ทะลุมิติไปเป็นภรรยาชาวสวนของท่านบัณฑิต - เล่มที่ 15 บทที่ 498 นี่เป็นการแย่งชิงเงินทอง และเอาชีวิตคน
- Home
- ทะลุมิติไปเป็นภรรยาชาวสวนของท่านบัณฑิต
- เล่มที่ 15 บทที่ 498 นี่เป็นการแย่งชิงเงินทอง และเอาชีวิตคน
บทที่ 498 นี่เป็นการแย่งชิงเงินทอง และเอาชีวิตคน
นี่เป็นครั้งแรกที่เซี่ยยวี่หลัวสัมผัสได้ถึงเสียงหัวใจของเจ้าของร่างเดิม
หัวใจที่เต้นด้วยความเจ็บปวด
บางที ในอดีตเจ้าของร่างเดิมคงเคยปรารถนาที่จะได้รับความรักจากบิดากระมัง เมื่อสูญเสียมารดาไป เซี่ยยวี่หลัวจึงฝากความคาดหวังทั้งหมดไว้กับเซี่ยจู่ฟา แต่ที่ไหนได้ หายนะและความทุกข์ทั้งหมดของนาง ล้วนแต่เป็นครอบครัวของเซี่ยจู่ฟาที่นำพามาให้!
จู่ๆ เซี่ยยวี่หลัวก็รู้สึกว่าเจ้าของร่างเดิมช่างน่าสงสารนัก!
“นั่นสิ รู้แต่แรกตอนนั้นข้าควรตายไปพร้อมกับมารดาเสีย” เซี่ยยวี่หลัวหัวเราะพร้อมกล่าว “อย่างไรเสียก็ไม่มีบิดารักไม่มีมารดาเอ็นดู จะมีชีวิตอยู่ต่อหรือไม่ ก็ไม่มีใครคิดจะทะนุถนอม”
เซี่ยจู่ฟาสีหน้าบึ้งตึง อึมครึมจนราวกับจะมีน้ำหยดออกมา
บุตรสาวที่สมควรตายผู้นี้ วาจาทุกประโยคล้วนกำลังตำหนิที่เขาไม่เคยรักนาง!
เซี่ยจู่ฟากล่าว “ตอนนี้เจ้าก็มีชีวิตดีมากไม่ใช่หรือ? มีเรือนที่ดีถึงเพียงนี้อยู่อาศัย บิดาของเจ้าเติบใหญ่ถึงเพียงนี้ยังไม่เคยอาศัยในเรือนที่ดีถึงเพียงนี้เลย! ”
เขาไม่เคยใส่ใจเซี่ยยวี่หลัวแม้แต่น้อย นางจะมีชีวิตที่ดีหรือไม่ ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเขาเท่าใดนัก ความเกี่ยวข้องเดียวคือ หากเซี่ยยวี่หลัวมีชีวิตที่ดี เขาก็จะสามารถนำเงินกลับไปได้เพิ่มขึ้น แต่หากมีชีวิตที่ไม่ดี เขาก็จะไม่ได้เงินเช่นกัน
เซี่ยยวี่หลัวเงยหน้ามองดูเรือนหลังนี้ นิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง “นี่ล้วนแต่เป็นสิ่งที่เซียวยวี่สร้างขึ้น เขาเป็นชายชาตรีที่แท้จริง ในใจคิดแต่จะให้ภรรยาและน้องชายน้องสาวได้มีชีวิตที่ดี! ” กล่าวอีกนัยหนึ่ง เจ้าไม่มีเรือนหลังใหญ่ให้อยู่จะโทษใครได้ ต้องโทษที่ตัวเจ้าเองใช้ไม่ได้ ไม่ใช่ชายชาตรีที่แท้จริง!
เซี่ยจู่ฟา “…” เหตุใดฟังวาจานี้แล้วรู้สึกขัดหูนัก!
อะไรคือเซียวยวี่เป็นชายชาตรีที่แท้จริง? หรือว่าเขาจะไม่ใช่ชายชาตรีที่แท้จริง?
เซี่ยเมี่ยวตะโกนออกมาทันที “ท่านพ่อ พี่หญิงใหญ่บอกว่าท่านไม่ใช่ชายชาตรี บอกว่าท่านใช้ไม่ได้ ไม่สามารถปลูกเรือนหลังใหญ่ให้พวกเราอยู่ได้เจ้าค่ะ! ”
หลู่เจินขยิบตาให้เซี่ยเมี่ยวอย่างได้ใจ สองคนแม่ลูกแย้มรอยยิ้มอย่างเข้าใจกันโดยนัย
เซี่ยจู่ฟาเพิ่งเข้าใจความหมายที่แฝงเร้น จึงโมโหแทบตาย ชี้จมูกเซี่ยยวี่หลัวพลางก่นด่า “เจ้าปีกกล้าขาแข็งแล้ว แม้แต่บิดาของเจ้าก็กล้าด่ารึ! ”
“ข้าไม่เคยบอกว่าท่านพ่อไม่ใช่ชายชาตรี หากท่านไม่ใช่ชายชาตรี จะมีข้าได้อย่างไร แล้วจะมีเซี่ยเมี่ยวเซี่ยคุนได้อย่างไร! ” เซี่ยยวี่หลัวกล่าวด้วยสีหน้าราวกับถูกปรักปรำ “เมี่ยวเมี่ยว เจ้าอย่าได้พูดจาเหลวไหล ไม่อย่างนั้นเจ้ากับคุนคุนจะมาจากไหนเล่า? ”
เซี่ยเมี่ยวกะพริบตาปริบๆ ส่วนหลู่เจินที่อยู่ข้างๆ สีหน้าพลันเปลี่ยนไป รีบกล่าวขึ้นทันควัน “เมี่ยวเมี่ยว พี่หญิงใหญ่ของเจ้ากล่าวได้ไม่ผิด พี่หญิงใหญ่ของเจ้าไม่ได้กล่าวอะไรเลย! ไม่ต้องพูดแล้ว ไม่ต้องพูดแล้ว! ”
เซี่ยจู่ฟาถลึงตาใส่เซี่ยเมี่ยวทีหนึ่ง เซี่ยเมี่ยวเบ้ปากด้วยท่าทางอัดอั้นใจก่อนเดินไปข้างหลัง
หลู่เจินกลับตกใจจนหน้าซีดเซียวไปครู่ใหญ่
“ครั้งก่อนมารดากับน้องสาวของเจ้ามาเยี่ยมเจ้า แต่เจ้ากลับไม่ให้พวกนางดื่มน้ำแม้แต่คำเดียว พอพวกนางบอกว่าข้าสุขภาพไม่ดี แม้แต่เงินค่ายาเจ้าก็ไม่มีให้ เจ้าไม่คิดจะทำอะไรเลยรึ? ข้าเป็นบิดาของเจ้า เลี้ยงดูเจ้ามานานหลายปี! ” เซี่ยจู่ฟาถลึงตาใส่เซี่ยยวี่หลัวพร้อมด่าทอ
เซี่ยยวี่หลัวน่าจะรู้แต่แรกแล้วว่าสองคนนี้จะเล่าเรื่องในวันนั้นให้เซี่ยจู่ฟาฟัง นางไม่มีอะไรจะอธิบาย จึงกล่าวตามตรง “ครอบครัวยากจน บัดนี้ต่างจากอดีต ตัวข้าเองยังแทบอยู่ต่อไปไม่ได้ จะมีเงินส่งให้คนอื่นได้อย่างไร! ”
เซี่ยจู่ฟา “เรือนหลังใหญ่ถึงเพียงนี้ เงินหล่นลงมาจากฟ้าหรืออย่างไร? ”
“ไม่ใช่เช่นนั้น เพียงแต่ยืมมาจากผู้อื่นเท่านั้น ยังติดค้างเงินอีกสิบกว่าตำลึง ท่านพ่อ ถ้าอย่างไรท่านให้ข้ายืมเงินหน่อยเถิด ยืมเงินคนในครอบครัว ย่อมดีกว่ายืมเงินจากคนนอก ข้ารู้สึกเกรงใจนัก อยากรีบคืนเงินให้อีกฝ่าย! ”
เซี่ยจู่ฟากล่าวออกมาตามสัญชาตญาณ “ข้าจะไปเอาเงินมาจากไหน! ” เจ้าฝันไปเถิด!
เซี่ยยวี่หลัวทำสีหน้ากลัดกลุ้ม “เช่นนั้นได้แต่ให้เซียวยวี่ทำงานเพิ่มขึ้น มิเช่นนั้น อีกนานเพียงใดถึงจะคืนเงินก้อนนี้หมดกัน! ”
“เซียวยวี่ไม่ได้ให้เงินเจ้าใช้จ่ายหรือ? ” หลู่เจินเอ่ยถาม
เมื่อก่อนนางมักจะยุยงเซี่ยยวี่หลัวว่าสตรีนั้นต้องมีเงินเป็นของตัวเอง ต้องขูดรีดเงินมาจากสามี ในช่วงแรก นางเคยเห็นว่าในมือเซี่ยยวี่หลัวมีเงินไม่น้อย หรือว่าไม่กี่เดือนก็หมดแล้ว เซียวยวี่ยังไม่ให้เงินอีกหรือ?
“ไม่ได้ให้ เขาจะให้เงินข้าไปทำไม? ” เซี่ยยวี่หลัวเอ่ยถามด้วยท่าทีสงสัย “พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ข้าวของทุกอย่างเขาล้วนเป็นคนออกค่าใช้จ่ายเพื่อซื้อมา ข้าไม่ได้ใช้เงิน ข้าขอเงินมาก็ไม่มีประโยชน์! ”
“ใครบอกกันว่าเจ้าขอเงินแล้วไม่มีประโยชน์! ” หลู่เจินได้ฟังดังนั้นก็ร้อนใจทันที “เจ้าลองคิดดู หากเจ้าคิดจะซื้อข้าวของบ้าง แม้แต่เงินหนึ่งหรือสองอีแปะก็ยังต้องไปขอเซียวยวี่ก็คงไม่ดีกระมัง? สักครั้งสองครั้งก็ยังไหว พวกเจ้าเพิ่งแต่งงานกัน แต่หากเป็นเช่นนี้นานไปเล่า? หากเขาไม่ชอบเจ้าแล้วจะทำเช่นไร? หากไม่ให้เงินเจ้าใช้จ่ายจะทำอย่างไร? เจ้าไม่เก็บเงินไว้บ้าง ต่อไปหากเขาไม่ต้องการเจ้าแล้ว เซี่ยยวี่หลัว เจ้าต้องไปขอทานข้างนอกเอง! เจ้าต้องเชื่อฟังแม่ แม่ไม่ทำร้ายเจ้าแน่! ”
เซี่ยยวี่หลัวมองหลู่เจินด้วยใบหน้าเหมือนจะยิ้มแต่กลับไม่ยิ้ม หลู่เจินถูกมองจนรู้สึกหวั่นใจ “เจ้า เจ้ามองข้าเช่นนี้ทำไม! ”
“เงินของเซียวยวี่อยู่ที่เซียวยวี่ทั้งหมด เงินของเขาก็คือเงินของข้า เขาเก็บเงินไว้ก็เหมือนกับข้าเก็บเงินไว้! ”
ดูท่า นางจะรู้สาเหตุที่เซี่ยยวี่หลัวขอเงินจากเซียวยวี่แล้ว
ที่แท้ก็เป็นเพราะแม่เลี้ยงตรงหน้านี่เอง!
บอกว่าทำไปเพราะหวังดีต่อนาง พวกนางเป็นสามีภรรยาที่เพิ่งแต่งงาน เอ่ยวาจาเช่นนี้ช่างร้ายกาจนัก!
ต่อให้หลู่เจินหวังดีต่อเซี่ยยวี่หลัวจริง เช่นนั้นมีมารดาคนใดบ้างที่ไม่สอนบุตรสาวว่าเมื่อออกเรือนแล้วต้องเกื้อกูลสามีสอนสั่งบุตร ขยันขันแข็งพูดจาอ่อนหวาน เอาอกเอาใจให้สามีสุขใจ? มีเพียงแม่เลี้ยงผู้นี้ ที่สอนสั่งยุยงให้นางแต่งเข้ามาแล้วยึดครองทรัพย์สินของเซียวยวี่ทันที
ทั้งยังให้เซียวยวี่มอบเงินที่เขาไม่มีเลยด้วยซ้ำ เช่นนี้คือการทำเพื่อนางหรือ?
ไม่ เช่นนี้เท่ากับเป็นโจร!
แย่งชิงเงินทอง เอาชีวิตคน!
ความเกลียดชังที่เซียวยวี่มีต่อเซี่ยยวี่หลัว ดูท่าน่าจะมีตั้งแต่ตอนเพิ่งแต่งงานกัน
เซี่ยยวี่หลัวทอดถอนใจ เจ้าของร่างเดิมที่อาศัยอยู่บ้านละหนึ่งถึงสองปีตั้งแต่เด็ก แม้นางจะน่ารังเกียจ ทว่า ก็น่าสงสารเช่นกัน!
“เจ้าเด็กโง่ แค่เจ้าบอกว่าเซียวยวี่เป็นคนดี เขาก็เป็นคนดีแล้วเช่นนั้นหรือ? บุรุษคนใดบ้างที่ไม่เสเพลไม่ชอบของใหม่? ขอเพียงบุรุษมีเงินก็จะเปลี่ยนเป็นคนเลว เจ้าลองคิดดู ตอนนี้เจ้าหน้าตาดี เซียวยวี่ยังชอบเจ้า หากมีวันหนึ่ง เจ้าแก่ชราไร้ซึ่งเสน่ห์ เขายังจะชอบเจ้าหรือ? ไม่แน่ว่าอาจไปหาสตรีที่อ่อนเยาว์และงดงามกว่าเจ้าจากที่อื่นก็เป็นได้! ”
หลู่เจินยังไม่ตัดใจ ยังคงยุยงเซี่ยยวี่หลัวว่าต้องชิงอำนาจการควบคุมเงินกลับมา “หากในมือเซียวยวี่ไม่มีเงิน ต่อให้เขาอยากกลายเป็นคนเลว เขาก็ไม่มีเงิน เจ้าว่าจริงหรือไม่? ”
เซี่ยยวี่หลัวพยักหน้า รู้สึกว่ามีเหตุผลเป็นพิเศษ “จริงด้วย จริงด้วย แม่เลี้ยง เช่นนั้นเงินในครอบครัวเราท่านเป็นคนควบคุมหรือไม่? ท่านต้องควบคุมดูแลให้ดี อย่าได้ให้เงินท่านพ่อเชียว ท่านแก่ชราจนกลายเป็นท่านป้าหน้าเหี่ยวแล้ว ต้องระวังให้ดีเชียว! ”
หลู่เจินแทบจะจมน้ำลายตัวเองตาย!
“พอแล้ว! ” เซี่ยจู่ฟาไม่ได้มาเพื่อมีปากเสียงกับเซี่ยยวี่หลัว “น้องชายของเจ้าต้องเข้าเรียน ที่บ้านจ่ายค่าเล่าเรียนไม่ไหว ข้าเลี้ยงเจ้ามานานปี ถึงเวลาที่เจ้าควรตอบแทนข้าแล้ว เจ้าเอาเงินมาให้น้องชายเจ้าจ่ายค่าเล่าเรียน! ”
ในที่สุดก็พูดถึงจุดประสงค์ที่มาแล้ว
เซี่ยยวี่หลัวทำท่าทางคล้ายกับจะบอกว่าอยากได้เงินนั้นไม่มีให้ อยากเอาชีวิตก็มีเพียงชีวิตเดียว พร้อมกล่าวอย่างเถรตรง “ข้าไม่มีเงิน! ”