ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70 - ตอนที่ 91 แทบจะทนไม่ไหวแล้ว
สองวันที่ผ่านมา นอกจากเวลาทานข้าวและนอนหลับ ซ่งเสวี่ยไม่ได้พักผ่อนเลยแม้แต่น้อย เพราะหมิงจูคอยหางานให้เธอทำได้ตลอดเวลา
รดน้ำผัก มัดฟืน เก็บใบหม่อน ทำอาหาร และล้างจาน
แม้งานในบ้านจะทำจนเสร็จหมดแล้ว เธอก็ยังให้ซ่งเสวี่ยช่วยพี่สาวบดถั่วเหลือง ทำเต้าหู้ด้วย
ซ่งเสวี่ยแทบจะคลั่งตายแต่ก็ไม่กล้าเถียง เพราะเมื่อใดที่เธอเอ่ยปากว่าไม่อยากทำ หมิงจูก็จะไม่ให้เธอทานข้าว
หลังมื้อเช้า หมิงจูสั่งให้เธอไปตักน้ำอีกครั้ง
เธอรู้สึกอึดอัดใจตลอดทาง เดินบ่นพึมพำไปจนถึงบ่อน้ำ
ห่างออกไปไม่กี่เมตร หมิงเสี่ยวเจี๋ยที่มาตักน้ำเหมือนกัน ได้ยินญาติผู้น้องของหมิงจูด่าทอเช่นนี้ เธอเลิกคิ้วเล็กน้อย ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในใจ
เธอเดินไปหาซ่งเสวี่ยและให้ความช่วยเหลืออย่างกระตือรือร้น “น้องสาว มานี่สิ เดี๋ยวฉันช่วยนะ ทำไมเด็กสาวตัวเล็กแค่นี้ต้องมาตักน้ำเองด้วยล่ะ คนในบ้านช่างใจร้ายจริงๆ เลยนะ ฉันได้ยินว่าเธอด่าหมิงจู นี่เธอไม่ถูกกับหมิงจูงั้นหรือ?”
“ยัยนั่นเป็นญาติผู้พี่ของฉันเอง แล้วก็เป็นคนใช้ให้ฉันมาหาบน้ำ นิสัยแย่มาก คอยแต่จะใช้ฉันทำงานนู่นนี่นั่น ฉันเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว แถมยังรังแกฉันอีก!”
“หมิงจูเป็นคนอารมณ์ร้ายอยู่แล้ว ฉันมีวิธีที่จะช่วยเธอจัดการกับหมิงจูได้นะ เธอจะได้พักหายใจหน่อย อยากลองดูไหม?”
ดวงตาของซ่งเสวี่ยเป็นประกาย “จริงหรือคะ?”
หมิงเสี่ยวเจี๋ยโน้มตัวไปกระซิบข้างหูซ่งเสวี่ยเล็กน้อย ซ่งเสวี่ยได้ฟังก็พยักหน้าทันที “ได้ค่ะ ฉันจะลองดูนะคะ”
ตอนเที่ยง หมิงจูสอนซ่งเสวี่ยทำซุปหัวปลาเต้าหู้
ในครัวร้อนมาก หลังจากตุ๋นหัวปลาแล้ว หมิงจูก็ให้ซ่งเสวี่ยก่อไฟในครัว ส่วนเธอเดินออกมานั่งพักผ่อนใต้ต้นหลิวใหญ่หน้าบ้าน
ไม่นานนัก คนในบ้านก็ทยอยกันกลับมา
ซ่งเสวี่ยจัดโต๊ะอาหารเล็กๆ ก่อนจะวางซุปปลาไว้ตรงหน้าทุกคน
ทุกคนนั่งลงเตรียมทานอาหาร หมิงจูชิมมันฝรั่งหั่นเส้นยำไปคำหนึ่ง แล้วขมวดคิ้ว “ซ่งเสวี่ย เธอคงลืมใส่น้ำมันงาในยำมันฝรั่งหั่นเส้นนะ ไปใส่แล้วคลุกเคล้ามาใหม่”
ซ่งเสวี่ยก็เชื่อฟัง หยิบจานมันฝรั่งหั่นเส้นยำกลับไปที่ครัวทันที เพื่อใส่ส่วนผสมเพิ่ม
หมิงจูยกถ้วยซุปปลาขึ้น กำลังจะกิน แล้วก็เห็นว่ามีหนังปลาลอยอยู่สองสามชิ้น เธอขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว
เจียงตั่วเห็นเธอหยุดชะงัก จึงรับถ้วยของเธอไป แล้วยื่นถ้วยของเขาให้ “เธอกินถ้วยนี้เถอะ ถ้วยนี้ไม่มีหนังปลา”
ช่วงเวลาที่ทั้งสองคนใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน เขาก็สังเกตเห็นว่าหมิงจูชอบทานเนื้อปลา และชอบกินซุปปลามาก แต่ไม่ชอบทานหนังปลา
หมิงจูเห็นว่าเจียงตั่วสังเกตเห็นความชอบของเธอมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ในใจของเธอก็เกิดความรู้สึกซาบซึ้ง “ผู้กองเจียง คุณสังเกตเห็นว่าฉันไม่ชอบทานหนังปลาด้วยเหรอเนี่ย คุณนี่เป็นสามีที่ละเอียดอ่อนและอบอุ่นที่สุดในโลกเลย!”
เจียงตั่วกระแอมไออย่างกระอักกระอ่วน คุณป้ากับซ่งเคอก็อยู่ด้วย ยัยตัวดีคนนี้ก็ไม่รู้จักเก็บความรู้สึกบ้างเลย
ซ่งเคอก้มหน้าแอบหัวเราะ “พี่สาวกับพี่เขยนี่รักกันหวานชื่นจริงๆ เลยนะคะ…”
หมิงจูขยิบตาให้เธอ “คนสองคนต้องความสัมพันธ์ดี ชีวิตถึงจะดี ดังนั้นเวลาเธอจะหาคบผู้ชายในอนาคต ต้องมองให้กว้างๆ หน่อยนะ ผู้หญิงแต่งงานก็เหมือนเกิดใหม่ครั้งที่สอง เรียนรู้จากฉันนะ ไม่ใช่เรียนรู้เอาอย่างแม่เธอ”
ซ่งเคอหันไปมองหมิงชุนนี
หมิงชุนนีก็ไม่หลีกเลี่ยงหัวข้อนี้แต่อย่างใด พยักหน้า “ใช่แล้ว พวกลูกต้องหาผู้ชายดีๆ สักคนที่เข้าใจความรู้สึก เอาใจใส่ใจ และไม่ทำร้ายร่างกาย”
ซ่งเคอรู้สึกอบอุ่นใจ แม่กับญาติผู้พี่ให้เธอตัดสินใจทุกเรื่องด้วยตัวเอง เธอจึงไม่ต้องกังวลอีกต่อไปว่าการแต่งงานและชีวิตในอนาคตจะถูกใครบงการอีก
ชีวิตแบบนี้ช่างวิเศษเหลือเกิน!
ซ่งเสวี่ยยกยำมันฝรั่งหั่นเส้นที่ปรุงใหม่กลับออกมา เห็นว่าหมิงจูทานซุปในถ้วยไปเกือบหมดแล้ว มุมปากของเธอก็เผยรอยยิ้มที่ปกปิดไม่มิด ก่อนจะเข้าไปนั่งลงแล้วเริ่มทานอาหาร
หลังทานอาหารเสร็จ ไม่น่าเชื่อว่าซ่งเสวี่ยจะออกไปล้างจานให้ ไม่ต้องรอให้หมิงจูสั่ง
ซ่งเคอหันไปมองหมิงจูแล้วกระซิบว่า “พี่สาว พี่เก่งจังเลย นี่เพิ่งจะแค่ไม่กี่วันเอง พี่สอนเสี่ยวเสวี่ยให้เชื่อฟังได้ขนาดนี้แล้ว”
แต่หมิงจูหันไปมองแผ่นหลังของซ่งเสวี่ยแล้วขมวดคิ้ว
เมื่อเช้าตอนเธอสั่งให้ไปตักน้ำ เธอยังหน้าบึ้งตึงอยู่เลย แค่ครึ่งวันก็เปลี่ยนมาเป็นเชื่อฟังได้แล้วหรือ?
ต้องมีบางอย่างไม่ถูกต้อง
ช่วงนี้เป็นฤดูเก็บเกี่ยว กองผลิตมีงานหนัก ทุกคนจึงมีเวลาพักผ่อนไม่มากนัก
หลังทานอาหาร หมิงชุนนีต้องออกไปที่ไร่นา วันนี้เธอได้รับมอบหมายงานที่ค่อนข้างหนัก เธอต้องรีบไปเร็วหน่อยถึงจะทำงานเสร็จทัน
ซ่งเคอไม่อาจทนเห็นแม่ต้องเหนื่อย จึงตามไปช่วยงานด้วย
ตอนที่เจียงตั่วไปส่งอาหารให้โจวชางหมิง หมิงจูก็ขอให้ซ่งเสวี่ยรื้อผ้าปูที่นอนและผ้าห่มทั้งหมดออกมา เอาไปซักที่ริมแม่น้ำ ซ่งเสวี่ยก็ทำตามทุกคำสั่งอย่างเชื่อฟัง
พอญาติผู้น้องออกไป หมิงจูก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างไม่ถูกต้องมากขึ้นไปอีก
ผ่านไปไม่ถึงสิบนาที เธอกำลังนั่งพักผ่อนอยู่ใต้ต้นหลิว สายตาก็เหลือบไปเห็นสวีข่ายวิ่งหอบมาแต่ไกล
“หมิงจู ญาติผู้น้องของเธอคนนั้น ตอนที่ซักผ้าอยู่ริมแม่น้ำ ก็ลงไปเล่นน้ำ แล้วไปในฝั่งน้ำลึก จมน้ำหมดสติไปแล้ว”
ทันทีที่หมิงจูเห็นสวีข่าย เธอก็เริ่มระมัดระวังตัว
แต่เธอก็ยังรีบวิ่งตามสวีข่ายไปที่ริมแม่น้ำทันที เธอคาดเดาได้สองเรื่อง
เรื่องแรก เธอเป็นห่วงว่าเรื่องนี้คือเรื่องจริง และอาจจะมีคนเสียชีวิต
เรื่องที่สอง ถ้านี่ไม่ใช่เรื่องจริง เธอก็อยากรู้นักว่าพวกเขากำลังจะเล่นอะไรกันอีก!
ทั้งสองคนลัดเลาะไปตามทางเล็กๆ ผ่านป่าละเมาะที่ห่างจากริมแม่น้ำไปไม่กี่สิบเมตร แล้วจู่ๆ สวีข่ายก็หยุดเดิน และหันกลับมามองหมิงจู
หมิงจูก็หยุดทันทีและเว้นระยะห่างจากเขา
สวีข่ายมองพิจารณาใบหน้าของหมิงจู แล้วถามว่า “เธอ… คงจะทนไม่ไหวแล้วใช่ไหม?”
หมิงจูขมวดคิ้ว ทนไม่ไหวอะไร?
มุมปากของสวีข่ายยกขึ้น เผยรอยยิ้มที่หื่นกาม “ญาติผู้น้องของเธอฟังคำพูดของเสี่ยวเจี๋ย แล้วแอบใส่ยาลงไปในซุปปลาของเธอ ฉันจึงมาที่นี่เพื่อปรนนิบัติเธอให้สุขสมโดยเฉพาะ”
หมิงจูจึงเพิ่งจะเข้าใจว่าทำไมแม่หนูน้อยคนนั้นถึงได้แปลกไป ที่แท้ก็ทำเรื่องเลวร้ายนี่เอง
หมิงจูเย้ยหยันด้วยสีหน้าหยามเหยียด “อย่างแกน่ะนะ? แค่เห็นหน้าแก ต่อให้ฉันกินยานั่นไปห้าชั่ง ฉันก็คงหมดอารมณ์ มีแต่หมิงเสี่ยวเจี๋ยเท่านั้นแหละที่คู่ควรกับแกแล้ว กลับไปบอกยัยนั่นด้วยนะว่าเรื่องนี้ฉันไม่จบแค่นี้แน่”
เธอหันหลังกำลังจะเดินจากไป…
แต่สวีข่ายจะปล่อยเธอไปได้อย่างไร วันนี้หมิงเสี่ยวเจี๋ยบอกเขาว่า ‘สวีข่าย ฉันอยู่กับนายไม่ได้จริงๆ ในเมื่อเรายังไม่แต่งงานกัน ฉันจะช่วยให้นายได้ตัวหมิงจู และนายก็ต้องช่วยให้ฉันได้ตัวผู้กองเจียง เรามาสร้างเรื่องให้มันเป็นข่าวใหญ่ แล้วต่างฝ่ายต่างแลกเปลี่ยนคู่ครองกัน พอเรื่องนี้สำเร็จ ฉันสัญญาว่าพ่อของฉันจะไม่เอาเรื่องไท่สุ้ยมาหาเรื่องนายอีก’
ช่วงนี้เขาแทบจะถูกหมิงต้าโหย่วทรมานจนบ้าไปแล้ว เขาไม่อยากเป็นลูกเขยของหมิงต้าโหย่วอีกแล้ว เรื่องวันนี้จะต้องสำเร็จ
เขาพุ่งไปข้างหน้าเพื่อจะกอดหมิงจู
หมิงจูได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ จากด้านหลัง เธอจึงเบี่ยงตัวหลบการพุ่งเข้ามากอดของสวีข่าย
เธออาศัยจังหวะนี้ถีบสวีข่ายจากด้านหลังจนล้มลงกับพื้น แล้วขึ้นไปเหยียบแผ่นหลัง ทำให้เขาไม่สามารถลุกขึ้นมาได้
เสียงของเธอเย็นชาถึงขีดสุดราวกับน้ำแข็ง “อย่าบอกนะว่านายคิดจริงๆ ว่าถ้าวันนี้ถูกจับได้ว่าอยู่กับฉันที่นี่ แล้วจะรอดตัวไป นายเชื่อหรือเปล่าว่าหมิงเสี่ยวเจี๋ยจะบอกว่าเรากำลังทำเรื่องไม่เหมาะสม และจะส่งเราไปที่สถานีตำรวจเพื่อกำจัดเราทั้งคู่น่ะ?”
สวีข่ายตกตะลึงไปชั่วขณะ เข้าใจแล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น เหงื่อเย็นเยียบไหลซึมออกมาจากแผ่นหลังทันที
ไม่… ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก
หมิงจูเห็นเขาหยุดดิ้นรนแล้ว จึงถีบเขาซ้ำอีกครั้ง แล้วด่าทออย่างรังเกียจ “ไอ้โง่!”
เธอไม่เสียเวลาอีกต่อไป รีบวิ่งกลับไปให้เร็วที่สุด
ซุปปลาถ้วยนั้นของเธอ ผู้กองเจียงกินไปแล้ว เธอต้องรีบไปหาผู้กองเจียงเดี๋ยวนี้…