ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70 - ตอนที่ 80 คุกเข่าขอโทษเดี๋ยวนี้!
- Home
- ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70
- ตอนที่ 80 คุกเข่าขอโทษเดี๋ยวนี้!
หมิงจูเหลือบมองเจียงตั่ว จากนั้นวางชามกระเบื้องเล็กสำหรับคลุกผักลง แล้วเดินออกมายังลานบ้าน
เห็นเพียงซ่งเคอที่ยืนอยู่ตรงประตูใหญ่ ใบหน้าปรากฏรอยฝ่ามือแดงก่ำ…
หมิงจูขมวดคิ้ว “เขาตบเธอเหรอ?”
ซ่งเคอตารื้นแดงก่ำ แต่ไม่กล้าตอบ เพียงหันไปมองมุมกำแพง
หมิงจูมองตามสายตาของเธอไป ก็เห็นซ่งเป่ากั๋วพาซ่งเสวี่ยย่อตัวอยู่ข้างกำแพง กำลังแอบฟังการสนทนาทางนี้
เมื่อเห็นหมิงจูเดินเข้ามา ซ่งเป่ากั๋วที่ใบหน้าเขียวช้ำบวมเป่งก็เค้นรอยยิ้มออกมา แล้วลุกขึ้นยืน
และเจียงตั่วที่ยืนอยู่หน้าประตูครัวก็เดินมาทางนี้ด้วย
ซ่งเป่ากั๋วถูกซ้อมจนกลัว รีบยกมือขึ้น กางฝ่ามือออกเพื่ออธิบาย “อย่า อย่าเพิ่งเลย ผมไม่ได้มาหาเรื่อง ผมมีเรื่องสำคัญจะพูด!”
เจียงตั่วเดินเข้าไปหา ยืนบังหมิงจูไว้ด้านหลัง “พูดแล้วก็ไสหัวไปซะ!”
ซ่งเป่ากั๋วเลียริมฝีปากอีกครั้งแล้วหัวเราะ “จูจู ฉันได้ยินมาว่า… เธอมีไท่สุ้ยที่ขุดได้จากหลังบ้านใช่ไหม?”
พอได้ยินคำว่า ‘ไท่สุ้ย’ หมิงจูก็เลิกคิ้วขึ้น ที่แท้นี่คือจุดประสงค์ของเขาในวันนี้นี่เอง
เธอเลิกคิ้วยิ้ม “ใช่ค่ะ มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”
“ลองคิดดูสิ ทั้งเธอกับป้าต่างก็เป็นลูกสาวสกุลหมิงที่แต่งออกไปแล้ว ในเมื่อมีไท่สุ้ย ก็ไม่มีเหตุผลที่จะเก็บไว้คนเดียวใช่ไหม? ป้าของเธอก็น่าจะได้ส่วนแบ่งด้วยใช่ไหมล่ะ?”
หมิงจูยกมือขึ้นมากอดอก “ฉันจะให้คุณป้าหรือไม่ให้คุณป้า มันเกี่ยวอะไรกับคุณด้วยล่ะ?”
“ต้องเกี่ยวอยู่แล้วสิ! ญาติผู้น้องของเธอทั้งสองคนเป็นลูกสาวแท้ๆ ป้าของเธอก็ต้องเอาส่วนแบ่งให้ลูกสาวทั้งสองคนด้วย!”
“แล้วยังไงต่อ?”
ซ่งเป่ากั๋วพูดออกมาได้หน้าตาเฉย “ของที่เป็นของญาติผู้น้องของเธอก็คือของฉันด้วย วันนี้ฉันมาที่นี่ก็เพื่อเอาไท่สุ้ยที่เป็นของพวกเธอไป”
หมิงจูฟังตรรกะประหลาดนี้แล้วก็หัวเราะเยาะ
เธอมองไปยังซ่งเคอและซ่งเสวี่ย “นี่คือความตั้งใจของพวกเธอด้วยเหรอ?”
ซ่งเคอก้มหน้าไม่พูด แต่ซ่งเสวี่ยพยักหน้าอย่างเย่อหยิ่ง “ของที่แม่เราให้เรามันไม่ผิดใช่ไหมล่ะ? พี่หมิงจู พี่คงไม่ห้ามไม่ให้แม่ยกของให้พวกเราใช่ไหมคะ?”
หมิงจูยิ้มแบบไม่เต็มใจ “ไม่ว่าอะไรอยู่แล้ว”
ซ่งเสวี่ยเบะปากออกคำสั่ง “งั้นพี่ก็รีบเอาไท่สุ้ยออกมาให้สิคะ เราจะเอากลับบ้าน!”
หมิงจูมองซ่งเสวี่ย ดูท่าแล้วเธอคงต้องจัดการกับญาติผู้น้องคนนี้เสียหน่อยแล้ว!
“ฉันไม่ห้ามที่พวกเธอมาขอของจากแม่ แต่ฉันเคยพูดเมื่อไหร่ว่าจะแบ่งไท่สุ้ยให้แม่ของพวกเธอ? ของที่ฉันเก็บมาได้ย่อมเป็นของฉันโดยธรรมชาติ ฉันจะแบ่งให้คนอื่นทำไม? ไม่อยู่แล้ว! ฉันจะกินคนเดียว!”
ซ่งเป่ากั๋วได้ยินดังนั้นก็โกรธจัดขึ้นมาในทันที “หมิงจู เป็นคนไม่ควรเห็นแก่ตัวแบบนี้สิ!”
หมิงจูย้อนถามอย่างไม่เกรงกลัว “ทำไมจะไม่ได้ล่ะ? ฉันชอบเห็นแก่ตัวอยู่แล้ว ความเห็นแก่ตัวทำให้ฉันมีความสุขนี่นา!”
“แก…” ซ่งเป่ากั๋วโกรธจนแทบคลั่ง ถ้าเจียงตั่วไม่อยู่ เขาคงตบหมิงจูไปหลายทีแล้ว
แต่ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่มีทางออกเสียทีเดียว
เขาแค่นเสียงไม่พอใจ “ได้ ในเมื่อเธอไม่ให้ งั้นก็เรียกป้าของเธอออกมา นังนั่นคลอดลูกสาวสองคน แต่ไม่เคยดูแลพวกเธอเลยตลอดหลายปีที่ผ่านมา ต้องชดเชยให้ฉัน!”
“ต้องชดเชยเหรอ… สมควรอยู่แล้ว” หมิงจูพยักหน้าหงึกหงัก “แต่ไม่จำเป็นต้องให้ป้าฉันออกมาหรอก เธอเห็นของสกปรกอย่างคุณแล้วจะรู้สึกขยะแขยง ฉันจะคุยกับคุณเอง”
“เอาเลย” ซ่งเป่ากั๋วยืนกอดอก สีหน้าเย่อหยิ่งมองมาอย่างถากถาง “หนีไปตั้งหกปี ลูกสาวสองคนนี้ฉันเลี้ยงมาลำพัง เสียเสบียงอาหารและคูปองผ้าไปไม่ใช่น้อยเลยนะ คนหนึ่งปีหนึ่งอย่างน้อยก็ยี่สิบหยวน สองคนก็สี่สิบ หกปีรวมแล้วสองร้อยสี่สิบหยวน!”
หมิงจูหัวเราะอย่างเย็นชา กล้าเรียกค่าชดเชยจริงๆ ด้วย แต่ช่างเถอะ “ได้ สองร้อยสี่สิบใช่ไหม? ซ่งเคอและซ่งเสวี่ยก็เป็นลูกสาวของคุณเหมือนกัน งั้นคุณกับคุณป้าฉันก็แบ่งกันคนละครึ่ง คุณป้าฉันควรจะให้คุณร้อยยี่สิบหยวน ใช่ไหม?”
ซ่งเป่ากั๋วเห็นหมิงจูพูดออกมาง่ายขนาดนี้ เขาก็อดสงสัยไม่ได้ว่าตัวเองเรียกน้อยไปหรือเปล่า?
ตอนนี้หมิงจูกำลังทำเต้าหู้ เงินในกระเป๋าคงมีพอสมควร!
แต่คิดอีกที ไม่เป็นไร ยังไงเขาก็คิดหาทางได้แล้ว ค่อยๆ ทำไปก็แล้วกัน
“ถูกต้อง”
หมิงจูพยักหน้า “ได้ ในเมื่อคุณคิดบัญชีเสร็จแล้ว งั้นก็ถึงตาคุณป้าฉันบ้าง! ตลอดหลายปีที่ผ่านมา คุณป้าต้องเข้ารักษาตัวจนเงินเก็บในบ้านหมดเกลี้ยง แม้แต่เงินเดือนของคุณย่าฉันทุกเดือนก็หมดไปกับการซื้อยาให้คุณป้ากิน ก่อนที่ท่านจะเสียชีวิตมีสมุดบัญชีที่จดไว้อย่างละเอียดว่าคุณป้าฉันรักษาโรคหมดไปสองร้อยแปดสิบหยวน ค่าใช้จ่ายทั้งหมดนี้คุณต้องเป็นคนช่วยออก ตอนนี้คุณยังติดหนี้คุณป้าฉันอีกร้อยหกสิบหยวน ควักเงินมาซะ!”
ซ่งเป่ากั๋วได้ยินดังนั้นก็รีบแก้ตัว “เธอพูดจาเหลวไหล ป้าเธอมันไม่ปกติอยู่แล้ว!”
ได้ยินคำพูดนี้ หมิงจูเหมือนแมวพองขน เธอชี้ไปที่ซ่งเป่ากั๋วแล้วด่าอย่างรุนแรงข้ามเจียงตั่วที่ยืนบังอยู่ข้างหน้า แววตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น “แกนั่นแหละไม่ปกติ! แกมันไอ้คนใช้ความรุนแรงในครอบครัว! คุณป้าฉันเคยปกติไหม คนที่รู้จักเธอก็รู้ดี! แกจะพูดว่าแกไม่ใช่คนก็ได้ แกไม่ยอมรับผิดชอบก็ได้ แต่ถ้าแกกล้ากล่าวหาว่าร้ายเสียๆ หายๆ คุณป้าฉันอีกคำเดียว วันนี้ฉันจะทำให้แกต้องคลานออกจากหมู่บ้านเสี่ยวจิ่งไปเลย!”
ซ่งเป่ากั๋วไม่เคยถูกผู้หญิงตัวเล็กๆ ชี้หน้าด่าแบบนี้มาก่อนเลย…
เขาโกรธจัดจนอยากตบหมิงจูสักฉาด แต่ก็ถูกเจียงตั่วจับแขนไว้เสียก่อน…
เขาทรุดตัวลงด้วยความเจ็บปวด ร้องโหยหวน “เจ็บ เจ็บ เจ็บ! ไว้ชีวิตด้วย ไว้ชีวิตด้วย!”
เจียงตั่วผลักเขาออกไป เสียงทุ้มต่ำน่าสะพรึง “ระวังมือเท้าของแกให้ดี”
หมิงจูหัวเราะคิกคักอยู่ข้างหลัง เธอมีเจียงตั่วคอยปกป้อง ถ้าไอ้คนสกุลซ่งสารเลวคนนี้ยังกล้าแตะต้องเธอแม้แต่นิ้วเดียว ถือว่าเขามีความสามารถแล้ว!
ซ่งเป่ากั๋วสะบัดมือที่เจ็บปวด ถอยหลังไปสองก้าว จ้องมองทั้งสองคนด้วยความขุ่นเคือง โกรธจนกัดฟันกรอด “ดี! ในเมื่อพวกแกไม่ใช้เหตุผล งั้นก็อย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจ!”
เขาสูดหายใจเฮือกหนึ่ง แล้วตะโกนใส่ลูกสาวทั้งสองคน “พวกแกสองคนอยู่ที่นี่แหละ ให้แม่โง่เง่าคนนั้นเลี้ยงพวกแกไป นี่คือสิ่งที่นังนั่นติดค้างพวกแก!”
ซ่งเป่ากั๋วทิ้งท้ายคำพูดนั้นไว้แล้วหันหลังเดินจากไป ซ่งเคอไม่ขยับ แต่ซ่งเสวี่ยรีบตามไปติดๆ ร้องไห้จะกลับไปพร้อมเขา
ซ่งเป่ากั๋วเหวี่ยงเธอล้มลงกับพื้นอย่างแรง แล้วจ้องมองเขม็ง “ฉันจะบอกพวกแกให้นะ ถ้าไม่เอาไท่สุ้ยที่เป็นของฉันกลับมา ใครหน้าไหนก็ห้ามกลับบ้าน!”
มองเงาคนที่จากไปอย่างรวดเร็ว ซ่งเสวี่ยก็นั่งลงกับพื้นร้องไห้โฮ เสียงร้องไห้นั้นดังไปถึงในห้อง ทำให้หมิงชุนนีต้องออกมา…
ตอนที่หมิงชุนนีวิ่งออกมา เธอก็เห็นซ่งเคอยืนอยู่ตรงประตู
เธอรู้สึกประหม่าเล็กน้อย ก่อนจะมองไปรอบๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีเงาของซ่งเป่ากั๋วอยู่แล้ว จึงเดินไปหาซ่งเคออย่างระมัดระวัง แล้วหยุดยืนอยู่ตรงหน้าอย่างกล้าๆ กลัวๆ
ซ่งเคอมองผู้หญิงตรงหน้า ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเรียกเบาๆ ว่า “แม่…”
หมิงชุนนีเผยรอยยิ้มอย่างดีใจ พยักหน้าอย่างตื่นเต้น ยกมือขึ้นลูบมือไม้ของซ่งเคอ
ซ่งเคอไม่หลบ เธอจึงดีใจมาก
แต่ซ่งเสวี่ยยังเอาแต่นั่งร้องไห้อยู่ที่พื้น หมิงชุนนีจึงเดินไปหาลูกสาวคนเล็ก ย่อตัวลงจะพยุงเธอขึ้นมา
แต่ซ่งเสวี่ยกลับฉุนเฉียว ผลักออกไปอย่างแรง แล้วร้องไห้ตะโกนลั่น “นังคนโง่! ไปให้พ้น อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!”
หมิงชุนนีไม่ทันระวังตัว เซถอยหลังไปหลายก้าว แล้วสะดุดล้มลงกับพื้น!
คราวนี้หมิงจูเดือดจัดแล้ว!
เธอเดินเข้าไปพยุงคุณป้าขึ้นก่อน ปัดฝุ่นที่หลังให้ จากนั้นก็หันไปถีบก้นซ่งเสวี่ยทีหนึ่ง…
“หุบปากซะ! คุกเข่าขอโทษเดี๋ยวนี้!”