ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70 - ตอนที่ 55 เสียงที่ทำให้หน้าแดงก่ำ
หมิงจูส่ายหน้าแล้วตอบอย่างไม่ลังเล “ไม่จำเป็นหรอกค่ะ แค่คุณเชื่อใจและสนับสนุนฉันก็พอแล้ว”
ถ้าเจียงตั่วรู้ว่าเธอกำลังจะทำอะไร คงตกใจจนตะลึงไปเลย!
เช้าวันรุ่งขึ้น หมิงจูซึ่งไม่ได้ไปทำงานมาหลายวัน ได้มาที่ลานตากข้าวพร้อมกับเจียงตั่วและหมิงชุนนีเป็นครั้งแรก
หมิงต้าโหย่วไม่ชอบหมิงจูตั้งแต่ก่อนหน้านี้ เลยจงใจให้เธอไปทำงานที่คันนา แต่ใครจะไปคิดว่านอกจากเธอจะยอมทิ้งคะแนนแรงงานเพื่อหลีกเลี่ยงงานนั้น ยังไปหมกมุ่นกับการขายเต้าหู้ไท่สุ้ย
ตอนนี้เธอเป็นครอบครัวเดียวกับเจียงตั่วแล้ว เมื่อเจียงตั่วไปที่คันนา หมิงจูไม่จำเป็นต้องไป เขาจึงส่งหมิงจูไปเก็บข้าวโพดในไร่ขณะที่อากาศร้อนอบอ้าว
หมิงจูตามกลุ่มป้าๆ ในหมู่บ้านไปที่ไร่ข้าวโพดอย่างมีความสุข
เจ้าของร่างเดิมเกียจคร้านและไม่ชอบทำงานเกษตร เลยมักถูกชาวบ้านนินทาอยู่เสมอ และหมิงจูก็บังเอิญไม่รู้วิธีทำสิ่งนี้เช่นกัน ดังนั้นเธอจึงรักษานิสัยเดิมไว้
ทำงานไปสักพัก เธอก็หาที่นั่งพักผ่อนตลอดช่วงเช้า โดยการเดินไปเดินมาในไร่ข้าวโพดเพื่อสร้างความสนใจแก่ผู้คน
อย่างไรก็ตาม จุดประสงค์ของเธอในวันนี้ก็ไม่ได้อยู่ที่งาน ดังนั้นเธอจึงไม่สนใจว่าคนอื่นจะพูดอะไร
เมื่อใกล้เที่ยง หมิงจูก็แอบทำเรื่องสำคัญ…
เมื่อเธอออกมาจากไร่ข้าวโพดเป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ ก็มีป้าๆ หลายคนกำลังพักผ่อนอยู่เช่นกัน
หลายคนเห็นเธอแล้วก็ไม่ได้พูดคุยกันมากนัก เพราะพวกเธอก็ไม่ได้สนิทกับเธออยู่แล้ว
หมิงจูนั่งลงข้างๆ เห็นป้าที่อยู่ใกล้เธอที่สุดดื่มน้ำในกาน้ำจนหมด เธอก็เลิกคิ้วขึ้น “คุณป้า น้ำหมดแล้วเหรอคะ? น้ำของหนูยังไม่หมดเลย แบ่งไปก่อนสิคะ”
“ไม่เป็นไรหรอก ใกล้ได้เวลาพักแล้ว”
หมิงจูพยักหน้า “นี่คือน้ำไท่สุ้ยต้มค่ะ ช่วยคลายความเหนื่อยล้าได้ดีทีเดียว ถ้าคุณป้ารังเกียจก็ไม่เป็นไรจริงๆ ค่ะ”
ป้าคนนั้นได้ยินที่เธอพูดก็หันมา “จะรังเกียจอะไรล่ะหมิงจู ถ้างั้น…แบ่งให้ป้าหน่อยก็ได้ ป้าคอแห้งมากเลย”
หมิงจูยิ้มอย่างเบิกบาน เทน้ำในกาน้ำทั้งหมดลงในกาน้ำของคุณป้า
ป้าที่อยู่ข้างๆ เห็นดังนั้นก็พูดขึ้นบ้าง “หมิงจู มีอีกไหม? กาน้ำของฉันก็ไม่มีน้ำแล้ว ดูสิ…”
หมิงจูส่ายกาน้ำอย่างเสียดาย “ของหนูก็หมดแล้วค่ะ แต่ถ้าป้ากระหายน้ำมากจริงๆ ที่นี่ก็อยู่ไม่ไกลจากบ้านหนูเท่าไหร่ หนูจะพาคุณป้าไปเติมน้ำที่บ้านนะคะ หนูต้มน้ำทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วค่ะ”
อีกหลายคนได้ยินดังนั้นก็ตอบรับพร้อมกัน “พวกเราไปด้วยได้ไหม?”
นี่คือน้ำไท่สุ้ย ใครบ้างจะไม่ชอบของดีที่ได้มาฟรีๆ!
หมิงจูขมวดคิ้วแล้วพูดอย่างเต็มใจ “ก็ได้ค่ะ พวกเรารีบไปแล้วรีบกลับ จะได้ไม่เสียเวลางานของทุกคน”
กลุ่มคนประมาณห้าหกคนเดินผ่านเส้นทางเล็กๆ ในหมู่บ้านไปยังบ้านของหมิงจู
เมื่อเดินผ่านคอกวัวข้างหมู่บ้าน ป้าคนหนึ่งก็ดึงป้าที่อยู่ใกล้เธอที่สุดไว้ทันที แล้วลดเสียงลงกระซิบว่า “ชู่ว พวกเธอได้ยินเสียงอะไรไหม?”
หญิงหลายคนต่างเงี่ยหูฟัง รวมถึงหมิงจูที่อยู่ข้างๆ ซึ่งกำลังทำหน้า ‘งุนงง’
ไม่นานก็ได้ยินเสียงผู้หญิงหายใจหอบ พร้อมกับเสียงหงุดหงิด “หลุดออกมาแล้ว รีบใส่กลับเข้าไปสิ!”
ตามมาด้วยเสียงเร่งรีบของผู้ชาย “ใส่แล้ว ใส่แล้ว!”
เสียงที่ชวนให้ใบหน้าแดงก่ำดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภรรยาของหัวหน้าหน่วยรักษาความสงบในหมู่บ้านได้ยินว่ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในหมู่บ้าน จะไม่สนใจได้อย่างไร จึงรีบพาหลายคนเดินไปทางนั้นแล้วตะโกนว่า “ใครอยู่ตรงนั้น?!”
หลายคนเร่งฝีเท้าไปถึงหน้าคอกวัว และเห็นสวีข่ายกับหมิงเสี่ยวเจี๋ยกำลังอยู่ด้วยกันบนกองฟางนั่น สภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ย
เมื่อเห็นคนกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวขึ้น หมิงเสี่ยวเจี๋ยตกใจกรีดร้องออกมา เธอรีบผลักสวีข่ายออกจากตัว ทั้งสองคนต่างดึงฟางข้างตัวมาปกคลุมร่างกายตัวเอง
หมิงเสี่ยวเจี๋ยพูดตะกุกตะกัก “พะพะพะ…พวกป้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?!”
ภรรยาของหัวหน้าหน่วยรักษาความสงบก็ตกใจเช่นกัน เธอไม่คิดว่าคนที่จับได้จะเป็นหมิงเสี่ยวเจี๋ย ความสัมพันธ์ระหว่างสองครอบครัวค่อนข้างดี และสามีของเธอก็ถูกหมิงต้าโหย่วกดดันมาตลอด ดังนั้นเธอจึงไม่กล้าพูดอะไร
หมิงเสี่ยวเจี๋ยกลัวมาก แต่เมื่อนึกถึงสถานะของพ่อ เธอก็พูดอย่างดุดันว่า “มองอะไรกัน นี่มันเรื่องเข้าใจผิด พวกป้าอย่าพูดจาเหลวไหลเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นฉันจะให้พ่อสั่งสอนพวกป้า รีบไสหัวไปให้หมด!”
หมิงจูยืนอยู่หลังสุด กีดขวางทางเดินของหลายคน สีหน้าของเธอดูตกใจมาก!
“หมิงเสี่ยวเจี๋ย เธอตั้งใจจะทำให้พ่อโมโหตายหรือไง กลางวันแสกๆ เธอกับผู้ชายทำเรื่องอุจาดกันโจ่งแจ้ง แถมยังใช้อำนาจของหัวหน้าหมู่บ้านมาข่มขู่อีก ถ้าพวกเราฟ้องเรื่องนี้ขึ้นไปถึงเบื้องบน พ่อของเธอคงไม่ได้เป็นหัวหน้าหมู่บ้านแล้ว ฉันว่าให้หัวหน้าหน่วยรักษาความสงบมาอยู่ในตำแหน่งนี้แทนดีกว่านะ ครอบครัวนั้นไม่มีเด็กที่เสื่อมเสียศีลธรรมอย่างเธอ”
ภรรยาของหัวหน้าหน่วยรักษาความสงบที่เพิ่งจะนึกถึงความสัมพันธ์ได้ยินคำพูดนี้ เธอก็ถามอย่างตรงไปตรงมาว่า “เสี่ยวเจี๋ย กลางวันแสกๆ เธอทำอะไรอยู่น่ะ?”
หมิงเสี่ยวเจี๋ยตะคอกใส่ป้า “ป้าหุบปากไปเลย!”
เธอมองหมิงจูที่ดูหยิ่งผยองเช่นนี้ จึงเข้าใจได้ในทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น เธอชี้ไปที่หมิงจู…
“แกจริงๆ ด้วย! เมื่อกี้ตอนที่ฉันกลับไปพักดื่มน้ำ มีคนแอบเขียนกระดาษแล้วโยนไว้หน้าบ้านฉัน บอกว่าผู้กองเจียงรอฉันอยู่ที่นี่ จงใจให้ฉันเก็บได้แล้วหลงกลมาที่นี่ใช่ไหม?!”
สวีข่ายอีกคนหนึ่งก็ถือโอกาสพูดบ้าง “ใช่แล้ว ใช่แล้ว ฉันก็ได้รับกระดาษที่บอกว่าหมิงจูอยู่ที่นี่ถึงได้มา เราถูกใส่ร้าย และน้ำที่ฉันดื่ม…”
“พวกนายพูดอะไรกันเนี่ย?” หมิงจูขัดคำพูดของสวีข่ายด้วยสีหน้าไร้เดียงสา
เธอรู้ว่าสวีข่ายกำลังจะพูดว่าน้ำที่เขาดื่มนั้นมีปัญหา
แหงอยู่แล้ว มันมีปัญหาแน่นอน เธอใช้ความสามารถพิเศษของมิติ แอบเอาน้ำที่คนทั้งสองดื่มไปเพิ่มส่วนผสม แถมยังทิ้งกระดาษไว้ให้ทั้งสองคนด้วย…
เจียงไท่กง [*] ตกปลา เหวี่ยงเบ็ดรอปลาเข้ามาติด!
แต่เธอจะไม่ยอมให้พวกเขามีโอกาสอธิบายก่อน จึงเปลี่ยนเรื่องทันทีและพูดอย่างช่วยไม่ได้ “วันนี้ป้าๆ ทั้งหลายเป็นพยานให้ฉันได้ว่าฉันอยู่ในไร่ข้าวโพดมาตลอดทั้งเช้า ฉันจะไปส่งกระดาษให้พวกนายเมื่อไหร่ล่ะ? พวกนายอย่ามาใส่ร้ายฉันนะ!”
ภรรยาของหัวหน้าหน่วยรักษาความสงบพยักหน้า “เสี่ยวเจี๋ย เธอต้องเข้าใจผิดแน่ๆ วันนี้หมิงจูอยู่ในไร่ข้าวโพดจริงๆ ถึงจะทำงานไม่มาก แต่เธอก็อยู่กับพวกเราตลอด”
คนอื่นๆ ก็พากันเป็นพยานให้กับหมิงจูด้วย
หมิงเสี่ยวเจี๋ยโกรธจัด เธอเห็นกระดาษที่บอกว่าเจียงตั่วรอเธอไปพบ แต่เมื่อมาถึงคอกวัวกลับพบว่าคนที่มาคือสวีข่าย
ตอนนั้นเธอรู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัวเหมือนสุมไฟ สวีข่ายก็เข้ามาสวมกอดอย่างกะทันหัน เธอรู้สึกดีมากจนปล่อยตัวตามเขา…
เธอเอาฟางปิดบังร่างกายแล้วเดินไปที่หน้าคอกวัว มือคลำหาในกระเป๋าเสื้อ ด่าไปพลางหาหลักฐาน “จริงๆ นะ ผู้หญิงคนนี้แหละที่ทำร้ายฉัน เดี๋ยวเอาให้พวกป้าดู…”
เธอพึมพำพูดไปเรื่อยๆ เสียงก็เงียบไปในทันที
กระดาษอยู่ไหน?
ริมฝีปากของหมิงจูหยักโค้ง กระดาษนั่น แน่นอนว่าเธอหยิบออกไปอย่างระมัดระวังผ่านการใช้มิติ ขณะที่ทั้งสองคนถอดเสื้อผ้าออกจนหมด
เธอต้องขอบคุณทั้งสองคนที่ทิ้งเสื้อผ้าไว้ข้างคอกวัวก่อนที่จะไปมีความสุข ให้โอกาสเธอได้เข้าถึงเสื้อผ้าเหล่านี้
เธอทำหน้าไร้เดียงสาและพูดตามคำพูดของหมิงเสี่ยวเจี๋ย “ได้ ในเมื่อพวกเธอไม่เชื่อคำพูดของป้าๆ และยังจะใส่ร้ายฉัน พวกเธอก็เอากระดาษที่ได้ออกมาสิ เราจะไปที่สถานีตำรวจเพื่อเปรียบเทียบว่านั่นเป็นลายมือของฉันหรือเปล่า!”
“แล้วเราจะได้รายงานว่าพวกเธอสองคนทำเรื่องผิดประเวณี หมิงเสี่ยวเจี๋ย เธอก็เคยบอกไว้ว่าการทำเรื่องแบบนี้มีโทษ ‘กินถั่วลิสง’ [**] ในเมื่อเธอไร้ยางอายขนาดนี้ อย่ามาโทษกันทีหลังว่าพวกเราแจ้งความผิดของเธอเลยนะ!”
เชิงอรรถ
[*] เจียงไท่กง หรือเจียงจื่อหยา เป็นนักยุทธศาสตร์คนสำคัญและมีส่วนสำคัญในการสถาปนาราชวงศ์โจวขึ้น เป็นทั้งเป็นบิดาและเจ้าแห่งตำราพิชัยสงครามในประวัติศาสตร์จีนคนแรก
[**] กินถั่วลิสง เป็นสำนวนที่มาจากการประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าในอดีตของจีน