ทะลุมิติไปเป็นภรรยาชาวสวนของท่านบัณฑิต - เล่มที่ 15 บทที่ 499 เจ้าเป็นเพียงสุนัขตัวหนึ่งที่บ้านตระกูลเซี่ยเลี้ยงไว้
- Home
- ทะลุมิติไปเป็นภรรยาชาวสวนของท่านบัณฑิต
- เล่มที่ 15 บทที่ 499 เจ้าเป็นเพียงสุนัขตัวหนึ่งที่บ้านตระกูลเซี่ยเลี้ยงไว้
บทที่ 499 เจ้าเป็นเพียงสุนัขตัวหนึ่งที่บ้านตระกูลเซี่ยเลี้ยงไว้
“ไม่มีเงินแล้วเจ้าไม่รู้จักไปขอจากเซียวยวี่หรืออย่างไร? นางเด็กโง่คนนี้ ให้สามีคุมเงินทั้งหมดไว้ แต่ตัวเจ้าเองไม่คุมเงินเลยหรือ? เจ้าเป็นคนสมองหมูหรืออย่างไร? ” เซี่ยจู่ฟาก่นด่าอย่างแรง
เซี่ยยวี่หลัว “สมองหมูหรือไม่ข้าไม่รู้ แต่ข้าเป็นลูกของท่าน! ”
เซี่ยจู่ฟากลอกตาขึ้นบน “…” นางเด็กบ้าคนนี้ ถือว่าเจ้าร้ายกาจ!
เหตุใดเมื่อก่อนเขาถึงไม่เคยรู้เลยว่านางเด็กบ้านี่ฝีปากร้ายเช่นนี้!
“ได้ เช่นนั้นเจ้าไปหาเซียวยวี่ ข้าจะรอเอาเงินอยู่ที่นี่! นอกจากนั้น เทศกาลไหว้บ๊ะจ่างและเทศกาลไหว้พระจันทร์พวกเจ้าล้วนไม่ได้กลับไป ของขวัญเทศกาลเหล่านี้ พวกเจ้าคงไม่คิดบ่ายเบี่ยงไม่ให้กระมัง? ” เซี่ยจู่ฟาบอกจุดประสงค์การมาของเขาออกมาทั้งหมด “ระยะนี้ร่างกายข้าไม่ค่อยดี ทำงานหนักไม่ได้ ในบ้านมีคนต้องเลี้ยงดูตั้งหลายคน เจ้าคงปล่อยให้พวกเราหิวตายไม่ได้กระมัง? เจ้าเอาเงินมา ให้พวกเรากินข้าว”
นี่คิดจะให้เซียวยวี่เลี้ยงดูพวกเขาหรอกหรือ!
เซี่ยยวี่หลัวกะพริบตาปริบๆ นางไม่รู้ว่าเซี่ยยวี่หลัวในอดีตเคยให้เงินพวกเขามากมายเพียงใด ถึงทำให้คนเนรคุณกลุ่มนี้มีอุปนิสัยละโมบโลภมากเช่นนี้ได้
ทว่าอดีตคืออดีต เซี่ยยวี่หลัวในตอนนี้ ย่อมไม่ปล่อยให้โดนรังแกง่ายถึงเพียงนั้น!
เซี่ยยวี่หลัวยืนอยู่ที่เดิมไม่ขยับเขยื้อน ไม่กล่าวอะไร แต่ก็ไม่ออกไปหาเซียวยวี่ นางขมวดคิ้วมุ่น หน้ามุ่ยจนดูขมขื่นยิ่งนัก “ท่านพ่อ ครอบครัวข้าไม่ได้มีเงินเหลือกินเหลือใช้… ที่บ้านกินมื้อหนึ่ง ก็ไม่มีมื้อต่อไป เงินที่ท่านขอ ข้าให้ไม่ได้! ”
“ให้ไม่ได้รึ? ” เซี่ยจู่ฟาแทบกระโดดขึ้น “ข้าเลี้ยงเจ้ามานานปี เจ้าบอกไม่ให้ก็ไม่ให้รึ? ข้าให้เจ้ากินให้เจ้าดื่ม เมื่อเจ้าปีกกล้าขาแข็งแล้ว ก็ปฏิบัติต่อบิดาของเจ้าเช่นนี้รึ? ”
ให้นางกินให้นางดื่ม?
เซี่ยยวี่หลัวรู้สึกสงสัยในวาจานี้ของเซี่ยจู่ฟาเป็นอย่างมาก
“ท่านพ่อ เดิมทีที่บ้านก็มีหนี้สินเพราะปลูกเรือนสองห้องอยู่แล้ว อีกทั้งพวกเรายังติดหนี้คนอื่นสิบกว่าตำลึง ขอเพียงมีเงิน พวกเราก็นำไปคืนให้เขา ตอนนี้จะมีเงินให้ท่านได้อย่างไร! ”
“ไม่มีเงินเจ้าไม่รู้จักไปยืมรึ? เจ้าจะทนเห็นบิดา น้องชาย และน้องสาวของเจ้าหิวจนตายรึ? ”
เซี่ยยวี่หลัวหัวเราะอย่างเย็นเยียบ เงยหน้าขึ้น “เช่นนั้นท่านพ่อทนเห็นลูกหิวจนตายได้หรือ? ”
เซี่ยจู่ฟาโมโหถึงขีดสุด จึงพูดความในใจที่แท้จริงออกมา “เจ้าเด็กไม่มีพ่อ เจ้าไม่คู่ควรจะเทียบเคียงกับเมี่ยวเมี่ยวและคุนคุน! ”
เด็กไม่มีพ่อหรือ?
เซี่ยยวี่หลัวผงะไป หันมองพร้อมเอ่ยถามทันที “ท่านหมายความว่าอย่างไร? ”
หลู่เจินรีบกล่าวเสียงดัง “นี่พ่อของลูก ท่านพูดจาเหลวไหลอะไรกัน? ”
เวลานี้เซี่ยจู่ฟาก็ตระหนักแล้วเช่นกันว่าตัวเองหลุดปากไป จึงรีบกล่าว “อะไรหมายความว่าอย่างไร ข้าพูดผิดไป เจ้าบอกมา เจ้าจะให้เงินหรือไม่? ”
“ข้าไม่มี! ” เซี่ยยวี่หลัวไม่เชื่อวาจาประโยคเมื่อครู่ของเซี่ยจู่ฟา
นางเพ่งมองเซี่ยจู่ฟาโดยละเอียด พบว่าตัวเองกับเซี่ยจู่ฟาแทบไม่มีส่วนที่ละม้ายคล้ายคลึงกันแม้แต่น้อย
ต่อให้พันธุกรรมของฟ่านซื่อมารดาที่ด่วนจากไปของนางจะโดดเด่นเพียงใด ก็ไม่มีทางข่มจนไม่มีพันธุกรรมของเซี่ยจู่ฟาหลงเหลือแม้เพียงน้อยนิดกระมัง?
เซี่ยจู่ฟาหน้าตาอัปลักษณ์เป็นอย่างมาก แต่นางเล่า?
แค่ดูก็รู้ว่านางกับเซี่ยจู่ฟาไม่ใช่พ่อลูกกัน!
ส่วนเซี่ยเมี่ยวและเซี่ยคุน ถึงแม้หน้าตาจะเหมือนหลู่เจินมากกว่า แต่หากมองโดยละเอียด ยังสามารถเห็นเค้าโครงของเซี่ยจู่ฟาจากใบหน้าพวกเขาได้บ้าง
พวกเขาถึงจะเป็นลูกแท้ๆ กระมัง?
เซี่ยจู่ฟาลุกพรวดขึ้นดังตึง เขาที่มีรูปร่างอ้วนน้ำหนักเกือบสองร้อยจิน นั่งจนเก้าอี้โยกโคลงเคลง “นางเด็กบ้า เจ้าคิดจะต่อต้านข้ารึ? ”
เซี่ยยวี่หลัวไม่ยอมอ่อนข้อแม้แต่น้อย “ข้าเองแทบอยู่ต่อไปไม่ได้แล้ว แต่ท่านกลับจะให้ข้าเลี้ยงดูพวกท่านสี่คน ข้าไม่ได้ต่อต้าน ข้าทำไปเพื่อจะได้มีชีวิตอยู่ต่อ! ”
เซี่ยจู่ฟาโมโหถึงขีดสุด ง้างมือขึ้น ฝ่ามือกำลังจะตบลงมา
เขารูปร่างอ้วน ฝ่ามือขวากว้างราวกับใบพัดก็มิปาน หากโดนตบใส่ แค่คิดก็พอจะรู้ว่าเจ็บเพียงใด
เมื่อหลู่เจินเห็นว่าเซี่ยจู่ฟาโมโหจนจะตีนาง ก็รู้สึกได้ใจเสียยิ่งกว่าอะไร แอบคิดในใจ ตบสักหลายฉาด ดูว่าเจ้าจะยังปากแข็งอีกหรือไม่!
เพียงแต่ หลู่เจินไม่ได้ยินเสียงตบใบหน้า
มือของเซี่ยจู่ฟาถูกเซี่ยยวี่หลัวบีบไว้
ทุกคนมองอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ไม่อยากเชื่อว่าเซี่ยจู่ฟาจะโดนเซี่ยยวี่หลัวบีบมือไว้
เซี่ยจู่ฟาก่นด่าทันที “นางเด็กบ้า เจ้าปล่อยมือเดี๋ยวนี้! ”
เซี่ยยวี่หลัวออกแรงสะบัดทีหนึ่ง ปล่อยมือเขาออก
เซี่ยจู่ฟาคิดไม่ถึงว่าตัวเองจะโดนเซี่ยยวี่หลัวจับมือไว้ นึกว่าเมื่อครู่นี้เซี่ยยวี่หลัวเพียงจับไว้ได้โดยบังเอิญ จึงอาศัยจังหวะที่เซี่ยยวี่หลัวไม่ทันระวังตัว ตบไปทางเซี่ยยวี่หลัวอีกครั้ง
เซี่ยยวี่หลัวยกมือขึ้น บีบท่อนแขนของเซี่ยจู่ฟาไว้ได้อย่างง่ายดาย นางออกแรงเบาๆ บีบแขนเซี่ยจู่ฟาสองครั้ง เซี่ยจู่ฟาก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกเจ็บปวดจากท่อนแขน ส่งเสียงร้องโหยหวนดังลั่น เซี่ยยวี่หลัวจึงปล่อยเขาอีกครั้ง
นางไม่ได้ทำอะไรเซี่ยจู่ฟา เพียงแค่บีบเส้นเอ็นและกระดูกของเขาเบาๆ เท่านั้น
หากหักแขนของเซี่ยจู่ฟาจริง นางคงต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของหมาป่าเนรคุณสี่ตัวนี้!
นางไม่ได้โง่เขลาถึงเพียงนั้น!
เซี่ยจู่ฟา “เซี่ยยวี่หลัว หรือเจ้าต้องให้ข้าไปฟ้องในตระกูล ว่าเจ้าเป็นคนเนรคุณ ไม่มีหัวจิตหัวใจ อกตัญญูต่อบิดามารดาเช่นนั้นหรือ? ”
เซี่ยยวี่หลัวมองเซี่ยจู่ฟา “ท่านเคยทำหน้าที่บิดาหรือไม่? ตอนข้าอาศัยที่บ้านท่าน ได้กินอาหารแย่ที่สุด ใส่เสื้อผ้าแย่ที่สุด ต้องทนกับการข่มเหงรังแกจากลูกชายลูกสาวคนดีของท่านทุกวัน ถูกสองคนนี้กลั่นแกล้งราวกับเป็นสุนัขตัวหนึ่งอยู่ทุกวัน แล้วท่านเล่า? ท่านเคยคิดว่าข้าเป็นลูกสาวของท่าน ช่วยปกป้องข้าบ้างหรือไม่? ”
เซี่ยยวี่หลัวไม่มีความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม สิ่งที่กล่าวในตอนนี้เพียงแค่คิดจะหลอกถามความจริงจากเซี่ยจู่ฟาเท่านั้น
แต่นางไม่คาดคิดเลย ว่าเซี่ยจู่ฟาจะไม่ตอบโต้แม้แต่ประโยคเดียว เซี่ยยวี่หลัวหัวเราะอย่างเย็นเยียบ ดูท่าชีวิตของนางตอนอยู่ในบ้านตระกูลเซี่ย มีแต่จะเลวร้ายกว่านี้!
ตอนนี้นางเข้าใจแล้ว
เหตุใดเจ้าของร่างเดิมจึงมีอุปนิสัยยโสโอหัง นั่นเพราะนางฝืนสะกดอารมณ์ระหว่างที่อาศัยอยู่กับครอบครัวนานเกินไป นางไม่สามารถปลดปล่อยออกมาได้ มีแต่ตอนที่ออกจากครอบครัวนั้นแล้วเท่านั้น นางถึงปลดปล่อยความอัปยศทั้งหมดที่เคยได้รับในอดีตออกมาได้
แต่นางกลับมีความเชื่อมั่นในตัวเองถึงเพียงนั้น ดูท่า คนตระกูลฟ่านคงเคยอบรมบ่มเพาะนางอย่างเอาใจใส่ จึงทำให้เจ้าของร่างเดิมงดงามจนน่าตกใจ เชื่อมั่นในตัวเองจนเกินไป ทั้งยังทำให้คนรู้สึกรังเกียจจนอยากหนีห่าง
เซี่ยจู่ฟาไม่กล่าวอะไร หลู่เจินก็ไม่กล่าวอะไร เซี่ยเมี่ยวและเซี่ยคุนต่างก็ไม่กล่าวอะไรเช่นกัน
พวกเขายังจดจำได้อย่างแม่นยำ ถึงช่วงเวลาที่ขังเซี่ยยวี่หลัวไว้ในกรง เลี้ยงไว้ราวกับสุนัขตัวหนึ่ง
แค่ลองคิดดู ก็รู้สึกมีความสุขแล้ว
เซี่ยคุนหัวเราะพรืดก่อนกล่าว “เจ้าเป็นเพียงสุนัขตัวหนึ่งที่ข้าเลี้ยงไว้ ตอนนั้นเจ้ายังรู้จักสะบัดหางให้ข้า เจ้าอย่าคิดว่าแต่งงานแล้วจะหลุดพ้นจากตระกูลเซี่ยได้ ท่านพ่อเคยบอกไว้ ว่าเจ้าต้องเป็นสุนัขของตระกูลเซี่ยไปชั่วชีวิต ต้องสะบัดหางให้พวกเราไปตลอด! ”
เซี่ยเมี่ยวเลิกคิ้วขึ้นอย่างได้ใจ “คุนคุน เจ้ายังจำได้หรือไม่ ตอนนั้นพวกเราขังนางไว้ในกรง นางจะดื่มน้ำ พวกเราก็ให้นางเลียนเสียงสุนัข นางจะกินข้าว พวกเราก็ให้นางหมอบบนพื้นสะบัดหางเช่นสุนัข”
ในห้วงภวังค์ของเซี่ยยวี่หลัวพลันเกิดเสียงระเบิดดัง “ตึง”