ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70 - ตอนที่ 93 ใจอยากหยุดแต่ก็อยากให้ดำเนินต่อไป
- Home
- ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70
- ตอนที่ 93 ใจอยากหยุดแต่ก็อยากให้ดำเนินต่อไป
“ซ่งเสวี่ย คนเราไร้สมองได้ แต่ไม่ควรมีเจตนาร้าย เธออายุแค่สิบสี่ปีก็ชั่วร้ายขนาดนี้แล้ว ฉันเลี้ยงคนอย่างเธอไว้ไม่ได้หรอก”
หมิงจูไม่ได้รีบไปจัดการกับหมิงเสี่ยวเจี๋ย แต่เดินเข้าไปถอดตะกร้าลงจากตัวซ่งเสวี่ย ก่อนจะหยิบเงินสองหยวนในกระเป๋าออกมายื่นให้ “นี่คือค่าแรงที่เธอทำงานให้ฉันสองวันที่ผ่านมา เอาไปแล้วก็ไสหัวไปซะ อย่ากลับมาที่นี่อีก”
เมื่อเห็นสายตาเย็นชาของหมิงจู ซ่งเสวี่ยก็รู้สึกกลัวขึ้นมาทันที จึงรีบพูดว่า “พี่สาว หนูรู้แล้วว่าตัวเองผิด ตอนนั้นหนูก็กลัวเหมือนกัน ยาที่คนนั้นให้มา หนูไม่ได้ใส่ลงไปในชามของพี่ทั้งหมดนะ หนูเก็บไว้ครึ่งหนึ่ง หนูพูดจริงนะ”
พูดจบ เธอก็วิ่งเข้าไปในครัว หยิบห่อกระดาษเล็กๆ ออกมาจากใต้กองฟืน แล้วยื่นห่อที่มีผงข้างในให้หมิงจูดู
“พี่ดูสิ หนูใส่ไปแค่นิดเดียวเองนะ พี่สาว ได้โปรดอย่าไล่หนูไปเลย พ่อกับแม่เลี้ยงของหนูไม่ต้องการหนูแล้ว คราวก่อนก็ให้กินยาพิษ ถ้าพี่ไล่หนูกลับไป หนูต้องตายแน่”
หมิงจูเหลือบมองเด็กสาวอย่างเย็นชา “เธอจะอยู่หรือตาย เกี่ยวอะไรกับฉันด้วยงั้นหรือ? ถ้าเธอยังอยู่ที่นี่ ต่อไปฉันคงไม่กล้ากินข้าวในบ้านตัวเองอีกแล้ว เพราะแค่สั่งให้ทำงาน เธอก็คิดจะวางยากันแบบนี้”
ซ่งเสวี่ยเดินเข้าไปจับแขนเสื้อของหมิงจูแล้วสะอื้น “พี่สาว หนูไม่กล้าแล้ว หนูไม่กล้าทำอีกแล้ว!”
“ตอนนี้มาพูดว่าไม่กล้าทำแล้วมันจะได้อะไรขึ้นมา?” หมิงจูดึงมือออกจากแขนเสื้อ ขัดจังหวะคำพูดนั้น “เธอไม่รู้แม้กระทั่งว่าอีกฝ่ายเป็นคนดีหรือคนไม่ดี แต่ก็เชื่อคำพูดที่บอกให้กลับมาทำร้ายฉัน ถ้าวันนี้อีกฝ่ายไม่ได้ให้ยาถ่าย แต่เป็นยาพิษที่ทำให้ฉันตายได้ทันทีขึ้นมาเล่า? ตอนนี้ฉันคงนอนตายไปแล้วและเธอก็จะกลายเป็นฆาตกร”
ซ่งเสวี่ยกำชายเสื้อแน่น แล้วส่ายหน้าตอบว่า “ไม่หรอกค่ะ พี่สาวคนนั้นบอกว่า…”
“หุบปาก!” หมิงจูปวดหัวเหลือเกินกับความโง่ของเด็กคนนี้
เพื่อให้ซ่งเสวี่ยได้เห็นความเป็นจริง หมิงจูเก็บยาในมือเข้ามา แล้วดึงคอเสื้อเด็กสาวเดินออกไปข้างนอก ก่อนจะไปก็ไม่ลืมหันมาบอกเจียงตั่วว่า “ผู้กองเจียง คุณกลับไปพักผ่อนในห้องเถอะค่ะ ฉันจะพายัยโง่นี่ออกไปสักเดี๋ยว แล้วจะรีบกลับมา”
เจียงตั่วคิดว่าซ่งเสวี่ยทำผิดพลาดเช่นนี้ หมิงจูสมควรสั่งสอนเธอแล้ว จึงปล่อยให้หมิงจูทำตามที่ต้องการ
เขามองตามแผ่นหลังของหมิงจูที่เดินจากไป ลูกกระเดือกขยับเล็กน้อย
ยาในร่างกายหมดฤทธิ์ไปแล้ว แต่ไม่รู้ทำไม เมื่อมองริมฝีปากของหมิงจูที่ยังบวมแดงเล็กน้อย ร่างกายของเขากลับรู้สึกร้อนรุ่มขึ้นมาอีกครั้งอย่างน่าประหลาด ความรู้สึกที่ไม่อาจหักห้ามใจ และอยากจะให้ดำเนินต่อไป…
เขาหลับตาลง ไม่ได้การแล้ว
ห้ามคิดฟุ้งซ่าน!
หมิงจูเดินจูงมือซ่งเสวี่ยมาถึงหน้าบ้านหมิงต้าโหย่ว
พอดีกับที่หมิงเสี่ยวเจี๋ยกลับมาอย่างหัวเสียเนื่องจากจับชู้ไม่สำเร็จ
เมื่อเห็นหมิงจูเดินจูงมือซ่งเสวี่ยเข้ามาถึงหน้าบ้านของตน เธอก็หยุดฝีเท้า แล้วเดินเข้าไปพูดอย่างโอหังว่า “หมิงจู ใครอนุญาตให้แกเข้ามาหน้าบ้านฉัน?”
หมิงจูไม่สนใจ แต่หันไปมองซ่งเสวี่ย “คนนี้เป็นคนยุยงให้เธอวางยาฉันใช่ไหม?”
ซ่งเสวี่ยรีบพยักหน้า “พี่สาว เธอคนนี้แหละค่ะ”
หมิงเสี่ยวเจี๋ยหัวเราะเยาะ แล้วจ้องซ่งเสวี่ย “เธอเป็นใคร? ฉันไปสั่งให้วางยาทำร้ายคนอื่นตั้งแต่เมื่อไหร่? อย่ามาใส่ร้ายคนบริสุทธิ์นะ!”
ซ่งเสวี่ยตะลึงไปครู่หนึ่ง แล้วจ้องมองหมิงเสี่ยวเจี๋ย “เมื่อเช้า หนูไปตักน้ำ แล้วก็เป็นพี่เองแท้ๆ ที่…”
“ฉันไม่รู้จักเธอ แถมยังไม่เคยเห็นเธอด้วยซ้ำ” หมิงเสี่ยวเจี๋ยเลิกคิ้วอย่างอวดดีมองซ่งเสวี่ย “น้องสาว ฉันเป็นลูกสาวของหัวหน้าหมู่บ้าน จะไปทำร้ายใครลงได้ยังไง เธอคงจำคนผิดแล้วละมั้ง”
ซ่งเสวี่ยยกมือขึ้นชี้ไปที่หมิงเสี่ยวเจี๋ยอย่างโกรธจัด “ชั่วช้าขนาดนี้ได้ยังไงกัน ถึงกับหลอกให้ไปทำร้ายคนอื่น”
หมิงเสี่ยวเจี๋ยเชิดหน้าแล้วพูดว่า “เธอมีหลักฐานหรือเปล่าล่ะ? ถ้าไม่มีหลักฐานก็อย่ามากล่าวหาลอยๆ แบบนี้”
“หนู… หนู…” ซ่งเสวี่ยหันไปมองหมิงจูอย่างคับข้องใจ “พี่สาว คนนี้จริงๆ หนูไม่ได้โกหก”
หมิงจูไม่สนใจความคับข้องใจของซ่งเสวี่ย เพียงแค่จ้องมองเธอ “หล่อนพูดถูกนะ เธอมีหลักฐานหรือเปล่า? ถ้าไม่มีหลักฐาน เรื่องทำร้ายฉัน เธอต้องเป็นคนรับผิดแล้วล่ะ!”
ซ่งเสวี่ยร้อนรนอย่างมาก แต่ก็รู้ว่าตัวเองไม่มีหลักฐาน ตราบใดที่หมิงเสี่ยวเจี๋ยไม่ยอมรับ เธอก็ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้แต่เพียงผู้เดียว!
เธอก้มหน้าลง สะอื้นไห้
หมิงเสี่ยวเจี๋ยได้ใจ จ้องหน้าทั้งสองคน แล้วหมุนตัวเดินเข้าบ้านอย่างผู้ชนะ
กระทั่งหมิงเสี่ยวเจี๋ยเข้าไปในบ้าน หมิงจูก็หันไปมองซ่งเสวี่ย แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “ซ่งเสวี่ย เห็นหรือยัง? ถ้าวันนี้เธอได้ยาพิษมา ฉันคงตายไปแล้ว และเธอก็คือฆาตกร!”
“พี่สาว หนูไม่มีทางวางยาพิษทำร้ายพี่หรอก!”
“แต่เธอแยกไม่ออกเลยไม่ใช่หรือว่าของที่หล่อนให้มาเป็นยาพิษหรือเปล่า? เธอบอกว่าพ่อกับแม่เลี้ยงวางยาพิษเธอ และไม่อยากกลับไปอยู่กับพวกเขาอีกแล้ว แต่ทำไมคนที่คิดจะวางยาพิษฉันอย่างเธอ ถึงคิดว่าฉันต้องรับมาเลี้ยงดูต่อไปล่ะ?”
คราวนี้ซ่งเสวี่ยรู้แล้วว่าตัวเองผิดจริงๆ!
พี่สาวพูดถูก เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายให้ยาพิษมาหรือไม่
เธอช่างโง่เขลาเหลือเกิน ถึงได้ถูกยุยงได้ง่ายดายขนาดนี้ เกือบก่อเรื่องใหญ่เข้าแล้ว
เธอทรุดตัวคุกเข่าลงตรงหน้าหมิงจู กอดขาไว้แล้วสะอื้น “พี่สาว หนูรู้แล้วว่าผิดไปจริงๆ หนูจะไม่กล้าทำอีกแล้ว ขอโอกาสให้หนูแก้ไขความผิดด้วยเถอะ”
หมิงจูสะบัดชายกางเกง แล้วพูดเสียงเย็น “แต่แรกที่ฉันรับเธอไว้ คือการให้โอกาสกับเธอแล้ว ฉันถามเธอหน่อย รู้ตัวไหมว่าทำไมฉันถึงสั่งให้เธอทำงานหนัก?”
“เพราะ… พี่อยากให้หนูกลับไปเรียน”
“ถูกต้อง ฉันจงใจทำให้เธอเหนื่อย เพื่อให้เธอเข้าใจว่าในโลกนี้ การเรียนหนังสือเป็นเรื่องที่ทำง่ายที่สุดแล้ว ซ่งเสวี่ย ประเทศของเรากำลังพัฒนาและก้าวหน้า ในอนาคตมีแค่ความรู้เท่านั้นที่จะเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตได้ คนอื่นเขากำลังพยายามอย่างหนักเพื่อก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับโลกนี้ แต่เธอกลับหยุดนิ่งอยู่กับที่ อยากจะทำนาในหมู่บ้านนี้ไปตลอดชีวิตงั้นหรือ? เธอไม่อยากออกไปจากชนบท แล้วไปเห็นโลกที่กว้างใหญ่กว่านี้กับตาบ้างหรือ?”
ซ่งเสวี่ยรับฟังคำพูดเหล่านี้เงียบๆ แล้วก้มหน้าลงด้วยความละอาย
ตั้งแต่เมื่อก่อนแล้ว ไม่ว่าใครบอกให้เธอเรียน เธอก็จะรู้สึกว่าเป็นการเสียเวลาเปล่า
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรับฟังคำพูดเหล่านี้อย่างจริงจัง และเก็บมาคิดให้ดี
เธอเงยหน้าขึ้นมองหมิงจูอย่างแน่วแน่ “พี่สาว หนูผิดไปแล้ว หนูจะเชื่อฟัง หนูจะไปเรียนค่ะ”
หมิงจูมองสีหน้าจริงใจของซ่งเสวี่ย แล้วเลิกคิ้ว “อยากไปจริงๆ หรือว่าจำเป็นต้องไปเพื่อจะได้อยู่ต่อ และเพื่อเอาใจฉันกันล่ะ?”
“หนูอยากเห็นโลกที่กว้างใหญ่กว่านี้ เลยอยากเรียนหนังสือ พี่สาว ได้โปรดรับคำขอโทษครั้งสุดท้ายของหนู ครั้งนี้หนูสัญญาว่าจะไม่ทำให้ผิดหวังอีกแล้ว”
หมิงจูจ้องตาซ่งเสวี่ยอยู่หลายวินาที หากไม่เจอเรื่องเช่นนี้ เธอก็คงไม่มีบทเรียน หากสามารถกลับตัวกลับใจได้ตั้งแต่ตอนนี้ ถือว่าได้กำไรไม่น้อย
“เรื่องครั้งนี้ คงจะปล่อยไปเฉยๆ ไม่ได้ เธอต้องรับบทลงโทษบ้าง”
ซ่งเสวี่ยพยักหน้าหงึกหงัก “หนูยอมทุกอย่างค่ะ พี่สาวจะลงโทษยังไงก็ได้”
“ดีมาก เธอกลับไปก่อน รอฉันอยู่หน้าบ้าน ฉันจัดการเรื่องทางนี้เสร็จแล้วจะกลับไปลงโทษเธอ”
ซ่งเสวี่ยเช็ดน้ำตา ลุกขึ้นยืน แล้วหันหลังกลับบ้านไปอย่างเชื่อฟัง
หมิงจูหันหน้าไปมองประตูบ้านหมิงต้าโหย่ว แล้วหรี่ตาลง
หมิงเสี่ยวเจี๋ย หนี้แค้นนี้ ฉันจะสะสางกับเธอให้มันชัดเจนเดี๋ยวนี้!
เธอกวาดสายตาไปรอบๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ใกล้ๆ แล้วก็ผลักประตูเข้าไปในบ้านของหมิงเสี่ยวเจี๋ยทันที…