ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70 - ตอนที่ 92 เจียงตั่ว ฉันยอม…
หมิงจูวิ่งมาถึงทางแยก เธอก็เห็นเจียงตั่วกลับมาถึงหน้าบ้านแล้วแต่ไกล
พอเธอกลับถึงบ้าน เจียงตั่วก็กำลังยกอ่างน้ำเย็นราดลงบนหัวอยู่
หมิงจูเห็นว่าใบหน้าคมผิวสีน้ำผึ้งของเขาแดงผิดปกติ เธอก็รีบเข้าไปหา จับข้อมือเจียงตั่วเพื่อวัดชีพจรให้เขา
เธอไม่ได้เรียนแพทย์แผนโบราณเป็นหลัก ทักษะจับชีพจรของเธอจึงไม่ค่อยดีนัก แต่ก็ยังบอกได้ว่าชีพจรของเจียงตั่วเต้นผิดปกติเพียงใดในตอนนี้
ไม่ต้องสงสัยเลย ยาต้องออกฤทธิ์แล้วแน่นอน
แม้เจียงตั่วจะกลับมาตั้งสติได้บ้างเพราะน้ำเย็นอ่างนั้น แต่เมื่อเห็นหมิงจู ลูกกระเดือกของเขาก็ขยับขึ้นลงโดยไม่รู้ตัว
เขาชักข้อมือจากการจับของหมิงจู ถอยหลังไปหลายก้าว พยายามควบคุมตัวเองให้ดูปกติที่สุด แต่น้ำเสียงที่แหบพร่ากลับเผยความรู้สึกที่แท้จริงในใจออกมาหมดสิ้น “หมิงจู ฉัน…รู้สึกไม่ค่อยสบาย เธอต้องอยู่ห่างจากฉันหน่อย”
แต่ก่อนที่คำพูดของเขาจะจบลง หมิงจูก็โน้มตัวเข้าไปสวมกอดรอบคอ เงยหน้าจูบริมฝีปากเขา
จูบนี้เกือบจะทำลายสติรับรู้ของเจียงตั่ว เขากอดหมิงจูไว้แน่น และช่วงชิงความหอมหวานจากริมฝีปากเธออย่างไม่เกรงใจ
แต่เมื่อรู้ตัวว่าไม่ถูกต้อง เขาก็ต้องบังคับให้ตัวเองหยุด ดันไหล่หมิงจูและผละออกจากกัน
หมิงจูหายใจหนักถี่ มองดวงตาเลื่อนลอยของเขา “ซ่งเสวี่ยยัยตัวดีนั่นถูกหมิงเสี่ยวเจี๋ยยุยง ให้ใส่ของไม่ดีในซุปปลาของฉัน ซุปปลาถ้วยนั้นคุณเป็นคนกินเข้าไป ตอนนี้คุณต้องการฉันนะคะ”
เธอพูดจบก็ดึงเจียงตั่วที่เริ่มควบคุมสติไม่ได้เข้าไปในห้อง และมอบจูบอันลึกซึ้งแสนหวานให้เขาอีกครั้ง
สติของเจียงตั่วไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอีกต่อไป เขากดหมิงจูลงบนเตียงอุ่นทันที ริมฝีปากที่ชื้นร้อนครอบครองริมฝีปากสีแดงระเรื่อของเธอ จูบที่เร่าร้อนขยับเปลี่ยนมุม เกี่ยวพันกับความอ่อนนุ่มในโพรงปากเธออย่างไม่ลดละ
นิ้วมือซ้ายสอดผ่านเส้นผมของเธอ จับศีรษะเธอไว้แน่น ขณะที่มือขวาของเขาเลื่อนเข้าไปในเสื้อผ้าของเธอโดยไม่รู้ตัว…
ความนุ่มนวลใต้ฝ่ามือกระตุ้นประสาทสัมผัสของเขาอย่างมาก ยิ่งทำให้ปรารถนาที่จะรวมเป็นหนึ่งกับเธอทั้งกายใจในทันที
แม้หมิงจูจะชอบยั่วยวนเป็นปกติ แต่เธอกลับไม่มีประสบการณ์ตรงมากนัก ในตอนนี้เธอไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้เลย เจียงตั่วจูบตั้งแต่ริมฝีปากจรดลำคอจนรู้สึกมึน ตัวอ่อนปวกเปียก ปล่อยให้เขาทำอะไรไปตามใจชอบ
หมิงจูคิดว่าเรื่องวันนี้จะต้องเป็นไปตามธรรมชาติอย่างแน่นอน
แต่ไม่คาดคิด เจียงตั่วหยุดลงในที่สุด
เจียงตั่วคิดว่าแม้หมิงจูจะเป็นคนร่าเริง สนุกสนาน แต่ตอนแต่งงาน เธอบอกว่าไม่อยากทำเรื่องเหล่านั้นกับเขา
เขาจะบังคับหมิงจูทำเรื่องที่เธอไม่อยากทำเพียงเพราะเขาดื่มของสกปรกเข้าไปไม่ได้
เจียงตั่วกัดฟันอดทน ฝืนตัวเองพลิกตัวนอนบนเตียงอุ่น ยกแขนขึ้นมาพาดปิดตา แม้จะพยายามอย่างหนักเพื่อระงับความปรารถนา แต่เสียงของเขาก็ยังสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ “ไม่ได้ หมิงจู เธอรีบออกไปเถอะ”
หมิงจูนอนตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง
ขนาดนี้แล้ว เขายังควบคุมตัวเองได้อยู่หรือ?
เธอลุกขึ้น ดึงแขนเจียงตั่วออก จ้องมองเข้าไปในดวงตาเขาและพูดอย่างจริงจังว่า “เจียงตั่ว ฉันยินยอมค่ะ”
“ไม่ได้หรอก”
เจียงตั่วรู้ว่าตอนนี้เธอพูดว่ายอมออกมาก็เพราะอยากช่วยเขาด้วยความหวังดีเท่านั้น
แต่เขาไม่อยากผิดต่อเธอเพราะเรื่องแบบนี้
“เธอออกไปเถอะ”
ในใจหมิงจูรู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง
คิดว่าจะสามารถยั่วชายคนนี้จนเขาอดใจไม่ไหวได้อย่างง่ายดาย
แต่ไม่คิดว่าแม้ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาก็ยังไม่ยอม…
แต่เธอจะปล่อยให้เขาต้องทนทรมานต่อไปไม่ได้ หลังจากคิดครู่หนึ่งก็โน้มตัวลงกระซิบข้างหูเจียงตั่วเบาๆ เสียงอ่อนโยนคลอเคลียใบหูเขา “ถ้าอย่างนั้นฉันจะช่วยเหลือด้วยวิธีอื่น อย่าขยับนะ…”
ครึ่งชั่วโมงต่อมา หมิงจูนั่งข้างเจียงตั่วด้วยอาการปากชา มืออ่อน หายใจหอบด้วยความเหนื่อยล้า
เจียงตั่วลุกขึ้น จัดเสื้อผ้าอย่างรวดเร็วแล้วมองหมิงจูด้วยความรู้สึกผิด “หมิงจู ขอโทษนะ ฉัน…”
หมิงจูเห็นว่า เจียงตั่วอาการดีขึ้นมากแล้ว แต่แก้มและใบหูของเขากลับแดงกว่าเมื่อครู่ เธออดไม่ได้ที่จะหัวเราะ แล้วโน้มตัวเข้าไปหาใกล้ใบหน้าเขาแล้วพูดเสียงเบาๆ ว่า “ยานี่น้องสาวของฉันแอบใส่ให้ค่ะ ถ้าซุปนั่นคุณไม่ใช่คนกิน คนที่ต้องนอนทรมานอยู่ตรงนี้ก็คือฉันแล้ว ผู้กองเจียงช่วยฉันให้พ้นจากเคราะห์ร้ายในวันนี้ได้ขนาดนี้ ฉันยังไม่ทันได้ขอบคุณเลย จะมาขอโทษอะไรกัน”
เมื่อเจียงตั่วได้ยินหมิงจูพูดเช่นนั้น ความรู้สึกผิดในใจของเขาก็ไม่ได้ลดลงเลย
ท้ายที่สุดแล้ว การปล่อยให้เธอทำเรื่องแบบนี้…มันก็ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง
“หรือว่าผู้กองเจียงรู้สึกไม่ค่อยพอใจที่ฉันเป็นคนช่วยในวันนี้คะ? อยากให้คนอื่นช่วยงั้นหรือ?”
เจียงตั่วส่ายหน้า แล้วตอบโดยไม่ลังเล “แน่นอนว่าไม่ใช่”
“ต่อให้ใช่ก็ไม่มีประโยชน์หรอกค่ะ” หมิงจูหัวเราะ นิ้วเรียวบางแสนอ่อนนุ่มของเธอค่อยๆ วาดวนบนหน้าอกของเจียงตั่ว พร้อมกับพูดอย่างยั่วยวนว่า “ฉันต่างหากที่เป็นภรรยาของคุณ ในเมื่อมีภรรยาอยู่ตรงนี้แล้ว คุณจะไปใช้ใครที่ไหนอีกเหรอคะ? ถ้ากล้ามีใจให้คนอื่นล่ะก็ ฉันจะ…กัดคุณให้จมเขี้ยวเลย”
หมิงจูพูดแล้วจงใจทำหน้าบึ้งตึงเหมือนเด็ก
เมื่อเห็นท่าทางของเธอ ในที่สุดใจของเจียงตั่วก็ผ่อนคลายลงทีละน้อย
แต่ในใจของหมิงจูยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง
เธอยั่วยวนชายคนนี้อย่างตั้งใจก็แล้ว ทำไมเขาถึงยังไม่ยอมล่ะ?
หรือว่า… เขามีคนในใจอยู่จริง?
ทันใดนั้นเธอก็ตระหนักว่า การรู้จักเขาน้อยเกินไปก็เป็นปัญหาเช่นกัน
ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เขาถึงจะยอมให้เธอเข้าไปในโลกของเขาและได้เข้าใจทุกอย่างเกี่ยวกับเขา?
เมื่อเห็นใบหน้าขี้เล่นของเธอเปลี่ยนเป็นจริงจัง เจียงตั่วก็ถามว่า “เป็นอะไรไป?”
หมิงจูหลุดจากภวังค์แล้วมองหน้าเขา ไม่เป็นไร ยังมีเวลาอีกเยอะแยะ ครั้งนี้ไม่สำเร็จ คราวหน้าไว้ยั่วใหม่
เธอยิ้ม “ฉันแค่กำลังคิดว่าจะจัดการกับยัยซ่งเสวี่ยโง่เง่านั่นยังไงดีน่ะค่ะ”
ทันทีที่พูดจบ เธอก็เห็นซ่งเสวี่ยสะพายผ้าปูที่นอนและผ้าห่มที่ซักเสร็จแล้วเดินกลับมาอย่างระมัดระวังผ่านหน้าต่าง และกำลังมองเข้ามาในห้อง
ความโมโหของหมิงจูพลุ่งพล่านขึ้นมา เธอลงจากเตียงอุ่นแล้วเดินไปที่ลานบ้าน
เมื่อเห็นหมิงจูที่กำลังเดินมาด้วยท่าทางดุดัน ซ่งเสวี่ยก็ผงะถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว แล้วกะพริบตามอง “พี่…พี่สาว”
“ใครเป็นพี่สาวเธอ?” หมิงจูเย้ยหยัน “บ้านนี้เล็กเกินกว่าจะเลี้ยงคนเนรคุณที่คิดร้ายแบบเธอไว้แล้ว วางตะกร้าลงแล้วกลับไปหาพ่อใจร้ายของเธอที่หมู่บ้านสกุลซ่งซะ”
ซ่งเสวี่ยตื่นตระหนก เธอ เธอ เธอ…รู้แล้วเหรอ?
เป็นไปไม่ได้หรอก!
เธอรวบรวมความกล้าพูดว่า “หนูไปทำร้ายใครที่ไหนหรือไงคะ?”
หมิงจูหัวเราะ “อายุยังน้อยแต่แสดงเก่งจังนะ เธอคิดว่าคนอื่นเป็นคนโง่เง่า จนไม่รู้หรือไงว่าเธอรับยาจากหมิงเสี่ยวเจี๋ยมาวางยาฉัน?”
“ไม่ใช่นะ” ซ่งเสวี่ยไม่รู้ว่าหมิงจูรู้เรื่องพวกนี้ได้อย่างไร เธอไม่อยากกลับไปใช้ชีวิตกับพ่อที่วางยาพิษเธออีกแล้ว จึงรีบโบกมืออธิบาย
“พี่สาว นั่นไม่ใช่ยาพิษนะ หนูแค่รู้สึกไม่พอใจที่พี่สาวชอบสั่งนั่นนี่กับหนู เลยเชื่อที่พี่สาวคนนั้นบอกให้วางยาถ่ายพี่ ยานั่นแค่จะทำให้พี่สาวท้องเสียไปสองวัน ไม่มีแรงมาอยู่ดูหนูเท่านั้นเอง ไม่มีผลอย่างอื่นจริงๆ นะคะ หนูไม่กล้าวางยาพิษหรอกค่ะ”
หมิงจูมองซ่งเสวี่ยด้วยสายตาเย็นชา ยัยโง่นี่เหมือนไม่ได้กำลังโกหก และหมิงเสี่ยวเจี๋ยก็สามารถทำเรื่องแบบนี้ได้
ใช้ประโยชน์จากเด็ก ยัยนั่น น่ารังเกียจจริงๆ
เรื่องนี้ต้องไม่จบแค่นี้แน่!