาทำเต้าหู้ขายให้สหกรณ์ร้านค้ากับหนูไหมคะ”
หมิงต้าเฉิงกับเจียงชุ่ยหลันมองหน้ากันด้วยความสงสัย “หมิงจู ลุงได้ยินคนในหมู่บ้านพูดว่าน้ำที่หลานใช้ทำเต้าหู้เป็นน้ำไท่สุ้ย ถ้าป้าของหลานทำขายด้วย มันจะไม่กระทบชื่อเสียงของหลานหรือ?”
หมิงจูยิ้ม “ที่หนูมาหาพวกคุณลุง เพราะไม่ได้อยากให้ลุงกับป้าทำเต้าหู้ธรรมดาๆ อยู่แล้วค่ะ ถั่วเหลืองลุงกับป้าเตรียมเองได้เลย ส่วนน้ำ หนูจะจัดหาให้วันละถัง พอใช้แน่นอนค่ะ”
หมิงต้าเฉิงรีบโบกมือ “ไม่ได้ ไม่ได้ นั่นมันน้ำไท่สุ้ย ของหายากขนาดนั้น พวกเราจะเอาเปรียบไม่ได้”
หมิงจูหัวเราะเบาๆ “คุณลุง อย่าเกรงใจหนูเลยค่ะ ลูกทั้งสี่คนอยู่ในวัยกำลังโต ต้องดูแลให้พวกเขาได้กินอิ่มนะคะ”
เจียงชุ่ยหลันได้ยินดังนั้น ดวงตาพลันแดงก่ำ “หมิงจู ฉันยินดีร่วมงานกับเธอ แต่เต้าหู้จะอร่อยได้ก็เพราะน้ำ เราจะใช้น้ำของเธอฟรีๆ ไม่ได้”
“งั้นก็ได้ค่ะคุณป้า เรามาทำความเข้าใจกันให้ชัดเจนก่อนแล้วกัน เต้าหู้หนึ่งชั่งหนูขายได้หนึ่งเหมาห้าเฟิน ถ้าให้น้ำ คุณก็แบ่งเงินมา หนูขอห้าเฟินต่อเต้าหู้หนึ่งชั่ง จัดส่งทุกสามวัน ครั้งละแปดสิบชั่งค่ะ”
หมิงต้าเฉิงค่อนข้างประหลาดใจ เต้าหู้หนึ่งชั่งขายได้หนึ่งเหมาห้าเฟินเลยหรือ?
หักค่าใช้จ่ายและส่วนแบ่งแล้ว บ้านเขาก็จะเหลือสี่หยวน งั้นหนึ่งเดือนก็…สี่สิบหยวนเลยงั้นหรือ?
ตอนนี้ทั้งบ้านเขายังหาเงินสิบหยวนไม่ได้เลย นี่มันน่าตกใจจริงๆ
“หมิงจู ไม่ต้องหรอก ป้าจะทำงานให้ เอาให้ป้าแค่หนึ่งหรือสองเฟินต่อชั่งก็พอ”
“คุณป้าะะ หนูไม่ชอบเรื่องจุกจิกค่ะ เราต่างคนต่างทำงาน ถ้าสุขภาพของคุณป้าไม่ได้มีปัญหาอะไร ลุงกับป้าก็ทำตามที่หนูบอกเถอะนะคะ ลุงกับป้าสองคนลองปรึกษากันก่อนดูก็ได้ ถ้าอยากมาช่วยกัน เย็นพรุ่งนี้ก็มารับน้ำที่บ้านหนูไปแช่ถั่วเหลืองนะคะ เราจะเริ่มส่งสินค้าวันมะรืนค่ะ”
หมิงต้าเฉิงยังไม่ได้กินข้าวเย็น หมิงจูจึงไม่พูดอะไรมาก เธอคุยเสร็จก็ดึงเจียงตั่วกลับบ้านก่อน
ทั้งสองคนเดินฝ่าความมืดบนถนนชนบทที่เต็มไปด้วยเสียงจิ้งหรีดเรไร มองดูหญ้าป่าที่ลมพัดโบกสะบัดไปมา เงาของหญ้าบนถนนสลับซับซ้อนกัน หมิงจูรู้สึกว่าทิวทัศน์แบบนี้ช่างสบายตาดีจริงๆ
หางตาของเธอรู้สึกว่าเจียงตั่วคอยมองอยู่เป็นระยะ พอหันไป เธอก็สบตาเข้ากับเขาพอดี…
เธอกระเถิบไปยืนข้างเจียงตั่ว แล้วยกแขนขึ้นมาโอบแขนของเขาอย่างเป็นธรรมชาติ “ผู้กองเจียง คุณเอาแต่จ้องทำไมคะ มีอะไรจะพูดกับฉันหรือเปล่า?”
เจียงตั่วก้มมองแขนที่เธอโอบไว้ ครึ่งตัวของเขาก็รู้สึกร้อนผ่าวและชาไปหมดอย่างไม่รู้สาเหตุ
ถ้าตอนนี้เขาขอให้ปล่อยมือ เธอจะต้องพูดประชดประชันอีกแน่ว่าไม่มีใครเห็น
พูดไปมากเข้า จะดูเหมือนว่าเขาจู้จี้มากเกินไป
เจียงตั่วหลบสายตา ปล่อยให้เธอโอบแขนเขาไว้ แล้วชะลอฝีเท้าลง “ทำไมถึงคิดจะเก็บส่วนแบ่งล่ะ?”
หมิงจูพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า “ถ้าฉันให้เปล่าๆ ก็ไม่ใช่การช่วยเหลือ แต่เป็นการบริจาค แต่ถ้ารับส่วนแบ่งไม่เหมือนกัน พวกเขาซื้อน้ำไป ใช้ช่องทางของฉันเพื่อหาเงินของตัวเอง การช่วยเหลือก็จะกลายเป็นการซื้อขายที่สมเหตุสมผล พวกเขาหาเงินได้อย่างสบายใจ ฉันก็มีกำไร ทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์ไม่ใช่หรือ?”
เจียงตั่วได้ยินคำพูดของหมิงจู มุมปากเขายกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
แน่นอน ไม่ว่าเรื่องอะไร เธอก็มักจะมีมุมมองที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองเสมอ
นี่แหละคือเสน่ห์เฉพาะตัวของผู้หญิงร่างเล็กคนนี้
เห็นเจียงตั่วพยักหน้าไม่พูดอะไร หมิงจูก็เขย่าแขนเขาที่โอบไว้เบาๆ พร้อมกับทำท่าทางน่ารัก “ผู้กองเจียง คุณพูดอะไรบ้างสิคะ ภรรยาตัวน้อยของคุณทำได้ดีไหม?”
“ดีมาก”
“แล้วคุณไม่คิดจะให้รางวัลฉันหน่อยเหรอคะ?”
เจียงตั่วรู้สึกว่าเธอกำลังทำตัวเหมือนเด็กน้อยอีกแล้ว จึงถามอย่างอ่อนโยนว่า “งั้นเธออยากได้อะไรล่ะ?”
หมิงจูเงยหน้า ยื่นปากเล็กๆ ออกมาอย่างซุกซน “อืม… จุ๊บทีนึง…”