ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70 - ตอนที่ 56 เขาเคยชอบเธอหรือเปล่า
หมิงเสี่ยวเจี๋ยตื่นตระหนกหน้าถอดสีทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น
เธอไปโรงพักไม่ได้ หากไปแล้วถูกคนกลุ่มนี้กล่าวหาเอาผิด เธอจะอยู่ได้อย่างไร?
“แก…แกอย่าพูดอะไรเหลวไหล พวกเราไม่ได้ทำเรื่องผิดศีลธรรม”
สวีข่ายยิ่งกลัวตายมากเข้าไปอีก เขารีบพูดขึ้น “ต้องมีคนคิดร้ายกับพวกเราแน่ๆ น้ำที่เราดื่มมียา”
หมิงเสี่ยวเจี๋ยพยักหน้าเห็นด้วยรัวๆ
หมิงจูเย้ยหยัน “เมื่อกี้นี้พวกนายเพิ่งบอกว่าฉันเป็นคนเขียนจดหมายหลอกให้มาที่นี่ ตอนนี้กลับบอกว่ามีคนวางยา แล้วก็จะกล่าวหาว่าฉันเป็นคนวางยาด้วยใช่ไหม? สวรรค์มีตาจริงๆ โชคดีที่วันนี้ฉันออกมาทำงาน มีคุณน้าคุณป้าหลายคนเป็นพยานให้ ไม่อย่างนั้นฉันคงถูกพวกนายปรักปรำแน่!”
หมิงเสี่ยวเจี๋ยชี้ไปที่หมิงจู “แกอย่าแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง ต้องเป็นแกแน่ๆ วันก่อนฉันพาคนไปจับชู้คาหนังคาเขา แกก็เลยตั้งใจจะแก้แค้นคืนใช่ไหม!”
หมิงจูตอบโต้อย่างใจเย็น “เธอใส่ร้ายฉัน นั่นเพราะว่าเธอนิสัยไม่ดี แต่ฉันก็พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองได้ แล้วเธอล่ะ มีหลักฐานไหม? ถ้าไม่มีหลักฐาน เรื่องนี้ก็ต้องส่งไปโรงพัก พวกเราควรไปชี้แจงให้ชัดเจน แต่ต่อให้จะชี้แจงยังไง ถ้าเธอกับสวีข่ายไม่ใช่สามีภรรยากัน ต้องถูกตราหน้าว่าสารเลวแน่นอนอยู่แล้ว!”
เธอพูดจบก็เดินเข้าไปลากหมิงเสี่ยวเจี๋ยออกมา…
หมิงเสี่ยวเจี๋ยยังไม่ได้สวมเสื้อผ้า จู่ๆ ก็ถูกหมิงจูกระชากออกมา จึงตกใจเสียขวัญ
ส่วนสวีข่าย เขาตอบสนองอย่างรวดเร็วกับคำพูดของหมิงจูที่ว่า ‘ถ้าเธอกับสวีข่ายไม่ใช่สามีภรรยากัน’ เขารีบสาวเท้าเข้าไปจับมืออีกข้างของหมิงเสี่ยวเจี๋ย แล้วตะโกนเสียงดัง “พวกเราไม่ได้ทำเรื่องไม่เหมาะสม ฉันกับเสี่ยวเจี๋ยกำลังจะแต่งงานกัน!”
หมิงจูเลิกคิ้ว เธอไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าใคร แค่อยากจะจับคู่สวีข่ายกับหมิงเสี่ยวเจี๋ย เอาคืนด้วยวิธีการที่พวกเขาเคยใช้ทําร้ายเธอเท่านั้น
หมิงเสี่ยวเจี๋ยได้ยินเช่นนั้น สมองก็แทบจะระเบิด เธอสะบัดมือของสวีข่ายออก แล้วตบเข้าที่ใบหน้า!
เธอกําลังจะด่าสวีข่ายว่าคางคกอยากกินเนื้อหงส์ แต่เขาเอามือปิดปากเธอไว้ แล้วลากไปที่มุมคอกวัว โดยไม่สนใจว่าทั้งคู่ยังเปลือยเปล่า กระซิบข้างหูว่า “เสี่ยวเจี๋ย มีคนเห็นเยอะแล้ว ถ้าไปโรงพักจริงๆ เราทั้งคู่ต้องตาย ตอนนี้วิธีเดียวที่จะรอดชีวิตได้คือเราต้องแต่งงานกัน! ฉันไม่อยากตาย เธอล่ะคิดยังไง?”
หมิงเสี่ยวเจี๋ยต้องไม่อยากตายแน่นอนอยู่แล้ว แต่เธอก็ไม่อยากแต่งงานกับบัณฑิตยากจนคนนี้
เธอต้องการเจียงตั่วต่างหาก!
หมิงจูกอดอก มองจ้องแผ่นหลังเปลือยเปล่าของทั้งคู่ด้วยความไม่พอใจ “พวกนายสองคน มัวกระซิบกระซาบอะไรกันอยู่ อย่าคิดว่าทำแบบนี้แล้วจะรอดตัวไปได้นะ รีบใส่เสื้อผ้าแล้วไปโรงพักกับเราเดี๋ยวนี้”
หมิงเสี่ยวเจี๋ยตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว ไม่ได้ เธอจะตายไม่ได้!
เธอหันกลับไปมองหมิงจูแล้วตะคอก “ใครจะไปโรงพักกับแก! ฉันกับสวีข่ายเป็นสามีภรรยากัน พวกเราทำเรื่องของสามีภรรยา ถ้าแกมาเห็นเข้า แกนั่นแหละที่สมควรเป็นตากุ้งยิง!”
หมิงจูเลิกคิ้วแล้วยิ้ม มองไปที่ทั้งคู่ด้วยสายตาเหยียดหยาม “พวกเธอนี่…เป็นคู่ที่เหมาะสมกันจริงๆ ขอให้ทั้งสองคนครองรักจนแก่เฒ่า มีทายาทสืบสกุลโดยเร็วแล้วกัน”
หมิงเสี่ยวเจี๋ยโมโหจนขอบตาแดงก่ำ “ใครอยากได้คำอวยพรจากแก ไปให้พ้นเลยนะ!”
หมิงจูไม่โกรธ แต่รอยยิ้มเยาะหยันบนใบหน้ายิ่งลึกซึ้งขึ้น “ได้ ได้ เราไปก็ได้ ลูกสาวหัวหน้าหมู่บ้านผู้รักนวลสงวนตัวไปทำธุระกับผู้ชายในคอกวัวต่อเถอะ”
เธอพูดจบก็หันไปบอกกับหลายคนที่หน้าประตู “ป้าๆ น้าๆ คะ ไปเถอะ พวกเราอย่าอยู่ตรงนี้ขัดขวางเรื่องดีๆ ของสามีภรรยา ไปเอาน้ำไปที่บ้านฉันกันค่ะ สองคนนี้ก็นะ…สุดยอดเลย คอกวัวที่คนเลี้ยงวัวเขานอนกัน ยังจะกล้าไปกลิ้งเกลือกกันได้ ต้องร้อนรุ่มแค่ไหนกัน!”
กลุ่มคนที่หัวเราะเยาะเดินจากไป หมิงเสี่ยวเจี๋ยโกรธจนแทบจะคว่ำคอกวัว ส่วนสวีข่ายก็ใจไม่ดีตลอดเวลา
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาคงดีใจที่ได้แต่งงานกับหมิงเสี่ยวเจี๋ย
แต่ตั้งแต่เหตุการณ์ไท่สุ้ย หัวหน้าหมู่บ้านก็จ้องเล่นงานเขามาตลอด ถ้าได้แต่งงานกันจริงๆ …ชีวิตต่อจากนี้คงไม่ดีแน่!
เพียงแค่ช่วงบ่ายวันเดียว เรื่องราวของหมิงเสี่ยวเจี๋ยกับสวีข่ายในคอกวัวก็กลายเป็นเรื่องขบขันที่คนในหมู่บ้านเสี่ยวจิ่งรู้กันทั่ว
หมิงจูตั้งใจออกไปเดินเล่น ฟังเรื่องซุบซิบอยู่พักใหญ่ แล้วจึงกลับมาคุยเรื่องซุบซิบนี้กับคุณป้าและเจียงตั่วพลางกินข้าวไปด้วย
เมื่อหมิงต้าโหย่วรู้เรื่องนี้ เขาก็โกรธจนใบหน้ากลายเป็นสีตับหมู กลับบ้านไปลงมือตบตีหมิงเสี่ยวเจี๋ยและสวีข่ายอย่างหนัก ซ้อมหนักจนเกือบจะฆ่าฝ่ายชายอยู่แล้ว สวีข่ายถึงกับพูดซ้ำๆ ว่าไม่กล้าแต่งงานกับหมิงเสี่ยวเจี๋ยแล้ว!
แต่การแต่งงานนี้ เขาพูดว่าไม่แต่งแล้วจะไม่แต่งได้เสียเมื่อไหร่?
หมิงเสี่ยวเจี๋ยยังไม่ได้แต่งงานก็ไปนอนกกกับผู้ชาย เรื่องนี้แพร่สะพัดไปแล้ว หลังจากนี้คนในหมู่บ้านรอบข้างก็คงไม่มีใครกล้ามาสู่ขอเธออีก
ตอนนี้นอกจากเขาจะเสียหน้า ยังต้องกล้ำกลืนความเจ็บปวดนี้ไปด้วย!
เห็นหมิงจูพูดอย่างร่าเริงและมีความสุขมาก เจียงตั่วก็ไม่ได้ตอบอะไร เพียงพยักหน้าเห็นด้วย
กระทั่งหมิงชุนนีทานข้าวเสร็จแล้วขอตัวออกไปเก็บใบหม่อนก่อน หมิงจูจึงกระซิบถาม “เจียงตั่ว ฉันเห็นคุณเงียบมาตลอด คุณคิดว่าฉันทำเกินไปหรือเปล่าคะ?”
เจียงตั่วส่ายหน้า ‘ไม่ใช่ แค่มีเรื่องบางอย่างที่ยังไม่เข้าใจ’ เขาคิดวกวนอยู่ในใจ
“กระดาษนั่นเธอเป็นคนเขียนจริงๆ เหรอ แล้วยาในน้ำล่ะ? ตอนนั้นเธอไม่ได้อยู่ที่นั่นด้วยซ้ำ เธอทำได้ยังไงกัน?”
หมิงจูเดาว่าชายคนนี้จะต้องถามถึงเรื่องนี้แน่ โชคดีที่เธอเตรียมพร้อมไว้แล้ว
“ช่วงนี้เป็นฤดูเก็บเกี่ยว นอกจากพวกคุณที่แข็งแรงแล้ว คนส่วนใหญ่กำลังยุ่งอยู่กับการเก็บข้าวโพด พอดีช่วงนี้สวีข่ายก็อยู่ในแปลงนาใกล้ๆ ฉันเลยแกล้งทำเป็นขี้เกียจ พักบ่อยๆ วนเวียนไปมาอยู่หน้าคุณน้าคุณป้า ทำให้พวกเธอรำคาญจนไม่สนใจ แล้วพอไม่มีใครทันสังเกต ฉันก็แอบเอายาไปเทใส่ในกระบอกน้ำของสวีข่าย แล้วซ่อนจดหมายไว้ใต้นั้น”
“ทางหมิงเสี่ยวเจี๋ยล่ะ? เธอรู้ได้ยังไงว่าหล่อนจะกลับไปพักตอนไหน?”
หมิงจูยู่ปาก “คุณคิดว่าเธอกลับไปพักชั่วคราวจริงหรือไง? เธอไปแค่ลงชื่อแล้วกลับบ้านไปโกงคะแนนแรงงานต่างหาก นี่เป็นนิสัยของเธอมาตลอด ฉันไปสร้างความวุ่นวายหน้าบ้านเธอ แล้วหลอกล่อให้ออกไปไกลๆ พอได้โอกาสก็แอบเข้าไปในบ้านแล้ววางยา ทิ้งจดหมายไว้ พอทั้งคู่ติดกับแล้ว ฉันก็แอบกลับไปเอาจดหมายคืน กะเวลาแล้วพาคุณน้าคุณป้ามาดื่มน้ำที่บ้านเรา”
สีหน้าเจียงตั่วหมองลง “เธอวางแผนอุกอาจขนาดนี้ ไม่กลัวถูกจับได้หรือไง?”
ถ้าเมื่อวานเขารู้ว่าวิธีการของเธออันตรายขนาดนี้ เขาคงไม่ยอมให้เธอทำเด็ดขาด
หมิงจูเข้าใจว่าเจียงตั่วเป็นห่วง แต่เรื่องนี้จะปล่อยให้เขาคิดมากไม่ได้ เพราะเธอใช้ประโยชน์จากพื้นที่มิติ บางจุดจึงอธิบายไม่ถูก
เธอยกม้านั่งเตี้ยๆ ไปนั่งข้างเจียงตั่ว เอียงคอจ้องเขา ยิ้มแล้วถามว่า “ผู้กองเจียง คุณสารภาพมาตามตรงเถอะค่ะ เพราะว่าฉันจัดการหมิงเสี่ยวเจี๋ยที่หลงใหลในตัวคุณ เลยรู้สึกสงสารเธอขึ้นมาใช่ไหมคะ?”
เจียงตั่วขมวดคิ้ว “พูดจาเหลวไหลอีกแล้ว”
หมิงจูไม่สนใจเรื่องพวกนี้ เธอถือโอกาสยกแขนขึ้นมาโอบเขา เงยหน้าขึ้นถามเสียงออดอ้อน “งั้นคุณบอกมาสิคะ คุณโกรธเพราะเป็นห่วงว่าฉันจะมีอันตราย หรือเป็นห่วงว่าเธอจะเสียความบริสุทธิ์? ฉันได้ยินมาว่าก่อนหน้านี้หมิงเสี่ยวเจี๋ยสนิทกับคุณมาก หัวหน้าหมู่บ้านก็อยากให้คุณมาเป็นลูกเขยของเขา บอกมาสิ คุณเคยชอบเธอหรือเปล่า?”
เจียงตั่วสีหน้าเรียบเฉย “ไม่มีเรื่องแบบนั้น ฉันกับหล่อนไม่ได้สนิทกันเลย”
“แล้วคุณเคยชอบใครล่ะคะ? คุณอายุขนาดนี้แล้ว เมื่อก่อน…เคยมีแฟนไหมคะ?”